..คำถามป่วยๆ สักสี่ห้าข้อ
posted on 01 May 2008 10:18 by doggiestyle in 5starStory, iloveit
ผมเชื่อว่าทุกอาชีพ ไม่ว่าจะงานบริษัท นักบอล ขายกุ้ง ค้าผง ตัวตลก เด็กปั๊ม ปอเต็กตึ้ง หรือรับจ้างกรี๊ดตามโรงถ่ายก็ล้วนแต่มีคำถามจี๊ดใจเหมือนๆกัน
คำถามที่พอได้ยินก็พอที่จะทำให้ขี้หักใน ปวดไต เซ็งขี้ขึ้นมาทันที
การทำงานโรงแรมบางทีแม่งเหมือนการที่ต้องมีความทนทานทางอารมณ์สูงกว่าชาวบ้านทั่วๆไป เพราะบ่อยครั้งที่พวกเราโดนทำร้ายเสียดแทงความรู้สึกอย่างช่วยไม่ได้เหมือนกัน
ไม่ต้องมาด่าพ่อ ด่าแม่ ล้อรักแร้ดำ ข้อพับเหลืองอะไรให้ยากเย็นหรอกครับ
เอาแค่คำถามเสื่อมๆ สักสี่ห้าคำถามต่อวัน ก็มีพลังอานุภาพพอที่จะทำให้ผมหน้านิ่วกลับบ้านเล่นเกมส์ฆ่าฟันเลือดอาบแขน แล้วนอนละเมอแล้วครับ...
ถึงแม้ไม่ได้ทำงานที่เดียวกับคนอื่นแต่ผมมั่นใจว่า เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนอื่นที่ทำงานโรงแรมเหมือนผมจะต้องเซ็งขี้กันไปตามๆกันอย่างแน่นอนที่ได้ยินคำถามเหล่านี้
อ่านจบแล้ว....ก็อย่าไปถามใครเค้าล่ะ เพราะอาจทำให้ใครบางคนเซ็งฮูขี้ได้ครับ...
1. ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อปมั้ย?
นี่ฟังดูเหมือนเป็นคำถามธรรมดาๆ แต่ว่าอย่างน้อยสำหรับส่วนตัวผม มันเสื่อมแสดมากนะครับ
นี่ไม่ใช่โรงแรมต่างจังหวัดก่อนสงครามเอเชียอาคเนย์นะโว้ย ที่ร้านอาหารในโรงแรมที่พักไม่มีชื่อเรียกกัน
โรงแรมสมัยนี้ร้านอาหารทุกร้านมีชื่อกันหมดแล้วคร้าบ
แต่ถ้าไม่รู้ชื่อร้านอาหารในโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยครับ
ก็แค่ถามซิ "ที่นี่มีร้านอาหารอะไรบ้าง"
คนไทยคนหนึ่ง: ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อบมั้ย
วิชัย: ไม่มีครับ
คนไทยคนหนึ่ง: อ้าว! แล้วจะไปนั่งกินข้าวกินกาแฟที่ไหนได้ล่ะ
วิชัย: เราจะมีห้องอาหารอยู่ที่ชั้นสองครับ สามารถกินข้าวและดื่มกาแฟได้ครับ
มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนทำงานที่โรงแรมริมชายหาด มีคนไทยกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ซึ่งดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนเสี่ยพึ่งรวยจากการขายทุเรียนกวนอัดเม็ดส่งออก
เค้าไม่ได้ถามว่า ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อบมั้ย...น้าเค้าคิดไกลกว่านั้นแล้ว
...ที่นี่มีภัตคารมั้ย?
วิชัย: ที่นี่ไม่มีภัตคารครับ เรามีแต่ห้องอาหาร
แน่นอนครับ แขกทำท่าเหมือนว่า วิชัยกวนตีน แต่ภัตคารบ้านป้าแกรึไง มาอยู่ริมทะเล อยากได้ภัตรคารไปนู่นเลยเยาวราช!
