โรงแรม...คนละรอบ สองรอบ
posted on 26 May 2008 08:22 by doggiestyle in 5starStory, iloveit
หลังจากสองเอนทรี "อะไรยังไงในโรงแรม" ผ่านไปสองเอนทรี ก็เริ่มมีคนแอบสงสัยแล้วว่าทำไมอะไรยังไง
ไม่ว่าจะเป็น
คุณ im ทีว่าทำไมราคาค่าห้องถึงไม่เท่ากันในแต่ละวัน
หรือ ทั่นBarista PaRiSs ที่สงสัยว่า minibar (ของกินในตู้เย็น)ทำไมแพงลิ้นชาตูดโก่งแบบนี้วะ
คุณนานา อีกที่อยากรู้ว่าปูเตียงยังไงถึงตึงได้ไพรีพินาศแบบนั้น
เดี๋ยวขอรวมรวมไว้ให้ได้สักห้าข้อแล้วขอระบายทีนึงละกันนะครับ
วันพรุ่งนี้ผมหยุดอีกแล้วครับ...
ช่วงนี้ทำงานเหมือนพนักงานชั่วคราว ทำงานสองสามวันหยุดสองวัน ทำอีกวันหยุดอีกสองวัน
อะไรแม่งก็ไม่รู้ เห็นเราเป็นของตายรึไงฟะ นึกจะเรียกก็เรียก จะให้หยุดก็หยุด
หลายๆคนที่อ่านๆบลอกนี้มา ก็คงจะรู้ว่าช่วงหนึ่งที่วิชัยขยันอัพบลอกอย่างกับวันมะรืนจะสิ้นโลก
แล้วช่วงนี้ก็ไม่รู้มันหายไปไหน
ช่วงเดือนที่แล้วผมอยู่ดึกครับ เดือนนี้ผมยืนรอบกลางวันแล้ว ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลามาอัพบลอกเท่าไหร่
เพราะนอกจากทำงานแล้ว ยังต้องมีภารกิจสำคัญมากเช่นเล่นเกมส์ ดูหนัง นอนเล่น
(สำคัญคันนาซากอ้อยมากเลยนะเมิง)
ผมว่าหลายคนที่อ่านๆมาคงจะเริ่มสงสัยบ้างว่า
แล้วไอ้คนโรงแรมแม่งทำงานกี่โมง ถึงกี่โมง ยังไงวะเดี๋ยวเช้า เดี๋ยวบ่าย เดี๋ยวดึก แม่งงงว่ะ
...ก็นี่ไง...กำลังจะบอกอยู่นี่ไงเล่า...ใจเย็นๆ!
งานโรงแรมเราทำงานกันเป็นกะครับ หรือเข้าเวรครับ กะหนึ่งมีเก้าชั่วโมง
ผมว่าเรื่องของการตรงต่อเวลาคงเป็นเรื่องสำคัญมากไม่ว่าอาชีพไหนๆ งานโรงแรมก็เช่นกัน
ผมไม่เคยทำงานอื่นมาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าอาชีพอื่นเค้าเข้างานกันยังไง แต่ว่าในงานโรงแรม ถ้าเริ่มงานหกโมง นั่นแปลว่า หกโมงนี่ เราจะต้องเปลี่ยนชุดพนักงาน
แต่หน้าทำผม ตั้งหลักพร้อมตะลุยแล้วนะครับ นั่นแปลว่า เราจะต้องเผื่อเวลาสักครึ่งชั่วโมงมาแต่งตัวอะไรให้เรียบร้อยก่อน
งานโรงแรมมีอยู่สามรอบหลักๆ
รอบเช้า รอบบ่าย รอบดึก
แต่ละโรงแรมจะมีเวลาเข้าเวรในแต่ละรอบที่ไม่เหมือนกันครับ แต่โดยรวมๆแล้วเวลาจะต่างกันประมาณบวกลบหนึ่งชั่วโมง
แต่ที่ผมจะเล่า ผมขอยึดเอาที่ผมทำอยู่ปัจจุบันนะครับ
รอบเช้า 0630 - 1530
