ข้อดีของความเกรียน

posted on 11 Jan 2013 12:20 by doggiestyle
เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากมายกับการที่มีข่าวว่า จะยกเลิกการไว้ผมทรงเกรียน
เด็กๆ ก็เฮกันเหมือนยุคสมัยเลิกทาสใหม่ๆ

เข้าใจว่า ไม่เคยไว้ผมยาวมา และอยากไว้ผมยาวบ้าง ก็ต้องดีใจกันเป็นธรรมดาเนอะ
บอกตรงๆ ตอนที่เรียนอยู่ แม่งก็เกลียดชิบหายเลยนะ ไอ้ผมเกรียนน่ะ
 
แต่พอโตมา ผ่านช่วงไว้ผมเกรียน แอบไว้ผมยาว ไว้ผมเกือบยาว และไว้ผมยาวมากมาก่อน
แล้วก็พบว่า ผมเกรียนแม่งก็ดีนะ ดีมากด้วย
ก็เลยอยากนำเสนอ ข้อดีของทรงผมเกรียน
 
 
ผมเกรียนดี เพราะหน้าเด็ก
สิ่งที่ทำให้เราเป็นเด็กในสายตาคนอื่นก็คือทรงผมนักเรียนนะครับ ตอนเด็กๆ ไปทำเปรตอะไรที่ไหน เขาเห็นหัวเกรียน เขาก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พร้อมพูดไล่หลังว่า "เด็กสมัยนี้ มันจริงๆ"
หรือไปไหน ก็มีแต่คนเรียกน้อง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีมั้ยครับ
แล้วเอาจริงๆ นะครับ เด็กนักเรียนชายสมัยนี้แม่งง หน้าตาดีก็ดีไป ส่วนไอ้พวกที่อยู่กลุ่มหน้าตาไม่ดีเนี่ย
เหี้ย หน้าแก่ชิบหาย คือเดินชนเด็กบางคน แม่งถ้าไม่ไว้ผมทรงนักเรียน คือกูคิดจริงๆ นะว่าเป็นผอ. บริษัทแต่งชุดแฟนซี คือถ้าพวกมึงไว้ผมยาวเนี่ย...อืม มึงไปเซ็นชื่อค้ำประกันที่ดินได้เลยนะ   

ผมเกรียนก็ดี เพราะหน้าไม่ค่อยเป็นสิว
มันก็เป็นสิวอยู่ดีแหละ เพราะวัยรุ่น ยังไงก็เป็นสิว แต่ไอ้สิ่งที่ทำให้สิวแม่งยิ่งเยอะคือ ไอ้ปอยผมยาวๆ ด้านหน้านี่แหละ ไว้ผมสั้นแหละดีแล้ว ผมไม่รุงรัง สิวไม่เยอะไปกว่าเดิม
แล้วถ้าคิดจะเอาผมยาวมาปิดสิวเนี่ย ไม่ใช่ละ เพราะสิวแม่งจะอุดตัน
มือสกปรกๆ นะ เสยผมนะ (ซึ่งแน่นอนผมยาว มึงคงจะเสยผมกันวันละ 4 พันล้านรอบแน่ๆ) ผมมาโดนสิวนะ แล้วมือสกปรกนะ ไปจับหน้าอีกทีนะ
โหว...เพาะสิวขาวได้ มึงก็รวยแข่งกับเถ้าแก่น้อยละ
 
ผมเกรียนดี เพราะไม่ต้องสระผมบ่อยๆ
ผมเกรียน ทรงผมสองสามวันทีได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมยาวนี่นะ...
ผมเหม็นนี่ เหี้ยมาก สระแม่งทุกวัน น่าเบื่อ
 
ผมเกรียนดี เพราะไม่ยุ่งยาก
ผมไม่ใช่ไม้กวาด จะปล่อยให้ยาวเป็นหมอยปลาวาฬไม่ได้
มันต้องดูแล!
ต้องสระผม สระเสร็จอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะผมยาวไว้ ต้องใส่ครีมนวดบำรุง
พอมีความสวยความงามมาเกี่ยว มึงก็จะใช้แฟซ่า คลีนิคไก่กาไม่ได้แล้วนะ มึงจะเยอะละ
อบผม นวดผม สี่แสนแปดสิ่งอย่าง

