อะไรยังไงในโรงแรม#2

posted on 15 May 2008 23:57 by doggiestyle  in 5starStory, iloveit

มาถึงตอนที่สองกันแล้ว กับเอนทรีต่อเนื่อง ใครที่ยังไม่เคยอ่านตอนแรก >> คลิก ตรงนี้ครับ

ตอนนี้ สนับสนุนโดย ยาระบายตรากบงมเข็ม (ระวังของเลียนแบบนะครับ ของแท้ กบต้องงมเข็มอยู่ หากเห็นกบแสดงว่าเป็นของปลอม)

เอ้า...เข้าเรื่องเลยละกัน..ตอนนี้ไม่มี ฮี นะครับ แต่หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินได้อยู่

 

กุญแจห้อง

ผมมั่นใจว่าหลายคนที่ไปพักโรงแรมแล้วต้องมีประสบกาณ์เสื่อมๆ เมื่อกุญแจห้องทะลึ่งหาย แล้วโดนโรงแรมเก็บตังค์ค่ากุญแจ ซึ่งก็เป็นเงินจำนวนหนึ่งอยู่ ทั้งๆที่ดูแล้วมันก็กุญแจธรรมดาๆ ที่สามารถไปตัดใหม่ที่ร้านลุงหว่างหน้าเซเว่นปากซอยนี่หว่า เอ๊ะหรือว่ามันเป็นกุญแจแร่ผสมอะลูมีเนียมบริสุทธวะ
แล้วความคิดดังกล่าวก็จะจบลงด้วย
"ก็แม่งโรงแรมนิ...อะไรอะไรแม่งก็แพงหมดแหละ"

โรงแรมส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ใช้คีย์การ์ดกันหมดแล้ว ซึ่งเวลากุญแจหายก็ไม่มีอะไรมาก แค่ไปขอใหม่ก็พอ แต่บางโรงแรมที่เป็นโรงแรมชายทะเลที่ร้อนชื้น อาจจะยังใช้วิธี old school กุญแจบ้านกันอยู่ ไม่ใช่โรงแรมไม่ทันสมัยครับ แต่เพราะอุปกรณ์ไฮเทคบางอย่างมันก็ไม่สามารถอยู่ในภูมิอากาศบางที่นั่นเองครับ

ส่วนตัวผมที่เป็นคนทำงานโรงแรมก็ชอบใช้การ์ดเหมือนกันครับ เพราะสะดวก ไม่ต้องมาคอยเก็บกุญแจเวลาแขกมาฝากไว้

และที่สำคัญที่สุดไม่ต้องมาคอยปวดกะบาลซากอ้อยตดเล็ดตามกุญแจคืนจากแขกเวลาเช็คเอาท์

มีครั้งหนึ่งตอนที่ผมเป็นเด็กฝึกงาน วันนั้นยุ่งชุลมุมระดับตะลุมบอนเลยครับ เพราะมีกรุ๊ปเกาหลีประมาณ 80ห้อง เช็คเอาท์

ตอนนั้นแคชเชียร์คนเก็บเงินกับ ต้อนรับส่วนหน้ายังไม่รวมกันนะครับ
พี่แพมซึ่งถือว่าเป็นแคชเชียร์มือหนึ่ง ได้ทำหน้าที่มารับมือไอ้กรุ๊ปมหาภัยนี้
ซึ่งอย่างที่บอกว่า โรงแรมที่ใช้กุญแจนั้นพวกเราต้องมาน้ำลายเปียกคางคอยตามกุญแจคืน
เหมือนทำบุญมาเพื่อกาลนี้ ผมได้รับหน้าที่ตามกุญแจ

"ไอ้แว่น! กุญแจครบมั้ยวะ" พี่แพมถามในขณะที่กรุ๊ปเช็คเอาท์เริ่มจะหมดแล้ว
"เดี๋ยวพี่ ดูอยู่"
"เออ...ขาดอีกสามห้องพี่"
พี่แพมทำหน้าที่แกต่อไป ส่วนผมก็หันรีหันขวางมาหาแขกแปลกหน้าที่ยังไม่ได้คืนกุญแจ
จนกระทั่งทั้งกรุ๊ปคืนห้องหมดแล้ว
"เฮ้ย...แว่นกุญแจครบมั้ย"
"เอ่อ...ขาดไปห้องหนึ่งพี่"
ตอนนั้นน่ะ รถบัสออกจากหน้าล๊อบบี้ไปแล้วครับ
พี่แพมยกหูโทรศัพท์

