สุดซอยเสื่อม/แขกจิตแตก
posted on 19 Jun 2008 03:41 by doggiestyle in 5starStory, iloveitคำเตือน
เอนทรีนี้ยาวมาก กรุณาแน่ใจว่าไม่ปวดขี้และไม่ต้องไปตากผ้าให้แม่
เอนทรีนี้ต้องใช้ความอดทนในการอ่าน...เพราะ ซากแฟ้บมาก
ผมเคยเขียนเรื่องเธอมาก่อนแล้วครับ ถ้าใครอ่านผ่านตามาบ้าง เธอมีเนมโค้ดว่า โรส ครับ
เนื่องด้วยช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา...คุณโรสกลับมาพักอีกครับ
ประทับไตมาก... เลยขอสัญญากับตัวเองว่า โรสจะต้องมีหนึ่งตอนเป็นของเธอเอง
เธอเกิดมาเพื่อเป็นตัวเอกครับ...อะไรที่ทำให้ แขกอเมริกันธรรมดาๆ หนึ่งคนทำให้วิชัยสนใจถึงกระทั่งให้มีหนึ่งตอนเป็นของตัวเอง?
เพราะตั้งแต่ผมทำงานโรงแรมมา..เธอเป็นหนึ่งในตองอูครับ
ใครที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องของเธอ คงสงสัยว่า หนึ่งในตองอูยังไง?
ในกองซากอ้อยที่ทับถมกันอยู่...เธออยู่บนยอดครับ (ว่ากันงั้นเลย)
เพราะเธอป่วยครับ
ผมไม่รู้ว่าเพื่อนพนักงานโรงแรมท่านอื่นจะเคยเจอแขกที่มีอาการทางจิตมาบ้างมั้ย...แต่สำหรับตัวผมเอง เจอมาสองคนครับ
คนแรกเจอที่เชียงราย
คืนหนึ่งมีสายโทรศัพท์เข้า จากโรงแรมที่กระบี่...แจ้งข่าวให้ทราบว่า แขกที่จะเข้าพักวันพรุ่งนี้ เธอมีอาการทางจิต โรงแรมห้าดาวกับการเก็บประวัติลูกค้าเป็นความลับ เป็นสิ่งปฎิบัติอันดับต้นๆอยู่แล้วครับ แต่นี่คือน้ำใจระหว่างโรงแรม ทางกระบี่เลยบรรยาย อาการทางจิตของแขกท่านนี้ได้แค่...
"เธอแปลกๆอ่ะค่ะ"
แปลกๆ..คงไม่ใช่เดินแลบลิ้น เปิดกระโปรง เต้นระบำ ใส่ยกทรงทับเสื้อยืด หรือเดินแกว่งมีด ปีนที่สูง หรือคิดว่าตัวเองเป็นเทพอาธีน่า
ไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงไอ้ที่ว่าแปลกๆ แต่พอรู้ว่าเธอมีสามีเธอมาพักด้วย...ก็แอบอุ่นใจไปหนึ่งเปลาะเพราะอย่างน้อยก็มีคนเข้าใจเธอล่ะวะ
"เอ่อ..รู้สึกว่า สามีเธอก็เพิ่งจะมาทราบทีนี่เหมือนกันค่ะ"
อืม...ชิบหายครับ...
ภาษาอังกฤษเรียกว่า nervous breakdown
แปลเป็นไทยว่า ...สติแตก...
ไม่ต้องเปิดฝาลุ้นเลยครับ ว่าเธอสติแตกยังไงเพราะ ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อมา...
เธอก็ถึงโรงแรมแล้วครับ
เดชะบุญพาวาสนาส่ง บุพเพวิบากกรรม
วิชัยเสือกได้ไปรับแขกคนนี้อีก
ครับ ทหารเลว เค้าให้ไปรับคมหอกคมดาบก่อนเสมอแหละครับ
เธอเป็นผู้หญิงที่ดูมีความสุขนะครับ ไม่ได้มีวี่แววของคำล่ำลืออะไรเลย
"how were you raised" คือคำถามที่เธอถามหลังจากคำว่าทักทาย
นี่เป็นคำถามที่จุกแดกเสียดตับมากสำหรับการเจอกันครั้งแรก "เธอถูกเลี้ยงดูมายังไง?"