ต้องรอให้ผมแห้งอีกนะ บางคนเป่าผมอีก 


ผมเกรียนดี เพราะทรงผมที่พวกมีงเห็นตามหน้าหนังสือต่างๆ มันต้องเซ็ท แล้วเค้าเซ็ทมาเพื่อถ่ายรูป และถ้ามึงคิดจะไว้ผมทรงนักร้อง ก็คิดผิดถึง เพราะนั่นเค้ามีคนเซ็ทให้...
(ชื่อยาวไปนิด ขออภัย)
...เอ่อ...เหลืออะไรให้กูเขียนอีกมั้ย
โอเค ทรงผมแบบไม่ยาวไปเลย กับไม่สั้นไปเลยเนี่ย มันจะน่าเกลียดมาก ถ้าไม่เซ็ท
ซึ่งพวกเอ็งก็คงจะเซ็ทกันอยู่แล้ว ทีนี้ความเยอะก็ตามมา ตอนที่ผมเสียทรง

นี่ยังไม่นับรวมถึงพวกรังแคอีกนะ
รังแคจัดว่าเป็นความวายป่วงของหนังหัวนะฮะ แล้วอย่าคิดว่าที่ณเดชบอกว่า "หมดปัญหารังแค"
มันไม่จริง กูใช้มาแล้ว 
 
ผมเกรียนดี เพราะบางทีผมเราก็หลอกตัวเองเหมือนกัน
วิชัยเข้าใจมาทั้งชีวิตว่าตัวเองผมตรง แต่พอไว้ยาวแล้ว...แม่งผมเสือกหยักโศก ยิ่งตอนไม่สั้นไม่ยาวนะ แบบจัดทรงห่าอะไรไม่ได้
สุดท้าย แม่งก็คาดผม... 
 
ผมเกรียนดี เพราะหน้าไม่เหี้ย
เชื่อผมครับ มันจะมีภาวะหนึ่งของการมีผมยาว ที่หน้าเราจะเหี้ยมาก เหี้ยระดับตัวเองมองกระจกยังทนไม่ค่อยได้ 

ผมเกรียนดี เพราะไม่ร้อน
สาเหตุหนึ่งของการไว้ผมยาว แล้วมัดผม หรือมวยผมก็คือ แม่งร้อน
ไว้ผมยาวแม่งร้อนสัดหมามาก โดยเฉพาะๆ ตรงท้ายทอย
วันแรกที่ไปตัดผมยาวทิ้ง รู้สึกสบายหัวมาก 
และหลังจากนั้นไม่นานก็ไว้ผมสกินเฮด ซึ่งแม่งสบายเม้กกกกกกกก 
 
 
ผมเกรียนดี เพราะตัดผมที่ไหนก็ได้
หลายคนอาจจะเถียงว่าไม่จริง แต่อยากจะบอกว่า ผมเกรียนยาวมา ไปตัด ช่างตัดผิดแค่ไหน มึงก็ไม่ช้ำใจเท่ากับการที่มึงเลี้ยงผมมายาว เพื่อทรงอะไรสักอย่าง แล้วช่างเสือกตัดผิด...
ปัญหาคนละระดับกันจริงๆ
แล้วการตัดผม แม่งแพงชิบหาย 150 300 แล้วแต่ความกระแดะ
ทรงเกรียนก็อาจจะแพง แต่เราก็ไม่ต้องหลอน บนบานกับศาลพระภูมิหน้าบ้านไม่ให้ช่างทำหัวชิบหาย 
 
 
โอเค สรุปสั้นๆ 
ผมคิดว่าการที่ให้เด็กไว้ผมทรงนักเรียน น่าเกลียดๆ เพราะคำว่ากฏระเบียบน่ะ มันไม่เคยทำให้ใครชอบใจหรอกครับ
แต่เขาทำไว้เพื่อความเรียบร้อย ซึ่งพอไม่จำกัดทรง เดี๋ยวแม่งก็เยอะ เลอะอยู่ดี

แล้วมึงดูนะ
แม่งงงก็ต้องมีไอ้เด็กพวกแม่งแบบ...
เค้าให้ไว้ผมยาวแล้ว...ไม่เอา ไม่แนว กูจะไว้ผมเกรียน 
 
ปล. ทุกวันนี้กูก็ไว้ผมเกรียนอยู่นะ...แล้วกูก็เกรียนด้วย
อย่ามา อย่ามาพูดว่า ถ้าชอบก็ไว้ผมเกรียนเองดิ  

