เอนทรีนี้มาจากทั่น Barista PaRiSs ที่ถามไว้ในเอนทรี อะไรยังไงในโรงแรม#2

อย่าว่านุ่นนี่นั่นกันเลย...เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....

 

minibar ในโรงแรมเรียกง่ายก็คือของกินในห้องพักแขกหรือของที่อยู่ในตู้เย็น

ซึ่งอาจจะเคยทำให้ใครหลายคนร้องเสียงหลงในลำคอเมื่อได้รู้ราคาที่แพงราดน่อง

 

 

ไม่รู้จะรีบแพงไปไหน

โค้กหนึ่งกระป๋องจากปากซอยหน้าบ้านมีราคา 13 บาท
เมื่อมาอยู่ในโรงแรมอาจมีราคาประสาทแดกที่กระป๋องละ 128 บาท!

มึงจะบ้าเรอะ! โค้กกระป๋องละ 128 บาท!

 



ไอ้แช่แฟ้บ...ไม่ใช่ละ

 

กระป๋องละ 128บาท ไอ้ห่า กูนั่งรถเมล์จากกรุงเทพไปซื้อโค้กที่ราชบุรีแล้วนั่งรถกลับ ยังมีเงินเหลือเล้ย!

 

 

...ไม่ได้บ้าครับ...เค้าขายกันแบบนี้จริงๆ

ผมจะเริ่มแก้ต่างยังไงดีล่ะ

ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนว่ามินิบาร์เป็นบริการเสริมอำนวยความสะดวก
มันวางอยู่ตรงนั้น ในตู้เย็นโดยที่เราทั้งหลายสามารถไม่ไปยุ่งกับมัน ก็พักอยู่ห้องได้อยากสบายใจ
มันไม่ใช่เตียงที่เราจะต้องนอน มันไม่ใช่ชักโครกที่เราจะต้องใช้ขี้
คุณสามารถ "เลือก" ที่จะไม่กินได้
หรือจะให้พูดกันให้ง่ายกว่านี้...โรงแรมกำลังขายความสะดวกให้กับผู้มาพัก...

...ยังนึกภาพไม่ออก?

 

เอาใหม่...

สมมุติว่า เรากำลังจะเดินทางจากสาธุประดิษฐ์ไปเดอะมอลบางกะปิ
แน่นอน เราจะขึ้นรถเมล์สาย 22จ่าย...(กี่บาทแล้ววะ?)15บาทตลอดสาย

แล้วก็หลับคอพับไปเรื่อยจนถึงที่หมาย...

 

หรือ...
เราเดินทำหล่อแล้วเสียพลังงานห้าแคลโลรี่โบกแท็กซี่ นั่งคนเดียวสบายๆ แอร์เย็นๆ ชิวๆ เสียเงินเริ่มตื้นที่ 35บาท อาจจะเลยเถิดไปหนึ่งร้อยยี่สิบบาท

ถึงที่หมายเหมือนกัน แต่สะดวกสบายไม่เท่ากัน

เงินที่เราเสียไปในแท็กซี่คือความสะดวกสบาย จ่ายไปเพื่อการที่เราไม่ต้องรอรถเมล์
ไม่ต้องไปยืนรักแร้เมื่อยบนรถเมล์ ถ้าได้นั่งก็ไม่ต้องเข่าสึกที่ต้องสีกับพนักพิงด้านหน้า
(ไม่รู้จะรีบแคบไปไหน นั่งทีไรอยากจะแปลงร่างเป็นหมากระเป๋าซะตอนนั้น)

มินิบาร์ก็คล้ายๆกันครับ
อยากกินก็เปิดตู้เย็นหยิบเอามากินเลย ไม่ต้องมาอดเปรี้ยวเดินออกไปหาซื้อข้างนอกโรงแรม
โรงแรมเก็บ "ค่าสะดวกสบาย" ไป

มินิบาร์เป็นสิ่งที่ต้องสิ้นเปลืองกำลังคนดูแลมันน่ะครับ เพราะรู้หรือไม่ครับว่า
พวกมินิบาร์เป็นของที่มีวันหมดอายุ...
ไอ้พวกน้ำอัดลมต่างๆ ไอ้พวกขนมขบเคี้ยวต่างๆ มันมีวันหมดอายุนะครับ