2. คนไทยให้เท่าไหร่?
เดาได้เลยว่าเจ้าของคำถามหูขี้เน่านี้ต้องเป็นคนไทยอย่างแน่นอนครับ และส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นคนไทยคนเดียวกับที่ถามว่า..
"ที่นี่มีคอฟฟี่ช้อปมั้ย?"
คนไทยคนหนึ่ง: น้อง...ที่นี่คืนเท่าไหร่
วิชัย: ห้องพักต่อคืน ตอนนี้จะมีราคาพิเศษอยู่ที่ 180 เหรียญสหรัฐบวกบวกต่อห้องต่อคืนนะครับ คิดเป็นเงินไทยแล้วตกประมาณ 7000 บาทครับ
คนไทยคนนั้น: ...มีราคาคนไทยมั้ย
ช้างลาก! จะเป็นคนอินโด เมกา ชิลี บลาซิล
หรือคนไม่มีลูก คนไม่มีเมียก็จ่ายราคานี้แหละว้อยยย
วิชัย: ราคานี้คิดเท่ากันน่ะครับ คนไทยกับคนต่างชาติ
คนไทยคนเดิม: ข้าราชการลดได้เท่าไหร่?
...สวัสดีข้าราชการไทย
ทุกครั้งวิชัยก็จะตอบคำตอบเดียวว่า...เราไม่มีส่วนลดให้ข้าราชการครับ
เชื่อมั้ยครับ ครั้งหนึ่งมีคนถามตอบว่า..แล้วถ้าผู้ว่ามาเองล่ะ ลดให้ได้มั้ย?
คือ...อธิบายเลยครับ...พนักงานต้อนรับส่วนหน้าครับ...ไม่ใช่เจ้าของโรงแรม
เราไม่สามารถจะลดค่าห้องอะไรให้แขกได้มากครับ อาจจะสิบเปอร์เซนต์เต็มที่
เพราะฉนั้น จะเป็นผู้ว่า อบต. อบจ. นายก อดีตนายก เจ้าของวินปากซอย เจ้าของแผงปาท๋องโก๋
เราลดราคาให้ไม่ได้ครับ...
แล้วคนไทยคนนั้นก็จะตอบกลับมาว่า... อ๋อ..ที่นี่ไม่ตอบรับคนไทยใช่มั้ย
บทสนทนาทรามอารมณ์ตับแข็งก็จะยากขึ้นเป็นลำดับตามความตื้นของรอยหยักในสมอง
ไอ้หูดแตก! คนชาติไหนที่ควายๆ! กูก็ไม่อยากรับว้อย!(อันนี้ได้แต่ตะโกนในความคิดภายใต้รอยยิ้มที่ไม่มีมิตรภาพเจือของวิชัย)
ต้องขอโทษที่จะบอกว่าคนไทยเป็นชนชาติที่ต้อนรับได้ยากที่สุด ถึงแม้ว่าเราอยู่ในพ.ศ.ที่คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักอินเตอร์เนต มีความรู้แล้วมีความเกรงใจต่อเพื่อนมนุษย์โลกแล้ว ก็ยังมีคนไทยบางกลุ่มที่ยังดักดานเป็นขุนนางเหี้ยๆเมื่อครั้งเมืองไทยยังขี้ควายกันอยู่
คือ...ทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งนะครับ
ว่างานบริการเป็นอาชีพที่คอยอำนวยความสะดวกให้คนที่มาพัก
ไม่ได้แปลว่าพวกกูต้องมาหมอบคลานต่อศอก ก้มกราบจุดธูปบูชานะ
แต่ถ้าชอบแบบนั้นจริงๆ กลับไปปฎิบัติกับลูกกับเมียที่บ้านเองครับ...ขอบคุณ
จริงอยู่...ที่บางโรงแรมยังมีระบบที่คนไทยและคนต่างชาติจ่ายค่าห้องไม่เท่ากันอยู่
แต่เวลาที่เราบอกว่า ค่าห้องที่นี่คนไทยหรือต่างชาติจ่ายเท่ากัน
กรุณาเชื่อเถอะครับ...เราไม่รวยขึ้นหรอกเวลาที่โกหกลูกค้า
3. ชั้นจะได้ห้องอัพเกรดมั้ย?
