เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ครับ...
มยุรีไม่อยู่อีกตังหาก เธอไปเที่ยวดอยครับ ระหว่างที่ผมกลับมา เธอก็ออกเดินทางซะแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปี ที่เราอยู่ห่างกันมากกว่าสองวัน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปี ที่เราอยู่กันคนละจังหวัด

ยืดอกสารภาพอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดว่า ผมแอบดีใจที่จะได้ลัลลาครองเมืองคนเดียว

ระหว่างวันก็เลยมีโปรแกรมเยอะแยะจมหัวเลยครับว่าจะไปทำอะไรที่ไหนยังไงดี
แต่จนแล้วจนรอดผมก็ได้แต่ทำเหมือนเดิม คือไปนั่งทำงานที่สยามพารากอน...

เมื่อกี้ระหว่างทีี่ขับอีตั๊กกลับบ้าน iPod ผมก็เล่นเพลงนี้...


มันเป็นเพลงที่เข้ากับอารมณ์ตอนนี้มากๆ

 

ผมคบกับมยุรีมาประมาณห้าปีแล้วแหละ...ซึ่งจะว่ากันจริงๆ สองสามปีแล้ว เราแทบจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย
ผมอยู่เชียงรายหนึ่งปี จากนั้นผมก็ไปอยู่หัวหินอีกปี
คงมีหลายคู่รักหลายคู่ที่อยู่ในสถานการณ์เหมือนๆ กับผม คืออยู่กันคนละที่คนละทาง
มันแย่นะ การที่ได้แ่ต่คิดถึงกันอะ

จำได้แม่นว่า มีอยู่คืนนึงที่เชียงราย..
ตอนนั้นผมกำลังนั่งทำงานอยู่กับพี่เหน่งหัวหน้าของผมเงียบๆ ในออฟฟิศ
แล้วจู่ๆ ผมก็่บ่นเรื่องที่ไม่ได้อยู่กับแฟนกับพี่เหน่ง ซึ่งผมก้ได้คำตอบง่ายๆ ว่า

"ก็ดีออก เวลาเจอกันอีกทีจะได้รักกันมากขึ้น"

เป็นคำตอบง่ายๆ ที่ทำให้ผมเลิกคิดฟูมฟายเวทนาหลุมเวลาที่ทำให้เราอยู่คนละฟาก
ผมไม่ได้คิดถึงระยะเวลาที่เรา่ห่างกันแล้วครับ
แต่ผมคิดถึงช่วงเวลาที่เราจะได้เจอกันอีกรอบมากกว่า

คงเหมือนนักวิ่งที่ซ้อมวิ่งเป็นกิโลๆๆ เพื่อที่จะมาวิ่งแแข่งแค่หนึ่งร้อยเมตร...
นักวิ่งคงจะไม่คิดถึงระยะทางเป็นกิโลๆๆ ตอนซ้อมวิ่ง
แต่คงคิดถึงหนึ่งร้อยเมตรตอนที่ลงแข่งเท่านั้น
(มันคงจะคล้ายๆ กันมั้ง)

 

จริงอยู่ที่คำ่ว่า "รักแท้ แพ้ระยะทาง" มันมีผลมากเหมือนกันเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
แต่ผมคิดว่า ความรัก ไม่ได้แพ้ระยะทางหรอกครับ เราแพ้ใจตัวเราเองซะมากกว่า
ยิ่งสมัยนี้คำ่ว่าระยะทางมันเป็นแค่หน่วยวัดความห่างไกลเท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วเราไม่เคยอยู่ห่างกันเลยนะ ด้วยเทคโนโลยีแล้ว เราทุกคนยืนข้างๆ กันตลอด
มันจะมีก็เพียงแต่ตัวเราเท่านั้นที่ก้าวเดินห่างออกไปเอง

 

คนที่ไม่ได้อยู่กับแฟน...เราแค่ไม่ได้จับมือกัน กอดกันเท่านั้นแหละครับ..แต่เราอยู่ใกล้กันมากนะ
อย่าเพิ่งคิดว่าอีกกี่วันกี่ปีจะได้พบกัน คิดว่าตอนที่เจอกันเราจะทำอะไรให้กันดีกว่า

 

พรุ่งนี้มยุรียังไม่อยู่...ไปลัลลาที่ไหนดีน้า...หุหุหุ

 

 

เอนทรีหน้า ค่อยอัพเรื่องเชียงใหม่นะครับ

 

อดทน ชักว่าว

posted on 26 Nov 2009 02:05 by doggiestyle  in iloveit

"พ่อครับ...ทำอย่างไรจะให้ว่าวเราขึ้นติดลมครับ"
เด็กน้อยเอยปากถามพ่อข้างๆ ในขณะที่มือยังเหลาไม้ไผ่อย่างขมักเขม้น

"อืม...มันหลายอย่างนะลูก ต้องอาศัยลม และยังต้องวิ่งอีก ต้องอาศัยจังหวะที่ดีในการชักว่าวอีก"
"พ่อว่า ว่าวตัวนี้มันจะขึ้นมั้ยอะครับ"
"ข้าว่ามันก็ดูแปลกๆ สวยดีนะ"

 

 

วันต่อมา...

