ทำงานโรงแรมมาพักใหญ่ๆ ส่วนตัวผมจะมีคำถามปวดตับอยู่สามสี่คำถามที่ได้ยินทีไรก็เซ็งตุ้ย ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี

คำถามแรก do you speak english?
คำถามที่สอง how much should i tip?

คำถามที่หนึ่ง เป็นคำถามธรรมดาๆ ที่ซากอ้อยแต่ก็แค่ทำให้ตับชาไปช่วงขณะ คิดในใจว่ามึงจะถามกูทำไมวะ


แต่คำถามที่สอง...เปรียบได้กับคำถามชิงมงกุฎนางสาวไทยเลยครับ

ใจจริงๆ ก็อยากจะตอบแขกอย่างเร็วพลันว่า พันนึง! แต่ก็กลัวว่าจะเหมือนเก็บค่าแผงประตูน้ำมากกว่า วิชัยก็ได้แต่ตะล่อมโก่งตูดนิดๆ ตอบแบบอ้อมๆ ทำนองว่า มันก็แล้วแต่ยูอ่ะ อยากให้ยี่สิบก็ได้ อยากให้ห้าร้อยก็เอา อยากยกบ้าน และรับไปเป็นผัวน้อยซุปเปอร์ซับก็ไม่ขัด แต่หนี้สินและลูกติดไม่อาวนะตัวว์

 

หลายๆคนคงจะรู้มาอยู่แล้วว่า ค่าต่างๆ ในโรงแรมส่วนใหญ่มักจะรวมค่าบริการไว้แล้ว แต่ราคาค่าห้อง หรือ ราคาในเมนูบางครั้งจะมีตัวหนังสือเท่าจู๋พยาธิตัวตืดเล็กๆข้างล่าง
"ราคานี้ยังไม่รวม ค่าบริการ และภาษี" แต่บางทีก็จะมีสัญลักษณ์ ++ แบบนี้แทน
++ ไม่ได้แปลว่าพี่เค้าพิมพ์ผิดนะคร้าบบบ

+ แรกคือพี่ใหญ่ ซึ่งก็คือ ค่าบริการหรือ service charge 10%
มันก็คือค่าที่มีพนักงานมาทำนู่นทำนี่ให้ มันก็คือค่าที่โรงแรมต้องจัดโต๊ะให้สะอาดกว่าเดิม ใช้เครื่องช้อนส้อมที่ดีกว่าปกติ


+ ที่สองคือเบ๊ หรือ ภาษี 7%
ที่จะเอาทำถนนแล้วทุบทิ้งเพื่อวางท่อ ทำถนนใหม่แล้วทุบใหม่เพื่อวางสายไฟอีก หรือไม่ก็เป็นภาษีให้พี่ๆเค้าทะเลาะโชว์ในสภา


ไอ้พวกบวกสองบวกจะอยู่ในเกือบจะทุกอย่างในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าซักผ้า ฯลฯ


ยกตัวอย่างง่ายๆ
โค้กหนึ่งกระป๋องที่เซเว่นอีเลเว่น ราคา 13 บาท โค้กกระป๋องขนาดเดียวกันอยู่ในโรงแรม ราคามันอาจจะอยู่ที่กระป๋องละ 120++บาท (ลองคูณตามดูนะครับ)
ซึ่งหลังจากที่รวมไอ้ ++ ตัวแสบแล้ว โค้กกระป๋องนี้อาจจะเชิดเริ่ดคางตั้งใช่เราที่กระป๋องละ 142บาทถ้วน!

โอ้วซ์....ไอ้อูฐตดแตก โค้กผสมตั๋วก่วยจับ ลดอณุมูลอิสระรึไง ถึงแพงขนาดนี้!

ครับ..มันราคานี้จริงๆ คิดก่อนสั่งครับ คิดก่อนสั่ง

หลายคนที่ลองคิดตามอาจจะใช้ 120 คูณด้วย 17% เลยใช่มั้ยครับ ซึ่งก็เป็นวิธีที่โอเคนะครับ แต่จะไม่ได้ราคาที่ถูกต้องซะทีเดียว แต่ถ้าใครอยากจะรู้ราคา ++ เป๊ะๆ ให้ลองคูณด้วย 1.177ดูครับใครที่ลองกลับไปเอา 120++ คูณด้วย 1.177 แล้วก็คงจะเห็นว่า มันจะไม่แตกต่างกันนี่หว่า...