การอัพเกรดก็คือการที่เราจ่ายเท่าเดิมแต่ได้ห้องที่ใหญ่กว่าเดิม
ถ้าเปรียบคำถามนี้เป็นอาวุธสงครามอะไรสักอย่าง...
ป่านนี้มนุษย์โลกคงสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้วสองรอบครึ่ง
เพราะผมบอกได้เลยว่า แขกที่มาจากฮ่องกง สิงคโปร์จะถามคำถามนี้นำมาก่อนที่จะให้พาสปอร์ตซะอีก
ไม่รู้ว่ามีการอบรมนักท่องเที่ยวกันก่อนที่จะออกนอกประเทศรึเปล่าวะ ถึงแม่งถามคำถามเดียวกันหมดเลย
แต่พวกฮ่องกง สิงคโปร์จะถามแค่พอเป็นมารยาท เหมือนกินข้าวยัง? ทำไรอยู่? ขี้คล่องมั้ย? พอเราบอกว่าไม่ได้ ก็จบไป แต่มีแขกบางคนแม่งต้องการคำตอบว่ะ
อ่านถึงตรงนี้ก็คงแอบคิดกันใข่มั้ยว่า ด้วยเหตุผลอะไรถึงต้องอัพเกรด?
แขกก็จะบอกต่อว่า ชั้นมาหลายครั้งแล้ว...อืมม์เช็คดูประวัติเข้าพักแล้ว...สามครั้ง
ก็คงจะได้หรอกนะ แขกบางคนมาพักเป็นหกสิบ
แปดสิบรอบจนไม่ต้องขอบัตรเครดิตกันแล้ว..ยังไม่ขอห้องอัพเกรดกันเลย
แต่ถ้าแขกบางคนที่มีกากใยซากอ้อยในกระแสเลือดมากหน่อยก็จะบอกว่า
โรงแรมต้องอัพเกรดให้เพื่อสร้างความประทับใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มาพัก
เอาสมองคิดหรือเอาเอ็นข้อเข่าคิดเนี้ย!
4. เมืองไทยปลอดภัยมั้ย?
ก็ไม่รู้ว่าคุณแขกเค้ายังมีภาพจำของเมืองไทยตอนยุคไหนอยู่เนอะ แต่มักจะถามเวลาจะออกไปกลางคืน
แขก: ยู...ชั้นจะไปสวนลุมไนท์อ่ะ ปลอดภัยที่จะเดินรึเปล่า?
วิชัย: อ๋อ...ปลอดภัยนะ แต่ถ้ายูกังวลก็นั่งแท็กซี่ก็ได้
แขก: แล้วเท็กซี่ปลอดภัยรึเปล่า?