"อ้าว แล้วว่าวที่ทำเมื่อวานนี้ล่ะ?" พ่อถามเมื่อเห็นลูกชายตัวเองเหลาไม้ไผ่อย่างตั้งอกตั้งใจ
"โอ้โห มีคนวิ่งมาดูว่าวหนูใหญ่เลยครับ มันขึ้นสูงมากเลยครับพ่อ...แล้วมันก็โดนลมพัดขาด ปลิวหายไปเลย"
"ยิ่งอยู่สูง ลมยิ่งแรง เจ้าต้องดูว่าลมมันเล่นอยู่กับว่าวของเจ้าอยู่ หรือว่าว่าวของเจ้าโดนรักแกอยู่"
"แต่เวลาติดลมบนแล้วมันสบายนะพ่อ เราไม่ต้องชักมันแล้ว"
"มันจะสนุกได้ยังไง ถ้าว่าวที่เราอุตส่าห์สร้างมากับมือ มันขึ้นสูงซะจนเรามองไม่เห็น"
"....."
"พ่อดูนะ ว่าวอันนี้แหละ แจ่มกว่าอันเดิม...ใครๆ ก็ต้องมามุงดูว่าวอันใหม่ของหนู"

 

 

 

วันต่อมา...
"อ้าว...ว่าวเป็นอะไรไป" พ่อเดินเข้ามาเห็นว่าวสีเหลืองที่หักเป็นสองท่อนวางกองอยู่กับพื้น
"ไอ้เจิด กับไอ้ศักดิ์อะดิพ่อ ทำว่าวเหมือนกับของชั้นเลยอะ แถมว่าวชั้นมันก็ยังไม่ขึ้นอีก"
"อืม...ว่าวของเขาอันใหญ่กว่าเจ้ารึ?"
"ไม่นะพ่อ อันเท่ากัน"
"อืม...แล้วใครวิ่งว่าวไกลกว่ากันล่ะ"
"...ไอ้เจิดกับไอ้ศักดิ์..."
"ก็แล้วทำไมเจ้ายังบ่นละ?"
"ก็โกรธอะพ่อ ข้าแพ้พวกมันอะ แถมพวกมันยังลอกแบบว่าวข้าอีก"
"เค้าลอกแบบเจ้่า นั่นแปลว่าของเจ้าดีไม่ใช่รึ"
"แต่นั่นแหละ ข้าคิดของข้าตั้งนาน"
"เจ้ารู้อยู่แก่ตัวนี่ว่านั่นมันแบบเจ้า เจ้าก็ต้องภูมิใจในตัวเอง เค้าจะลอกก็ลอกไป"
"แต่ข้าก็ยังโมโหอยู่ดี...ลอกข้าไม่พอ ยังได้ดีกว่าข้าอีก"
"เป็นธรรมดาของมนุษย์โลกน่า...อะไรดีก็อยากได้เป็นของตัว"
"เฮ้อ....น่าเบื่อเนอะ"
"การเล่นว่าว นอกจากว่าวต้องดีแล้ว สายป่านเจ้าก็ยาวพอ และที่สำคัญ เจ้าต้องแข็งแรงพอนะ"
"เบื่อแล้วพ่อ...ไม่เล่นแล้ว"

 

เด็กน้อยทิ้งว่าวสีเหลืองไว้ที่มุมห้องแล้วลุกเดินจากไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายวันต่อมา...

"พ่อๆๆ..."
"ว่าไงลูก"
"พ่อว่า.....ว่าวแบบนี้จะบินขึ้นมั้ยอะ"
"อ้าว ไหนว่าเบื่อแล้วไง เดี๋ยวโดนคนอื่นลอก จะมาบ่นอีก"
"ก็ช่างเค้า...ลอกได้ลอกไป เดี๋ยวชั้นก็ทำแบบใหม่อีก"
"หึหึหึ...แล้วอย่าให้ว่าวขึ้นสูงเกินจนว่าวขาดลอยไปอีกละ"
"รู้แล้วละน่าว่า...ยิ่งสูงลมยิ่งแรง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ไปอ่านเจอเอนทรีคุ้นเคยเอนทรีนึง...สะท้อนใจมาก
ไม่รู้จะบอกยังไงดีเหมือนกัน...เพราะผมเองก็ไม่ได้อยู่ในวงการ
จะรู้ปัญหายังไงก็แค่บุคคลที่สามที่สี่เท่านั้น



..เอาเป็นว่า เหนื่อยก็พัก มีแรงค่อยทำต่อ

 

 

 

 

 

 

เอนทรีนี้ให้กับนักสู้กราฟฟิคดีไซเนอร์ทุกคนครับ!!!

 

 

 

 

ปล....เอนทรีนี้เขียนโดยไม่มีความรู้เรื่องว่าวครับ...ใช้คำผิดยังไงขอโทษด้วยครับ
พยายามถามพี่กูว์เรื่องชักว่าวแล้ว แต่ดูเหมือนว่ากูว์จะลามกกว่าที่คิดนะครับ...เรื่องนี้พึ่งไม่ได้จริงๆ