อะไรยังไงในโรงแรม
posted on 11 May 2008 02:49 by doggiestyle in 5starStory, iloveitนี่เป็นเอนทรีหนึ่งที่ผมลำดับความคิดอยู่นานพอสมควร
ทำตัวเหมือนนักบอลไทยครับ คือล็อกอยู่นั่นแหละ ส่งกันอยู่นั่นแหละ ไม่ยิงกันสักที
เอาละ...ซัลโวเลยละกัน หวังว่าไม่แป้กนะคร้าบบบ
ทำไมต้องคุณผู้ชาย
ผมไม่รู้ว่าพนักงานโรงแรมคนอื่นเค้าเรียกลูกค้าคนไทยว่าอะไรกัน แต่วิชัยเรียก คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงมันฟังดูแกรนด์ๆและรู้สึกเดียมๆเหมือนมี ใครเอาขนตูดเป็ดมาเขี่ยนมซี้ดส์ๆใช่มั้ย...
ใช่..ผมก็ว่าอย่างงั้นแหละ
โรงแรมนั่นต้องการให้พนักงานเรียกแขกที่มาพักโดยใช้ชื่อเพราะนั่นจะแสดงถึงความสำคัญของแขก แต่ว่าคนไทยเนี้ยเวลาเขียนชื่อนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว อาจจะยาวประมาณสองสนามม้าต่อกัน
แล้วประเทศไทยก็เป็นไม่กี่ชาติที่เอาฮาเรียกชื่อต้นกัน ในขณะที่ชาติอื่นเรียกชื่อสกุล เวลาเราดูชื่อแขกจากระบบคอม นามสกุลจะขึ้นก่อนซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราก็จะเข้าไปดูชื่อต้น แล้วเป็นยังไง? วิชัยอ่านภาษาคาราโอเกะไมค่อยออกครับ
ภาษาไทยเวลาแปลงเป็นอังกฤษแล้ว อ่านยากพอๆกับอ่านตำราพระไตรปิฎกกลับหัวย้อนหลัง แล้วอีกอย่างคือ...มันดิ้นได้อ่ะครับ
ผมเคยเจอแขกคนไทยชื่อ Cherdsak ซึ่งให้กระเหรี่ยงมาอ่าน ก็อ่านเป็น เชิดศักดิ์ แล้วเป็นไงรู้มั้ย...
ผมชื่อ เจิดศักดิ์ กรุณาเรียกให้ถูกด้วย!
โอ้ว ไอ้วิชัยตัวหดเหลือเท่ากล่องไม้ขีด!
อีกครั้งผมเจอแขกคนไทยชื่อ Libliew
อ่านแล้วนึกในใจ...นายรีบเลี้ยว...นี่ เดี๋ยวเค้าตั้งชื่อกันได้ห่างไกลจินตนการขนาดนี้แล้วเหรอวะ
พอแขกมาก็เป็นคนไทยใจดี เขินๆแล้วบอกว่า...ผมชื่อลิบลิ่วครับ
เรื่องชื่อสำหรับคนไทยแล้วเป็นอะไรที่ต้องระวังแล้ว ยศและตำแหน่งเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากพอๆกับปัญหาเรือนกระจกกันเลยทีเดียว
ไฮโซคนหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าทุกคนจะต้องเคยเห็นเธอตามหน้าแม็กกาซีน
เธอมีปัญหากับโรงแรมหนหนึ่ง ผมจำไม่ได้แล้วว่าเธอมีตำแหน่งว่า ท่านผู้หญิง หรือ คุณผู้หญิง แต่พนักงานรับโทรศัพท์ดันไปเรียกผิด เธอลงมาโวยวายข้างล่างชนิดที่ว่า พินาศเป็นจุณ จอมมารบูทำลายล้างโลกดีดีนี่เอง...
