แมวมันโลภเป็นมั้ย

posted on 04 Jul 2009 01:12 by doggiestyle

ผมเคยคิดไว้ว่า หากผมมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผมจะเลี้ยงแมวและหมาอย่างละตัว
คิดภาพแมวที่บ้านมีทาสเป็นหมาหนึ่งตัวแล้ว มันน่ารื่นรมย์จริงๆ เนอะ

ช่วงนี้กำลังวางแผนซื้อคอนโดอยู่ หนึ่งในแผนการก็คือจะเลี้ยงแมวและหมา
แต่หมาท่าจะเลี้ยงยากเพราะกลัวจะเสียงดัง ก็เลยจะเลี้ยงแต่แมว...ซึ่งแมวก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่ดังนะ
และผมก็กลัวว่าแมวที่เลี้ยงจะกลายร่างเป็นปีศาจแมว เยี่ยวรดกองหนังสือ ทำลายชั้นวางของเล่น และเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เป็นที่ขี้นเงาเล็บของมัน... แค่คิดก็ปาดเหงื่อหนักใจซะแล้ว
แต่ปัญหาทั้งหมดผมและมยุรีก็ทึกทักเอาเองว่า...เราแก้ไขได้!
วันนึงวิชัยก็ปรึกษาท่านผู้เป็นทั้งเจ้าของและทาสรับใช้แมว...ซึ่งก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่โตโต้...

วิชัย: พี่โตโต้ครับ จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ยังไงดี ไม่ให้ล่อตา ล่อเล็บแมว
พี่โตโต้: หึ...ซื้ออะไรก็ซื้อไปเถอะเพราะแมวมันจะทำลายทุกอย่างอยู่แล้ว...
วิชัย: ...
ไม่รู้ว่าตอนที่พี่โตโต้ตอบเอ็มอยู่นั้นคุณแพนด้ากำลังเดินหน้าทำลายล้างข้าวของอยู่รึเปล่า
หลังจากที่คุยไปแล้ว...วิชัยก็ทึกทักเอาเองว่าวิธีแก้ปัญหาไม่ได้อยู่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ แต่อยู่ที่แมวตังหาก!!

 

วิชัย: ตัวเอง เค้ารู้แล้วว่าจะแก้ไขปัญหาแมวดื้อทำลายของได้แล้ว
มยุรี: ยังไง
วิชัย: นี่เลย...เราหาเลี้ยงตัวผู้...จับตอนซะ จากนั้นก็หาอะไรให้แม่งกิน ขุนให้อ้วน มันจะได้ทำอะไรไม่ถนัด
มยุรี: ...
วิชัย: ...

 

 

 

เคยสงสัยมั้ยว่าเวลาแมวสามารถคาบปลาได้ชิ้นใหญ่สุดแค่ไหน?
พี่ญี่ปุ่นเค้าลองทดลองครับ ว่าแมวจะทำยังไง เมื่อมีปลาชิ้นใหญ่ๆ มาวางไว้...

ไปดูคลิปเอาเองละกัน (ถ้ามีใครดูแล้ว ก็...นะ...ดูอีกรอบละกันเนอะ)

 

 

ไม่รู้ว่าเค้าวางปลาไว้ในวันเดียวกัน หรือว่าวันละตัว...
ถ้าผมเป็นแมว คงสงสัยนะ "ชิบหาย ฝนตกเป็นปลารึไงวะ"
ช่วงนั้น...แมวคงคาบปลาไปขายรวยกันเลยซิ แต่ละตัวใหญ่ชมัด

สังเกตแมวลาย...ไม่รู้ว่าอีแมวลายแม่งเป็นทหารพรานคอมมานโดรึไง แม่งมีซุ่มสังเกตการณ์
แมวลาย:~ กูว่าแม่งต้องมีกับดัก...มันเงียบไป...มันต้องเป็นรายการล้อกันเล่น...

