ผมเชื่อว่าทุกอาชีพ ไม่ว่าจะงานบริษัท นักบอล ขายกุ้ง ค้าผง ตัวตลก เด็กปั๊ม ปอเต็กตึ้ง หรือรับจ้างกรี๊ดตามโรงถ่ายก็ล้วนแต่มีคำถามจี๊ดใจเหมือนๆกัน

คำถามที่พอได้ยินก็พอที่จะทำให้ขี้หักใน ปวดไต เซ็งขี้ขึ้นมาทันที

การทำงานโรงแรมบางทีแม่งเหมือนการที่ต้องมีความทนทานทางอารมณ์สูงกว่าชาวบ้านทั่วๆไป เพราะบ่อยครั้งที่พวกเราโดนทำร้ายเสียดแทงความรู้สึกอย่างช่วยไม่ได้เหมือนกัน

ไม่ต้องมาด่าพ่อ ด่าแม่ ล้อรักแร้ดำ ข้อพับเหลืองอะไรให้ยากเย็นหรอกครับ

เอาแค่คำถามเสื่อมๆ สักสี่ห้าคำถามต่อวัน ก็มีพลังอานุภาพพอที่จะทำให้ผมหน้านิ่วกลับบ้านเล่นเกมส์ฆ่าฟันเลือดอาบแขน แล้วนอนละเมอแล้วครับ...

ถึงแม้ไม่ได้ทำงานที่เดียวกับคนอื่นแต่ผมมั่นใจว่า เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนอื่นที่ทำงานโรงแรมเหมือนผมจะต้องเซ็งขี้กันไปตามๆกันอย่างแน่นอนที่ได้ยินคำถามเหล่านี้

อ่านจบแล้ว....ก็อย่าไปถามใครเค้าล่ะ เพราะอาจทำให้ใครบางคนเซ็งฮูขี้ได้ครับ...




1. ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อปมั้ย?

นี่ฟังดูเหมือนเป็นคำถามธรรมดาๆ แต่ว่าอย่างน้อยสำหรับส่วนตัวผม มันเสื่อมแสดมากนะครับ
นี่ไม่ใช่โรงแรมต่างจังหวัดก่อนสงครามเอเชียอาคเนย์นะโว้ย ที่ร้านอาหารในโรงแรมที่พักไม่มีชื่อเรียกกัน
โรงแรมสมัยนี้ร้านอาหารทุกร้านมีชื่อกันหมดแล้วคร้าบ
แต่ถ้าไม่รู้ชื่อร้านอาหารในโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยครับ
ก็แค่ถามซิ "ที่นี่มีร้านอาหารอะไรบ้าง"

คนไทยคนหนึ่ง: ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อบมั้ย
วิชัย: ไม่มีครับ
คนไทยคนหนึ่ง: อ้าว! แล้วจะไปนั่งกินข้าวกินกาแฟที่ไหนได้ล่ะ
วิชัย: เราจะมีห้องอาหารอยู่ที่ชั้นสองครับ สามารถกินข้าวและดื่มกาแฟได้ครับ

มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนทำงานที่โรงแรมริมชายหาด มีคนไทยกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ซึ่งดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนเสี่ยพึ่งรวยจากการขายทุเรียนกวนอัดเม็ดส่งออก
เค้าไม่ได้ถามว่า ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อบมั้ย...น้าเค้าคิดไกลกว่านั้นแล้ว

 

...ที่นี่มีภัตคารมั้ย?

 


วิชัย: ที่นี่ไม่มีภัตคารครับ เรามีแต่ห้องอาหาร
แน่นอนครับ แขกทำท่าเหมือนว่า วิชัยกวนตีน แต่ภัตคารบ้านป้าแกรึไง มาอยู่ริมทะเล อยากได้ภัตรคารไปนู่นเลยเยาวราช!



2. คนไทยให้เท่าไหร่?

เดาได้เลยว่าเจ้าของคำถามหูขี้เน่านี้ต้องเป็นคนไทยอย่างแน่นอนครับ และส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นคนไทยคนเดียวกับที่ถามว่า..
"ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อปมั้ย?"