เซ็งมั้ยครับเวลาไปซื้อโค้กแล้วเปิดออกมา แล้วมันไม่ซ่า ไม่ฟู่...จอร์จปวดตับเลยใช่มั้ยครับ
การที่มีของหมดอายุหรือไม่ได้คุณภาพเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในการโรงแรมครับ
เราจะมีการตรวจเช็คกันอย่างสม่ำเสมอ เรื่องคุณภาพสินค้า
และถ้ามันใกล้ถึงเวลาหมดอายุเมื่อไหร่จะทำอย่างไร?
ไม่แน่ใจว่าคืนโรงงานรึเปล่า แต่คิดว่าไม่แน่ๆ เพราะที่เคยๆเห็นๆกันมาคือ โรงแรมทำการโอนย้ายไปที่ร้านอาหาร ที่ที่ซึ่งระบายของได้เร็วกว่า



จากที่ผมเคยบอกไว้ข้างบนว่ามินิบาร์เป็นบริการเสริมความสะดวก ที่แขกอาจจะเปิดหรือ อาจจะไม่เปิดก็ได้
และมินิบาร์เป็นสิ่งที่สามารถหมดอายุ จึงทำให้โรงแรมนำเข้าสิ่งเหล่านี้น้อยกว่าร้านค้าปลีกข้างนอก
ซึ่งแน่นอนจึงทำให้ราคาต้นทุนของเหล่านี้ไม่ถูกอย่างที่เราคิด

อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มคิดแล้วว่า...ทำไมไม่ขายให้ถูกกว่าเดิมของจะได้ระบายออกได้เร็วขึ้น
จริงครับ...ว่าถ้าลดราคาลงของจะระบายเร็วขึ้น
แต่ช้าก่อน...อย่าวู่วามไป...

ถ้าของถูกขายออกจากตู้เย็นมากขึ้น นั่นแปลว่า...เราจะต้องเสียพนักงานมาคอยเติมของเหล่านี้มากขึ้น แทนที่จะเอาเวลาไปบริการแขก กลับต้องมาคอยคุมสต็อกทำการเบิก เดินไปที่ห้องเพื่อทำการเติมของอีก
คือคิดก็เมื่อยไตไปสองทีแล้ว

ว่ากันง่ายๆก็คือ ขายถูกเพื่อเร่งจำนวนของ แต่เสียคน (เสียคนเท่ากับ เสียเงินนะครับในแง่ทรัพยากรบุคคล)
กับ ขายแพงขึ้น ได้จำนวนลดลง เสียคนน้อยลง
ที่สุดแล้ว ทั้งสองวิธีอาจได้กำไรพอๆกัน เพราะฉนั้นโรงแรมจะต้องเลือกที่ประหยัดพนักงาน

สิ่งที่โรงแรมทำได้คือบริหารมินิบาร์อย่างฉลาด ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง
วิธีหนึ่งที่เคยพูดไปคือ ระบายจำพวกเครื่องดื่มไปที่ร้านอาหารต่างๆ และนั่นหมายความว่า จะมีเครื่องดื่มอีกจำนวนหนึ่งเดิมที่ร้านอาหารระบายของออกช้าลงตามลำดับ

...อืม..เริ่มอ่านเริ่มซากอ้อยออกทะเลแล้วใช่มะ...

สรุปหัวข้อคือ
1. minibar ต้องการคนดูแล ควบคุม ถ่ายเท
2. เพื่อลดจำนวนคนดูแลตรงจุดนี้ ราคาจึงแพงขึ้น เพื่อให้แขกคิดก่อนที่จะซื้อ
3. minibar มีช่วงเวลาขายที่จำกัด จึงนำเข้ามาในจำนวนที่จำกัด
4. minibar เป็นการขายความสะดวกสบาย