ใช่ครับ มันจะไปต่างกันได้ยังไง ก็แค่ราคาโค้ก120++ เท่านั้น...ลองคูณด้วยจำนวนมากๆดูดิ ราคามันต่างกันเยอะอยู่นะ เวลาไปกินข้าวที่โรงแรมก็อย่าไปโวยวายนะครับว่า ไอ้ service chargeเนี้ย ไม่ได้สั่งจะมาเก็บเงินทำไม


เพราะอาจจะมีพนักงานโรงแรมรูปหล่อวัยเสื่อมทราม มาเมาท์ได้ ...หึหึหึ


เวลาเราดูโฆษณาท่องเที่ยวต่างๆ เรามักจะเห็นค่าห้องราคาทำนองที่ว่า 2700 โอ้โห...ถูกอย่างกับขี้เป็ดเลยแม่งเอ้ย ช้าก่อนครับ...อย่าวู่วาม วิชัยขอบอกเลยครับว่า ระวังให้จงหนักเลยครับเพราะว่ามันซ่อนรูป อสรพิษ กับดักควายดาบสองรอฟันหลังอยู่นะว้อยเฮ้ย!

ไอ้ 2700 น่ะ มันอาจเป็นแค่ภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นแต่ยอดเหนือน้ำขนาดเท่าหัวนม แต่ที่อยู่ใต้น้ำมันอาจจะก้อนเท่าบ้านซ่อนอยู่ก็ได้

อย่างที่หนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม...เราต้องดูว่า ราคาที่ว่า ต่อหัว หรือ ต่อห้อง
ถ้าต่อห้วแสดงว่า เราจะต้องจ่าย 5400 ถ้าเราจะไปกิ๊บกิ๊วกับแฟนเรา

อย่างที่สองที่ไม่ควรดูแคลน...ราคานี้ยังต้องจ่ายกล้วยตากซากอ้อยเพิ่มอะไรอีกบ้าง
2700 บาทเนี้ยยังจะต้องบวกบวกเพิ่มอีกรึเปล่า ราคานี้เฉพาะจันทร์ถึงศุกร์รึเปล่า ราคานี้รวมอาหารเช้ารึยัง

ราคา 2700 ตอนต้นเมื่อคูณเข้ากับ 1.177 ก็จะเท่ากับราคาที่ต้องจ่ายทั้งหมด 3178บาท ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเงื่อนไขต่างๆนานาอะไรก็ว่ากันไป

แต่...ในโรงแรมต่างจังหวัดบางที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นภูเก็ตและสมุย จะมีสามบวก ฉนั้นอย่าแปลกใจระบำหน้าท้องถ้าเห็นค่าห้อง 3500+++ เพราะจะมีภาษีบำรุงท้องที่อีก 1%เข้ามาด้วย
ถ้ามีสามบวก ให้หยุดระบำหน้าท้องแล้วเปลี่ยนจาก 1.177 เป็น 1.187 แทนครับ

(ขอบคุณ คุณ nightmare จากภูเก็ตที่แก้ไขตัวเลขคร้าบบ)

สงสัยกันต่อมั้ยว่า ไอ้ค่าบริการหรือ service มันไปไหนต่อ?
ค่าบริการที่ได้ทั้งหมดในแต่ละเดือนจะถูกหารด้วยจำนวนพนักงานทุกคนแล้วหารเท่าๆกันครับ
ค่าห้อง 2700 ญาติพี่น้อง เมียน้อย ผัวน้อยเหล่าอี๊ อาม่าของเจ้าของโรงแรมได้ไป
ค่าบริการ 10% 270 นางนมดำ นายหูดำและพนักงานทุกคนได้เท่ากันตั้งแต่คนตัดหญ้ายันผู้ บริหาร
ค่าภาษี 7% 207.90 เป็นเงินให้คุณก็รู้ว่าใคร...

เพราะฉนั้น พนักงานโรงแรมทั่วไปจะมีรายได้หลักๆ อยู่สองอย่างคือ
เงินเดือนประจำและ ค่าบริการ ซึ่งแปลว่ายิ่งเราทำงานหนักเท่าไหร่ ยิ่งมีแขกตับหมาระยำตำบอนมากเท่าไหร่ เราก็ได้ผลตอบแทนที่มากขึ้นเท่านั้น
ในบางโรงแรมที่มีห้องพักและร้านอาหารเยอะ ค่าบริการ หรือ ค่าservice chargeจะเยอะมากครับ บางโรงแรมอาจได้เกือบๆหมื่น บางโรงแรมได้เหยียบหลายหมื่นก็มีไม่น้อยครับ
เรียกได้การตัดสินใจย้ายโรงแรมแต่ละครั้งเงินเดือนเอาไว้คุยกันทีหลัง service charge เป็นปัจจัยแรกๆที่ต้องคิดก่อนเลย