คนไทยคนหนึ่ง: น้อง...ที่นี่คืนเท่าไหร่
วิชัย: ห้องพักต่อคืน ตอนนี้จะมีราคาพิเศษอยู่ที่ 180 เหรียญสหรัฐบวกบวกต่อห้องต่อคืนนะครับ คิดเป็นเงินไทยแล้วตกประมาณ 7000 บาทครับ
คนไทยคนนั้น: ...มีราคาคนไทยมั้ย

 

 

 

 

 

 

ช้างลาก! จะเป็นคนอินโด เมกา ชิลี บลาซิล

หรือคนไม่มีลูก คนไม่มีเมียก็จ่ายราคานี้แหละว้อยยย

 

วิชัย: ราคานี้คิดเท่ากันน่ะครับ คนไทยกับคนต่างชาติ

คนไทยคนเดิม: ข้าราชการลดได้เท่าไหร่?

 

 

 

...สวัสดีข้าราชการไทย

 

ทุกครั้งวิชัยก็จะตอบคำตอบเดียวว่า...เราไม่มีส่วนลดให้ข้าราชการครับ

 

เชื่อมั้ยครับ ครั้งหนึ่งมีคนถามตอบว่า..แล้วถ้าผู้ว่ามาเองล่ะ ลดให้ได้มั้ย?

คือ...อธิบายเลยครับ...พนักงานต้อนรับส่วนหน้าครับ...ไม่ใช่เจ้าของโรงแรม
เราไม่สามารถจะลดค่าห้องอะไรให้แขกได้มากครับ อาจจะสิบเปอร์เซนต์เต็มที่
เพราะฉนั้น จะเป็นผู้ว่า อบต. อบจ. นายก อดีตนายก เจ้าของวินปากซอย เจ้าของแผงปาท๋องโก๋

เราลดราคาให้ไม่ได้ครับ...

แล้วคนไทยคนนั้นก็จะตอบกลับมาว่า... อ๋อ..ที่นี่ไม่ตอบรับคนไทยใช่มั้ย

บทสนทนาทรามอารมณ์ตับแข็งก็จะยากขึ้นเป็นลำดับตามความตื้นของรอยหยักในสมอง

 

ไอ้หูดแตก! คนชาติไหนที่ควายๆ! กูก็ไม่อยากรับว้อย!(อันนี้ได้แต่ตะโกนในความคิดภายใต้รอยยิ้มที่ไม่มีมิตรภาพเจือของวิชัย)


ต้องขอโทษที่จะบอกว่าคนไทยเป็นชนชาติที่ต้อนรับได้ยากที่สุด ถึงแม้ว่าเราอยู่ในพ.ศ.ที่คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักอินเตอร์เนต มีความรู้แล้วมีความเกรงใจต่อเพื่อนมนุษย์โลกแล้ว ก็ยังมีคนไทยบางกลุ่มที่ยังดักดานเป็นขุนนางเหี้ยๆเมื่อครั้งเมืองไทยยังขี้ควายกันอยู่
คือ...ทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งนะครับ

 

ว่างานบริการเป็นอาชีพที่คอยอำนวยความสะดวกให้คนที่มาพัก
ไม่ได้แปลว่าพวกกูต้องมาหมอบคลานต่อศอก ก้มกราบจุดธูปบูชานะ
แต่ถ้าชอบแบบนั้นจริงๆ กลับไปปฎิบัติกับลูกกับเมียที่บ้านเองครับ...ขอบคุณ

จริงอยู่...ที่บางโรงแรมยังมีระบบที่คนไทยและคนต่างชาติจ่ายค่าห้องไม่เท่ากันอยู่
แต่เวลาที่เราบอกว่า ค่าห้องที่นี่คนไทยหรือต่างชาติจ่ายเท่ากัน

กรุณาเชื่อเถอะครับ...เราไม่รวยขึ้นหรอกเวลาที่โกหกลูกค้า

 

 

3. ชั้นจะได้ห้องอัพเกรดมั้ย?

การอัพเกรดก็คือการที่เราจ่ายเท่าเดิมแต่ได้ห้องที่ใหญ่กว่าเดิม
ถ้าเปรียบคำถามนี้เป็นอาวุธสงครามอะไรสักอย่าง...