วิชัย: ก็ปลอดภัยนะ
แขก: ยูแน่ใจนะ
เอ็งขึ้นห้องนอนเหอะ อย่าไปไหนเลย แล้วอย่าลืมล็อคกลอนประตู เอาเก้าอี้มาขัดลูกบิดไว้ ฉีดวัคซีนป้องกันมาลาเรีย แล้วก็ใส่เสื้อเกราะ+หมวกกันน็อคนอนเลยนะ จะได้ปลอดภัยถึงใจไปเลย
จะบอกว่า...กรุงเทพปลอดภัยหนึ่งร้อยห้าสิบเปอร์เซนต์ก็ใช่ที่ เพราะเรื่องพวกนี้มันก็เหมือนฉี่เหมือนตดที่นึกจะมา ก็มา นึกจะมีก็มี
แต่พยายามจะบอกว่า ไม่ว่าแกอยู่เวียนนา ทิมบัคตู คิวบา เปรู อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ หน้าโรงพักแห่งสหประชาชาติ ถ้ามันจะเกิดมันก็เกิด
กับเรื่องถนนหนทางที่เราเดินเองมันก็หลีกเลี่ยงได้น่ะ แต่เรื่องแท็กซี่นี่ มันแล้วแต่ฟ้าฝนโชคชะตาจริงๆ
บางทีแขกนอยมากๆเข้า ผมก็เคยตอบแขกกลับ (ไม่แนะนำให้ทำตาม)
แขก: แท็กซี่ปลอดภัยมั้ย
วิชัย: ถ้ายูกังวลมาก โรงแรมมีบริการให้ยืมปืนลูกซองนะ แต่ลูกกระสุนเราคิดเงินตังหาก
แขก: ....จ จริงเหรอ แท็กซี่ที่นี่น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ
วิชัย: ยูคิดว่าไงล่ะ
แขก: มันคงไม่เลวร้ายอย่างที่ชั้นคิดมั้ง
วิชัย: ใช่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วเรื่องปืนก็ล้อเล่นไม่มีให้หรอก
แขกก็หัวเราะเดินจากไป แต่คงคิดอ่ะนะว่า ไอ้พนักงานที่นี่แม่งกวนตีนชิบหาย
ตอนอยู่เชียงราย ซึ่งต้องใช้เรือหางยาวไปรับแขก
แขก: ในแม่น้ำนี่มีจระเข้ป่ะ
วิชัย: ไม่มีครับ
แขก: มันไม่มีหรือยูไม่เคยเห็น...
แน้...พูดแล้วไม่เชื่อกูอีก
วิชัย: ไม่มีจริงๆ เพราะน้ำมันไม่ได้ลึกขนาดนั้นเลยนะ
แขก:....เหรอ แล้วไป
พอเรือแล่นเข้าสู่บริเวณโรงแรม
แขก: ที่นี่มีเสือมั้ย?
สันดานวิชัยชำรุดอย่างกระทันหัน...
วิชัย: เรากินหมดแล้ว...
แขก: ย..ย..ยูกินเสือกันด้วยเหรอ
วิชัย: ใช่...เรากินหมาด้วยแหละ
ในน้ำกินหมดยกเว้นเรือ
บนบกกินหมดยกเว้นเก้าอี้
บนฟ้ากินหมดยกเว้นเครื่องบิน
....แขกเขยิบเข้าไปนั่งติดกันด้วยความกลัวไอ้กระเหรี่ยงใส่แว่นหน้าโรคจิต
เกิดนึกครึ้มอยากลองเนื้อฝรั่งขึ้นมา
แขกไม่ถามอะไรอีกเลยตลอดการเข้าพัก จนวันสุดท้ายก่อนเช็คเอาท์ก็มาสารภาพว่า รู้นะที่ผมพูดน่ะมัน bullshit เพราะมีคนบอกมา...
ฮ่าๆๆๆ เรื่องอำแขกเนี้ยสนุกจริงๆ
5. can you speak english?
คำถามนี้ยกให้เป็นคำถามเซ็งขี้อันดับหนึ่งของผม หรืออาจจะเป็นคำถามทำลายล้างอันดับหนึ่งของวงการโรงแรมก็ได้
ไม่รู้ว่าถามด้วยเหตุผลอันใด แต่ที่แน่ๆ จากที่ถามๆเพื่อนๆที่ทำงานมาด้วยกันแล้ว
คำถามนี้...เซ็งฮูขี้มากครับ
เข้าใจว่าภาพรวมคนไทยส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้ แต่นี่โรงแรมนานาชาตินะว้อย แล้วไอ้ที่เดินที่นั่ง ที่ตีลังกาอยู่ในล็อบบี้ก็คนต่างประเทศทั้งน้าน...