เอ็สสสสสสส!!!!
เหมือนโดนเจาะยางเข้าที่ต้นขา
แล้ววิชัยก็ล้มฟุบด้วยคำถามข้างบน
โอเค...คอนเฟิร์ม
เชื่อล่ะ...เธอเกินจริงๆ
นึกว่าเธอถามเล่นๆ แต่เปล่าเลย เธอรอคำตอบจริงๆครับ เอากับเค้าซิ...
"my dad and mom are chinese"
ก่อนที่เธอจะได้คำตอบเธอก็เริ่มต้นเล่าชีวิตของเธอให้ฟัง สลับกับเสียงหัวเราะโครมๆ อีกสองสามที
หูผมก็ฟังที่เธอพูดไป แต่สติผมหวนคำนึงถึงข้อความทางโทรศัพท์จากกระบี่สายนั้น ซ้ำไปซ้ำมา...
"เธอแปลกๆอ่ะค่ะ"
เจ้ดดด....นี่มันแปลกเกินไปแล้วนะ
สายตาเหลือบไปมองสามีเธอที่ผมหวังพึ่ง สามีเธอได้แต่เหม่อมองออกไปข้างนอก
ชิบหายล่ะ...ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
คือโรงแรมที่เชียงราย เราจะต้องนั่งเรือไปรับแขกอ่ะครับ ใช่เวลาประมาณ 15 นาที
ครั้งนั้นเป็นสิบห้านาทีแห่งการเอาตัวรอด สิบห้านาทีกับคนสติเกินนี่ไม่สนุกเลยจริงๆ
สามีเธอก็หันมาถามบ้างบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วผมจะตื่นเต้นไปกับอารมณ์ข้างขึ้นข้างแรมของเธอมากกว่า ผมส่งเธอและสามีขึ้นห้อง อย่างไม่มีอะไรเลยเถิด...
เธอสติแตกเต็มขั้นเอาตอนวันต่อมา อาการคือ โวยวายหวาดระแวงอ้างว่ามีคนจะเข้าทำร้ายเธอ
วิชัยได้รับภาระกิจของชาติโดยการพาเธอกลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้อง ระหว่างทางเดิน เธอก็ลอกแลกไปเรื่อยครับ "is there anyone following me"
อืม... ก็กูนี่ไงเดินตามมึงอยู่ อยู่กันแค่สองคนยังจะหลอนกันเองอีก
ว่าแล้วเธอก็จกมือถือออกมาคุย
"yes mom, i am coming home."
คือจะไม่แปลกใจเลยถ้ามือถือมันใช้ได้...ในป่าในโพลงแบบนี้มือถือ 8G ก็ไม่มีคลื่นครับ และที่สำคัญเหนือสิ่งใด ผมแอบเห็นว่า มือถือไม่ได้เปิดเครื่อง!
เอาซี่...จะมีอะไรที่แปลกใจมากกว่านี้อีกมั้ย
พฤติกรรมเธอก็สลับเป็น loopนรก คือ คุยกับคุณแม่ผ่านมือถือ หันซ้ายหันขวา หันมาทำท่าตกใจ แล้วถามผมว่า มีคนตามมาใช่มั้ย แล้วย้อนมาคุยกับแม่เธอต่อ
โชคดีของผมคือ ห้องเธออยู่ไม่ไกลครับ ไม่นานก็ส่งถึงห้อง ไม่งั้นมีหวังประสาทแดกไปอีกคนด้วยแน่ๆ
เธอเช็คเอาท์ในเย็นวันนั้นเลยครับ สามีเธอคงทนเห็นเธอสติเผ่นพ่านต่อไปไม่ไหวเลยพาเธอกลับเลย
อ่ะ...จบหนังตัวอย่าง...
เข้าสู่เรื่องสุดซอยเสื่อมของเอ็นทรีนี้กัน...