"ฮัลโหล...ประตูหน้าเหรอ...ปิดประตูเลย แล้วให้รถวนกลับขึ้นมาทวงกุญแจห้องก่อน"
พี่แพทโหดมากครับ เล่นกันงี้เลย

แขกบนรถแตกตื่นโกลาหลนึกว่าจะโดนโรงแรมเถื่อนจับไปขายที่ติมอร์ตะวันออก

เฮ้ย! กุญแจห้องหายนี่แม่งคอกุดเมียตายขนาดนี้เลยเหรอวะ? โอเคอาจจะไม่สิ้นชาติตูดแหกถึงขนาดเรียกรถบัสกลับมาหรอกครับ แต่นี่เรื่องใหญ่พอๆกับที่ทั่นสมัครรู้ว่ามีแมวถูกทิ้งเกาะเลยนะเนี้ย
บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องระดับ...เล็กๆซิวๆ โอเค...ในการที่กุญแจไม่ได้คืนเคาร์เตอร์
แต่เรามาดูความเป็นไปได้กัน...

1. เราไม่รู้ว่ากุญแจดอกนั้นอยู่กับแขกเอง หรือแขกทำหาย หรือลืมไว้ที่ไหนรึเปล่า
1.1 ไม่ว่าจะหายหรือลืมไว้ ก็ไม่ดีทั้งนั้นเพราะ ถ้ามีคนเก็บได้...
1.1.1 ถ้ามีคนเอามาคืนก็แล้วไป แต่ถ้าเข้าไปขโมยของในห้องพักละแย่แน่ๆ
1.1.1.1 แต่ถ้าไอ้เปรตที่มีกุญแจ มันเสือกรอให้มีแขกเข้าไปพัก แล้วเข้าไปขโมยละ? ชิบหายครับ

นั่นก็คือทำไมกุญแจถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

แล้วอะไรคือมาตรการเวลากุญแจหายล่ะ

ส่วนใหญ่แล้วจะเปลี่ยนลูกบิดประตูเลยครับ ทีนี้กุญแจที่หายมันก็ไม่สามารถกลับมาเปิดห้องพักได้อีก
และนั่นมันก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงโดนคิดเงินด้วยวะ ก็แค่กุญแจหนึ่งดอกหาย

ครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่ภูเก็ต คืนนั้นมีแขกทำกุญแจหาย...ยอมรับเลยว่า ไม่ใช่แค่แขกที่เซ็งตอนทำกุญแจหาย พนักงานก็เซ็งเหมือนกันเพราะต้องเป็นหน้าที่ ที่ต้องมาเปลี่ยนลูกบิด เปลี่ยนลูกบิดแล้วก็ต้องมาดูเรื่องกุญแจอีก
ห้องทุกห้องต้องมีกุญแจสำรองครับ แต่ไม่รู้ยังไงไอ้ห้องนั้นมันเปิดไม่ได้ วิชัยก็หันไปทางพี่ช่างด้วยสายตา
"ยังไงต่อดีวะพี่"
พี่ช่างยืนแคะขี้มูกสองที..
"เดี๋ยวพี่มานะ ไปเอาเครื่องมือก่อน"

พี่หายไปแค่หนึ่งอึดใจ กลับมาด้วยเครื่องมือไม้ชนิดหนึ่ง

หน้าประมาณหนึ่งฝ่ามือ ยาวประมาณหนึ่งเมตร

ดูจากหน้าตาแล้วเหมือนเคยเห็นมาก่อน

อืม..คุ้นๆว่า แถวบ้านเรืยกเครื่องมือชนิดนี้ว่า..ไม้หน้าสามนี่หว่า


ก่อนที่ผมจะสงสัยหรืออ้างปากถามว่า ไอ้ไม้หน้าสามมันจะมาทำอะไรกับการเปิดประตูครับ
พี่เค้าก็สาธิตวิธีสะเดาะลูกบิดประตูที่ทารุณที่สุดในประวัติศาสตร์การสะเดาะลูกบิดประตู
เรียกว่าหวดกระหน่ำฟาดด้วยหน้าที่ก็ไม่ผิดนัก

 

 

 

ป๊าก! ป๊าก! ป๊าก~

 