แล้วทุกครั้งที่โดนคำถามนี้...สันดานจะชำรุดอย่างกระทันหัน
แขก: can you speak english?
วิชัย: ....i dont think so, sir, but is there anything i can help you?
หรือถ้ามาแบบวัยรุ่นยียวนกวนตีน
แขก: Can you speak english?
วิชัย: you can try me if you want to.
พูดถึงแขกกวนตีน เมื่อครั้งวิชัยยังเป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่ภูเกิต..ซึ่งแน่นอนป้ายชื่อเราก็จะต้องติดคำว่า "trainee"
มีแขกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา แล้วในกลุ่มก็มีไอ้บ้าเปรี้ยวตีนอยากโชว์สาว
ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานเข้าสิงรึไงก็เลย
แขก: hey, how come half of staff here named "trainee". huh? Mr. Trainee.
ชี้มาที่ป้ายชื่อผม แล้วหัวเราะกันทั้งวง
เปรตนี้กวนตีนกูละ ชอบใช่มั้ย พนักงานปากหมานี่ชอบใช่มั้ย
วิชัย: i am sorry, sir. my name is not trainee, Mr. Vodafone.
แขก: my name is not vodafone, man.
วิชัย: i am sorry, sir. i thought it's your name.
วิชัยชี้ไปที่อกเสื้อ

คราวนี้ทั้งวงฮากว่าเดิม รวมทั้งวิชัยด้วย แต่ยกเว้นไปเปรตเปรี้ยวตีนคนนั้นคนเดียว
คำเตือน: กวนตีนเจ้าพนักงานขณะให้บริการไม่ควรทำนะครับ
คำเตือน: กวนตีนแขกขณะให้บริการก็ไม่ควรทำเช่นกันครับ ยกเว้นความหมั่นไส้มันจุกถึงต้นคอ
คำถามสุดท้าย...เป็นคำถามที่เซ็งมาก เดาได้ว่าทุกคนต้องเคยได้ยิน ไม่เว้นว่าจะเป็นคนทำงานอะไร
"รู้มั้ยว่ากูลูกใคร!~"
อย่างที่เคยบอกไปแล้วนะครับว่า คนไทยบ้าอำนาจส่วนใหญ่จะมีปัญหาครอบครัวเป็นโรคกำพร้าพ่อแม่ฉับพลัน
วันหลังถ้ามีใครมาถามว่า "มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร!"
แนะนำให้ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่เขาให้มั่น มองตาเขาให้มันลึกถึงจิตใต้สำนึกอันตื่นขอดของเขาแล้วบอกออกไปว่า
"มึงน่ะ....ลูกลุงส่ง รับจ้างลับมีดอยู่แถวบางบัวทองว้อย!"
ป.ล.ชี้แจงงง
สิ่งที่พูดกวนตีนออกไปกับแขกน่ะ ทั้งหมดอยู่ใน body language (ภาษากาย) ยังอยู่ในแบบพนักงานแอบกวนคนหนึ่งนะครับ ผมอาจจะอมยิ้มนิดหนึ่งแล้วค่อยกวนนะครับ
ไม่ได้เอียงคอ เชิดคอ เลิกคิ้วหนึ่งข้าง เอามือลูบคางแล้วจีบปากจีบคอกวนตีนนะครับ
อนึ่งการเล่นกับแขกต้องดูก่อนว่าแขกเองอยู่ในมู้ดที่กวนตีนได้หรือไม่


...หุหุ
กร๊ากกกกก~~~
แต่ราคาคนไทยนี่ -- คนถามแสดงความเป็นไทยอย่างชัดเจน
ปล. ฮากลิ้งจนน้องสาวหาว่าบ้าเลยล่ะเออ (ไอ้ตัวสีแดงๆ...อ่ะ)
#1 By * a o M * on 2008-05-01 10:44