นั่นแหละครับ...เช้าเพชรฆาตมากครับ กว่าจะแงะหัวออกจากหมอน กว่าจะอัญเชิญวิญญาณแล้วผนึกกับร่างกายได้ ตั้งปลุกแล้วสองสามครั้ง แล้วไหนจะต้องมาทรมานกับอาการ แบตเสื่อมช่วง 10 โมงอีก
อย่างที่เคยบอกแล้วว่า เวลาเช็คเอาท์ของโรงแรมคือเที่ยงตรง งานหลักๆของรอบเช้าก็จะหนักไปทางเช็คเอาท์
ช่วงประมาณสิบเอ็ดโมงเรื่อยไปจนถึงประมาณบ่ายสองจึงยุ่งมากถึงระดับตะลุมบอนกันเลยทีเดียว
เราจะรู้สึกว่า รอบนี้เวลาจะผ่านไปเร็วมาก เพราะเราจะติดห่าซากอ้อยอยู่กับพายุแขกๆที่ถล่มเคาร์เตอร์โครมๆ
ปวดขี้ปวดฉี่อะไรก็ไม่ได้ไปจัดการซักที ผมเคยแรลลี่ปวดฉี่ตั้งแต่ตอนสิบเอ็ดโมงเช้า ถึงบ่ายสามกว่าๆ ปวดฉี่จนไข่โย้ฉี่ตกตระกอนเป็นนิ่วแล้ว แต่ทำได้แค่่ทำหน้าระยำตับบอน ยืนขาสั่นเกาะเคาร์เตอร์เพราะโดนแขกรุมสกรัม
ผมว่าโรงแรมไหนๆก็อารมณ์นี้แหละ อารมณ์ที่ว่าเลิกงานเนี้ย กูไปโรงบาลผ่าก้อนนิ่วเลยดีกว่า
ข้อดีของรอบเช้าคือ เราจะได้เลิกงานแต่หัววัน...แล้วเราก็จะมีเวลาทั้งโลกไว้วาฮู้ทั้งเย็น
รอบบ่าย 1400 - 2300
รอบนี้จะเข้าเวรบ่ายสองเพื่อให้รอบเช้ามีเวลาเข้ามาเคลียร์งาน สะสางงานของตัวเอง
รอบบ่ายส่วนใหญ่จะหนักไปทางแขกเช็คอิน เพราะส่วนใหญ่แขกจะเช็คเอาท์ไปเกือบเกลี้ยงแล้วในรอบเช้า
เวลาสักประมาณห้าโมงถึงประมาณสองทุ่มจะเป็น prime time ค่ายบางระจันตั้งรับเต็มอัตราศึก เพราะเป็นช่วงชุลมุนประจัญบานระหว่างพวกเรากับแขก
แขกจะมาวุ่นวายตอนกำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อกินข้าว หรืออย่างอื่นจิปาถะที่ต้องพูดให้เมื่อยกันไปข้าง
รอบบ่ายเป็นรอบที่ผมชอบและคุ้นเคยที่สุด เพราะตั้งแต่ฝึกงานผมก็อยู่รอบบ่ายมาตลอด
จำได้ว่ามีเพื่อนฝึกงานสามคน คนหนึ่งติดละคร เลยขออยู่เช้า อีกคนขี้เกียจนอนคื่นเช้า และไม่อยากกลับบ้านดึก ก็เลยอยู่รอบ cover
ส่วนวิชัยยังไงก็ได้ เลยเหลือแต่รอบบ่ายให้เข้า เลยทำให้ผมเป้นคนที่นอนดึกมาก ออกเวรห้าทุ่มกว่าจะนอนอาจจะปาเข้าไปตอนตีสี่หรือตีห้า
รอบดึก 2200 - 0700
หลายๆคนคงนึกว่า รอบดึกเป็นรอบที่ไม่มีอะไร ไม่ยุ่ง ชิวโกะ อันนี้ถูกเป็นบางครั้งครับ คืนไหนที่ไม่ยุ่ง ก็ถือว่าลงดึกมาซ่อมแซมตัวเอง แต่ถ้าคืนไหนที่ยุ่ง...นรกชัดๆ
เพราะไอ้ความคิดที่ว่ารอบดึก เท่ากับ ไม่ยุ่ง จึงทำให้รอบนี้มีพนักงานน้อยกว่ารอบอื่นๆ
คนที่ทำรอบนี้ได้จึงจะต้องเป็นคนที่ "เอาตัวรอดได้" โดยที่ไม่ใช่เอะอะเรียก manager