พี่แกก็หวดไปเรื่อยๆด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย เหมือนพี่แกเคยรับจ้างตีวัวสลบตามโรงฆ่าสัตว์รึเปล่า ถึงได้เลือดเย็นนัก

สภาพลูกบิดประตูก็ค่อยๆ เป็นไปตามชื่อของมัน คือค่อยๆบิดไป บิดไป จนหลุด

 

ประตูเปิด...เปลี่ยนลูกบิด ช่างกลับบ้าน

วิชัยอึ้งแดก ครับอึ้งแดก


จะตึงไปไหน

สงสัยมั้ยว่าทำไมแม่บ้านต้องปูเตียงจนตึงวะ ตึงจนแม่งผ้าจะขาดอยู่แล้วมั้ง
ใครไม่สงสัย ไอ้แว่นสงสัยครับ ซึ่งจะว่ากันตรงๆ

ผมก็มาสงสัยเป็นจริงเป็นจังก็ตอนที่จะเขียนเอนทรี อะไรยังในโรงแรมนี่แหละ เพราะต้องคอยสงสัยแทนคนอ่านว่ามีอะไรน่าสงสัยบ้าง

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมไล่ถามแม่บ้านทุกคนที่ผมเจอว่า
ทำไมพวกพี่ต้องปูเตียงให้ตึงด้วยครับ

เชื่อมั้ยครับว่า ผมจะไม่ได้คำตอบเท่าไหร่ แต่จะได้คำถามแทน
"มึงจะรู้ไปทำไมวะ"
ฮ่าๆๆๆ บ้าชิบเป๋ง ที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ดีได้เลยว่ะ

มีแต่คนบอกว่าที่ต้องปูผ้าตึงเพราะจะได้รู้สึกถึงความเรียบร้อย สะอาด

และที่สำคัญที่สุดคือ ความที่ผ้าปูที่นอนเรียบตึง เท่ากับ ยังไม่มีใครมาใช้
จะรู้สึกอย่างไรว่า ถ้าเราเข้าห้องพักเป็นครั้งแรก แล้วเจอผ้าปูที่นอนยับๆ ผมว่ามันก็คงจะแย่พอๆกับเข้าไปขี้แล้วเจอ "ปัจฉิมลิขิต" เต็มโถจากคนก่อนหน้านี้

มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะรู้สึกเซ็งมากครับ เวลามีคนมาขอดูห้องแล้วทะลึ่งนั่งลงบนเตียง
ผมรู้สึกแย่มากว่า เหมือนมีคนแปลกหน้าเข้ามาขี้ที่ห้องรับแขกบ้านผมว่ะ เวลาไปดูหน้องที่โรงแรมไหน อย่าไปนั่งนะครับ เพราะถ้าเตียงมีรอยยับนิดหนึ่ง มันจะเห็นง่ายมากแล้วแม่บ้านต้องเข้ามาทำความเรียบร้อยอีกครั้ง


ผมเคยไปพักโรงแรมที่ปูเตียงตึงๆครับ ตึงซะจนต้องใช้กำลังควายมาแงะเพื่อเสือกตัวเข้าไปนอนระหว่างที่นอนและผ้าปู แล้วต้องใช้แรงควายอีกครั้งเพื่อนอนตะแคง แล้วทั้งคืนผมนอนสตาฟแบบนั้นจนเช้า
ไม่ต้องให้คนอื่นมาสงสัยหรอกครับ ผมเองก็สงสัยว่า

มึงจะรีบตึงไปไหนวะ?

 

turndown bed service

นี่เป็นบริการในโรงแรมอย่างหนึ่งที่ผมว่าหลายๆไม่รู้ หรืองงๆ อยู่


ครับ turndown bed service ไม่ใช่การพลิกเตียงอย่างที่คำมันบอกนะครับ
มันเรียกเป็นภาษาไทยว่า บริการเปิดเตียง

อย่างที่ผมเกริ่นไว้ข้างบนนะครับว่า เตียงแม่งจะตึงไปโอลิมปิครึไง
ที่ผมต้องใช้พลังซุปเปอร์ไซย่า เพื่อเสือกตัวเข้าไปนอน เพราะว่าไม่มีใครเข้ามาเปิดเตียงให้ตังหาก
คือห้องพักโรงแรมเนี้ย จะมีการ set up สองแบบครับ