มาที่หัวข้อสุดท้าย...
สินค้าทุกอย่างในโรงแรมจะราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไปในประเภทเดียวกันเสมอ
จะว่าเป็นค่าฟุ่มเฟือยก็ได้ครับ แต่โรงแรมก็บางครั้งก็ขายความหรูหราอยู่แล้วนิ
เช่นโค้กรสชาติเดียวกัน ขายตามร้านชายสี่หมี่เกี้ยวมีราคาที่ขวดละ 8บาท
โค้กปริมาณเดียวกัน มาอยู่ในแก้วคริสตัล มีคนหวีผมเรียบแต่ตัวเนี้ยบ เรียกเราว่าคุณผู้ชาย
สิ่งที่ประกอบอยู่รอบๆโค้ก มีราคาครับ และที่สุดแล้วมันก็ทำให้โค้ก แก้วนั้นราคาอาจจะอยู่ที่ 80-120 บาทต่อแก้วได้

กลับมาที่มินิบาร์กันต่อ...
มินิบาร์ในทีนี้อาจรวมไปถึงอย่างอื่นเช่นกันนะครับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างในแต่ละโรงแรม
สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เดินหาไอ้มินิบาร์ลิสต์แล้วดูว่ามีอะไรบ้าง
ก่อนกินดื่มอะไรก็คิดนิดหนึ่งนะครับ...ราคาเท่าไหร่

บางโรงแรมมีมาตรการจัดการกับสินค้า เช่นมีสติ๊กเกอร์ติด...มีแสตมป์ติดไว้เพื่อป้องกันแขกหัวหมอต่างๆ
ส่วนใหญ่ผมจะตัดปัญหาโดยการซื้อมาจากข้างนอกเลยครับ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน

แล้วไอ้พวกที่อยากลองของโดยการแอบเปิดขวด (โดยเฉพาะขวดแก้วสิงห์) แล้วเอาน้ำประปาเติมเข้า...
อันนี้เข้าข่ายเหี้ยนะครับนี่ ขอโทษเถอะ

โอเคคุณทำเนียน คุณไม่ต้องจ่ายตังค์ แล้วไงครับ แขกคนอื่นก็มากินน้ำประปาคุณต่อ...
อย่าทำเลยว่ะ

สำหรับผมที่ทำงานโรงแรม...มินิบาร์ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างหนึ่งเลยครับ
เพราะเวลาแขกเช็คเอาท์ พวกเราจะต้องถามว่า ได้ทานอะไรในมินิบาร์บ้างมั้ย?
บางโรงแรมจะให้แขกนั่งรอ แล้วเรียกทีละห้อง แต่ที่ห้าดาวเราจะให้แขกรอไม่ได้ครับ
เพราะฉนั้น แม่บ้านจะต้องจัดการเข้าไปเช็คห้องให้เร็วที่สุด
หรือถ้าลูกค้าบอกว่า ไม่ได้กิน เราสามารถปล่อยแขกได้เลย บ่อยครั้งก็โดนโกง

มีครั้งหนึ่งแขกพาเพื่อนมาค้างคืนด้วย...ซึ่งตัวแขกเองคืนห้องแต่เช้าและแจ้งว่า ยังมีคนนอนอยู่ในห้องนะ
ปรากฎว่า เพื่อนแขกคนที่พูดถึงเป็นเด็กวัยรุ่นไทย ซึ่งดูจากการแต่งตัวและท่าทางแล้วต้องไม่ใช่แค่เพื่อนแน่ๆ
คงพากันมาแอบอร่อยกันชัวร์

แม่บ้านแจ้งกลับมาว่า...ห้องนี้ มินิบาร์หายหมดเลย!
ไอ้น้องนี้มันแสบครับ มันโกยทุกอย่างเลยครับ แบบว่ากะเมาไปหลายวัน
ท้ายที่สุดก็เรียกตำรวจ จะไอ้น้องมันคืนของแล้วจากไปด้วยดี

แต่บางทีมินิบาร์ก็ทำให้เราพนักงานปวดตับได้เหมือนกันครับ เช่น...ครั้งหนึ่งผมทำงานแห่งหนึ่ง
มียาแก้ปวดเป็นมินิบาร์.... อารมณ์ไหนวะเนี้ย
มีกล้องถ่ายรูปใช้แล้วทิ้งอยู่ในลิสต์มินิบาร์....แขกเค้าคงจะแดกรองท้องก่อนนอนอ่ะนะ
และที่คลาสสิคและที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้จนบัดนี้

 

ทำไมถุงยางต้องอยู่ในตู้เย็นด้วยวะ
จะเย็นไปไหน...หือ?