คำว่า คุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ก็คงคล้ายๆกับ sir, madam มั้ง เพราะจะให้เรียกคุณพี่...มันก็เหมือนพนักงานตัดผมชายไปหน่อย
จะเรียกคุณเฉยๆ มันก็ฟังดูมีความเย็นชาเคลือบอยู่
จะให้เรียกพี่ๆ ก็ออกแนววินมอไซค์สีลมอีกแม่งเดี๋ยวจะโดนแขกตบกระโหลกหน้าหลุดเอาอีก
...คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงนี่แหละ ปลอดภัยที่สุด
แล้วอย่าถามนะว่า รู้สึกอย่างไรเวลาเรียกคุณผู้ชายกับเด็กที่มาอายุน้อยกว่าเรา...
ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะนี่คืออาชีพครับ!
เม้าท์นิดหนึ่ง...เรื่องชื่อแขกนี่เคยจะเป็นเอนทรีหนึ่งเลยนะ เพราะแต่ละชื่อแบบ...
Ms. ma kam pui >> มา คามปุย หรือ แคมปุย?
Mr. butterhead >> หัวเนย?
Mr. Deadman >> นาย...คนตาย?
Mr. Kuay >> นาย..ควน ควาน คะ คะ คว..
เด็ดสุดในดวงใจคงเป็น Ms. hee (จำชื่อต้นไม่ได้แล้ว)
คือว่า ก่อนทำงานจะมีการไล่ชื่อแขกที่จะมาพักกันก่อนอ่ะครับ แล้ววันนั้น...
พนักงานหญิง: วันนี้จะมี มิสหีเข้าพัก
พนักงานเงียบกริบ...
พี่: เฮ่ย...เค้าชื่อ ฮี รึเปล่า
พนักงานหญิงคนเดิม: อ้าว แล้วเมื่อกี้กูอ่านว่าอะไรอ่ะ
วิชัย: มึงอ่านว่า หี
พนักงานหญิงคนเดิม: ไอ้เหี้ย จริงเหรอวะ
เหมือนเป็นเรื่องตลกระหว่างวัน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...ตกลงไอ้คำว่า Hee มันคือฮี หรือ หีกันแน่
เวลาผ่านไปไม่นานปริศนาก็คลี่คลาย..
ระหว่างที่ชุลมุนเช็คอินกันอยู่ ก็มีหญิงชาวจีนเดินเข้าพัก
hello i have a reservation under the name หี
ไอ้เจ้ดดดดดดดดด ของเค้าแรงจริงๆค่าคู๊ณ
บรรยากาศคีมูไกเข้าครอบงำทันที หน้าที่ที่ต้องเรียกชื่อแขก กับความสุภาพต่อสู้กันอย่างดุเดือดในห้วงความคิด...
ทุกคนเกร็งมากครับ...
จู่ๆก็มี เพื่อนเอ้ เดินเข้ามาในเคาร์เตอร์อย่างร่าเริง (และอย่างไม่รู้ตุ้ยอะไรเลย) เหลือบไปมองใบลงทะเบียนและเข้ามาทักทายแขกด้วยอาการเป็นกันเอง
เอ้: good evening กว่าที่เอ้จะรู้ตัวว่ากำลังจะทำอะไรร้ายๆลงไป
ปากก็หลุดไปแล้วว่า...Ms...หี (ตรงนี้ต้องพูดแบบอันเล็กๆในลำคอประมาณหนึ่งเดซิเบล)
แม่งมันคงเหมือนรถที่เบรคไม่อยู่แล้วอ่ะ ความเงียบปกคลุมหนากว่าเดิม
เอ้มองหน้าเพื่อนๆทำสายตาว่า เฮ้ย..คือ กูขอโทษว่ะ
DND
DND ย่อมาจาก Do Not Disturb แปลเป็นไทยว่า กรุณาอย่ารบกวน บางโรงแรมจะใช้คำว่า privacy ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ขอความเป็นส่วนตัวหน่อย
ซึ่งผมไปเห็นในเวบไซค์โรงแรมแห่งหนึ่งในยุโรปใช้คำว่า "leave me alone" หรือแปลเป็นไทยว่า เลิกยุ่งกะกูสักที
สัญลักษณ์ DND บางที่จะเป็นกระดาษแขวนลูกบิด บางที่จะเป็นอะไรมาถ่วงๆถุงๆ บางที่จะเป็นไฟแดงๆขึ้นแถวประตูแต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบอย่างไง
ก็มีความหมายเดียวกันกับ คนโรงแรมคือ...เราจะไม่ยุ่งกับห้องนี้ ห้องนี้กลายเป็นแดนสนธยาไปแล้ว
DND ถือเป็นยันต์กันมนุษย์โรงแรม แต่ไม่ข้อมูลกับกันผีอะไรนะครับ...อาจจะกันผีออกก้อได้
แต่แม่บ้านจะเก็บข้อมูลไว้นะครับว่าห้องไหนบ้างที่มี DNDบ้าง เพราะจะมีบ่อยครั้งที่มีแขกมางี่เง่าเต่าทุยลงมาต่อว่าทำไมไม่ใครเข้ามาทำห้องกูเลยวะ!