แบบกลางวันและแบบกลางคืน แต่ละโรงแรมจะจัดไม่เหมือนกัน
กลางวันผ้าม่าน อาจจะเปิดให้แสงอ่อนๆจากข้างนอกเข้ามา รีโมทอาจจะวางไว้ข้างทีวี บนเตียงอาจจะมีหมอนจัดวางอยู่สวยงามแต่ไม่เหมาะที่จะนอน


กลางคืนผ้าม่าน อาจจะปิด รีโมท น้ำดื่มวางอยู่ตรงหัวเตียง มีรองเท้าแตะวางไว้ที่ข้างเตียง
เตียงจะที่ตึงเมื่อกลางวันจะถูกดึงออกมา จัดวางเข้าไปใหม่โดยที่มีชายเปิดอยู่เพื่อให้ง่ายกับเราในการนอน


(ขอโทษทีครับ หารูปใหญ่ๆชัดๆ ไม่ได้ครับ) จะสังเกตได้ว่า ตรงผ้าหม่มีการเปิดไว้ให้เราเข้าไปนอน

บางโรงแรมตอน turndown อาจจะมีของขวัญเล็กๆน้อยหให้ เช่นโรงแรมหนึ่งให้ชุดนอนที่ปักชื่อเราไว้

บางโรงแรมมีนิทานพื้นเมืองให้เราอ่านก่อนนอน

บางคนอ่านถึงตรงนี้ อาจจะพึ่งรู้ว่า โรงแรมมีบริการแบบนี้อยู่...ไม่แปลกครับ เพราะคนต่างชาติเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

มีอยู่ที ผมโทรไปหาแขกเกาหลีว่าต้องการ turndown bed มั้ย แขกบอกว่าเดี๋ยวก่อนครับ
หายไปสักพัก...แขกมารับโทรศัพท์ หอบๆ แล้วบอกว่า


"that's ok, i dont have anything under my bed"


กูละอยากไปกระโดดแม่น้ำปิงให้ตายสักสามรอบ

 

ใช้พลังงานอีกประมาณข้าวหนึ่งมื้อเพื่ออธิบายว่า อะไรคือ turndown bed

เดาซิว่า โคเรียแมนจะทำอย่างไรก่อน

โคเรียแมน: ห๊ะ...(loading...)

วิชัย: .....that's right. have a nice day.

อย่าถามว่า แขกเข้าใจรึเปล่า...เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกัน!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถึง คุณวิชัย

ฮาได้ใจ ตอนที่พี่ช่างแกแกะลูกบิดด้วยไม้หน้าสามนี่ล่ะครับ cry big smile

#1 By Old Mustang on 2008-05-16 00:07

เอ่อ..เรื่องผ้าปูเตียง
ผมพอจะทราบมาบ้าง
(ไม่รู้ถูกผิดนะครับ)
ที่ต้องปูเตียงให้ตึง มี 3 อย่างคือ
ทหาร พยาบาล และการโรงแรม
(ของทหาร ตรวจโดยใช้เหรียญบาท ดีดลงบนเตียง
ถ้าเหรียญเด้ง ก็ได้นอน เหรียญไม่เด้ง ไปเรียกเหงื่อแทน)

การที่ต้องปูเตียงให้ตึง
ก็เพื่อที่ว่า เวลานอนแล้ว
บนร่างกายเรา จะไม่มีรอยกดทับของผ้าที่ย่นบนเตียง
เป็นการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งครับ

#2 By ซับบาธ... on 2008-05-16 00:08

HELP SIGN FOR X JAPAN TO COME TO THAILAND!
http://www.petitiononline.com/welovex/petition-sign.html

#3 By スミレ~ on 2008-05-16 00:09

เรื่องเตียงตึงนี่ นับถือคนปูเตียงจริง ๆ ครับ

ใครไปนอนโรงแรมแล้วรู้สึกเหมือนโดนผีอำก็คงไม่แปลก
เพราะที่จริงคุณอาจจะถูกผีผ้าคลุมเตียงอำอยู่ก็ได้

#4 By oatato on 2008-05-16 00:10

เพิ่งทราบเหมือนกันนะเนี่ย ว่ามีบริการ "เปิดผ้าห่ม" ให้ด้วย
ชอบตรงที่มี "นิทานพื้นบ้าน" ให้อ่านก่อนนอนนี่ล่ะ
น่ารักดี

