โรงแรมห้าดาว..มาเป็นเครือ
posted on 20 Apr 2008 17:19 by doggiestyle in 5starStory
ผมคิดว่าหลายคนคงจะสงสัยเวลาที่ได้ยินว่า โรงแรมในเครือนี้ โรงแรมในเครือนั้น...มันเครือกล้วยอะไรมั้งวะ
แล้วเครือมันเป็นยังไง?
กรุงเทพมีโรงแรมเครือคับโลกอยู่หลายเครือไม่น้อยหน้าเมืองใหญ่เมืองอื่นในโลกเลยนะครับ แค่ถนนสุขมวิทเส้นเดียวก็มีเครือไม่รู้กี่เครือป้ายโรงแรมแทบจะหันหน้ายักคิ้วใส่กันอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็น Sheraton grande, JW Marriot, Landmark, intercontinental, holiday inn, grand Hyatt สถนที่รถไฟฟ้าที่จอดทุกสถานีจะต้องเจอโรงแรมครับ แล้วถ้าใครพอจะผ่านตาโรงแรมมาบ้างก็คงจะสังเกตว่า
ทำไมกรุงเทพมีJW Marriotตรงสุขุมวิทแล้วต้อง Marriot resort and spaตรงถนนเจริญนครด้วยวะ ทำไมกรุงเทพมี Grand Hyatt แล้วทำไมหัวหินมี Hyatt regency ด้วยวะ
ทำไมกรุงเทพมี sheraton grande ที่สุขุมวิทแล้ว ไม่เหมือนกับ Sheraton พัทยาตรงไหนวะ
ไม่ว่าจะเคยสงสัยหรือไม่สงสัย ไหนๆก็หลงเข้ามามัวเมาในบลอกนี้แล้ว อย่าหวังจะหนีออกไปอยากหัวหลีบๆปลี้ๆได้ ว่ะ ฮ่า ฮ่า
ชื่อทั้งหมดที่ผมกล่าวมาทั้งคือ chain หรือเครือโรงแรม หรือเรียกกันให้เข้าใจง่ายกว่านั้นก็คือ ยี่ห้อโรงแรมนั่นเองครับ แล้วไอ้อันโดเมดร้าเชน มันเป็นยังไงกันแน่วะ...(บอกกูสักทเถอะึมึง)
คำว่า chain หรือเครือ จริงๆแล้วคือ บริษัท Hotel management นั่นเอง
Hotel = โรงแรม
Management = บริหารจัดการ
แปลไทยเป็นไทยอีกครั้งก็คือ บริษัทรับจัดการบริหารโรงแรม นั่นเอง แล้วไอ้บริษัทจัดการบริหารโรงแรมก็มีหลายยี่ห้อ หลายแบบอีก
ยกตัวอย่างง่ายๆ วิชัยเดินไปสะดุดตะเกียงวิเศษแล้วขอพรโดยขอจดลิขสิทธ์คำว่า hello คือถ้าใครพูด hello วิชัยได้เงินแล้วคำละหนึ่งบาท (คิดดูว่าจะรวยตายห่าแค่ไหน)วิชัยตัดสินใจใช้เงินเปิดโรงแรมโดยไปซื้อที่แถวทุ่งกุลาร้องไห้โดยตั้งใจจะเปิดเป็นโรงแรมแปดดาวแห่งแรกของจักรวาล
ทีนี้จะตั้งชื่อว่า crying cocoa hotel and resort ก็กลัวว่าพนักงานจะมาเล่นตดกันเพราะไม่มีคนมาพัก
....ปัญหามาปัญญาเกิด วิชัยไปติดต่อจ้างบริษัทที่ว่ามาจัดการ และเป็นหุ้นส่วน โดยที่ผมจะต้องแบ่งเปอร์เซนต์ของรายได้แต่ละเดือนเป็นค่าตอบแทน
เรียกได้ว่าการโรงแรมเป้นธุรกิจหนึ่งที่ว่ากันง่ายๆโง่ๆบ้านๆ ก็คือเฟรน์ชายด์ชนิดหนึ่ง เหมือนเมคโดแนว เหมือนชายสี่หมี่เกี้ยว ลูกชิ้นนายฮั่งเพ็ง
แต่ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะไปจ้างอะไรแบบนั้นหรอกนะครับ เพราะแน่นอนบริษัทที่ว่าคงไม่มาจัดการโรงแรมที่เปิดที่ทุ่งกุลาร้องไห้หรอก มันต้องขึ้นอยู่กับหลายๆอย่าง ทำเล ที่ตั้ง แนวโน้มทางธุรกิจ ซากอ้อยปลีกย่อยต่างๆอีกเยอะ แต่เมื่อ เครือโรงแรมเข้ามาบริหารแล้วนั้น จะมาวางระบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการบริการ สิ่งของที่ใช้ในห้องพักแขกจำพวกเตียง ไม้แขวนเสื้อ สบู่ แชมพู
มาประเด็นที่ว่าแล้วชื่อต่างกัน มันต่างกันอย่างไร
ยกตัวอย่างง่ายๆ เครือ hyatt
ในกรุงเทพมี Grand hyatt
ที่หัวหินมี hyatt regency
แล้วกำลังจะมี park hyatt มาเปิดอีก
มันไม่ใช่แค่ชื่อต่างกันเฉยๆนะครับ เพราะแต่ละชื่อคือกลุ่มตลาดที่ต่างกันไป เหมือนค่ายเพลงGMM ที่มีก้านคอคลับ ที่มีสนามหลวง ก้านคอคลับ กับสนามหลวงมีแนวเพลงไม่เหมือนกันเลยใช่มั้ย...