ป่านนี้มนุษย์โลกคงสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้วสองรอบครึ่ง

เพราะผมบอกได้เลยว่า แขกที่มาจากฮ่องกง สิงคโปร์จะถามคำถามนี้นำมาก่อนที่จะให้พาสปอร์ตซะอีก
ไม่รู้ว่ามีการอบรมนักท่องเที่ยวกันก่อนที่จะออกนอกประเทศรึเปล่าวะ ถึงแม่งถามคำถามเดียวกันหมดเลย
แต่พวกฮ่องกง สิงคโปร์จะถามแค่พอเป็นมารยาท เหมือนกินข้าวยัง? ทำไรอยู่? ขี้คล่องมั้ย? พอเราบอกว่าไม่ได้ ก็จบไป แต่มีแขกบางคนแม่งต้องการคำตอบว่ะ
อ่านถึงตรงนี้ก็คงแอบคิดกันใข่มั้ยว่า ด้วยเหตุผลอะไรถึงต้องอัพเกรด?

แขกก็จะบอกต่อว่า ชั้นมาหลายครั้งแล้ว...อืมม์เช็คดูประวัติเข้าพักแล้ว...สามครั้ง
ก็คงจะได้หรอกนะ แขกบางคนมาพักเป็นหกสิบ

แปดสิบรอบจนไม่ต้องขอบัตรเครดิตกันแล้ว..ยังไม่ขอห้องอัพเกรดกันเลย
แต่ถ้าแขกบางคนที่มีกากใยซากอ้อยในกระแสเลือดมากหน่อยก็จะบอกว่า
โรงแรมต้องอัพเกรดให้เพื่อสร้างความประทับใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มาพัก
เอาสมองคิดหรือเอาเอ็นข้อเข่าคิดเนี้ย!

 



4. เมืองไทยปลอดภัยมั้ย?
ก็ไม่รู้ว่าคุณแขกเค้ายังมีภาพจำของเมืองไทยตอนยุคไหนอยู่เนอะ แต่มักจะถามเวลาจะออกไปกลางคืน
แขก: ยู...ชั้นจะไปสวนลุมไนท์อ่ะ ปลอดภัยที่จะเดินรึเปล่า?
วิชัย: อ๋อ...ปลอดภัยนะ แต่ถ้ายูกังวลก็นั่งแท็กซี่ก็ได้
แขก: แล้วเท็กซี่ปลอดภัยรึเปล่า?
วิชัย: ก็ปลอดภัยนะ
แขก: ยูแน่ใจนะ

เอ็งขึ้นห้องนอนเหอะ อย่าไปไหนเลย แล้วอย่าลืมล็อคกลอนประตู เอาเก้าอี้มาขัดลูกบิดไว้ ฉีดวัคซีนป้องกันมาลาเรีย แล้วก็ใส่เสื้อเกราะ+หมวกกันน็อคนอนเลยนะ จะได้ปลอดภัยถึงใจไปเลย


จะบอกว่า...กรุงเทพปลอดภัยหนึ่งร้อยห้าสิบเปอร์เซนต์ก็ใช่ที่ เพราะเรื่องพวกนี้มันก็เหมือนฉี่เหมือนตดที่นึกจะมา ก็มา นึกจะมีก็มี
แต่พยายามจะบอกว่า ไม่ว่าแกอยู่เวียนนา ทิมบัคตู คิวบา เปรู อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ หน้าโรงพักแห่งสหประชาชาติ ถ้ามันจะเกิดมันก็เกิด
กับเรื่องถนนหนทางที่เราเดินเองมันก็หลีกเลี่ยงได้น่ะ แต่เรื่องแท็กซี่นี่ มันแล้วแต่ฟ้าฝนโชคชะตาจริงๆ

บางทีแขกนอยมากๆเข้า ผมก็เคยตอบแขกกลับ (ไม่แนะนำให้ทำตาม)

แขก: แท็กซี่ปลอดภัยมั้ย
วิชัย: ถ้ายูกังวลมาก โรงแรมมีบริการให้ยืมปืนลูกซองนะ แต่ลูกกระสุนเราคิดเงินตังหาก
แขก: ....จ จริงเหรอ แท็กซี่ที่นี่น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ
วิชัย: ยูคิดว่าไงล่ะ
แขก: มันคงไม่เลวร้ายอย่างที่ชั้นคิดมั้ง
วิชัย: ใช่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วเรื่องปืนก็ล้อเล่นไม่มีให้หรอก
แขกก็หัวเราะเดินจากไป แต่คงคิดอ่ะนะว่า ไอ้พนักงานที่นี่แม่งกวนตีนชิบหาย

ตอนอยู่เชียงราย ซึ่งต้องใช้เรือหางยาวไปรับแขก
แขก: ในแม่น้ำนี่มีจระเข้ป่ะ
วิชัย: ไม่มีครับ
แขก: มันไม่มีหรือยูไม่เคยเห็น...