#5 By Lagnadan on 2008-05-16 00:25

เคยไปพักที่เชียงใหม่
ห่มผ้าปุ๊ป ทำไมเหม็นๆ วะ
เชี่ยแล้น ขรี่ ติดผ้าห่ม ไม่อยากคิดเลยครับว่าคนก่อนหน้ามันมาทำอะไรวะ
555+
เพิ่งจะมารู้ว่า turndown bed หมายถึงแบบนี้นี่เองembarrassed
ไม่งั้นคงจะงงๆเป็นกบในกะลาอีกนาน เหอๆ
(ปล.แต่โรงแรมบางแห่ง แม่บ้านปูผ้าตึงจริงๆค่ะ นอนตะแคงลำบากยังกะมุดท่อ)

#7 By SweetPuff on 2008-05-16 00:53

พี่ช่างเถื่อนได้ใจ

ผมไม่ชอบซุกลงไปในเตียง ชอบดึงชายผ้าห่มออกให้หมดแล้วนอนห่มเอา (ตามความเคยชินกับเตียงที่บ้าน)
นอนซุกแบบนั้นอึดอัดมากกกก

สู้รบกับเกาหลีบ่อยนะครับเนี่ย open-mounthed smile

#8 By pisces on 2008-05-16 01:10

ฮาตรงโคเรียแมนตอนจบอะครับ confused smile Hot!

#9 By SkyKiD on 2008-05-16 01:54

อ่า

เคยเจอบริการเปิดเตียง ตอนไปพัก ที่ เลทซี หัวหิน
ตอนแรกก็งงๆ พอมาอ่านถึงเก็ดละ


ขำ โคเรียนแมน มั่กมากกกกก 555++

#10 By MilkGarden n__n* on 2008-05-16 03:07

turndown ไม่ต้อง เด๋วเราจัดการเอง
เพราะสิ่งแรกที่เราจะทำหลังเข้าไปพักในห้องคือการ
ทิ้งตัวลงบนเตียง กลิ้งเกลือก และดึงทึ้งผ้าห่ม อ๊ากกก!! >___<" เพราะเวลานอนมันลำบากเกิน หลังๆเลยทำแบบนี้

ไม่ทันแล้วพี่วิชัยT T

#11 By # Hyokito # on 2008-05-16 05:28

สำรองไม่แน่ใจนะคะว่าเตียงที่ไทยจะตึงคนเดียวรึเปล่า
แต่เตียงที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยตึงคะ พอเอาแรงแมวดึงออกได้
แต่เตียงที่เวียดนามนี่ต้องแรงควายคูณสองคะพี่
ตึงแบบให้อภัยไม่ได้แล้ว สำรองกับน้อง..
ต้องช่วยกันดึงผ้าห่มออกมา เพราะมันเหน็บไว้ดีมาก
เอาซะเล็บเกือบหักเลยคะ (- -")


ตอนที่ไปญี่ปุ่นแล้วแอร์ไม่เย็น สำรองก็โทรไปบอก
ที่เคาน์เตอร์ข้างล่างว่าแอร์ไม่เย็นนะคะ ช่วยดูให้หน่อย
เค้าก็พูดบอกว่าให้สำรองเดินหาคอนโทรลแพรแนล
สำรองก็เดินวนรอบห้องเลย มันอยู่ตรงไหน?
สำรองเลยพูดไปก่อนว่าเจอแล้ว เค้าบอกสำรองว่า..


พนักงาน : ยูเจอแล้วใช่ไหม เสร็จแล้วเดินไปที่หน้าต่าง
สำรอง : คะ เดินไปที่หน้าต่างหรือค่ะ?
พนักงาน : ครับ เสร็จแล้วเปิดออกเลยครับ
สำรอง : เปิดหน้าต่างหรือค่ะ?
พนักงาน : ครับ, เย็นขึ้นรึยังครับ
สำรอง :sad smile ยะ.. เย็นแล้วละคะ
พนักงาน : ครับ, ขอให้พักผ่อนให้สบายนะครับ
สำรอง : คะ.. ขอบคุณมากนะค่ะ
พนักงาน : ครับผม สวัสดีครับ

สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันของสำรอง
แล้วภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นของพนักงาน
โคตรเข้าใจยากเลยคะพี่วิชัย
ไม่รู้เค้าให้ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เปิดหน้าต่างรึเปล่า?
สำรองไม่รู้เรื่องอ่ะ ฮ่าๆๆ



แต่คืนนั้นมันก็เย็นนะ เย็นจนหนาวเลยละคะ

surprised smile

#12 By iMINTnism on 2008-05-16 07:00

sad smile โคเรียแมน นี่ สุดยอด ประจำ...