 

 

 

 

ป.ล. ขอบคูณพี่แพทสำหรับคอลัมอาหารสมอง ที่เป็นข้อมูลอ้างอิงในเอนทรีนี้ครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อะ มิน่าล่ะถึงแพง

ซื้อจากข้างนอกเข้าไปดีกว่าเนาะ

สงสารคนคอยเช็คจัง
เจอบ่อยๆก็คงเซ็งเหมือนกัน

ว่าแต่ว่าอันสุดท้ายนี่กินไม่ลงนะครับ
กล้องกับ.... เอ่อ.. ถุงยาง sad smile

อ่าน title แล้วสับสน
ทีแรกนึกว่าเป็นบาร์เล็กๆในโรงแรมซะอีก
( แปลซะตรงเชียว ) cry

Hot!

#1 By paroJung on 2008-06-08 03:45

ถุงยางในตู้เย็น!! O_o

ทำไปได้เนอะคนเราสมัยนี้ 555+ Hot!

#2 By Dawnbringerz on 2008-06-08 04:07

แพงเพราะค่าเสียเวลานี่เอง
เขาว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าละนะถึงได้ชาร์จสุดๆ

#3 By LONGA on 2008-06-08 04:45

ขำถุงยาง>>> สงสัยแอร์คงจะเย็นไม่พอ

สะดุดตรงข้อสองจัง.....งั้นโรงแรมต้องติดป้ายที่ตู้เย็นว่า "กรุณาคิดก่อนหยิบดื่ม" แล้วล่ะ


sad smile

#4 By ::housewife:: on 2008-06-08 05:35

ืเหอะๆๆของในตู้เย็นโรงแรมไม่เคยแตะเลยopen-mounthed smile

#5 By wesong on 2008-06-08 05:50

sad smile มีกล้องกะถุงยางด้วยแหะ
มินิบาร์ = กับดักconfused smile

#6 By berserkrabbit on 2008-06-08 07:49

ยังไม่เคยเจอถุงยางในตู้เย็นเลยอ่ะ...

#7 By SS on 2008-06-08 08:13

มันเป็นอย่างงี้นี้เอง

เพื่อนเคยแก้ปัญหาโดยการซื้อข้างนอก แล้วเอามาเปลี่ยนเเช่ พอเช็คเอ้าท์เอาของโรงแรมใส่คืน


แต่มีคนมาหลอก(บอก)ว่าที่ญี่ปุ่นมันมีเซนเซอร์ในตู้เย็นแค่หยิบออกจากทีก็จริงตังค์แล้ว

หนูโดนหลอกใช่ไหมค่ะ

#8 By tapum on 2008-06-08 09:31

ของชิ้นสุดท้ายที่เอาไปแช่เย็น คงทำเพื่อลด__โลกร้อน มั๊งครับsad smile

#9 By oatato on 2008-06-08 10:07

ปกติผมเป็นคนไม่เคยแตะ minibar โรงแรมเลย
แต่ก้อเจอปัญหาบ่อยมากๆ เช่น

- พอเชคเอาท์ มันบอกว่าผมกินมินิบาร์มัน
เพราะในลิสต์มันเป็นโค้กกระป๋อง แต่พอไปเช็คแล้วมันเป็นโค้ก
เอ๊า ...อีห่าน ...อะไรของมึ๊ง

- ไปเวียดนาม ทั้งตู้เย็นมีแต่น้ำเปล่าสองขวด
ผมก็นึกว่าของฟรีสิวะ ที่ไหนเขาก็มีแจกกัน
ปรากฏว่าแม่งคิดตังค์ ...