และก็จะมีบ่อยๆที่แขกจะติดDNDไว้ข้ามวันข้ามคืนสักสองสามวัน แบบนี้พวกผมก็จะแอบเข้าห้องไปแวบดูสักครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีซากตดซากอ้อยอะไรเละๆเน่าๆเมือกๆอยู่ในห้อง
โรงแรมส่วนใหญ่จะมีไอ้ป้าย DND เป็นแผ่นเดียวกับป้ายขอให้ทำห้อง
ประมาณว่า หน้าเอ เป็น Do not disturb (อย่ารบกวน)
อีกหน้าเป็น Please make up this room (ทำห้องให้หน่อย)
ซึ่งบางทีก็นำความลำบากใจมาให้เราๆเหมือนกัน
วันหนึ่งที่ต่างจังหวัด ผมได้รับโทรศัพท์จากแม่บ้านให้ไปหาที่ห้องแขกห้องหนึ่ง...สิ่งที่เห็นคือ
ป้ายที่แขวนอยู่ตรงลูกบิดโดนลมพัดปลิวตกอยู่ที่พื้น
ชิบหาย...นี่มันอารมณ์ขันแห่งโชคชะตารึไงวะ
...ยืนงงตับ สลับเกาหัวแกรกๆกับพี่แม่บ้านกันอยู่นสองคน โดยที่มีไอ้กระดาษหนึ่งแผ่นอยู่ตรงเท้า
คือกูต้องทำอย่างไงกับชีวิตกูต่อไปดีวะ
แล้วตกลงกูจะต้องทำห้องให้มึง หรือกูต้องไม่ยุ่งกับมึงดี
ไอ้ครั้นจะเป็นแรมโบ้ไม่สนติ้ว บุกทลายห้องเข้าไปทำความสะอาดเลยก็ใช่ที่ เพราะกลัวว่าจะเข้าไปเจอคุณแขกๆ กำลังโซเดมาคอมกันอยู่
ยืนตากแดด แดกโง่อยู่หนึ่งนาที...