ปล. เพิ่งรู้ว่า มีบริการเปิดเตียงด้วย ปกติ จะใช้พลังลมปราณจักวาลขั้น9 กระชากมันออกมาทุกทีsad smile

#13 By หมูทอดซามะ on 2008-05-16 08:31

turn down service
นี่เคยเจอเฉพาะมีบุญตูดได้นอนโรงแรมไฮโซวครับ

ส่วนเรื่องตึงไปไหนเนี่ย
ต้องใช้พลังช้างสารมาลากถูผ้าห่มกันเลยทีเดียว

#14 By AkE on 2008-05-16 09:01

ไม่เคยนอนโรงแรมเลยไม่รู้ถึงความอึดอัดในการที่จะ แทรกตัวลงไปนอน แต่ก็ได้ยินอยู่ว่า เตียงโรงแรม มันปูผ้าตึงม๊ากกกกกกกกกกก

รุ่นพี่เบ๊ เป็นพยาบาลทหารอากาศค่ะ ต้องฝึกปูเตียง ดึงให้ผ้ามันตึง แบบที่คุณ SuBBatH อธิบายเลยค่ะ แต่ที่นอนคนป่วยถ้าผ้าตึงๆ มันก็นอนสบายดี แต่สำหรับโรงแรม ไม่ต้องตึงขนาดนั้นก็ได้(มั้ง)

ยังฮาเหมือนเคย รอตอน 3 นะคะ (ถ้ามี)

#15 By General เบ๊ on 2008-05-16 10:09

เคยเจอที่ปราณ เวลา turn down จะมาเปลี่ยนเพลงใน ipod ให้ (ipod ของโรงแรมนะคะ) แล้วก็มีเหล้า port แก้วเล็กๆวางให้ที่หัวเตียง

สงสัยว่าถ้าเป็นห้องเด็ก ต้องมีนมวางไว้แทนแน่ๆเลย
อิอิ

#16 By iyravin on 2008-05-16 10:10

อืม..ถ้ามาบอกให้turndown bed
คงต้องพลิกเตียงเหมือนกัน...

ศัพท์ในวงการcry
แต่โคเรียแมนนี่เป็นโจทย์ได้ทุกทีsad smile

#17 By wesong on 2008-05-16 10:10

ผมกลับชอบนะ เวลาไปนอนโรงแรมแล้วเอาตัวแทรกเข้าไปใต้ผ้าตึงๆ อะ มันรู้สึกดียังงัยไม่รู้

#18 By Googigg on 2008-05-16 10:36

ได้คำศัพท์ใหม่แล้วแหะวันนี้ พึ่งรู้เหมือนกัน
ไม่อยากบอกเลยว่าเคยลืมคืนกุญแจห้องพักอยู่ครั้งหนึ่ง ... ต้องขอโทษโรงแรมนั้นด้วยนะเนี่ยที่ทำให้ลำบาก..

#19 By Ellebazi on 2008-05-16 10:39

ผมดึงผ้าปูเตียงออกก่อนอนเลยอ่ะครับ ไม่งั้นนอนไม่หลับ -_-"

#20 By Yashima on 2008-05-16 11:10

turndown bed service<--พึ่งรู้ว่ามีก้คราวนี้ครับ
confused smile

#21 By nonworld on 2008-05-16 11:19

55+ อยากรู้ว่าเค้าปูยังไงถึงตึงได้ขนาดนั้นsad smile sad smile sad smile

#22 By (^_^)/nana on 2008-05-16 11:22

turndown bed<<ไม่เคยรู้เลยว่ามีบริการนี้ ต้องใช้แรงมหาศาลมุดเข้าเตียงทุกครั้งเลย
ขำตรงที่แขกลงทุนไปดูใต้เตียงนี่ล่ะcry
เพิ่งรู้ว่ามีการ turndown bed ด้วย +_+

ถ้าได้ไปพักโรงแรม ก็คงจะรักษากุญแจอย่างดีแล้วก็
คืนกุญแจอย่างดี เป็นแขกที่ดีค่ะ confused smile

