ไม่รู้ว่า...คนเล่นเป็นหมูคนดูเป็นเซียน เป็นสุภาษิตรึเปล่า หรือ เป็นแค่วลีสิบล้อธรรมดาๆ
แต่เอนทรีนี้ผมขออนุญาติเรียกสั้นๆว่า วลีละกันนะครับ (สั้นดี)

หลายคนคงเคยได้ยินวลี ข้างบนบ้างแล้วและหลายคนอาจจะเคยพึ่งได้ยินเป็นครั้งแรก
สำหรับคนไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมขออนุญาติเล่าถึงที่มาที่ผมรู้จักวลีนี้ละกันนะครับ

ผมรู้จักวลีนี้จากกระดานหมากรุกของอาจารย์โต้ง อาจารย์สอนวิชาตระกร้อตอน มัธยมปลาย
อาจารย์โต้งแกเล่นหมากรุกไทยโคตรเก่งเหนือเทพครับ แกชอบท้าเด็กๆมาเล่นหมากรุกกับแก
และ แกชอบโชว์เหนือด้วยการถามเด็กๆที่มามุงว่าอยากให้หมากตัวไหนของแกไปกินตัวขุนอีกฝ่าย
ถ้าแกทำไม่ได้อย่างที่ขอถือว่าแกแพ้...
เวลาที่เล่นก็เป็นธรรมดาที่เด็กๆจะซุมหัวกัน ปรึกษากันวางหมาก ข้ามห้วคนเล่นไปมา
ซึ่งแกก็แซวเสมอว่า "คนเล่นเป็นหมู คนดูเป็นเซียน"

เดาว่าวลีนี้มาจากวงหมากรุก แปลว่า การที่คนเราไม่ได้เป็นคนลงมือทำมักจะปากดีสั่งสอนคนอื่นและคิดเอาเองว่า เรา(ที่เป็นคนดูอยู่ข้างๆ)ก็ทำได้และทำได้ดีกว่าด้วย

ในความคิดผม วลีข้างบนไม่ได้แค่อยู่ในเกมส์หมากรุกนะครับ แต่เป็นสัจธรรม
สัจธรรม ที่โดนพอๆกับความแน่นอนคือความไม่แน่นอน