โดยเฉพาะอีแมวลายตัวแรกสุด...มึงฟอร์มจัดบิดขี้เกียจทามมายยย!!~
ประมาณว่า "โอ๊ะ มีปลาใครไม่รู้ตกอยู่...มีเจ้าของรึเปล่าน้า"

ส่วนแมวสีขาว ชิวอย่างกับฟังไอพอดเดินชอปปิ้งอยู่ในห้าง...เดินทำเนียนแล้วก็เนียนจากไป...
"กูไม่รู้แล้วเว้ย ลาภปากคร้าบบพี่น้องง..."
แหม...คาบปลาซะคอเกร็งหางแข็งตูดขมิบเชียว

 

ได้ข่าวว่าทีแรก ทีมงานพยายามหาปลาฉลามและปลาวาฬหลังค่อมมาล่อแมว แต่ไม่ผ่านอนุมัติ (ฮา)

 

ปล.
ดูแล้ว...สงสัยอีกอย่าง...แมวในคลิปมันเป็นแมวจรจัดแน่เหรอวะ...แม่ง ดูดีมีชาติตระกูลชิบเป๋ง

 

 

ไอ้ขี้ทาก!

posted on 01 Jul 2009 14:58 by doggiestyle


ผมเคยคิดจะเขียนเรื่องมีมาหลายครั้งแล้ว แต่มาคิดๆ ดูอีกทีก็ไม่ได้เขียนซักที...วันนี้โดนมาอีกแผล...เขียนเป็นที่ระลึกหน่อยก็คงไม่เลวเท่าไหร่


ผมเป็นลูกค้าประจำของธนาคารแห่งหนึ่งมาเป็นเวลายาวนานแล้วครับ คงเป็นเพราะโรงแรมที่ผมทำงานใช้ธนาคารแห่งนี้เป็นบัญชีเงินเดือนด้วยแหละมั้ง เลยต้องใช้

และทุกๆ ครั้งที่ผมย้ายจังหวัดทำงาน ผมจะเปิดบัญชีส่วนตัวกับธนาคารนี้อีกหนึ่งบัญชี เพราะจะได้โอนเงินเดือนมาเก็บไว้ที่บัญชีส่วนตัว ก็นับๆ ดูแล้วผมย้ายที่ทำงานมาประมาณสี่ที่แล้ว ก็คูณไปดิว่ามีมากี่บัญชีแล้ว

ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกดีกับบริการของธนาคารนี้นะครับ แต่ผมไม่ได้หวังว่าธนาคารจะมีบริการอะไรดีมากมายนะ แกไม่ต้องมาบูติค ไม่ต้องมีน้ำให้ดื่ม ไม่ต้องมีคนคอยเปิดประตู ไม่ต้องมีอะไรมากมาย
ขออย่างเดียว อย่ามีปัญหาก็พอ...
แต่ธนาคารที่ว่าก็บริการดีกว่าที่ผมคาดนะ มีครั้งนึงถอนเงินตู้เอทีเอ็มของธนาคารอื่นแล้วเงินไม่ออกมา เค้าก็เป็นธุระจัดการให้เสร็จ
บัตรเอทีเอ็มหายก็จัดการให้เสร็จ แบบที่น่าประทับใจ

เอาเป็นว่าบริการดีประทับใจมาก
แต่...เวลามีอะไรผิดขึ้นมา...แม่งก็ตับช้ำเหมือนกัน

เรื่องที่หนึ่ง
ตอนที่ย้านกลับมาทำงานที่กรุงเทพ ผมไปเปิดบัญชีส่วนตัวที่สาขาสวนพลูใกล้ๆ บ้านเป็นบัญชีร่วมกับมยุรี ไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม จะได้ถอนยากหน่อย จัดการทุกอย่างเรียบร้อย
เย็นวันนั้น มีคนโทรศัพท์แปลกหน้าเข้ามาเป็นเบอร์ 02 อย่างงี้ไม่พ้นฟิตเนส ไม่พ้นประกัน และไม่พ้นชวนทำบัตรเครดิต