รอบดึกความจริงแล้วจะว่ายุ่งก็ได้นะครับ เพราะรอบนี้ถือเป็นรอบ ปัดกวาด คืองานใครๆในรอบกลางวันพลาดอะไรไว้รอบดึกจะต้องเป็นคนทำให้ถูก ถ้าวันไหนไม่ยุ่งกับแขกก็มายุ่งกับงานของเพื่อนที่ไม่ถูก ไม่ครบ
แต่บางทีพนักงานรอบดึกก็จะมีอาการที่ผมเรียกว่า "ผีสิง" เช่น
"ไอ้เหี้ย รอบกลางวันแม่งทำไมชุ่ยแบบนี้วะ ทำผิดอยู่ได้ซ้ำๆซาก"
"เดี๋ยวต้องเขียนด่าสักหน่อย.."
ผมว่า คนทำงานรอบนี้นอกจากรอบคอบแล้วยังต้องค่อนข้างใจเย็น ใจกว้างนิดหนึ่ง
เพราะตอนที่เอ็งอยู่รอบกลางวัน เอ็งก็ผิดซ้ำซากขากถุยแบบนี้แหละ
บางทีจะมีพนักงานประจำรอบดึกไปเลย แต่บางที่จะวนกันเข้าดึก คือทุกคนจะต้องลงดึกเท่ากันเพื่อความยุติธรรม
สำหรับคนที่เป็นน้องผู้หญิงที่คิดจะทำงานโรงแรมอาจเกิดความสงสัยว่า การเดินทางไปมารอบดึกจะปลอดภัยกับผู้หญิงแค่ไหน
ก่อนอื่นผมอยากบอกก่อนว่า เรื่องความปลอดภัยต่างๆ สำหรับผม ผมถือว่า ถ้ามันจะเกิด...มันก็เกิดไม่ว่าจะเป็นตอนเที่ยงตรงข้างโรงแรมพักมักกะสัน
หรือตอนบ่ายสองกลางซอยคอนแวน
เรื่องแบบนี้มันเป็นทฤษฎีหนังสติ๊กครับ
ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง...ผมไปได้ยินเรื่องทฤษฎีหนังสติ๊กมาจากสารคดีตอนหนึ่ง สารคดีตอนนั้นว่าด้วยหัวข้อ ความปลอดภัยในการเดินทางโดยเครื่องบิน
เค้าว่า การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดวิธีหนึ่ง เปรียบไปมันก็เหมือนการที่เราค่อยๆยืดหนังสติ๊กออก
ค่อยๆ ยืดออก ค่อยๆยืดออก จนมันขาดแล้วก็ดีดใส่นิ้วเราเอง แนวคิดของทฤษฎีคือ...เราไม่รู้ว่าหนังสติ๊กมันยืดถึงไหนแล้ว แล้วเราก็ไม่รู้ว่า หนังสติ๊กมันจะขาดเมื่อไหร่ คล้ายกับเหตุการณ์ร้ายๆต่างๆ ที่บางทีจะเกิดตอนที่เราไม่รู้นั่นแล
ผมเคยได้รับโทรศัพท์จากแฟนหนุ่มของลูกน้องผม โทรเข้าต่อว่า ทำไมผมให้แฟนสาวของเขาเข้ารอบดึก อันนี้ผมโคตรเข้าใจเลยนะครับว่าไอ้การเป็นห่วงมันเป็นยังไง
ซึ่งครั้งนั้นผมทำได้แค่โอนสายนั้นให้แผนกบุคคลเค้าเป็นคนจัดการ เพราะผมอาจจะไม่อารมณ์เย็นขนาดที่จะทำให้บทสนทนาครั้งจบลงดีๆได้
แต่สำหรับ...รอบดึกเป็นรอบที่ปลอดภัยมากในการเดินทาง
เพราะเราเข้าเวรสี่ทุ่ม เราจะต้องออกจากบ้านประมาณสองทุ่ม
เพราะเราออกเวรตอนเจ็ดโมงเช้า เราจะถึงบ้านประมาณแปดโมงเช้า
ตัดปัญหาความไม่ปลอดภัยระหว่างเดินทาง
ความปลอดภัยระหว่างการทำงาน?