#24 By Adoransis* on 2008-05-16 11:23

ช่างสรรหาครับ!
ผมไม่ค่อยได้ไปโรงแรม เลยนึกไม่ค่อยออกว่าสงสัยอะไรฮะ(เอ๊ะ)
แต่ถ้าเข้าไปในห้อง เห็นเตียงตึงๆ ต้องโฉบขึ้นไปกระโดดๆให้มันทลายก่อนเลย(หา)

น่าจะมีแบบ โทรตามกุญแจได้เหมือนโทรตามมือถือที่หาไม่เจอเนอะฮะ (แต่คงต้องชาร์ทแบท 555+)

turndown bed service นี่ไม่เคยเห็นเลยฮะ
นี่คือบริการแบบเรียกเก็บเงินเพิ่มหรือเปล่าฮะ?

ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้จากคุณวิชัยเช่นเดิมคร้าบบ

#25 By takara™ on 2008-05-16 11:37

1.1.1.1.1 ถ้ามันเอากุญแจไปก้อปปี้ไว้ก็จบเห่เหมือนกันนะครับbig smile Hot!
ว่าจะถามหลายรอบแล้วคะ เป็นการดีมั๊ยคะ ถ้าเราจะออกไปไหนแล้วฝากกุญแจห้องไว้กับเค้าเตอร์ หรือเราควรเอาติดตัวไปด้วยคะ เพราะกลัวหายเหมือนกันคะconfused smile
พ่อผมก็งัดเข้าห้องนอนผมด้วยวิธีนี้
ทุบมันเข้าไปให้มันเงกออกมา

ไอ้ turn down เนี่ย
จะว่าไป ผมก็สติปัญญาโคเรียแมนเหมือนกันแฮะ
เข้าใจแบบโคเรียแมน เป๊ะsad smile

#28 By cvane on 2008-05-16 12:42

ยอมโดนสต๊าฟเปนมัมมี่กล้วยทับเหมือนกันตอนนอน
เพราะมัน...แน่น..ซะจน..ดึงไม่ไหวจิงๆ
open-mounthed smile open-mounthed smile

#29 By แก๊งวู่วาม ~* on 2008-05-16 13:04

สนุกดี..เด๋วจะตามอ่านเอนทรี่เก่า ๆ open-mounthed smile

#30 By Nemo on 2008-05-16 13:55

สุดยอด Tag แห่งปีอีกและ

อ่าน ฮาแตก มาเรื่อย
.
.
.
.

จบท้าย Tag สุดท้าย อึ้งแดก

อึ้งแดกเหมือนกันคะ Korean Man sad smile

#31 By Kate (124.120.224.250) on 2008-05-16 14:08

เรียนโรงแรมมา แต่เพิ่งจะรู้ว่ามีบริการturndown bed serviceด้วย ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย

แต่ที่ฮาที่สุดก็ต้องโคเรียแมน
จะฮาไปไหน

#32 By nootapao on 2008-05-16 14:25


Hot!


555555+


อยากเปิดเตียงมั่ง ฮ่ะๆๆ

#33 By RainbowTK on 2008-05-16 14:48

ได้ความรู้ไปอีก 1 กระบุงbig smile
ความรู้ใหม่ สงสัยต้องใช้บริการบ้าง turndown bed
ยังไม่เคยลืมเอากุญแจคืนแต่วิธีคุณพี่ช่างนี่..sad smileโหดน่าดู
ประตูส่วนอื่นไม่เป็นอะไรด้วยเหรอคะ มีแต่ลูกบิดที่บิดเท่านั้น
เก่งจริงๆ ตียังไงเนี่ย

#35 By MamiLuv on 2008-05-16 15:49

อ่ะ แล้วบริการคว่ำเตียงนี่ คิดเงินไหมฮะ ปกติ?

/me ไม่อยากให้มีอะไรมาอยู่ใต้เตียง T_T

#36 By gsawa on 2008-05-16 16:32

ขอเข้ามาอึ้งแดกด้วยคนครับ sad smile

#37 By -----ROGER----- on 2008-05-16 16:47

ขำตรงที่เขียนซะเห็นภาพตอนที่แขกบนรถบัสตกใจตื่น เหมือนจะโดนจับไปขายติมอร์ตะวันออก เจ๋ง Hot!

เพิ่งรู้เหมือนกันว่าบางโรงแรม มีนิทานพื้นเมืองให้เราอ่านก่อนนอน Hot!