แน้...พูดแล้วไม่เชื่อกูอีก


วิชัย: ไม่มีจริงๆ เพราะน้ำมันไม่ได้ลึกขนาดนั้นเลยนะ
แขก:....เหรอ แล้วไป
พอเรือแล่นเข้าสู่บริเวณโรงแรม
แขก: ที่นี่มีเสือมั้ย?

สันดานวิชัยชำรุดอย่างกระทันหัน...

วิชัย: เรากินหมดแล้ว...
แขก: ย..ย..ยูกินเสือกันด้วยเหรอ
วิชัย: ใช่...เรากินหมาด้วยแหละ

ในน้ำกินหมดยกเว้นเรือ

บนบกกินหมดยกเว้นเก้าอี้

บนฟ้ากินหมดยกเว้นเครื่องบิน

....แขกเขยิบเข้าไปนั่งติดกันด้วยความกลัวไอ้กระเหรี่ยงใส่แว่นหน้าโรคจิต

เกิดนึกครึ้มอยากลองเนื้อฝรั่งขึ้นมา

แขกไม่ถามอะไรอีกเลยตลอดการเข้าพัก จนวันสุดท้ายก่อนเช็คเอาท์ก็มาสารภาพว่า รู้นะที่ผมพูดน่ะมัน bullshit เพราะมีคนบอกมา...

ฮ่าๆๆๆ เรื่องอำแขกเนี้ยสนุกจริงๆ



5. can you speak english?
คำถามนี้ยกให้เป็นคำถามเซ็งขี้อันดับหนึ่งของผม หรืออาจจะเป็นคำถามทำลายล้างอันดับหนึ่งของวงการโรงแรมก็ได้
ไม่รู้ว่าถามด้วยเหตุผลอันใด แต่ที่แน่ๆ จากที่ถามๆเพื่อนๆที่ทำงานมาด้วยกันแล้ว

คำถามนี้...เซ็งฮูขี้มากครับ
เข้าใจว่าภาพรวมคนไทยส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้ แต่นี่โรงแรมนานาชาตินะว้อย แล้วไอ้ที่เดินที่นั่ง ที่ตีลังกาอยู่ในล็อบบี้ก็คนต่างประเทศทั้งน้าน...
แล้วทุกครั้งที่โดนคำถามนี้...สันดานจะชำรุดอย่างกระทันหัน

แขก: can you speak english?
วิชัย: ....i dont think so, sir, but is there anything i can help you?

หรือถ้ามาแบบวัยรุ่นยียวนกวนตีน
แขก: Can you speak english?
วิชัย: you can try me if you want to.

พูดถึงแขกกวนตีน เมื่อครั้งวิชัยยังเป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่ภูเกิต..ซึ่งแน่นอนป้ายชื่อเราก็จะต้องติดคำว่า "trainee"
มีแขกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา แล้วในกลุ่มก็มีไอ้บ้าเปรี้ยวตีนอยากโชว์สาว
ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานเข้าสิงรึไงก็เลย

แขก: hey, how come half of staff here named "trainee". huh? Mr. Trainee.
ชี้มาที่ป้ายชื่อผม แล้วหัวเราะกันทั้งวง

เปรตนี้กวนตีนกูละ ชอบใช่มั้ย พนักงานปากหมานี่ชอบใช่มั้ย

วิชัย: i am sorry, sir. my name is not trainee, Mr. Vodafone.
แขก: my name is not vodafone, man.
วิชัย: i am sorry, sir. i thought it's your name.
วิชัยชี้ไปที่อกเสื้อ