#10 By บองเต่า on 2008-06-08 10:08

ถุงยากฝนตู้เย็นคงให้อารมณ์เสียวซ่านกับแขกบางประเภมละมั้งsad smile
*ถุงยางใน
เคยไปพักโรงแรมไฮโซ แล้วหามินิบาร์ไม่เจอค่ะ จะถามพนักงานก็ไม่กล้า อืออ.. เลยมาเจอวันสุิดท้าย
มันถูกแอบอยู่ข้างหลังภาพเขียนใต้เคาท์เตอร์

แล้วก็ไม่บอก sad smile

#13 By ongki on 2008-06-08 10:31

sad smile หิ้วไปจากข้างนอกเหมือนกันค่ะ เอิ่กกก
พนักงานเค้าคงไม่ว่าอะไรเนอะ เค้าคงเข้าใจ....จริงไหม

#14 By hikaru on 2008-06-08 10:57

เอาไปแช่ทำไมอะ sad smile

#15 By bakabo (~^) on 2008-06-08 11:19

sad smile ไม่เคยเจอะถุงยางแหะ

#16 By หมูทอดซามะ on 2008-06-08 11:32

เอ .. เมืองไทยมันร้อนครับ
เอาถุงยางไปแช่แฟ้บไว้ในตู้เย็น
นอกจากจะเย็นๆดีแล้ว .. ยังมีฟองละมุนด้วยมั๊งครับ -_-'
~เอิ๊ก ..

ปล.ใส่ประปาในขวดสิงห์นั่น ชี้โพรงให้กระรอกหลายตัวเลยล่ะครับ
หุๆ
ขำถุงยางในตู้นี่แหละท่านขา 55

>< Hot!
ไม่เคยเอาของในมินิบาร์มากินเลยค่ะ ปกติกินแค่น้ำเปล่าที่เขาให้ฟรีเท่านั้นเอง= ="
ก็ว่าทำไมมันแพงจัง เข้าใจเหตุผลแล้วค่ะ
เรื่องที่ว่ากวาดหมดห้องไม่เคยแฮะ เคยแต่ไปค่ายแล้วห้องอื่นมันทำไวน์ในมินิบาร์แตก...เอาแล้วไหมล่ะ
ดีไม่ใช่ห้องเรา (ฮ่า ๆๆๆ)
ว่าแต่...โรงแรมสุดท้าย.....
นั่นสิ เขาจะแช่ทำไมนะ= =?
Hot! Hot!

#19 By 「AKARI*」 : Wonderful Days on 2008-06-08 12:10

ผมเองก็ไม่เคยคิดจะแตะหรอกแต่ แฟนผมเนี่ยไม่เคยสนใจแน่ๆ ก็กูจะกิน ประมาณนั้น และไม่เคยดูราคาเลย เพราะ ก็ไม่ใช่คนจ่าย!
Hot! sad smile เพิ่งรู้จริงๆ นะนี่

ฮา..#13 เอาไปซ่อนแบบนั้นสงสัยจะไม่อยากให้ใช้จริงๆ

#21 By Lily Pixel on 2008-06-08 12:49

ถุงยางในตู้เย็น??

โรงแรมไหนคะเนี่ยยย น่ากลัวจริงๆsad smile

#22 By natsuki on 2008-06-08 13:00

sad smile ทำไมไม่ป้ายพิมเสนไปเลยหว่า ฮ่าๆ
เย็นแสบทรวง
ดี ไม่มีซาลาเปา ขนมจีบ

#24 By ซูเนะโอะ on 2008-06-08 14:52

เคยไปที่เบตงค่ะ
เขียนไว้ว่า ฟรีน้ำเปล่าสองขวด

ในตู้เย็นมันก็มีน้ำเปล่าสองขวด

กะของกินอะไรอีกมากมายตามปกติที่มินิบาร์มี

ก็เปิดกินสองขวดตามันบอกไว้เปี๊ยะๆ

แต่ด๋อยเอ๊ย - -*
มันมีสองขวดแก้วตั้งอยู่ตรงมุมซอกตู้ของตู้เย็น - -*

และที่มันให้กินน่ะ คือสองขวดน๊านนนน

ถ้ามันเอามาตั้งไว้บนที่ๆเห็นได้ง่ายและชัดๆ มันจะเปลืองทรัพยากรณ์บุคคลมากมั้ยค๊า = ="

ชิส์ ก็ถือว่าเสียค่าโง่ไป วันหลังก็จะมองเข้าไปให้ทั่วถึงหลังตู้เย็นก่อน เผื่อจะมีวางไว้

น้ำประปาในขวดเบียร์ ไม่ไหวนะคะ


Hot!

#25 By ~FeawkunG~ on 2008-06-08 15:05

พวกน้ำผมซื้อไปตุนไว้ในตู้เย็นเลย *ฮ่า =w="
เคยกินไปทีนึง ราคาปวดใจสุดยอด T^T

...