ปลายสาย: สวัสดีครับ ตอนนี้คุณวิชัยอยู่ที่ไหนครับ
มึงเป็นใคร อยู่ดีๆ มาถามว่ากูอยู่ไหน
ทำแบบนี้ ผมถือว่าเสียมารยาทครับ
วิชัย: อยู่กรุงเทพ
ปลายสาย: .... ครับ ไม่ทราบตอนนี้แถวไหน
วิชัย: ...คุณเป็นใคร
ปลายสาย: อ๋อ ผมโทรมาจากธนาคารครับ
วิชัย: แล้วทำไมคุณไม่บอกผมก่อนว่าคุณเป็นใคร
ปลายสาย: ...คือเมื่อกี้นี้คุณวิชัยมาเปิดบัญชีที่ธนาคารน่ะครับ เซ็นไม่ครบครับ
วิชัย: แล้วยังไง
ปลายสาย: พอจะสะดวกกลับมาเซ็นมั้ย
วิชัย: ไม่สะดวก
ปลายสาย: ...ถ้างั้นวันไหนสะดวกรบกวนเข้ามาเซ็นพร้อมกับมยุรีนะครับ


ครับ...ครั้งต่อไปที่ผมไปธนาคารสาขานั้นคือ ผมไปปิดบัญชีแล้วไปฝากที่สาขาสยามพารากอน

เรื่องที่สอง
เรื่องเมื่อกี้เป็นบัญชีส่วนตัว...เรื่องนี้เป็นบัญชีเงินเดือน
บัญชีเงินเดือนผม เป็นบัญชีเก่าที่เปิดไว้ที่สุขุมวิท 71 เมื่อครั้งที่ทำงานที่กรุงเทพก่อนที่จะไปเชียงราย และโชคดีมากที่บัตรเอทีเอ็มมันยังใช้ได้อยู่
แต่แล้ววันนึงบัตรเอทีเอ็มใบนั้นเสือกหาย...
ข้อดีของการทำบัตรเอทีเอ็มหายก็คือ ทำให้ผมรู้ว่า สมุดบัญชีของสาขานี้มันก็หายเหมือนกัน....เพราะทำบัตรเอทีเอ็มต้องใช้สมุดบัญชี
ไม่เป็นไร เรามันง่าวเอง...
ไปแจ้งความสมุดบัญชีหาย จากนั้นขับอีตั๊กไปสุขุมวิท 71 ทำเล่มใหม่ แล้วก็บัตรเอทีเอ็มใหม่...เรียบร้อยแฮ้ปปี้

แต่เชื่อมั้ยครับว่าวิชัยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทำบัตรเอทีเอ็มหาย!
เพราะไม่นานแม่งก็หายอีก! ไอ้แว่น ไอ้แช่แฟ้บ!
งานนี้ไม่ยาก...เพราะสมุดบัญชียังอยู่ว้อย แสรด!! กูไม่กลัวหรอก
นำสมุดบัญชีไปธนาคารในห้างเซ็นทรัลเวิร์ล
แล้วเรื่องซากอ้อยก็เริ่มตรงนี้...

ผมทำบัตรเอทีเอ็มไม่ได้...เพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาสุขุมวิท 71 ไม่ได้เซ็นลงชื่อกำกับไว้ (ซักที่ในสมุดเงินฝาก)
โอเค...งั้นถอนเงินก็ได้วะ
"ถอนเงินไม่ได้ค่ะ สมุดเล่มนี้ตอนนี้ต้องถือว่าเป็นโมฆะคะ"
ชิบหาย!! ไอ้ขี้ทาก!! ห่าเอ้ย

"แล้วทำไม ผมต้องรู้ใช่มั้ยว่า ผมต้องเซ็นตรงไหน แล้วคุณต้องเซ็นตรงไหน"
ตอนนั้นเลือดขึ้นหน้าแล้วครับ
จากที่ทำงานโรงแรมมา รับมือแขกเลวมาเยอะ...วันนี้ขอเลวมั้งเถอะ
จากประสบการณ์ แขกโมโหร้ายมักจะออกแนวงี่เง่า เฉยๆ
แต่ถ้าแขกไม่โมโหอารมณ์ปกติ น้ำเสียงราบเรียบ...อันนี้ต้องระวัง