คราวนี้ทั้งวงฮากว่าเดิม รวมทั้งวิชัยด้วย แต่ยกเว้นไปเปรตเปรี้ยวตีนคนนั้นคนเดียว

คำเตือน: กวนตีนเจ้าพนักงานขณะให้บริการไม่ควรทำนะครับ
คำเตือน: กวนตีนแขกขณะให้บริการก็ไม่ควรทำเช่นกันครับ ยกเว้นความหมั่นไส้มันจุกถึงต้นคอ


คำถามสุดท้าย...เป็นคำถามที่เซ็งมาก เดาได้ว่าทุกคนต้องเคยได้ยิน ไม่เว้นว่าจะเป็นคนทำงานอะไร

"รู้มั้ยว่ากูลูกใคร!~"

อย่างที่เคยบอกไปแล้วนะครับว่า คนไทยบ้าอำนาจส่วนใหญ่จะมีปัญหาครอบครัวเป็นโรคกำพร้าพ่อแม่ฉับพลัน

วันหลังถ้ามีใครมาถามว่า "มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร!"
แนะนำให้ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่เขาให้มั่น มองตาเขาให้มันลึกถึงจิตใต้สำนึกอันตื่นขอดของเขาแล้วบอกออกไปว่า


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มึงน่ะ....ลูกลุงส่ง รับจ้างลับมีดอยู่แถวบางบัวทองว้อย!"

 

 

 

ป.ล.ชี้แจงงง

สิ่งที่พูดกวนตีนออกไปกับแขกน่ะ ทั้งหมดอยู่ใน body language (ภาษากาย) ยังอยู่ในแบบพนักงานแอบกวนคนหนึ่งนะครับ ผมอาจจะอมยิ้มนิดหนึ่งแล้วค่อยกวนนะครับ

ไม่ได้เอียงคอ เชิดคอ เลิกคิ้วหนึ่งข้าง เอามือลูบคางแล้วจีบปากจีบคอกวนตีนนะครับ

อนึ่งการเล่นกับแขกต้องดูก่อนว่าแขกเองอยู่ในมู้ดที่กวนตีนได้หรือไม่ 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555+ เอนทรีนี้ฮามากเลยค่ะ
แต่ราคาคนไทยนี่ -- คนถามแสดงความเป็นไทยอย่างชัดเจน

ปล. ฮากลิ้งจนน้องสาวหาว่าบ้าเลยล่ะเออ (ไอ้ตัวสีแดงๆ...อ่ะ)

#1 By * a o M * on 2008-05-01 10:44

555+ อ่านแล้วก็ฮานะคะ
เข้าใจเลยละคะว่างาบริการมันเป็นยังไง

บางทีคนเราเค้าไม่เข้าใจด้วยแหละ
กะเอาอย่างเดี่ยว หรือไม่ก็ไม่สนใจความรู้สึก
คนบริการมั่งเลย = ="

แต่ฮาตรงที่ อำแขกต่างชาติว่า กินเสือ เนี่ยสิ confused smile

#2 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-05-01 10:53

อำแขกได้น่ากลัวมาก ยิ่งเจอมุข you can try me if you want to. เหอๆsad smile
555555 ฮาแตกค่ะ

ฮาตรงกินเสือ กินหมา สุด ๆเลยค่ะ

ส่วนคำถาม "รู้มั้ยกูลูกใคร?" มักจะคิดคำตอบในใจเสมอว่า " มึงไม่รู้ว่าตัวเองลูกใคร แล้วกรูจะไปรู้ได้ไง ไม่ใช่พนักงานฝ่ายทะเบียนราษฎร์นะเว้ย"

#4 By General เบ๊ on 2008-05-01 11:01

โอย...ปวดท้อง
ใครว่างานบริการสบาย ไม่เชื่ออย่างรุนแรง
อ่านแล้วฮามาก ๆ เหอ ๆๆ~
ราคาคนไทย...มีด้วยเหรอเนี่ย=[]=!!?
ชอบตอนอำว่ากินเสือนี่แหละ
เรื่องชื่อก็ใช่ย่อย^^
ปล.แอบอ่านมานานละ วันนี้ขอเผยตัวหน่อยแล้วกันนะคะ^^"

#5 By 「AKARI*」 : Wonderful Days on 2008-05-01 11:09

ดูจากคำตอบที่พี่ตอบลูกค้าแล้ว
พี่ยังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบันได้ยังไงครับopen-mounthed smile