ในงานโรงแรมยังมีรายได้อีกสองทางที่ได้นอกจากเงินเดือนและค่าบริการ
อย่างแรกคือ ทิป
อย่างที่สองคือ ค่าน้ำ

tip อาจแบ่งได้เป็นสองประเภท คือ tipรวม และทิปมือ
ทิปรวม ก็คือ พวกเงินที่เราวางคืนในซองหนัง อาจจะเป็นเงินทอนหรือให้เพิ่มแล้วแต่อารมณ์และทรงผมของเรา ทิปตรงนี้จะรวมพลังกันทั้งหมดแล้วมาแบ่งกันทุกคน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะแบ่งกันเป็นวัน เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน


ทิปรวมยังรวมไปถึง เวลาที่ลูกค้าเซ็นเครดิตการ์ดให้เช่นกันนะครับ แต่ทิปบัตรผมไม่รู้ว่าแต่ละที่เค้าให้กันยังไง แต่ของผมจะได้กันเป็นเดือน

ทิปมือ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ว่าให้กับมือ มันก็คือการที่ลูกค้าให้ทิปกับมือเราเลย แบบ...กูให้มึงนะไอ้น้องงง...เอื้อก!...แสดเอ้ย...
แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่ เพื่อโชว์สปิริตจ๋า ทิปมือเค้าก็เอามารวมกันเข้ากองกลางอยู่ดีนะ เพราะแต่ละคนจะมีคลื่นพลังตอแหลที่ไม่เท่ากัน บางคนกระพริบตาสองทีก็ได้แล้ว ส่วนตัววิชัยแล้ว ส่วนใหญ่จะได้แท้งกิ้วก้อนใหญ่ๆสองสามก้อนเป็นค่าตอบแทน

ส่วนเงินสดจะได้อยู่ในอัตรา...100บาทต่อหนึ่งไตรมาส...ไม่รู้ทำไม เป็นคนที่ไม่มีดวงเรื่องพวกนี้เลยจริงๆ แล้วไอ้100บาท ทิปที่ได้อ่ะนะ คือแทบจะไปบุกชิงตัวประกันช่วยลูกแขกจากจากดงตีนช้างตกมันโมโหหิวกันเลยทีเดียว

แม่บ้านอาจจะได้ทิปโดยการที่แขกวางเงินไปบนเตียง เช่นกันซึ่งผมส่วนใหญ่จะวางไว้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นยี่สิบหรือห้าสิบแล้วแต่อารมณ์และทรงผม

สมัยที่เป็นเด็กฝึกงาน ผมมักจะไปขอพวกพี่ๆ bellman (พนักงานยกกระเป๋า) ขอยกกระเป๋าหลังเลิกงานกันเป็นประจำ ได้วันหนึ่งร้อยสองร้อย พอให้มีเงินออกไปแรดเช่าหนัง ซื้อหนังสือมาอ่านเล่นๆ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง

วิชัยเคยอยู่กับเพื่อนอีกคนแล้วได้ทิปเป็นเงินสด5000บาท จำได้แม่นว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เจ็ดพันกว่าบาท แต่ป้าเค้าให้ทิปมาอีก ห้าพันบาท ตอนนั้นเหมือนถูกสาปครับไม่กล้าหยิบ กลัวว่าป้าเค้าจะหน้ามืดมีอาการผิดปกติในกระเพาะเลยหยิบเงินออกมาเยอะ
พอป้าเดินออกจากโรงแรม ก็ยังไม่กล้าหยิบอีก...กลัวจะเป็นรายการแกล้งอำเล่นนรกทางทีวีอีก

เพื่อน: ก ก กูไม่กล้าจับว่ะแว่น
วิชัย: ก ก กูก็เหมือนกัน

โชคดีนะที่มีเพื่อนอีกคนมาทักให้คลายจากมนต์สะกด ไม่งั้นคงแข็งเป็นหินยืนขี้เล็ดง่ามกันตรงนั้นไปแล้ว แขกบางคนมาเมืองไทยก็เหมือนมาใช้จ่ายจริงๆนะครับ เหมือนตายอดตายอยากใช้เงินมาจากไหนไม่รู ้

ตอนที่อยู่ที่เชียงราย มีข่าวลือมาว่ามีพนักงานคนหนึ่งได้ทิปจากลูกค้าเป็นเงินสด สามพันบาท โทษฐานที่เดินไปส่งแขก ซึ่งจริงๆแล้ว พนักงานคนนั้น ไม่ได้จะไปส่งอะไรหรอกครับ โชคชะตาดาวเหนือชักพาให้เสือกจะไปทางนั้นพอดี แต่ไอ้ครั้งจะเดินแซงแขกก็ใช่ที่ เลยเดินติดไปด้วยซะงั้น แล้วเป็นไง ได้เงินไปใช้เล่นๆซะงั้น