ไอ้กรณีแขกเมาหนักปลุกปล้ำพนักงานนี่ไม่ได้มีทุกอาทิตย์นะครับ แล้วก็ไม่ได้มีบ่อยๆเลย
ตั้งแต่ผมทำงานมาเจ็ดปี ผมยังไม่เคยได้ยินแม้แต่ครั้งเดียวกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่ว่าจากโรงแรมผมเองหรือโรงแรมเพื่อนบ้าน
รอบทั้งสามรอบข้างบนเป็นรอบหลักๆ พื้นๆ แต่จะรอบพิเศษเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งรอบ
รอบ cover 1100 - 2000
รอบนี้เป็นรอบที่ผมเกลียดที่สุดแล้วครับ เอาไอ้แว่นเข้ารอบนี้ อาจจะหูดับเพราะเสียงก่นบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ของผม
รอบนี้ก็คล้ายๆรอบ back up ที่มาเป็นกำลังเสริมรอบปกติ
ซึ่งถ้าอ่านๆ ก็คงจะจำได้ว่า รอบเช้าจะยุ่งช่วง 11โมงไปจนถึงสองสามโมง รอบบ่ายจะยุ่งช่วงประมาณ 1700 ถึงประมาณสองสามทุ่ม
...นั่นแปลว่า รอบ cover แม่ง...โดนทุกดอกครับ
รอบเช้าก็จะค่อยๆยุ่ง ช่วงประมาณ 7-9โมงเช้าก็จะชิวๆ
รอบบ่ายช่วงหลังสองทุ่มจะค่อยๆเบาลงละ ไม่ค่อยตึงเท่าไหร่
แต่รอบcover นี่เหมือนนักกีฬาที่ลงแข่งเลยโดยที่ไม่ได้วอร์มอัพ
เหมือนเขาทรายที่ปวดขี้ไส้บิดขึ้นชกไม่ได้ แล้วจู่ๆก็ให้เขาค้อที่ซักกางเกงในอยู่บ้านมาขึ้นชกทันที
รอบนี้เหมือนเป็นรอบกำลังเสริม หรือเรียกแบบไม่ถนอมน้ำใจ...ลูกไล่นั่นเอง
รอบเช้า..."มึงเอาอันนี้ไปทำนะ"
รอบบ่าย..."เฮ้ย..ก่อนมึงกลับบ้าน มึงทำอันนั้นให้เสร็จก่อนนะ"
สำหรับผมรอบนี้จะเสื่อมใจมาก หากได้เข้างานรอบนี้...คือถ้ายุ่ง...กูโดนเต็มๆ ถ้าไม่ยุ่ง...เราจะรู้สึกเป็นส่วนเกินอีกตังหาก
และอีกอย่างคือ ไอ้การเข้าเวร 11โมง แล้วออกเวรสองทุ่มนี้่
ทำกล้วยอะไรไม่ได้เลยนะครับวันนั้น จบสิ้นเอวังไปแล้ว
รอบเช้าออกเวรถ้ายังมีแรงอยู่เราก็ยังสามารถไปเมือกต่อที่จตุรจักรได้
รอบบ่ายถ้าตื่นเร็วเรายังอุตส่าห์ไปแรดเดินเที่ยวที่ห้างก่อนมาทำงานได้
แต่รอบ coverนี่...ไรวะ แม่งเอ้ย!