มันมากับความเหมียว

posted on 01 Oct 2012 17:13 by doggiestyle
หลายๆ คนคงจะรู้อยู่แล้วว่า ตอนนี้ผมเลี้ยงแมวอยู่
แมวตัวแรกเป็นแมวเพศเมียสีดำ ไม่แน่ใจว่าตอนที่ได้มานั้นอายุเท่าไหร่ แต่เดาว่าไม่น่าจะเกิด 1 เดือน
ด้วยความบังเอิญที่ได้แมวตัวนี้มา ผมก็เลยตั้งชื่อมันว่า บุญเอิญ
 
 
นี่คือบุญเอิญ...เมื่อตอนที่ได้มาใหม่ๆ แห้งหัวโตดูไม่มีสกุลที่สุด
 
และนี่คือบุญเอิญตอนนี้
 
 
 
 
 
 
 
บุญเอิญมีนิสัย ขี้อ้อน ติดวิชัย และมีนิสัยจริงจังมาก 
และชอบเขี่ยทุกสิ่งอย่างลงจากโต๊ะ 
 
ทีแรกตั้งใจจะเลี้ยงแมวแค่ตัวเดียว แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางอย่างทำให้ต้องรับเลี้ยงแมวอีกสองตัวซึ่งก็คือ
 
ตัวสีขาวทางซ้าย เป็นตัวผู้นิสัยสุภาพ เรียบร้อย ลุคแรกที่เห็นคือคุณหนูผู้ที่จบมาจากย่านผู้ดีอังกฤษ
ก็เลยได้ชื่อว่า พระเอก 
ตัวลายทางขวา ห้าวป่วงกร่าง เลยตั้งชื่อได้ภายใน 3 วินาทีว่า ลูกพี่
 
แมวทั้งสามตัวมีปลอกคอเป็นริสต์แบนด์ ปลอกคอพระเอกเนี่ย ถือว่าตามเทรนด์ที่สุด (ตอนนั้น) เพราะเป็นริสต์แบนด์ที่เขียนว่า "มอนเตเนโกร" (อืมนั่นแหละ จะอินเทรนด์ยังไง คิดเอาเอง) (คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเรามีริสต์แบนด์ที่เขียนว่า มอนเตเนโกร ได้ยังไงวะ)
 

ลูกพี่ปัจจุบัน (เพิ่งถ่ายวันที่อัพบล็อกนี่แหละ)
 
ส่วนนี่...สภาพพระเอกในปัจจุบัน
 
 
...อืม...นั่นแหละ...
 
 
พระเอกกับลูกพี่มาด้วยกัน ก็เลยสนิทกันตั้งแต่เด็ก แต่บุญเอิญที่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ก็เลยมีปัญหา
แต่ก็มีปัญหาได้ไม่นาน...ทุกตัวก็เข้าฝูงได้เป็นอย่างดี
ปัญหาอย่างเดียวที่เหลือก็คือ...กูนี่แหละ
บ้านชิบหายโดนถล่มเละด้วยความสนุกสนามแฮปปี้สุขขีของไอ้แมวตะไลบรรลัยจักรของไอ้แมวสามตัว!
เราก็คงจะทำอะไรไม่ได้ เพราะเลี้ยงมันมาตั้งนานแล้ว ถึงเราจะมีอารมณ์อยากจับพวกมันสามตัวไปรับจ้างแห่นางแมว แต่ใครที่ไหนจะจ้างเรา ทุกวันนี้พี่ฝนแม่งก็ฝนตกหนักอย่างกะจะสร้างสถิติน้ำท่วมเมืองไปรับโล่ห์ที่สวรรค์
ดังนั้น...ทางเดียวที่เหลือคือ เอาเรื่องพวกมันมาขายแดก 
 