ถ้าเปรียบโรงแรมเป็นคลังอาวุธ และลูกค้าทั้งหลายเป็นอาวุธสงคราม อาจเป็นปืนอาก้า ปืนบาซูก้า คุณโรสคงเป็นอาวุธพิสัยไกล มีอำนาจทำลายหนึ่งหมู่บ้านได้สบายๆ
เชื่อมั้ยครับ ผู้หญิงคนเดียวทำคนค่อนโรงแรมระส่ำระส่ายได้ duty manager ทั้งหลายส่ายหัวไม่อยากเจอ เราอาจจะดีใจที่แขกบางคนอยู่ต่อ เราอาจจะเฉย หรือดีใจ แต่คุณโรสอยู่ต่อ ปฎิกิริยาของเพื่อนพนักงาน
อีกละ...โห..ไรวะ แล้วเมื่อไหร่เธอจะไปวะ
เงินน่ะก็อยากได้ แต่ห่วงสุขจิตตัวเองมากกว่า
รูปพรรณของคุณโรสคือ หญิงอเมริกันผมทองผิวขาว ตัวเล็กสูงประมาณ 155-160 มัดจุกตลอดเวลา เดินไปมาเหมือนลอยได้ ประหนึ่งยืนอยู่บนดอลลี่แล้วมีคนลากให้
คุณโรสไม่ชอบผู้ชายครับ...และยิ่งผู้ชายอ้วน ดำ แล้วละก็ เธออาจจะเดินหนีไปซะเฉยๆเลยก็ได้
วันหนึ่งโทรศัพท์ดัง...เพื่อนชื่อชัยรับสาย เห็นแล้วว่าเป็นสายมาจากห้องคุณโรส
"swasdee krab. guest service, how may i help...."
เธอวางสายไปแล้ว
ชัย: เฮ้ย..แม่งรู้ได้ไงวะ ว่ากูอ้วน
โรสเป็นคนที่มีวิธีแสดงออกทางอารมณ์ที่ไม่เหมือนชาวบ้าน...
คือเธอร้องไห้ครับ เวลาที่ปลาบปลื้มอะไร น้ำตาจะชุ่ม
แต่ถ้าอะไรไม่ถูกใจเธอจะร้องไห้ ร้องไห้ในทีนี้ คืออาการเดียวกับ
พ่อเลี้ยง พี่ตา พ่อเขย พี่รหัส น้องเขย แม่ยาย ลูกหนี้
โดนรถพ่วงบดตัวขาดตกลงไปในบ่อ โดนปลาสวายแดกซากเกลี้ยงนะครับ...
มันก็เสียงดังพอๆกับที่คนอื่นค่อนล็อบบี้หันมาทางเธอแล้วอุทานเรียกหาพระเจ้า
จนพักหลังๆ พวกเราเริ่มมีภูมิต้านทานกับการร้องไห้เธอแล้ว คือ มึงร้องไปดิ เอาซี่...เดี๋ยวกูไปหยิบกระดาษมาให้
คุณโรสเป็นคนที่รักความสะอาดมากครับ เธอไม่รับของจากผู้ชาย ครั้งหนึ่งเธอสั่งผ้าซักแล้วเธอมารับที่เคาร์เตอร์พอพนักงานยื่นเสื่อ(ที่อยู่ในถุงพลาสติกให้)
เธอก็นิ่งไปแล้วบอกว่า เสื้อผ้ามันสกปรกแล้ว...
เอ๊า เป็นงั้นไป มันจะไปสปรกซอกกระดุมไหนฟะ ก็มีถุงพลาสติกห่อไว้แบบนี้...
ทายซิ สิ่งที่เธอจะทำต่อไปคืออะไร...
ถูก!! ร้องไห้ครับ
เอา เอา เอา...เพื่อนเดินลงไปที่ห้องแม่บ้าน เอาเสื้อออกมา ฉีดสเปรย์หอมๆ เข้าไป ใส่ถุงพลาสติกใหม่ให้ เดินขึ้นมา เรียกเพื่อนผู้หญิงเดินไปยื่นให้
จากร้องไห้เมื่อกี้...กลับหน้าบี เลยครับ
"Thank you very much. you're so kind"
อืม...เอาดิ ซากอ้อยได้อีกอ่ะ
ครั้งหนึ่งเธอโทรเข้ามาจากประเทศไรไม่รู้ให้เราไปซื้อของใช้ส่วนตัวให้เธอหน่อย ของที่ว่าเนี้ย...ส่วนตัวมากครับลิปกรอส แป้งพัฟ ของเบ็ดเตร็ด และ คอนเทคเลนส์
ให้คำอธิบายที่เป็นประโยชน์มากคือ
"whatever"
ถ้าสมองผมแปลศัพท์คำนี้ไม่ผิด...มันแปลว่า อะไรก็ได้...