#6 By Deuce_Bigalow on 2008-05-01 11:14

55555+
อันนี้น่าเห็นใจจริงๆ แต่ว่าก็น่าหัวเราะด้วยอ่ะ
แต่ว่ามันก็เป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยจริงๆนั่นแหละ
ขนาดไม่ได้ทำงานโรงแรมยังเห็นด้วยเลย ยังไงพี่ก็สู้ๆล่ะ
5555555+ (ขอขำตบท้ายซักที)

#7 By con-J-urer (125.24.10.90) on 2008-05-01 11:19

เหอๆ
การอำแขกนี่เปนงานอดิเรกของพี่รึป่าวเนี่ย...embarrassed embarrassed

ล้อเล่นนะคร้าบ

แขกบางคนเท่าที่อ่าน ก็น่าอำซะให้เข็ด

ชอบคำถามที่ว่า "รู้มั้ยว่ากรูลูกใคร"
ผมเคยโดน ตอบไปทันควัน
"ไม่ใช่ลูกกูแน่นอน แต่ถ้าเปรี้ยว พ่อมึงก็จะไม่ได้พบ"

อันนี้ก็ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ

#8 By ซับบาธ... on 2008-05-01 11:41

...หุหุ
งั้นถ้าผมไปโรงแรม
อย่าถามอะไรให้มากเรื่องจะดีกว่าสินะครับเนี่ย

(ว่าแต่ แขกกวนตีนนั่น น่าถีบจริงๆ 55)

#9 By takara™ on 2008-05-01 11:47

Hot! กร๊ากกกกก~~~

น่าจะตอบว่า "ไปถามผู้ให้กำเนิด..." อะไรแบบนี้เลยนะครับท่าน

เสือกินได้นี่เพิ่งเคยได้ยินจริงๆ แขกเสร่อๆนี่เยอะแยะเลยแฮะ...

#10 By on 2008-05-01 11:47

เข้ามา ฮา ครับ

คุณ วิชัย

#11 By ปีศาจ on 2008-05-01 12:39

55+ คำถามปวดตับจริงๆ

แต่ผมเชื่อว่าอยู่อย่างว่า ไอ้ที่บ่นๆเนี่ยสุดท้ายแล้ว

"ลูกค้าถนัดขวาเสมอ"

เอ้ย

"ลูกค้าพูดถูกเสมอ"

#12 By Toh on 2008-05-01 13:16

กร๊ากกกกกกกกกกกส์

ฮาสุดๆเลยค่ะพี่confused smile

#13 By ชาเขียวaddict on 2008-05-01 13:24

กร๊ากกกกกกก ถูกใจค่ะ โดนมากๆ
ถึงไม่ได้ทำงานโรงแรม แต่ก็เคยมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน ไว้ลองเขียนมั่งดีกว่า
ปวดตับจริงๆเค่อะsad smile

#14 By SweetPuff on 2008-05-01 13:51

เคยกวนแขกมาแล้ว

โดนปากุญแจข้ามเคาน์เตอร์ใส่มาเลย

โฮะ..โฮะ..

#15 By lisa (58.8.236.185) on 2008-05-01 13:56

55555+


ลุงส่งสะดุ้งเลยสิครับ sad smile

#16 By Zairen_Bibliophobia on 2008-05-01 14:00

พี่ครับพี่

พี่เป็นคนที่กวนตีนแขกได้ใจมาก

Hot! ป้ากเข้าให้

#17 By WhiteMapleS on 2008-05-01 14:19

คนไทยคนเดิม: ข้าราชการลดได้เท่าไหร่?

- - ข้าราชการก็แบบนี้ เกลียดจัง
[อยากให้พี่วิชัยไปอ่านเอนทรี่ล่าสุดอะ ช่วยด่ามันด้วยก็ดี]

#18 By eze-ir on 2008-05-01 14:23

ชอบอ่ะ

ไม่ทราบว่าต้องฝึกยังไงถึงจะพูดอังกฤษขนาดกวนทีนฝรั่งได้แบบพี่บ้งค๊าบบบบบHot!