ชื่อโรงแรมข้างบนก็คล้ายๆกันคือ มีกลุ่มตลาดไม่เหมือนกัน มีระดับการบริการที่ไม่เหมือนกัน ในกรณี Hyatt ข้างบน Grand hyatt มีระดับการบริการที่สูงกว่า Hyatt Regency มีจำนวนห้องที่มากกว่า และตั้งอยู่ในเมืองใหญ่เมืองหลวง ส่วน park hyatt จะอยู่ในระดับที่ดีที่สุด มีการบริการที่เป็นส่วนตัวกว่าทั้งสองชื่อข้างบนพนักงาน Hyatt กำลังอ่านอยู่ผิดถูกยังไงบอกด้วยนะครับ
แล้วไอ้บริษัทต่างๆที่ว่า มันก็มีการควบรวมกิจการเหมือนๆร้านไฟฟ้าปากซอยเหมือนกันนะครับ
เดิมที Four Seasons มีเจ้าของเป็นแคเนเดียน เปิดโรงแรม Four Seasons ในเคนาดา ลามมาเปิดที่อเมริกา แล้วไปเปิดที่ทางยุโรป แล้วไม่หน่ำใจจะมาเปิดที่ภาคพื้นเอเชียอีก
ทีนี้ไอ้ครั้นจะเปิดที่เอเซียทีละโรง ทีละโรงแม่งก็หอบแดกซะปล่าวๆ พอดีกับตอนนั้นโรงแรมเครือ Regent ซึ่งมีจำนวนโรงแรมที่เยอะและมีชื่อเสียงที่ดีอยู่แล้ว พี่เล็กโฟว์เลยจัดการสอยเครือ regent มาไว้ในครอบครองซะทีเดียว ซื้อทีเดียว ได้โรงแรมพร้อมกันไม่รู้กี่ที่
ตัวอย่างที่เห็นชัดๆเลยก็คงเป็น Four Seasons กรุงเทพตรงราชดำริ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี่เคยใช้ชื่อ regent มาก่อน แน่นอนนอกจากชื่อที่ถูกเปลี่ยนแล้ว พนักงานยังต้องมาทำความเรียนรู้ระบบบริหารใหม่อีก...บอกคำเดียวว่าเจ็บหัวครับ เจ็บหัว...
เครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดก็คงจะเป็นเครือ Starwood
เพราะในเครือ starwood เองก็มีเครือ Sheraton hotel and resort, Le Meridien,W Hotels, Westin Hotels อื่นๆอีก บอกได้คำเดียวว่ายิ่งใหญ่ว่ะ ไอ้เจ้าดาวไม้นี่ร้ายกาจครับ
วิธีการคือพี่ดาวไม้ (starwood)
ซื้อโรงแรมเหมือนๆกับที่ Four Seasons ซื้อ Regentนั่นแหละครับ แต่พี่ดาวไม้เนี้ยกว้านซื้อโรงแรมมาหลายยี่ห้อเลยครับ แล้วไม่เปลี่ยนชื่อนะครับ ก็ปล่อยให้แต่ละโรงแรมมีชื่อที่ไม่เหมือนกัน บริหารต่างกันและแข่งกันเองอีก ยิ่งแข่งกันดุเดือดมากเท่าไหร่ ชื่อ Starwood ก็ยิ่งเป็นชื่อที่แข็งแกร่งมากเท่านั้นครับ
เครือ starwood ยังมีโปรแกรมการสะสมแต้มแลกห้องพักแลกของอีกเยอะแยะอีกด้วย
การที่พนักงานได้เข้าทำงานในเครือที่ใหญ่ ก็จะได้สวัสดิการที่ดีตามไปด้วย อย่างเช่นพนักงานสามารถพักโรงแรมในเครือด้วยราคาพิเศษ หรือกระทั่งพักฟรีเลยก็มี ส่วนค่าอาหารก็จะได้ลดราคาพิเศษอีกตังหาก นอกจากนี้การที่ได้ทำโรงแรมเครือใหญ่ยังเป็นประวัติการทำงานที่ดีอีกด้วยนะครับ
ในวงการเพลงที่มีค่ายเพลงแล้ว จะลืมไม่ได้เลยมันต้องมีแนวเพลงด้วย
โรงแรมก็มีเช่นกันครับ พวกเครือต่างๆที่เล่ามาทั้งหมดเปรียบไปก็คือค่ายเพลง
แล้วแนวเพลงล่ะ...จัดยังไง?