ช่วงไหนของเจ๊วะ คอนเทคเลนส์อะไรก็ได้...ห่ามึง แป้งพัฟก็ไม่ใช่จะไปซื้อก็ซื้อนะ ไม่ใช่ปากกาแดงนะว้อย
เสียเวลาหนึ่งชั่วเต่าถามรายละเอียด ในที่สุดก็ซื้อเตรียมไว้ให้
ซึ่งเวลาเธอเข้ามาพัก เธอก็ต้องเซ็นเอกสารต่างๆอ่ะครับ
และแน่นอน จะให้วิชัยวิ่งไปแปลงเพศเป็นสาวฮ้ามายื่นปากกาก็ไม่ใช่นะ
ยื่นปากกาให้ เธอก็ทำหน้างอ แปลได้ว่า...ยี้ซกมกอย่างไม่มีสิ้นสุด...
อืม...เข้าใจครับว่าไม่ชอบ...แต่ช่วยเซ็นหน่อยนะ
ใบที่หนึ่ง ใบที่สอง (ทุกทีเซ็นครั้งเดียวครับ แต่เธอต้องเซ็นทั้งใบจองรถรับ ใบซื้อของ และอื่นๆ)
หน้างอแล้วครับ...
มาใบที่สามนี่ หน้าเธองอซะแทบหักจนคางจะแปะเข้ากับหน้าผากแล้วครับ
ว้ากกกกกก!! ไม่ไหวแล้วว้อยยยย!!!!
วิชัย: it's ok, maam. you dont have to sign for the rest. you may go to your room now
เพิ่งรู้ว่าหน้าที่ตัวเองจะสามารถทรมานความรู้สึกคนอื่นได้มากขนาดนี้
เคยบอกไปแล้วครับว่าคุยกับคุณโรสจะต้องแน่ใจว่าได้มีการกักตุนความอดทนในปริมาณที่เพียงพอ บางครั้งอาจจะต้องยืมเพื่อนคนข้างๆมาด้วย
คุณโรสจะออกอาละวาดตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไปจนเช้าครับ...
เธอไม่นอนกลางคืนครับ แต่จะนอนช่วงเช้า ตื่นมาก็จะไปคลุกอยู่ที่สปาทั้งบ่าย กลางคืนก็จะมาวุ่นวายที่ห้องอาหารและตกดึกก็จะวุ่นวายกับรอบดึก...
ครั้งหนึ่งที่ผมลงดึกครั้งแรกในตำแหน่ง duty ซึ่งผมต้องเรียนงานเยอะมาก แต่ก็พอเดาได้ว่า
คุณโรสเธอจะต้องมาอาละวาดอย่างแน่นอน...เธอไม่ชอบผู้ชายใช่มะ....ได้..จัดให้
วิชัย: พี่...ถ้าโรสมาติดต่อให้ผมดีลเลยนะ
พี่แพท: ได้..เออดีเลย มึงไม่ต้องมัดผมนะ ปล่อยให้ฟูๆแหละ
คุยกับโรส ต้องมีความอดทนใช่มั้ย...
ได้...จัดหนัก อดทนเข้าไปสองกระบุงเกวียน
เธอเดินไปหาพี่แพท วิชัยเข้าเสียบซ้าาาา
อดทน อดทน ใจเย็น ใจเย็น เธอไม่ชอบผู้ชาย
เดี๋ยวเธอก็ไป...
เดี๋ยวเธอก็ไป...
เจ้ดดดดดดดด!!!!
เสือกคุยกันถูกคอซะงั้น...