สามพันนี่...มาทางวิชัยเลยมะ เดี๋ยวข้าพเจ้าจะอุ้มขี่คอพาไปวางบนเตียงห่มผ้าให้เลย มีบริการหลังการขายให้นอนตักเล่านิทานก่อนให้อีกตังหาก
วันต่อมาก็ได้ยินข่าวอีกว่ามีพนักงานอีกหลายคนได้ทิปกันอีกคนละพันสองพัน เรียกได้ว่า ทิปกันยับเลยทีเดียว

จากคำบอกเล่า แขกคนที่ว่าเป็นป้าแก่ๆ ที่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ป้าแกจะให้ทิปแบบอุกฉกรรก์ แกเคยทำตัวเป็นขีปนาวุธวิสัยไกลออฟโร้ดแหวกหญ้าฝ่าดงกล้วยเข้าไปให้เงินคนงานที่ตัดไม้อยู่ด้วยครับ พนักงานคงงงอ่ะนะ กูตัดไม้อยู่ดีดี ทำไมต้องเอาเงินมาฟาดหัวกันด้วยวะ


เป็นอันรู้กันว่า...เดินผ่านหนึ่งพัน ยกมือไหว้สองพัน ถ้ามีออกกำลังยกของตัดหญ้าโชว์...มาแน่ๆ สามพัน ช่วงนั้นป้าไปไหน หญ้าจะโล่งเป็นแถบๆเหมือนโดนเพลี้ยบุก

ช่วงนั้นพนักงานไม่ต้องลุ้นฝาโออิชิหรือส่งซองมาม่าอะไรเลยครับ เงินทิปแทบจะกลั่นเป็นฝนแล้วตกใส่หัวกันทุกคน วันๆไม่ทำอะไรเลยครับ เกี่ยวก้อยพาเหรดเดินหาป้าเหมือนบริษัททวงหนี้ แต่เชื่อมั้ยครับ มีผมคนเดียวที่ไม่โดนฝนตกใส่หัว...จนวันที่แขกต้องเช็คเอาท์ ซึ่งคำนวณดูแล้วต้องเป็นรอบของวิชัยอย่างแน่นอน
เพื่อนๆก็มากดดันกดขี่กำลังใจซากอ้อยต่างๆนานาว่า ต้องเอามาให้ได้ อย่างน้อยๆ สามพัน ถ้าไม่ได้ให้ผมไปกระโดดน้ำตายเป็นอาหารคาวปลาบึกกิน

...นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ประหน้ากับป้าในตำนาน มืออันสั่นเทาแกไปหยิบซองกระดาษเน่าๆขาดๆซึ่งคำว่า ผ้าขี้ริ้วห่อทองคงไม่ผิดนัก เพราะกะคร่าวๆด้วยสี่ตาที่มีแล้ว คงมีไม่ต่ำกว่าครึ่งแสน ใจหนึ่งอยากถามว่า ป้าจะมีซื้อป่าสงวนหรือมาซื้อแม่น้ำโขงครับ ถึงพกเงินมาเยอะแยะหยามเหยียดแบบนี้ มาพักโรงแรมหรือจะมาซื้อโรงแรมครับป้า

ว่าแล้วป้าแกก็ทำในสิ่งที่แกรักที่สุดซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ชาวโลกรอคอย...มืออันสั่นเทาล้วงเข้าไปในซองจดหมาย มือน้อยของป้าคงไม่รู้ว่า ใจผมก็สั่นเทาตามจังหวะรุมบ้าของมือเช่นกัน

ใบที่หนึ่ง...ใบที่สอง...ใบที่สาม...ยังไม่พอครับ ..ใบที่สี่...ใบที่ห้า....กูรวยแล้วเว้ย!!!


 

 

 

 

 

 

 

ทั้งหมดเป็นเงินไทย ห้าร้อยบาทถ้วน!

 

และแน่นอน แท้งกิ้วอีกหนึ่งก้อนใหญ่ๆ

 

ช่างเป็นคนที่พิกลพิการอัมพฤตเหน็บแดกตายด้านไร้สมถนะทางด้านโชคลาภไม่มีทางเยียวยาอย่างสรุยะจักรวาลเลยครับ

โอ้โหวุ้ย! แล้วกูข้าจะเอาหน้าไปตากชา ที่ไหนได้ นี่ขนาดงัดกลเม็ดก้นหม้อทั้งสวัสดีไหว้ ทั้งพาไปส่ง รู้แบบนี้ตูดบิดหมอบคลานต่อศอกไหว้อัษฎางคประดิษฐ์ รำไหว้ครูถวายซะเลยดีมั้ย
ถ้าเอาคำว่าแท้งกิ้วเวรี่มัสที่เคยได้ๆมาตั้งแต่ทำงานโรงแรมมารวมกัน คงถมเกาะสร้างดีสนีย์แลนด์ได้แล้วมั้ง