มันก็เลยมีกลุ่มบริษัทขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่งเพื่อคัดและจัดประเภทของโรงแรมโดยไม่เกี่ยงเครือขึ้นอีกที...เริ่มมึนตึ๊บแล้วใช่มะ
ยกตัวอย่างซักหน่อย
so cool กับ ไอน้ำ, ไชน่าดอล กับ โฟว์มด ที่อยู่คนละค่ายเพลงกัน แต่เล่นแนวเพลงแนวๆเดียวกัน
กลับไปที่โรงแรมแปดดาวแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ของวิชัยกันใหม่...
หลังจากที่โรงแรม crying cocoa resort and spa ได้ให้เครือ four seasons เข้ามาจัดการบริหารและเปลี่ยนชื่อเป็นFour Seasonsสาขากุลาร้องไห ้เรียบร้อย เราก็ต้องเข้ารวมกลุ่มกับโรงแรมที่มีลักษณะคล้ายๆกัน วิชัยเล็งเห็นแล้วว่า โรงแรมแปดด้านที่ขั้นเตบเท่านั้นจะเข้าตูดมาหย่อนนั่งได้แบบนี้จะต้องเป็นอยู่ในกลุ่มที่แกรนด์เท่านั้น จึงนำโรงแรมเข้ากลุ่ม Small Luxury Hotel of the world
โรงแรมที่อยู่ในกลุ่ม Small Luxury Hotel of the world ก็เป็นโรงแรมหรูขนาดเล็ก
แต่ถ้าเป็นโรงแรมหรูขนาดใหญ่ขึ้นมาก็จะเป็นกลุ่ม leading hotel of the world
แต่ถ้าหากเราเข้ากลุ่ม design hotel ก็จะเป็นโรงแรมโคตรเท่หรือโรงแรม HIP โรงแรมบูติคเท่านั้น
พูดให้กระชับเข้าไปอีก...ไอ้พวกกลุ่มที่ว่ามันก็คือพวกจับเสือมือเปล่า เมื่อมีโรงแรมน่าสนใจเปิดใหม่ พวกนี้ก็เข้าไปจีบให้มาเข้ากลุ่ม แล้วก็โม้ไปซิว่ากลุ่มเรามีแขกแปดสิบห้าล้านคน ตั้งแต่อุซเบกิสถานยังเตฮิติ แต่พอเราเข้ารวมกลุ่มแล้วเนี้ย...ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการเข้ากลุ่มด้วยนะ แต่โรงแรมก็จะได้ช่องทางธุรกิจและได้กลุ่มลูกค้าที่ถูกเป้าหมายอีกตั้งหาก นอกจากนี้โรงแรมจะมีลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อย่างเรื่อยๆ ซึ่งเวลาที่กลุ่มพวกนี้ส่งลูกค้ามาพักเรายังต้องเสียค่าเปอร์เซนต์ให้อีกตั้งหาก
ถ้าใครยังจำเรื่อง mystery shopper จากเอนทรี ทำไมต้องห้าดาวด้วยวะ หรือถ้าใครได้ดูหนังเรื่อง ocean 13 ก็คงคุ้นตากับฉากที่มีคนมาตรวจโรงแรม...เจ้าพวกกลุ่มที่ว่าก็จะมีคนมาตรวจเพื่อวัดระดับการบริการอย่างเรื่อยๆทำให้เราตื่นตูม อยู่ตลอดด้วย
แต่โรงแรมที่ไม่ได้เป็น chain หรือเป็นกลุ่มไม่ได้แปลว่าไม่ดีเลยนะครับ
เพราะบางครั้งการที่ต้องอยู่ในกฎระเบียบมากๆมันก็ทำให้เสียความเป็นตัวของตัวเองเหมือนกัน
เพราะผมเชื่อว่าของดีจริง มันก็เหมือนตะปูที่ตอกไม่สนิทสักวันมันต้องมีคนเดินมาสะดุดสักวันละวะ(ว่าแต่..มันเกี่ยวกันด้วยเหรอวะ?)
นี่เป็นเอนทรีที่เหนื่อยชิปเป๋ง เขียนเสร็จแล้วกลับมาอ่าน แม่งงงเองอีก
ไม่รู้คนอ่านจะงงรึเปล่า ถ้างง ช่วงไหนก็บอกนะ เพราะผมพยายามปรับหลายครั้งแล้ว
ป.ล. รู้สึกดีว่ะ เขียนเรื่องโรงแรมห้าดาวให้อยู่ในเรื่องเดียวกับ ชายสี่หมี่เกี้ยวได้


เข้าใจง่ายๆตรงที่พี่เอาไปเปรียบกับค่ายเพลงนั่นแหละ
//การจะอธิบาย สิ่งที่อยู่ในสายงานตัวเองให้คนอื่นฟังแล้วเข้าใจ มันเป็นอะไรที่ยากเย็นจริงๆ
ขอบคุณสำหรับที่ไปเพิ่มเติมครับพี่
#1 By cvane on 2008-04-20 18:49