#19 By I'm Cool on 2008-05-01 14:59

สุดยอดดดดดดดดดดดดดHot!
อย่างฮาเลยค่ะ ทุกข้อเลย

#20 By นานาาา on 2008-05-01 15:13

เสื่อม เสื่อมจริงๆ ลูกค้าเอ๊ย

#21 By ต้า on 2008-05-01 15:21

อิชั้นเป็นลูกแม่ไก่ เย็บผ้าอยู่โรงงานเฟร้ย ใครกล้ามาแหยมแม่เอาจักรทุ่มหัวลืมทางกลับบ้านเลย555 (ขำๆนะคะ)

ปล.ไม่ต้องถามก็ทำให้หนูป่วยได้ค่ะพี่ แบบเมียงๆมองๆ ไม่กล้าเข้ามาพูดนี่ มาคุมากๆเลย

#22 By เนือย on 2008-05-01 15:30

ผมสงสัยจริงๆว่าคุณวิชัยทนมาได้ยังไงครับเนี่ย

sad smile

ปล.ตอบกลับได้สะใจจริงๆครับ

#23 By D û D e ` z on 2008-05-01 15:42

sad smile ฮา ลูกลุงส่งเนี่ยหละ เกิดมีจริงๆนี้ฮาเลย

ปล. ท่านวิชัยเซียนมากเลยนะเนี่ย ขนาดเป็น trainee ยังกล้ากวนแขกsad smile

#24 By หมูทอดซามะ on 2008-05-01 15:47

ข้อหาอำแขก จ่ายค่าปรับเท่าไหร่อ่ะพี่?

โอ้วววว มิสเตอร์โวดาโฟน

ชอบชอบ
วิธีหลังนี่ นอกจากจะปลุกจิตสำนึกมันแล้ว ยังปลุกผีห่าซาตานของลูกน้องพ่อมันขึ้นมาด้วยนะครับ =_=


โอ๊ะ ระวังกระสุน 55+

#26 By cvane on 2008-05-01 16:30

5555 ฮามากๆครับ โดยเฉพาะ2อันสุดท้าย Hot! Hot! Hot!

#27 By SkyKiD on 2008-05-01 17:05

ตอบกลับ Mr. Vodafone ได้เยี่ยมมากเลยค่าา

#28 By gsawa on 2008-05-01 17:30

ไอ้พวกถามว่าปลอดถัยมั้ยนี่อาการหนักนะเนี่ย sad smile

แต่คนถามว่ารู้มั้ยว่ากูลูกใครนี่หนักกว่า สมองเสื่อมจำพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ น่าสงสาร

#29 By pisces on 2008-05-01 17:34

ชอบอีตรงแคนยูสปีคอิงลิชsad smile
ก๊ากกกกกกกกก ฮาข้อสองกับสี่มากค่ะ
คาดไม่ถึงว่าจะมีคนถามอย่างนี้จริงๆนะ
ยิ่งอ้างข้าราชการกับผู้ว่ามาเองเนี่ย โหย คิดด้ายย ช่างกล้า 555

ประทับใจที่ย้อนชื่อแขก Vodafone มากค่ะ สะใจ

#31 By Melancholic Me * on 2008-05-01 18:09

ฮาาาา

#32 By Chocolate Emotion on 2008-05-01 19:05

กร๊ากกกกกกกกกกกกก
อย่างฮาและแทงใจดำ

#33 By plynoi แว่วศรี on 2008-05-01 19:48

ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ไม่ไหวละค่ะ เอนทรีนี้สุดๆไปเลย ขำตั้งแต่ข้างบนลงมาถึงข้างล่าง โอ้ยยยยยยยยยยยยย *กุมท้อง

#34 By hikaru on 2008-05-01 21:32

อ่านเอนทรี่นี้แล้วขำก๊ากเลยค่ะ ชอบบลอคของพี่มากเลย แต่ละคำถามมันช่างยวนทั้งนั้น ...