นอกจากทิปจะได้เป็นเงินแล้วบางทีก็ได้เป็นสัตว์สิ่งของก็เคยนะ แขกบางท่านมาเพื่อทำวิจัยอะไรไม่รู้เกี่ยวกับบรรจุภัทณ์ห่อขนม คืนนึงแกไปกว้านซื้อขนมจากไหนไม่รู้ ทีแรกนึกว่าแกจะไปแจกเด็กๆค่ายกักกันที่ติมอร์ตะวันออก แต่ไม่ครับ แขกกลับมาบอกว่า ชั้นต้องการแค่หีบห่อมัน สิ่งที่อยู่ข้างในช่วยจัดการให้หมดที แล้วต้องการหีบห่อคืนภายในคืนนี้
จัดการให้หมด...ช่างเป็นคำสั่งที่สุริยะจักรวาลเหลือเกิน แต่วิชัยเหมาว่า แขกให้กินล่ะกัน แรกๆ ก็สนุกดีนะ กินไปขำไปในแผนก นานๆชักเยอะ จนต้องโทรตามหลายๆแผนกมาช่วยกิน
ไม่ใช่อะไรหรอก....กลัวทำแขกผิดหวัง แต่จะทิ้งก็กลัวเสียของ


มีอยู่ทีหนึ่งแขกเดินเข้ามาหาแล้วเอาเต่ามาให้ตัวหนึ่ง ไม่พูดมากทำเพลงบอกสั้นๆกระชับว่า "ยกให้นะ" แล้วก็เดินจากไปด้วยความงงในสติกับเต่าอีกหนึ่งตัว ลำบากกูต้องเอาเต่าไปปล่อยอีก

มีรายได้อีกหนึ่งทางที่จะได้กัน คือ ค่าน้ำ
คนละอย่างกับค่าน้ำค่าไฟนะครับ แล้วก็คนละอย่างกับค่าน้ำโค้ก โอเลี้ยง ชาเย็นเช่นกัน
ค่าน้ำก็คือค่า commission นั่นเอง ซึ่งไอ้ค่าคอม ค่าน้ำ ที่ว่ามันสามารถอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ แล้วแต่ว่าเราจะบวกเพิ่มเข้าไป

ยกตัวอย่าง
มีฝรั่งต้องการสร้อยเลี่ยมเพชร blink blink (เอาไว้ใส่กับจตุคามรุ่นรวยกันเข้าไปให้เบื่อ)วิชัยส่งแขกไปซื้อที่ร้าน
วิชัยจะได้ค่าน้ำประมาณ 35% จากยอดที่แขกซื้อครับ

หรือแขกจะตัดเสื้อสูทวิชัยก็จะได้เปอร์เซนต์ตรงนั้นอีก
แล้วแขกจำนวนไม่น้อยเลยที่มาเมืองไทยเพื่อการนี้โดยเฉพาะเช่นกัน เพราะไอ้ blink blink กับสูทจากเมืองไทยถูกมากครับ

บางเดือนๆ น้องๆอาจจะทำรายได้จากตรงนี้มากกว่าเงินเดือนซะอีก แล้วยิ่งเป็นโรงแรมใหญ่ๆนะครับ บอกคำเดียวว่า มหาศาล

แต่...ไอ้ค่าน้ำที่ว่า บางโรงแรมจะห้ามไม่ให้ทำเพราะดูดูไปแล้วเหมือนเป็นการเอาเปรียบลูกค้า มีปัญหาเยอะที่อาจตามมา เช่นแขกได้ของไม่ได้คุณภาพ บางคนตอนซื้อสงสัยว่าโดนสิงอยู่มั้ง ตอนซื้อไม่มีปัญหา ตอนจ่ายตังค์เสืองทะลึ่งบ่นแพง ไม่จ่ายอีก

 


แล้วด้วยค่าน้ำนี้ อีกนั้นแหละ จึงมีปัญหาแท็กซี่ไม่รับคนไทย รอแต่จะฟันจะรับนักท่องเที่ยว หรือแท็กซี่ยอมไปส่งที่ที่ลูกค้าต้องการไป แล้วถ้าใครสังเกต จะเห็นว่า บางทีร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ทำไมมีรถทัวร์สี่ห้าคันมารุมจอดกันนักวะ
นั่นก็เพราะว่า บางแห่งให้เงินกับไกค์เลยว่า หัวหนึ่งได้เท่าไหร่ โดยที่ยังไม่ต้องซื้ออะไรเลยนะครับ จะหัวละเท่าไหร่ก็ตกลงกันไป หรือบางแห่งไม่ให้ค่าหัว แต่จะให้เป็นเปอร์เซนต์จากยอดค่าใช้จ่าย