อ่านแล้วฮาเหมือนเดิม จบได้แบบงงงง

#38 By หนึ่ง on 2008-05-16 17:26

ไม่เคยเข้าโรงแรมเลยครับ บ้านยากจน

แต่ก็ตามอ่านเรื่องของคุณวิชัยมานานแล้ว
ได้สาระมากมายเลย

ฮาจนท้องแข็งก็หลายเรื่อง confused smile

#39 By paroJung on 2008-05-16 17:37

turndown bed มีบีิการแบบนี้อยู่ด้วยรึเนี้ย เวลาไปนอนโรงแรมทีไร ตอนแรกกว่าจะแทรกตัวเข้าไปในผ้าหม่ได้นี่แทบแย่เลยครับ ถึงขนาดที่ว่าต้องห้ามทำห้องเลยทีเดียว กลัวเตียงตึงไปsad smile

#40 By tamanxzg on 2008-05-16 18:01

ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีบริการพลิกเตียงด้วย ฮา

สงสัยนิดนึง
แม่บ้านที่เขาปูเตียง เขาจะรู้ไหมว่า รอยยับบนเตียงนั้น..
แขกเขาทำอะไรกันมาบ้างนอกจากนอน ฮา

#41 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-05-16 18:14

เคยไปโรงแรมนึงพอ turndown แล้วมีช๊อคโกแลตเขียนคำว่า "good night" ด้วยละค่าconfused smile
น่ารักจนไม่กล้ากิน

#42 By W★G on 2008-05-16 18:24

ผ้าปูเตียงนี่.....เวลาจะนอนเราเล่นดึงออกมาหมดเลยค่ะ กร๊ากกก T[]T
( ไม่งั้นอึดอัดตาย =w=" )
ส่วนโคเรียแมนนี่...ช่างเหมือนซีรี่ส์ที่มาทำให้ฮาได้บ่อยๆ เอิ้ก
เปิดประตูด้วยไม้หน้าสาม โอ้!!
เราไปนอนโรงแรมที่ไหน ก็ไม่เคยได้คีย์การ์ดเลยนะคะ ได้แต่กุญแจ=____="...แสดงว่าไม่ไฮโซพอ
เรื่องปูผ้าตึง ๆ เราไม่ค่อยมีปัญหาหรอกค่ะ เพราะว่าแรงเยอะ ใช้แรงทึ้งมันออกมา ฮ่า ๆๆๆ~~ แต่บางทีก็ไม่ไหวค่ะ ยอมนอนสตาฟมันตรงนั้นแหละดีแล้ว
ส่วนเรื่อง turndown bed ไม่เคยรู้จริง ๆ ค่ะ=[]=!!
ว่าง ๆ ลองไปขอบ้างดีไหมนะ...
ปล.โคเรียแมนคนนั้น ก็ยังไม่เข้าใจสินะ=w=

#44 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-05-16 20:21

ตอบคุณ SuBBatH
พึ่งรู้เหมือนกันครับว่า ทหารก้มีวิธีโยนเหรียญเหมือนกัน นึกว่าจะมีแต่ในโรงแรม
(ลืมเขียนเรื่องนี้)

ตอบคุณ นานา
ไว้จะหามาให้ดูนะครับ จะได้เอาไปตึงกันที่บ้าน

#45 By วิชัย... on 2008-05-16 20:32

ไม่เคยนอนโรงแรมเป็นความรู้มากจะมีภาคต่อมั้ยbig smile

#46 By หมูน้อย on 2008-05-16 20:32

ชุดนอนที่ปักชื่อหรอคะ ว้าววววววววว เท่อ่าอยากได้cry

#47 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-05-16 20:37

เป็นการแกะลูกบิดที่ดุเดือดสุดๆเลยsad smile ว่าแต่คุณแขกเกาหลีนี่ก็นะ...สงสัยว่าจะไม่เข้าใจแหงๆsad smile

#48 By taki on 2008-05-16 21:21

Hot! มอบดาว เพื่อให้ขึ้นหน้าแรก หลายๆ รอบครับ

ฮา
555555555555555 ฮาตั้งแต่ต้นจนมาจบถึงโคเรียนแมน = =;;;

เอาอีกแล้วว ... มันเอาอีกแล้ว ~




ว่าแต่พี่ช่างนั่น จบวิศวะเอกทารุณกรรมลูกบิด หรือเปล่าคะ ? open-mounthed smile sad smile

#50 By {CODE;4079} on 2008-05-16 22:13