แต่สารภาพเลยนะคะว่า ข้อแรกเนี่ย...แม้ว่าไม่เคยถามและเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้ร้านอาหารในโรงแรมมีชื่อเรียกหมดแล้ว แต่ก็ยังคิดอยู่เสมอว่ามันต้องมีส่วนที่เรียกว่าคอฟฟี่ชอปอ่า sad smile

งานที่ต้องทำงานกับคนทุกงานนี่มันต้องใช้ความอดทนสุดๆจริงๆค่ะ

#35 By ++Kun Pik++ on 2008-05-01 21:34

You can try me if you want to. 55 เดี๋ยวมันก็ให้มาเป็นแบบทดสอบหรอกพี่ เหอะๆ
ชอบคำตอบแบบพี่วิชัยจริง ๆ ไว้จะยืมไปใช้บ้างนะฮะ

#37 By renkung on 2008-05-01 22:27

มันมีทุเรียนกวนอัดเม็ดจริง ๆ ป้ะพี่?

#38 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-05-01 22:38

อ่าว แบบนี้ลูกลุงส่งก็มีเต็มบ้านเต็มเมืองพอดีสิพี่

ต้องต่อด้วยประโยค

"รีบกลับไปหาพ่อมึงได้แล้ว" จะเพิ่มโอกาสกินลูกปืนขึ้น 50% ครับquestion

#39 By tamanxzg on 2008-05-01 22:43

กัีกๆ เปรี้ยวตรีน

#40 By ฟิวส์ on 2008-05-01 22:49

อนาคนต้องมาทำงานโรงแรม

จะไหวไหมเนี่ยเรา

#41 By TONG (58.9.72.169) on 2008-05-01 23:19

555 อ่านแล้วฮามากเลยอ่ะ
แขกบางคนก็กวนตีนจริงๆ แต่พี่ก็กวนตีนกลับได้ฮาเลย (ขำอันสุดท้าย ข้อ 5)
เป็นงานที่ต้องอดทนสูงจริงๆ เหมือนคอยรับอารมณ์ขงแขกเลย แถมจะทำอะไรมากก็ไม่ได้ ก็ลูกค้านี่นา

แต่โชคดีนะคะที่พี่ยังมีชีวิตรอดตราบจนทุกวันนี้...

#42 By lat_te on 2008-05-02 00:15

กร๊ากกกกกกกกกกก ขำสุดๆคือข้าราชการได้ลดไม๊ =[]=!! คิดได้อย่างไร๊!!!!!!!!!


ปล - พี่วิชัยคะ มีบัตรประชาชนได้ลดกี่เปอร์เซ็นต์confused smile
55555555555555555555555555
ชอบจระเข้ เสื้อ แล้วก็vodaphoneฮามากค่ะ 55555

ฮาสุดยอดๆๆ ให้เลยค่ะๆ ชอบๆๆๆ

มึงรุ้ไหมกุลูกใคร มันยังมีคนแบบนี้เลือบนโลกอีกหรอคะ =[]=

#44 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-05-02 01:24

พอมาอ่านบล็อกคุณวิชัยทีไร
บรรยากาศโรงแรมเล็ก ๆ ที่ตัวเองเคยทำงาน
วิ่งเข้าสมอง เออว่ะ ... มันใช่ว่ะ big smile Hot!

#45 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-05-02 02:25

ก๊ากกกกก กินเสือ ขายกระสุน กั่กๆๆ
confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile
เฮ้ยลืมตัว กลับไปทำงานก่อน แว๊บ

ปล.ภัตตาคาร น่าจะใช้ได้กับร้านในโรงแรมได้นา embarrassed

#46 By --อาเย่-- on 2008-05-02 05:00

อ่าน Entry นี้แล้ว ถึงกับต้องไล่อ่านของเก่าให้หมดเลยทีเดียว

ว่าแต่ คนฮ่องกงเค้าก็พูดเสียงดังอย่างนี้แหละ - -"
เวลาคุยกับแม่ คนอื่นยังนึกว่าเราทะเลาะกันเลย

#47 By Lagnadan on 2008-05-02 05:13

เจอคุณวิชัยเข้าไปแอบนึกสงสารแขกบางคน sad smile

#48 By -----ROGER----- on 2008-05-02 08:06

ความน่าหนักใจของงานบริการ

เห็นใจค่ะ และจะระวังไม่ไปถามแบบนี้ที่ไหน หึหึหึ

#49 By Endearing on 2008-05-02 08:46

confused smile ฮา มิสเตอร์ โวลดาโฟน

#50 By iMase on 2008-05-02 09:23