.

.

ขำถุงยาง ฮ่ะๆ

#26 By • L e r u s e L ◘ on 2008-06-08 15:05

เล่าถึงเรื่องถุงยาง เลยนึกขึ้นได้ว่าเคยสงสัยอย่างนึงว่า...

ทำไมโรงแรมหลายๆๆๆๆแห่งเขาไม่จัดถุงยางไว้ในห้องเลยล่ะ แต่ให้เก็บไว้ในที่ๆเหมาะสมเช่นโต๊ะข้างหัวเตียง

งี๊ถ้าแขกมาเป็นคู่ๆแล้วไม่ได้พกมา เกิดต้องใช้งานขึ้นมาคงวุ่นวายดีเน๊อะ
(จริงๆแล้วถ้ามาคนเดี๋ยวแล้วระหว่างกินข้าวเย็นดันเกิดไปสีฝรั่งตู้มๆโต๊ะข้างๆขึ้นห้องได้ก็มีสิทธิ)

ให้กดโทรศัพท์ไปที่ฟรอนท์ "โหลๆ ขอถุงยางโหลนึงห้อง***นะ"
กว่าจะมาถึงเจี๊ยวเหี่ยวเรียบร้อย sad smile
ไม่ก็เข้าสองคนออกสามคนเรียบร้อยconfused smile

#27 By tenshi on 2008-06-08 15:40

เรื่องจริงผ่านจอ......
ทำประจำ....

#28 By รีคอนดำ on 2008-06-08 15:50

เคสน้ำประปาใส่ขวดมาเนียนนั่น น่าโมโหสุดๆไปเลยครับ

ปล.พึ่งรู้ว่ากล้องกับถุงยางอยู่ในมินิบาร์ของโรงแรมบางแห่งด้วยด้วย sad smile (ถ้าไม่อยู่ในตู้เย็นก็ว่าไปอย่าง)

#29 By SkyKiD on 2008-06-08 15:58

ทีนี้รู้แล้วว่าของทำไมถึงได้แพงจั๊ง

ปล. เหล่าเพนกวินที่เดินด๊อกแด๊ก น่ารักดีอ่ะค่ะ

big smile

#30 By sanook is me on 2008-06-08 17:09

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยฮะ
ปกติไปโรงแรม ครอบครัวผมจะขนขนมนมน้ำไปอยู่แล้ว(กร๊าก)
ผมก็ชอบไปเปิดๆมินิบาร์เล่น สนุกดี(อ้าว)
เช็คว่ามีอะไรมั่ง มีอะไรแปลกๆน่ากินมั๊ย(หัวเราะ) แต่ปรากฎก็เหมือนกับข้างนอกละเนอะ
จำได้ว่าโรงแรมที่ญี่ปุ่นเป็นตู้เย็นช่อง สอดๆพวกขวดน้ำเข้าไป ถ้าใครดึงออกนิดนึงก็จะเช็คได้ แต่ไกด์ก็เล่าให้ฟังว่ายังมีคนโกง เปิดจุกแล้วดูด เติมน้ำเข้าไป
(เอากะมันดิsad smile)

#31 By takara™ on 2008-06-08 17:21

อ่อ ยังงี้นี่เอง
ความรู้ใหม่

อยากเรียนการโรงแรมมั่งคงสนุกนะครับ

อย่าลืมแวะไปอ่านทำไม
กาแฟสตาร์บัคส์ถึงแพงมั่งนะครับ

คล้ายๆกันอิอิ Hot! question

#32 By Dei on 2008-06-08 17:31

ถุงยางแช่เย็น

น่าใช้จัง

5555555+

#33 By TONG (58.9.233.60) on 2008-06-08 17:35

555+ ส่วนมากจะซื้อเข้าไปเองค่ะ ตัดปัญหาbig smile big smile big smile เคยเซ็งก็ไอ้ตอนไปพักเดอะเวเนเชี่ยนที่มาเก๊านั่นแล ทั่นแม่กดรีโมทไปเรื่อยไปโผล่ช่องหนังแล้วก็ปิดไม่เป็น ปรากฏตอนเช็คเอาท์โดนค่าบริการช่องพิเศษไปบานเลย..
แอบกระซิบแม่ว่าแม่ดูรู้เรื่องเหรอ แม่บอก มันปิดไม่เป็น อ่ะ...ฮาได้อีกsad smile sad smile sad smile