ชั่งแม่งวะ โดนแขกด่าเพราะไม่ทำห้อง ดีกว่าโดนแขกกระทืบตับทะเล็ดคาประตูห้อง
ส่งจดหมายเข้าห้องว่า ช่วยมาบอกเราทีว่าคุณต้องการอะไรจะให้ทำห้อง หรืออะไรกันแน่ เพราะข้าน้อยโดนโชคชะตากลั่นแกล้งอยูคร้าบบ
wake up call
หรือเรียกแบบไทยๆว่า บริการโทรปลุก ซึ่งแขกสามารถโทรไปขอได้กับพนักงานได้
พอถึงเวลาพนักงานก็จะโทรไปปลุกตามสเต็ปคัมแมว
ตามหลักแล้ว แขกจะต้องรับโทรศัพท์แล้วตอบแบบมีสติก่อนพนักงานถึงจะวางใจและถือว่าแขกตื่นแล้วจริงๆ
แล้วถ้าไม่ตื่นล่ะ ทำไง...ครับ มันก็เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่ต้องขึ้นไปปลุกด้วยตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นวิธีเคาะประตูเรียกหรือบุกตะลุยเข้าไปเขย่าหน้ากระแทกเข่าปลุกแขกด้วยกำลัง
แล้วถ้าห้องนั้นติด DND ไว้ล่ะจะปลุกมั้ยอ่ะ เพราะแขกบอกว่าห้ามรบกวนนี่
ตรงนี้ไม่เกี่ยวกันครับ เพราะยังไงเราก็ต้องปลุกแขกให้ได้ เพราะการปลุกแขกไม่เรื่องเล็กๆนะครับ มันสำคัญมาก เพราะเคยมีมาแล้ว ที่เราไม่ได้ปลุกแขก แล้วแขกก็พลาดประชุม ตกเครื่อง
จากเรื่องระดับปลาซิวปลาสร้อย กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดในบรรยากาศมาคุ ทำลายทุกอย่างชิปหายหมด
วันหนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่ น้องคนหนึ่งแจ้งว่า มีแขกไม่ตื่น
กำหนดแล้วแขกต้องเช็คเอาท์ตอนตีสามครึ่ง วิชัยไปเคาะประตูปลุกแขกพักหนึ่ง
แขกก็ตื่นแล้วพูดว่า
i know. i know.
โอเค...ถือว่ารับทราบ
สิบห้านาทีต่อมาแขกยังไม่ลงสักที ผมเคาะประตูอีก คราวนี้ไม่มีใครตอบรับ
ช่วยไม่ได้ บุกตะลุยเปิดห้องเข้าไป เจอแขกนอนขดอยู่ในหมอนผ้าหม่อย่างสบายใจ
ไอ้การเข้ามาปลุกแขกแบบนี้ มีหนึ่งอย่างที่ต้องระวัง...คืออะไรเดี๋ยวรู้กัน
ผมก็เขย่าตัวแขกอยู่พักหนึ่งแขกตื่นขึ้นมา ตกใจเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังสาย
ลุกขึ้นเลยครับ..
โอโห้ อล่างฉ่างงานสร้าง โจ๊ะโก๊ะเรยครับ
ไอ้แสดดเอ้ย! ทำมายไม่ใส่กางเกงนอนวะ!


นั่นแหละครับที่ต้องระวัง...
ยัง...ยังไม่สาแก่ใจครับ...รอเจอตอนสองได้เร็วๆนี้
นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมใช้เพลงนี้ประกอบบลอก...ผมชอบว่ะ หวังว่าจะยังไม่เบื่อกันนะครับ

เป็นเรื่องที่ผมสงสัยเหมือนกัน เวลาไปพักโรงแรม
คือชื่อคนเราในแต่ละภาษามันก็มีความหมายต่างกันไปอ่ะนะ ชื่อเค้าอาจจะแปลว่านักปราชญ์ผู้รื่นเริงอะไรอย่างนี้ก็ได้

ติดตามอ่านต่อคับ หนุกๆ
มาสเตอร์แชมป์
พูดไม่ออกจริงๆ คะพี่ แบบ.. จุกอยู่ที่คอ ฮ่าๆ
สำรองเคยมีความฝันว่าอยากจะทำงานโรงแรมมากๆ
ทำอะไรก็ได้ในโรงแรม อยากทำมาก
แต่พอมาอ่านบล็อคพี่วิชัยแล้ว..
ไม่ต้องทำก็ได้มั้ง อ่านบล็อคพี่วิชัยเอาละกัน ฮ่าๆๆ
เป็นบล็อคที่สำรองชอบมากเลยคะ
เป็นประสบการณ์ชีวิตจริงๆ คะพี่วิชัย
ทั้งการอ่านชื่อ
แล้วก็การปลุกแขก
แหะๆ
สำรองจะรอตอนสองนะค่ะ
#1 By iMINTnism on 2008-05-11 03:50