อาจจะมีคนเริ่มสงสัยแล้วว่า แล้วเข้ารอบกันยังไง? แล้วใครเป็นรับหน้าที่จัดตารางเวร
การจัดตารางเวรนั่นบอกตรงๆ ว่าเป็นงานที่ยากมาก มันอาจจะยากเท่าๆกับทุกๆอย่างมารวมกันด้วย
จะจัดตารางเวรยังไงให้ทุกคนโอเค ...คิดดูว่า การที่เราทำให้สิบคนพอใจเนี้ย...แม่งยากนะครับ
ที่อื่นผมไม่รู้ แต่ที่ผมทำเนี้ย จะมีการวนตารางกัน คือเดือนนี้ข้าอยู่เช้า เดือนหน้าเอ็งอยู่เช้า เดี๋ยวข้าจะอยู่บ่ายสลับหมุนวนกันไป
แล้วทุกๆเดือนจะมีทั่นผู้โชคดีหนึ่งคนเป็นตัวอุดตาราง คือรอบไหนคนขาด ไอ้คนนั้นจะเข้าไปแทน แต่ถ้าวันไหนคนไม่ขาดไอ้หมอนั่นจะได้อยู่ cover
ตารางเวรก็จะโลดโผน จา พนม ไม่ใช้สลิง อาทิตย์หนึ่งอาจมีครบทุกรอบ เช่น หยุดมา เข้าเช้า สักสองวัน เข้า cover สองวัน เข้าดึกอีกสองวัน แล้วหยุด
ส่วนตัวผมจะเกลียด coverที่สุด และเกลียดรอบเช้ารองลงมา
น้องคนไหนที่ได้ไอ้แว่นอยู่รอบเช้าด้วย ก็คล้ายๆว่าจะได้ตุ๊กตาล้มลุกสมองกลวงๆมาอยู่ด้วยหนึ่งคน คือคิดอะไรไม่ค่อยออก
Ram ต่ำมาก เลยประมวลผลช้า ทำอะไรได้ช้ามากเหมือน ไม่ได้ทำ disc clean up มาสักชาติหนึ่ง ช่วงสิบเอ็ดโมงอาจเห็นศพฟุบเมือกอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ส่วนรอบดึกเป็นรอบที่ว่างที่สุด เพราะจะมีช่วงเวลาประมาณสองชั่วโมงว่างๆในช่วงที่กำลังปิดระบบ
จะมีช่วงหนึ่งที่ไอ้แว่นร้อนแรงอัพบลอกได้แม่งทุกวัน
เวลาผมเข้ารอบดึก ผมจะออกเวรประมาณแปดโมง กลับบ้านแล้วจะนอนประมาณสิบโมง ตื่นประมาณห้าโมงเย็นเพื่อกินข้าว อาจจะเล่นเกมส์เล่นเนตอะไรตามประสา แล้วนอนอีกตอนประมาณทุ่ม เพื่อตื่นตอนสามทุ่มแล้วไปทำงาน
บางวันงานรอบดึกไม่จบอาจจะอยู่ถึงประมาณเก้าโมงเช้า
ตาแข็งไปแล้วครับ กว่าจะนอนได้ก็ปาเข้าเที่ยง...ตื่นอีกทีบ่ายสอง!
จะตื่นมางมส้นตึกในทะเลสาบรึไงไม่ทราบ!