มันก็เลยกลายเป็นผลงานลำดับที่ 6 ของวิชัย
- โดยที่เล่มนี้เป็นโปรเจ็คมาตั้งแต่ต้นปี 2554 
- แต่มีโครงการอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2553
- เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่เขียนหลังจากที่ลาออกจากงานทุกอย่างแล้ว
- เกือบครึ่งของหนังสือเล่มนี้มีให้อ่านใน Monday
- แต่ใครที่ได้อ่านจาก Monday แล้วก็อย่าเสียอารมณ์ไป เพราะวิชัยเขียนใหม่ และเพิ่มตอนเข้าไปมากกว่าครึ่ง
ดังนั้นมันไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่นักหรอก
- เล่มนี้เดิมทีมีโครงการจะเป็นหนังสือการ์ตูน ลายเส้นโดยภูภู่
- สุดท้ายไม่ได้เป็นหนังสือการ์ตูน แต่ยังได้ภูภู่มาวาดภาพประกอบให้อยู่
- ในการวางโครงเรื่องตอนแรกนั้น วิชัยกะว่าน่าจะประมาณ 23 -25 ตอนจบ แต่เอาจริง มันดันม้วนต้วนไปจบเล่มที่ 30+ ตอน
- ภาพประกอบโดยนายภูภู่ก็ซัดไปทั้งหมด 74 รูป
- เป็นเรื่องที่โชคดีมาก ที่ตัวละคร (ไอ้สามเหมียวนี่แหละ) มันมีการพัฒนาของวัยและความคิด...ส่วนจะพัฒนายังไง 
ไปหาอ่านเอาเอง หึหึหึ
- ชื่อหนังสือเป็นสิ่งที่ยากเสมอ เมื่อครั้งที่เขียนลง Monday ใช้ชื่อตอนว่า "เมาท์แมว" แต่พอเป็นหนังสือเล่ม ก็เลยคิดว่า เราควรจะมีชื่อใหม่ ซึ่งยากชิบหาย
- และนี่คือชื่อหนังสือที่เราคุยกัน 
- 3 เหมียวจารซน
หายนะที่ฉันเลี้ยง
- แมวพิบัติแห่งชาติ
- ความหายนะฉบับแมว
- katmikaze
- ขบวนการ 3 เหมียวไดนาไมต์
- เหมียว แสบสัตว์
- เหมียวปั๊ดเหนี่ยว...เป็นอีกชื่อที่หวุดหวิดจะใช้ เพราะวิชัยกับพี่บิ๊กเริ่มเบื่อกับกิจกรรมตั้งชื่อละ (ฮา)
- ชื่อที่เข้ารอบสุดท้ายที่ชอบกันก็คือ "สัตว์เหมียว"
- แต่พี่บิ๊กรู้สึกว่า เวลามีคนมาถามชื่อหนังสือกับวิชัย
และวิชัยทำตัวเฉยชาหน้าตาและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า "สัตว์เหมียว" อืม...มันคงจะเหี้ยมาก ก็เลยไม่เอา
 - ลองกลับมาคิดถึงความเป็นแมวอีกครั้ง ก็ได้ใจความว่า แมวเนี่ยเป็นสัตว์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
ไอ้การที่เราเลี้ยงมัน ในบางเวลาเรากลับไม่ได้รู้สึกว่าเราเลี้ยงมัน เพราะเรียกก็ไม่มา เชื่องก็ไม่ค่อยเชื่อง
และไอ้ความที่มันเป็นตัวของตัวเองสูงในฉบับแมวนั้น มันคือความเหมียวนั่นเอง ความเหมียวที่หมาไม่มีทางทำได้แน่ๆ ถ้าเราจะเลี้ยงแมว เราก็ต้องรับกับความเหมียวนั้นให้ได้
เพราะไอ้แมวเหล่านี้ มันมากับความเหมียวจริงๆ
แค่นั้น ก็เลยได้ชื่อ "มันมากับเหมียว"
 
 
 
 
 
 
ครับ!
ผลงานลับดับที่ 6 ของวิชัย




พบกันที่งานหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตั้งแต่วันที่ 18 - 28 ตุลาคมนี้ที่บูธ a book K10
วิชัยเชื่อว่า มีหนังสือไปวางขายตั้งแต่วันแรก และคราวนี้ไม่น่าจะมีปัญหาหนังสือผมกลางงานแน่ๆ
(แต่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถการันตีได้เช่นกันแหละ)
ส่วนต่างจังหวัด น่าจะประมาณหลังวันที่ 28 เป็นต้นไปน่ะครับ

หนังสือของวิชัยน่าจะมีขายทุกเล่มนะครับ (เผื่อมีคนถาม)

ส่วนวิชัยจะไปแรดงานหนังสือวันไหน
ไว้ใกล้ๆ ค่อยว่ากันในเฟสบุ๊คนะครับ



กราบส์ขอบคุณ
และฝากลูกคนที่ 6 ผมด้วยนะครับ รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำมาซ่อมแซมบ้าน ซื้ออาหารให้ไอ้พวกเดนตาย ซื้อกันพลาให้คนเขียนและพาเมียคนเขียนไปเที่ยวครับ!