Made in Exteen

posted on 02 Oct 2013 13:42 by doggiestyle  directory Tech, Diary
 
ขอบตุณ Exteen มากครับ ที่พาผมมานั่งเขียนข้อความนี้ ในสถานะที่เขียนหนังสือหาเลี้ยงชีพ
ขอบคุณที่เป็นแหล่งลองของ ฝึกวิชาให้กับผม 
ผมภูมิใจครับที่ได้ขึ้นชื่อว่า นักเขียนที่ made in exteen

ขอบคุณมากๆ ครับ 
 
วิชัย
blogger made in exteen (ชุดเก่า) 

Mid Thirty, my theory #1

posted on 18 Jun 2013 23:50 by doggiestyle  directory Knowledge, Diary, Idea
เนื่องจากใกล้วันเกิด
เลยอยากเขียนอะไรสักอย่างที่เกิดจากการเรียนรู้ของผมเอง
ก็เลยคิดโปรเจ็คนี้ขึ้นมาว่า 'Mid Thirty, my theory'

อนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเขียนได้กี่ตอน หรือใช้เวลาเขียนต่อตอนนานแค่ไหน...
นี่อาจจะเป็นตอนแรก และตอนเดียวก็ได้
ดังนั้นอยากคาดหวังมากเลยนะฮะ
จะพยายามเขียนบ่อยๆ ล่ะกัน

วันนี้ว่ากันเรื่องนี้ดีกว่า

ผมว่า เขียนหนังสือ ก็เหมือน การมีความรัก
แรกเริ่มของการเขียนหนังสือ คือการคิดว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร มีคอนเซ็ปยังไง ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสุข และสนุกมาก เพราะทุกอย่างอยู่ในความคิด เราคิดอะไรก็ได้ ก็เหมือนกับช่วงที่เราจีบใครสักคน ทุกอย่างดูมีความหวัง สีชมพูไปหมด
พอเราเริ่มคิดว่าอยากเขียนเรื่องอะไร เราก็เริ่มคิดแบบลงรายละเอียดมากขึ้นมาอีกหน่อย ก่อนที่จะลงมือเขียนจริงๆ เราเริ่มกล้าที่จะบอกคนอื่นว่า เนี่ยโปรเจ็คต่อไป เราจะเขียนเกี่ยวกับอะไรช่วงนี้ก็เหมือนจีบกันเรียบร้อยแล้ว ใช้คำว่าแฟนเรียกกันและกันได้อย่างเต็มปาก 

ถ้ามั่นใจมาก ก็เริ่มลงมือเขียนเลย แต่ส่วนใหญ่ผมจะเอาไอเดียทั้งหมดไปเล่าให้บก. ฟัง
เอาแฟนเราไปให้ผู้ปกครองดูหน้าตาสักหน่อยบางโปรเจ็ค บก. ก็จะให้ปรับนิดๆ หน่อยๆ แก้นิดแก้หน่อย

เพราะไอเดียที่ดีของนักเขียน อาจจะไม่ใช้สิ่งที่ดีที่จะขายได้ ดังนั้น จะเขียนหนังสือก็ต้องยืดหยุ่นได้ ไม่ใช่สักแต่จะจิตวิญญาณกันอย่างเดียว แต่บางไอเดียคงไม่ซื้อเลย เพราะขายยากเกิน และบก. ดูแล้วไม่น่าจะรอดถ้าไปไม่รอด จุดนี้ชีวิตคู่ของเราก็ลำบากแล้ว ก็เลิกลากันไป แล้วไปคิดโปรเจ็คใหม่

 
 
แต่ถ้ามันขายได้ บก. อนุมัติเริ่มเขียนทีนี้ก็เข้าสู่ช่วงดูใจกันอย่างแท้จริง เราเริ่มรู้จักเขาแบบมากขึ้น มากขึ้นระหว่างนี้เราอาจจะพบว่า การคบกันนั้นมันยากกว่าตอนจีบกันใหม่ๆหรือบางที พอถึงจุดนึงเราก็พบว่า เราไปด้วยกันไม่ได้จริงเหมือนต้นฉบับบางเล่มที่พอลงมือเขียนจริงๆ ก็พบว่า มันยาก เรายังไม่ขั้นที่จะเขียน ความคิดเรายังไม่ตกผลึกมากพอหรือเขียนเสร็จแล้ว
นำไปให้บก. ดูอีกรอบ แล้วไม่ผ่านก็มี
 
 
หนังสือที่เขียนจนจบ อาจจะไม่ใช่ไอเดียที่สนุก พิศดารที่สุด
แต่กลับเป็นหนังสือที่เวลาเขียน แล้วมีความสุข
ต้นฉบับไม่งอแงกับเราเรามีความอยากเขียน เราอยากอดนอนเพื่อเขียนให้เสร็จ
 
 
ต้นฉบับจะมีส่วนที่ยากเสมอ บางเล่มยากตอนเริ่ม บางเล่มยากตรงกลางบางเล่มยากตอนจบ และบางเล่มแม่งยากทั้งหมดแต่ทั้งหมด เราอยากจะเอาชนะ เรารักเล่มนี้จริงๆ
 บางครั้ง ก็ต้องยอมเอาต้นฉบับให้อยู่นิ่งๆ โดยที่เราไม่ไปยุ่งกับมันให้เวลากับต้นฉบับ ให้เวลากับตัวเองได้อยู่นิ่งๆ คิด คิดว่าเราทำอะไรเกินเลยไปรึเปล่า เรารีบร้อนไปไหม เรายังมีอะไรที่ไม่ใช่รึเปล่า
จนทุกอย่างครบ คนนี้แหละแฟนเรา ที่เราอยากแต่งงานด้วย
ก็จะมีคนที่สาม ซึ่งก็คือนักวาดภาพประกอบ หรือกราฟฟิค อาร์ทไดที่เข้าทำให้ต้นฉบับตัวหนังสือเรา เกิดเป็นเล่มขึ้นมา
บางทีเราก็หวงสิ่งที่เราเขียนมากจน ไม่เกิดความหลากหลาย
หรือบางทีเราก็ปล่อยต้นฉบับเราซะจนไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด
เราก็ควรจะยอมบางอย่างเพื่อให้มันดีขึ้น
แต่ก็ไม่ควรยอมทุกอย่าง เพื่อตัวเราเองเช่นกัน
 
ชีวิตคู่ก็เหมือนกัน เมื่อถึงจุดๆ นึงชีวิตคู่ จะไม่ใช่แค่เรื่องของคนแค่สองคนอีกต่อไป
มันจะมีคนอื่นๆ เข้ามาเป็นปัจจัยเสมอ

แต่ชีวิตคู่ ไม่ใช่การเขียนต้นฉบับ
ชีวิตคู่ คือการที่เราเขียนสิ่งที่เราต้องการให้เขาอ่านและเราต้องยอมอ่านสิ่งที่เขาเขียน
เถียงกันบ้าง
เราเขียน
เธออีดิต
สำคัญที่ เรารักกันมากพอที่จะยอมให้อีคนมาเขียน และยอมให้อีกคนมาอีดิต จนเป็นหนังสือที่เราทั้งสองคนภูมิใจหรือเปล่า
คนอื่นอ่านไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร
อ่านกันเองสองคนรู้เรื่อง ก็พอ