ก็นั่นแหละ...จะว่าไปวิชัยก็เคยหากินกับหน้าตาของตัวเองทางนี้เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะหล่อนะ แต่เพราะหน้าเหมือนชนชาติปาร์กนั่นเอง ผมกับเพื่อนเคยตะเวนไปตามร้านเพชรร้านพลอยต่างๆ โดยที่มีผมสวมบทบาทเป็นแขกเกาหลีหน้ามึน ปากหนัก และเพื่อนเป็นคนขับรถใจหมา
ก็ได้กันไปคนละสองสามร้อยต่อวัน พอให้ขำๆ


ก็ไม่ได้ไปหลอกใครนะเอ้า...หลอกตัวเองเท่านั้น


อย่างงี้แหละมั้งสวรรค์เลยลงโทษสาปให้หน้าตาเหมือนดารานายแบบโฆษณาอาหารวัวเกาหลีซะงั้น 555

 

ป.ล. ไ่ม่ว่าจะทิปหรือไม่ทิป พวกเราชาวโรงแรมไม่ว่ากันครับ ขออย่างเดียว อย่ามาซากอ้อยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วันหลังไปฝึกงานโรงแรมดีกว่า เผื่อได้ค่า blink blink มั่งopen-mounthed smile
555+

ทิป~

วิธีสุดท้ายนี่แอบน่ากลัวนะคะconfused smile

#2 By 몯이파이~파이팅!!! on 2008-04-16 11:21

ฮ่าาาาาาาาาาาา เป็นความจริงที่ฮาดีแท้ครับ ถ้ามันมีเซอร์วิสชาร์จอยู่แล้วแล้วผมไม่ให้ทิปมือนี่จะโดนคุณวิชัยด่าไหมครับ อยากรู้จริงๆนะ
อิอิ...ยาวจริง แต่อ่านแล้วเพลินดี ได้ความรู้อีกตะหาก
ขอบคุณค่า ที่แบ่งปันประสบการณ์กัน ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ (ยิงไม่เลิก 555)

#4 By Noo_Jane on 2008-04-16 11:26

หึ หึ

เอาตัวเข้าแลกนี่หน่า

สงกรานต์อัพบล่อกยับเรยนะคะ


สาดน้ำส่งท้ายย ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#5 By แก๊งวู่วาม ~* on 2008-04-16 11:27

+++ มันคือ 1.187 ครับ มิใช่ 1.178
ทิปดีจังเลยครับ
ที่ผมทำนี่ไม่มีตกถึงพวก เจอร์ เจอร์ เลย
ว่าแต่ว่า ไม่เห็นกล่าวถึง เซอร์วิสชาร์จ ให้เป็นที่ประจักษ์ เลยครับ ว่ากี่หลัก หุ หุ หุbig smile big smile Hot!

#6 By on 2008-04-16 11:41

ขอบคุณ ทั่น nightmare แห่งภูเก็ต
แก้ให้แล้วคร้าบ

ส่วนข้อมูลเชิงลึก เรามาแลกกันหลังไมค์ละกันเนอะopen-mounthed smile

#7 By วิชัย... on 2008-04-16 11:52

อ่ะฮ๊า~~ ทิป บลิ๊งค์ บลิ๊งค์

นั่นแน่ แสดงว่าพี่เองก็ออกจะภาคภูมิใจในหน้าตาแบบเกาหลีอ่ะดิ ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น

วะฮ่ะฮ่ะฮ่า (แซวเล่นน้า)

ลัลล้าลัลล้ากับอีกวันที่เหลือของเทศกาลสงกรานต์นะค๊า
sad smile เป็นคนต้องทำงานหนักมั่งเนี่ย ถึงไม่มีดวงเรื่อง ทิป

#9 By หมูทอดซามะ on 2008-04-16 12:02

เง้อ บรรยายไม่ถูก ฮาอีกแลว้ 5555
.
ได้ห้าร้อย ก็ยังเยอะแล้วเนอะ ตั้ง5ใบแหนะ confused smile confused smile
แหม่ สุดท้ายก็พึ่งเกาหลีอีกล่ะ 555

#11 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-04-16 12:25

อยากทำโรงแรมมั่งก็เพราะเซอร์วิชนี่แหล่ะ
แต่ไปทีไรตกรอบทุกที เศร้า ขันน้ำ

#12 By zarawut on 2008-04-16 12:45

พี่ก็สมควรได้อะครับ

แลกกับแขกซากอ้อย

#13 By WhiteMapleS on 2008-04-16 13:05

555+ เขียนฮาดีจริง

#14 By อังคาร 22 on 2008-04-16 13:06

ขอบคุณครับ

#15 By ซูเนะโอะ on 2008-04-16 13:11

sad smile อย่างนี้นิเองปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
เป๊บซี่อบน้ำผึ้งแน่เลยแล้วเอาไปอัดกับแก๊สlpg 55
โดยปรกติผมจะเข้าฟรีครับ
อิอิ
ไปกะค่าย สบาย
ตกลงสงกรานต์นี้หยุดทำไร่ซากอ้อยกับเค้าบ้างไหมครับ แต่ผมเดาว่าน่าจะหยุดนะเพราะอารมณ์ดีมาอัพบลอคซะงั้น

ใบที่หนึ่ง...ใบที่สอง...ใบที่สาม...ยังไม่พอครับ ..ใบที่สี่...ใบที่ห้า....กูรวยแล้วเว้ย!!!