#34 By (^_^)/nana on 2008-06-08 17:45

เพิ่งรู้ว่าถุงยางอยู่ในตู้เย็นsad smile

#35 By gsawa on 2008-06-08 18:15

cool!!!
ซะ

#36 By rokjitjung on 2008-06-08 18:55

เข้าใจแล้วละ ว่าทำไมถึงแพง..
แต่เคยพลาดคะไปดื่มเอาน้ำแร่หรือไงนี่ละไปต่างประเทศไม่ได้ใส่แว่นตา เลยคว้ามาผิดเพราะรีบ และหิวน้ำมาก โดนไป 15 $/น้ำแร่ 1ขวดจิ๋ว...Hot! Hot! Hot!

#37 By MayaKniGht on 2008-06-08 20:10

ปกติก็ไม่กล้ากินครับ ดูราคาก่อน แล้วก็เฉยไว้
แต่ก็ดีครับ ที่ได้รู้เหตุผล

#38 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-06-08 20:16

ก็รู้อยู่ครับ

แต่อยากทราบยอดของที่ขายได้จากมินิบาร์จัง ว่ามันซะเท่าไหร่ต่อเดือน
แล้วห้องที่แขกซื้อ"ความสะดวกสบาย"เนี่ย ส่วนใหญ่เป็นคนชาติไหนกันครับ

#39 By [ Sai ];charot on 2008-06-08 20:34

= [] =... ถุงยางในตู้เย็น



sad smile sad smile

#40 By ♕ Sinsters? on 2008-06-08 20:59

เมื่อก่อนตอนเด็กๆเคยเข้าใจว่าราคาเท่ากัน ฉีกซร้า~~

...

แช่แฟ้บเอ๊ย!!!! โดนแม่ตบทิ่ม ดิ้นด่าวเป็นปลาไม่มีน้ำเลย!

กล้องใช้แล้วทิ้งก็เป็นมินิบาร์เรอะ..ไม่เคยเห็นเลยแฮะ

อ่ะคุณวิชัย เอาดราก้อนบอลไปกินแทนมินิบาร์นะHot!

#41 By tako-ika on 2008-06-08 21:04

เคยเจอมีน้ำสองขวด แต่ว่าไม่กิน เพราะว่า ยี่ห้อที่มันมีไม่อร่อย (หื้อ)
เพิ่งมารู้ว่าเค้าคิดตังค์sad smile

#42 By หมีขั้วโลก™ on 2008-06-08 21:46

จริงอยู่
เอาเถอะ แลกความสบาย
แต่ก็ซื้อข้างนอกมากินทุกที มันแพง เหอๆ

#44 By TaLgY on 2008-06-08 22:19

ถุงยางแข็งนี่มันจะใส่ลงเหรอครับนั่น - -''

#45 By on 2008-06-08 22:33

PinG~ sad smile แหม่ โค้กแช่เย็นก่อนแล้วเติมน้ำแข็งยังอร่อยกว่าโค้กธรรมดาแล้วเติมน้ำแข็งเลยคับ ถุงยางก็อาจอยู่ในเหตุผลเดียวกัน cry

#46 By Pl@y-M@Te on 2008-06-08 22:52

ถุงยางในตู้เย็น แหม่ ทำไปได้

ว่าแต่ ราคามันอัพไปเป็นเท่าไหร่ครับ?

#47 By @ri on 2008-06-08 22:55

ขำของในลิสท์ชิ้นสุดท้ายนี่แหละครับ 555
เย็นๆไว้ มันคงทนกว่ามั้งครับ question

#49 By cg on 2008-06-09 00:12

บางทีไปพัก จะซื้อขึ้นไปเลยคะ เพระรู้อยู่ว่าแพง แล้วก็คิดเหมือนน้องเต่าเลย บางที่น้ำดื่มฟรี2ขวด
แต่มีแช่อยู่ในตู้เย็นอีก2ขวดเลยไม่รู้ว่าฟรี นี่อยู่ในตู้เย็นหรือไม่อยู่sad smile