"ผมต้องการให้คุณต่อสายไปที่ธนาคารสาขานั้น"
เจ้าหน้าที่ต่อสายแต่ไม่มีใครรับ ดูนาฬิกา ธนาคารสาขานั้นปิดไปแล้ว...
(ธนาคารในห้างปิดช้ากว่าปกติน่ะครับ)
เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดี ไอ้แว่นหน้าตาแม่งโรคจิตหิวตับแย่แล้ว เลยไปเรียกผู้จัดการมาคุยด้วย ซึ่งก็เหมือนกับเอาเรื่องเดิมๆ มาเล่า
"เนี่ย สมุดไม่มีลายเซ็นนะ เล่มนี้ฟาล์วนะ เราทำอะไรไม่ได้นะ"
อันนี้ผมรู้แล้ว...ไม่ได้ต้องการคำอธิบาย แต่ต้องการทางแก้ไข

วิชัย: งั้นต่อมือถือผู้จัดการสาขานั้นให้ผม
ผู้จัดการ: ...เอ่อ...
วิชัย: คุณหาเบอร์ให้ได้

ไม่นานเบอร์ก็ได้มา และผู้จัดการกำลังยื่นมือถือให้ผม
ปลายสายเป็นผู้จัดการสาขาเจ้าปัญหา ที่พยายามเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง มันแย่เนอะ นู่นนี่นั่น

วิชัย: ผมต้องการเบิกเงิน
ปลายสาย: ทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันผิดกฎค่ะ
วิชัย: คนของคุณทำผิดพลาดเอง มันไม่ใช่ปัญหาผม นั่นคือปัญหาของคุณ ผมต้องการถอนเงินเดี๋ยวนี้
ปลายสาย: ...
ไม่นานวิชัยก็ถอนเงินได้...แต่ยังต้องกลับไปที่สุขุมวิท 71 อีกครั้งเพราะไปขอลายเซ็นเฮงซวยหนึ่งฉึก
แม่งบ้าชิบหาย

เรื่องล่าสุด
เรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อกี้...แผลยังสดๆ ก่อนที่จะมาเขียนเอนทรีนี้ ผมออกไปกดเงินหน้าปากซอย ก็จัดแจงใส่บัตรกดรหัส แล้วกดเพื่อดูยอดคงเหลือ...
"กำลังทำรายการ"
แล้วแม่งก็โหลดอยู่อย่างงั้นอยู่หนึ่งเมื่อย
คิดในใจว่า เอาอีกละ
กดไปที่ศูนย์บริการ...
เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เจ้าหน้าที่: "เดี๋ยวดิฉันจะโอนสายให้เจ้าหน้าที่นะคะ"
แล้วเอ็งไม่ใช่เจ้าหน้าที่เรอะ
เจ้าหน้าที่2: สวัสดีคะ วันนี้มีอะไรให้รับใช้คะ
นี่คืออีกเรื่องที่เซ็งมาก คือกูต้องมาเล่าเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปมา ซ้ำไปมา เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเล่าเรื่องต่อให้อีกคนฟัง

เล่าอีกรอบ...
เจ้าหน้าที่2: ขอประทานโทษนะคะ แล้วอธิบายนู่นนี่นั่นแล้วตบท้ายว่า...ต้องไปทำบัตรใหม่
วิชัย: แล้วผมต้องเสียค่าเปิดบัตรอีกใช่มั้ย
เจ้าหน้าที่2: ค่ะ 100 บาท
วิชัย: แล้วทำไมผมต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย ในเมื่อผมไม่ได้กดรหัสผิด แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมแค่ดูยอดเงินคงเหลือแล้วเครื่องมันก็กินบัตรผมไปเอง ช่วยบอกผมทีว่าทำไมผมต้องเสียเงินอีกรอบ
เจ้าหน้าที่2: อันนี้ต้องขอประทานโทษนะคะ
วิชัย: คุณไม่ได้ทำผิด ระบบทำผิด เพราะงั้นคุณไม่ต้องขอโทษผม และอีกอย่างคือคุณพูดคำว่าขอประทานโทษมากเกินไป
เจ้าหน้าที่2: คะ

อันนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมรำคาญ คือทำไมเจ้าหน้าที่ต้องขอประทานโทษแม่งโคตรบ่อยว่ะ หลายคนคงเคยได้ยินพวกคลิปที่มีคนด่าเจ้าหน้าที่ผ่านโทรศัพท์มาบ้าง...หลายๆ คนคิดว่าลูกค้าแม่งเหี้ย...ผมก็คิดแบบนั้นนะว่าไอ้คนพวกนี้แม่งใจร้อนและงี่เง่า แต่ผมว่าเจ้าหน้าที่ก็ปัญญาอ่อนมากเหมือนกัน..
แต่ถ้าคิดให้ดีๆ จะว่าเจ้าหน้าที่ปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด...ก็เป็นเพราะได้รับการฝึกมามากกว่า และใครก็ตามที่ฝึกเจ้าหน้าที่เหล่าเข้าใจว่า คำว่าขอประทานโทษ มันเวิร์ค ซึ่งจริงๆ มันน่ารำคาญมากครับ
คำว่าขอประทานโทษใช้บ่อยๆ มันก็ดูโง่พอๆ กับ ยิ้มสยามนั่นแหละ
ยิ้มสยามที่ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นให้ยิ้มไว้ก่อน...ปัญญาอ่อนครับ
ตอนนี้โรงแรมหยุดบอกพนักงานให้ยิ้มตลอดเวลามาชาตินึงแล้วครับ
แขกด่าแล้วเสือกยิ้ม...จะได้โดนโบกเข้าให้ดิ


โอเคกลับมาที่ธนาคารต่อ...เจ้าหน้าที่คนนั้นก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าจะจัดการยังไงกับไอ้โรคจิตปลายสายได้ ก็เลยบอกปัดไปว่า...ให้ผมไปแจ้งเรื่องนี้ตอนทำบัตรใหม่ละกัน

กลับมาที่ห้องเกิดความไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะมยุรีไซโคลว่า น้องคนนึงที่ทำงานเธอเงินในบัญชีหายไปซะงั้น จากเหตุการณ์ที่เล่ามา คล้ายๆ กับเหตุการณ์วิชัยมาก ก็เลยโทรกลับไปที่เบอร์ศูนย์บริการอีกครั้ง เพื่อเช็คยอด

เจ้าหน้าที่: ทำรายการอัตโนมัตินะคะ
วิชัย: เดี๋ยวๆๆๆๆ ถ้าเป็นรายการอัตโนมัติที่ให้กดรหัสส่วนตัว...ผมว่าไม่เวิร์ค เพราะผมทำมาไม่เคยถูกซักครั้ง

รายการอัตโนมัติก็คือ เราต้องกดรหัสเอทีเอ็มสี่หลักน่ะครับ...
ซึ่งไม่รู้ยังไง แม่งผมกดไม่เคยถูกสักครั้ง...
ระบบบอกว่า...กดรหัสหลังสัญญาณ แล้วอีสัญญาณที่ว่ามันอันไหนวะ
เพราะแม่งตั้งลากยาวอยู่ชาตินึง
สรุปว่าบ่นไปก็เท่านั้นเพราะเจ้าหน้าที่ก็ยังให้ผมกดรหัสอยู่
ซึ่งแน่นอนผิดตลอด
เจ้าหน้าที่: ถ้างั้นต้องให้คุณติดต่อธนาคารคะ
วิชัย: แต่วันนี้ธนาคารคุณปิดนิ
เจ้าหน้าที่: ใช่คะ
วิชัย: .......
(วันที่หนึ่งกรกฏาคนเป็นวันหยุดประจำของธนาคารแห่งนี้)

ครับ...ถึงยังไงก็ขอยืนยันว่าธนาคารที่ว่า มันยังจัดอยู่ในเกณฑ์โอเคนะครับ
เสียอย่างเดียวคือระบบโทรศัพท์ที่มีป้าเบิร์ดคอยแอ๊บแมนนั่นน่ะ

และหยุดบอกให้ลูกค้าโหวตเบอร์ห้าสักทีครับ!

มันน่าเบื่อครับ

 

วันพรุ่งนี้คงต้องไปธนาคารอีกรอบ
ก็หวังว่าเงินในธนาคารจะอยู่ครบและ...อาจมีข้อผิดพลาดของระบบทำให้เงินงอกขึ้นสัก ร้อยล้านอะไรเงี้ยอะ