#18 By ruz on 2008-04-16 13:53

เอนทรี่นี้ฮาสุดๆเลยครับ โดยเฉพาะตอนพี่วิชัยได้ทิป นับไป5ใบ (หักมุมสุดๆ)confused smile Hot!

ปล.ทิป5พันนั่น....เหมือนลูกค้าทำเงินตกเลย sad smile

#19 By SkyKiD on 2008-04-16 14:23

โอ๊วววว
เจ๋งจังเลย

ได้ความรุ้+สนุก สมกับการรอคอยbig smile

#20 By princess of poison on 2008-04-16 15:05

อุตส่าห์ทำตาโต...นึกว่าป้านั่นแกให้ 5 พัน
ผ่าเป็น 5 ร้อยซะได้

อันนี้ก็ต้องทำใจนะพี่ *ตบบ่า*

#21 By cvane on 2008-04-16 15:25

blink blink อยากมากๆ ฮ่ะๆๆ อ่านไปสนุกแต่ก็แอบเหนื่อยแทน เหนื่อยกายไม่ว่าเหนื่อยใจนี้สลด กรั่กๆๆๆ

#22 By 【零-blUeFaKe-】 on 2008-04-16 15:42

ได้ทั้งความรู้ ความฮา

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
โอ้โหหหห ทั้งฮาาาา ทั้งได้ความรู้
แนะนำให้ปลิตรายการความรู้คู่โรงแรมไทยค่ะเฮียยย

บางอันอ่านแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจกับไอ้ภาษีอะไรพวกนั้น
แต่อยากเจอป้าคนนั้นจัง 55555555
ห้าร้อยก็เอานะป้านะ

Hot!

#24 By {CODE;4079} on 2008-04-16 16:32

อะโหว
ป้านั่นแกถูกล็อตเตอรี่มากจากไหนsad smile

#25 By [ Sai ];charot on 2008-04-16 16:50

แผนสุดท้ายเนียนมาก
ท่าทางเงินดี 555+
ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

#26 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-04-16 16:53

ใช้สมองส่วนไหนมาเขียนเนี้ยะ..เยอะจังอ่ะ

แต่หนุกดี..อิอิsurprised smile

#27 By ChanCha on 2008-04-16 17:04

ขำตรงได้เต่ามาหนึ่งตัว sad smile

#28 By -----ROGER----- on 2008-04-16 17:38

ค่าต่างๆก็เถิด ถ้าแขกพร้อมจะจ่ายก็ไม่เดือดร้อน จริงไหมคะ

แต่ว่าถ้าคนไทยอยากพักโรงแรมหรู...อันนี้ลำบากใจนิดนึง sad smile

#29 By hikaru on 2008-04-16 17:43

อยากเห็นหน้าคนเขียนจริงๆ คิดได้ไงHot!

#30 By @ballet on 2008-04-16 18:03

แอบสงสัยนิดนึงว่า.. เวลาใช้บัตรจ่ายเงิน
แล้ว.. ทิปยังไงอ่ะ? หยิบตังในกระเป๋ามาทิืปเหรอ embarrassed

#31 By ไอ้แพท.. on 2008-04-16 18:06

น่าสนใจจังเลยให้ดาวเลยอ่ะHot!
ตลกตอนเรื่องทิปอ่ะconfused smile ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#32 By *TongjanG* on 2008-04-16 18:23

รักป้า

#33 By faust on 2008-04-16 18:43

ฮ่าๆ

อย่างนี้นี่เอง


คนอื่นได้หลักพัน แล้วทำไมพี่ได้ครึ่งพันเล่าคะพี่ 55+

สุดท้าย ก็ดวงผูกพันกะเกาหลีจริงๆเลยนะคะเนี่ย 555+

#34 By ~FeawkunG~ on 2008-04-16 19:00

"ทิปแบบอุกฉกรรก"์

เป็นทิปที่ดูรุนแรงจริง ๆ นะเนี่ย

#35 By pisces on 2008-04-16 19:00

อ่านๆไป ชักอยากทำงานโรงแรม :p

#36 By soundsyndrome on 2008-04-16 19:01

สุดยอดมากครับ
มุขสุดท้ายนี่...คิดไปได้ยังไง - -b
ฮ่าๆ
ว่าแต่ ขอสงสัยนิดนึงได้ป่าวครับ
ปกติที่เค้าคิด service charge 10% กับ vat 7% เนี่ย เค้าจะคิดทบกันเลยใช่มั๊ยครับ ก็เลยเป็น 1.177 = 1.10*1.07
แต่ว่าทำไมเวลาคิดภาษีบำรุงท้องที่ถึงเป็น 1.187 = 1.10*1.07 + 0.01
คือคิด 1% แค่จากราคาดั้งเดิมเท่านั้นล่ะครับ