ตาเหล็กไปเล้ย จนถึงทุ่มกว่าๆ ถึงได้นอน ตื่นอีกทีตอนสามทุ่ม ด้วยอาการที่ใครก็ไม่รู้เอามอไซค์ไต่ถังมาวิ่งเล่นในหัวเรา
ทำงานไปมึนไป หนักเข้าต้องขออนุญาติน้องไปแอบงีบสักสิบนาทีให้พอหายงง
รอบดึกก็เป็นรอบที่เสียสุขภาพมากที่สุดเช่นกันครับ
คืออดนอนกลางคืน
การที่เรานอนกลางคืนกับนอนกลางวันนี่ ไม่เหมือนกันเลยนะครับ ไม่ว่าจะนอนด้วยจำนวนชั่วโมงที่เท่ากันก็ตาม
นอนกลางคืนได้น้ำได้เนื้อกว่าเยอะ
แล้วพอเราตื่นกลางคืน นอนกลางวันบ่อยๆ เข้ามันจะทำให้ระบบย่อย ระบบขับถ่ายต่างๆมันปรับสภาพตามไปด้วย
คือเราจะอาจจะมาหิวเอาตอนห้าโมงเย็นหนึ่งครั้งเป็นมื้อเช้า และหิวอีกครั้งตอนสามทุ่มเป็นมื้อกลางวัน หิวอีกครั้งตอนตีสี่เป็นมื้อเย็น
ส่วนเรื่องปวดขี้...จะกลายเป็นนาทีทองไปเลยครับ ดาวหางฮัลเล่ย์โคจรเฉียดโลกยังจะง่ายซะกว่า...
แล้วคิดดู พอเราอยู่ดึกมา แล้วเปลี่ยนมาอยู่รอบกลางวัน...โอ้วซซ์ ฮาเลลูย่าเลยครับ
วันแรกๆนี่ผมจะมึนๆเหมือนเห็นสมัครกับชวนหลีกภัยเต้นระบำฮาวายประชันกันอยู่
ส่วนวันหยุดในสายอาชีพโรงแรมนั่นก็แสนจะรันทด คือหยุดไม่ตรงกับชาวบ้าน หน้าเทศกาลคือเวลาไถ่นาของเรา
ทุกวันนี้เวลาจะนัดเจอกับเพื่อนอะไร จะต้องอิงวันหยุดผม เพราะผมจะหยุดเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยได้ เพราะจะมีคนขอหยุดก่อน
ผมจะชอบหยุดวันพฤหัส เพราะเป็นวันธรรมดาและเป็นวันที่หนังใหม่เข้าด้วย
หลังมานี่ผมกับมยุรีจะไม่ค่อยได้หยุดตรงกันเท่าไหร่ แทบจะเชือดแพะบูชายัญต่อทวยเทพให้เกิดปราฎิหารย์กันเลยทีเดียว
เอนทรีนี้หลายๆคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะหลายคนที่อ่านคงมีงานมีการทำกันแล้ว
แต่ถ้าหลายๆคนที่กำลังจะทำงานโรงแรมคงได้ไอเดียบ้างว่าจะเจออะไรกันบ้าง
แล้วถ้าหลายๆคนที่มีเพื่อนทำงานโรงแรม คงจะพอเข้าใจแล้วใช่มะ เวลาที่เพื่อนบอกว่า
"เฮ้ย! กูหยุดไม่ได้ว่ะ"
เดือนพฤษภาคมนี้เป็นเดือนที่ผมเขียนเอนทรีน้อยที่สุดแล้วครับ ทั้งเดือนผมเขียนได้แค่เก้าเอนทรีเอง ผมแอบเข้าข้างตัวเองว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเอนทรีล้างผลาญเหมือนเมื่อก่อน เอนทรีหลังๆ จะเป็นพวกที่ต้องหาข้อมูลหรือ มีการประมวลความคิดเล็กน้อย
แต่สรุปโดยรวมๆ ไม่มีเวลา+ไม่หาเวลา+มัวแต่เล่นเกมส์+คิดอะไรไม่ค่อยออก+งานยุ่ง+สมองอยู่ในช่วงขาดสารตลกอย่างรุนแรง
วันก่อนแอบอิจฉาทั่น ไดed ที่เดี๋ยวนี้อาชาไนยคะนองศึกเหลือเกิน อัพบลอกม้นทุกวี่ทุกวัน เดือนหน้าผมลงดึกแล้ว ผมคิดว่ามันคงดีกว่านี้แน่ๆ
สำหรับคนที่กำลังรออ่านเรื่องราวของมยุรีนั่น รออีกหน่อยนะครับกำลังยื่นเรื่องกับทั่นเค้าอยู่...


พอเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วครับ
#1 By wesong on 2008-05-26 09:23