#37 By Bucky Ball on 2008-04-16 19:18

น้องที่ 37
เข้าใจถูกแล้วคร้าบconfused smile

#38 By วิชัย... on 2008-04-16 19:22

เอิ่ม ทำไมต้อง "ซากอ้อย" ด้วยครับพี่น้อง ขันน้ำ ขันน้ำ Hot!

#39 By -^Fly piG^- on 2008-04-16 20:09

ขอบคุณค่ะ สนุกแล้วก้อให้ความรู้

แต่ไม่มีทิปให้นะคะ confused smile
อุแหม งานโรงแรมมีได้อย่างนี้เยอะจริงopen-mounthed smile open-mounthed smile
เปลี่ยนสายมาเรียนทางนี้ด้วยดีกว่ามั้ง หุหุ open-mounthed smile sad smile ปืนฉีดน้ำ

#41 By ต้า on 2008-04-16 20:24

วู้ อ่านเอนทรี่นี้แล้วเข้าใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
แต่...คุณวิชัยเอาตัวเข้าแลกมาก ๆ เลยนะคะเนี่ย 555+

#42 By ★~☆Chocolatecake☆~★ on 2008-04-16 20:37

มีคนใจบุญบอกร่องรอยให้มาอ่านเรื่อง service charge 10% ที่นี่ค่ะ อ่านไปฮาไป แต่เข้าเรื่องเลยนะคะ ขอถามหน่อยเถอะค่ะว่า กรณีที่ดิฉันไปซื้ออาหารโรงแรมแบบนำกลับมาทานที่บ้านเนี่ยทำไมทางโรงแรมจะต้องคิดค่า service charge 10% ด้วยคะ ในเมื่อดิฉันไม่ได้ทานที่โรงแรมอ่ะ แล้วกรณีอย่างนี้เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่คะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะsad smile

#43 By กระต่าย (58.136.173.120) on 2008-04-16 20:47

งวดนี้เฮียพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกอื้อเลย
(เข้าใจว่า ตื่นเต้นกับแบงค์ 5 ใบ 555confused smile )
สมถนะ--สมรรถนะ, สรุยะจักรวาล--สุริยะจักรวาล

ไอ้เรื่องที่แขกอยากได้แต่บรรจุภัณฑ์นั่น
เข้าใจอย่างดีเลย (คลุกคลีกับเรื่องนี้อยู่)
ใครไม่เก็บ พวกนู๋เก็บเองค่ะ กล่อง บรรจุภัณฑ์ทั้งหลายแหล่ confused smile
ใครเจอบรรจุภัณฑ์เจ๋งๆ เอามาให้ที่บล็อกเค้าได้น่ะ open-mounthed smile

wink ขี้น hotpost 2อันติดเลยแฮะ พี่น้อง

#44 By --อาเย่-- on 2008-04-16 21:13

ตอบคุณกระต่าย #43
ผมเคยถามคำถามทำนองนี้ กับผู้ใหญ่เหมือนกันครับ
ก็ได้คำตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า...
ก็โรงแรมบริการ ปรุงให้จนกินได้ไง แต่เป็นความต้องการของลูกค้าเองที่จะนำกลับไปทานที่บ้าน

ตอบคุณน้องอาเย่
อันนี้ยอมรับผิดคร้าบopen-mounthed smile
กำลังปรับปรุงตัวอย่างเร่งด้วนครับ


ป.ล. เร่งด่วนครับsad smile question

#45 By วิชัย... on 2008-04-16 21:33

อา...เอนทรีนี้อุดมไปด้วยสาระ big smile big smile

#46 By (^_^)/nana on 2008-04-16 21:36

เคยไปโรงแรมหนเดียว
ติ๊บเติ๊บไม่มีกับเค้าหรอก
แต่โดนโรงแรมปรับไป 100 นึง ค่างก ฮาาาาา..confused smile
อยากเจอป้ามั่งจังเลยsurprised smile
อ่านแล้วขำไม่เว้นช่วงเทศกาลเลยนะคะ

#48 By flawas on 2008-04-16 22:54

นับห้าใบ ผมนึกว่า5พัน เหอๆๆ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#49 By Toh on 2008-04-16 23:09

แหม่ แบงคฺร้อยทำพิษsad smile

#50 By ViXeN_VV of ::.Gozetta.:: on 2008-04-16 23:29