ติดบ่วงแล้วครับพี่น้อง
เธอเรียกทุกห้านาทีครับ... ที่สำคัญเธอจะไม่อยู่ในล็อบบี้เพราะเธอบอกสกปรก
ที่จะอยู่ชั้นสองเดินลงบันไดมากวักมือเรียกขึ้นไปชั้นสอง
แล้วเธอก็มุดไปนั่งกับพื้นใต้ชั้นวางของ โดยที่ใครเดินผ่านไปมาตอนนั้นจะเป็นไอ้แว่นนั้งกับพื้นคุยกับแขกด้วยหน้าปูเลี่ยนๆ
เราห้ามใช้โทรศัพท์ต่อหน้าเธอ เวลาผมจะโทรแจ้งงานอะไรต้องเดินถอยไปสามสี่เมตรเพื่อคุยโทรศัพท์เพราะเธอบอกว่าคลื่นโทรศัพท์สามารถทำลายซีรีบรัมสมองซากอ้อยบ้าบอคอตุ้ยอะไรสักอย่าง
ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่เอ็งช่วยคิดทีเดียวคุยทีเดียวเอาแบบยาวๆเลยอ่ะ
ไม่ใช่เดี๋ยวเรียก เดี๋ยวเรียก ขี้ไม่ออก ตดไม่เหม็น ก็เรียก
กูจะบ้าครับ กูจะบ้า
เธอมีสามีด้วยครับ...ไม่รู้ว่าอะไรนำพาให้สองคนรักกัน แต่ก็นั่นแหละ ความรักมันมีจริงครับพี่น้อง
ครั้งหนึ่งเธอมาพักกับสามีเธอ และสามีเธอออกไปธุระข้างนอกปล่อยให้เธออาละวาดทำลายล้างอยู่ที่โรงแรม
โจทย์วันนี้คือเธอเบื่อ..อยากไปเดินสวนสาธรณะ...เธอบอกว่าอยากไปวังสวนผักกาด
ตอนนั้นมัน 1545 แล้ววังปิดสี่โมงเย็น ให้ดำดินไปก็ไม่ทัน
โรส: เธอช่วยโทรไปบอกวังเค้าทีซิ ว่าเปิดรอชั้นก่อน ชั้นกำลังจะออกไป...
โอ้วซ์ ช่างกล้า...
แล้วเธอก็ร้องห่มร้องไห้ เมื่อเพื่อนผมพยายามจะบอกว่า ไม่ได้หรอก จะบ้ารึไง
เพื่อนลงมาบอกว่าจะให้ไปไหนดีละ...ที่ไหนๆ ก็ไปหมดแล้ว
"ให้ไปสวนหลวง ร.9 แม่งเล้ย" ใครสักคนบอก
"แต่เค้าจะให้พนักงานไปเป็นเพื่อนเค้าว่ะ"
คิดว่าพนักงานโรงแรมจะมีใครไปด้วยมั้ยครับ
"เชี้ยละ กูไม่ไปนะ"
"ไม่ต้องมองทางกูเลย กูไม่ว่าง"
"เฮ้ย พี่ต้องไปพบแขกว่ะ"
"เอ่อ...กูพึ่งพูดอังกฤษไม่เป็นว่ะ"
...ซากอ้อยกันเป็นแถวๆ
เธอไปคนเดียวครับ...กับคนขับรถผู้โชคดี (ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย)
กลับมาดูพี่คนขับรถหมางๆชอบกล ไม่รู้ว่าเกิดเหตุซากอ้อยอะไรบ้าง พี่เค้าคงไม่อยากพูดถึงแน่ๆ
ครั้งล่าสุดที่เธอเพิ่งเข้ามาพัก จากที่จองไว้สามคืนก็ม้วนต้วนเป็นอาทิตย์นึง วีรกรรมเธอไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าทุกทีเลยครับ วันหนึ่งเธอบ่นว่าเบื่อ อยากไปข้างนอก ทางโรงแรมก็จองทัวร์ให้เธอและให้เงินติดตัวไปอีกสองพันบาท
(ลืมบอกไปว่าเธอไม่พกเงินสดเลยครับ) แล้วเป็นไงครับ?
ไกด์โทรกลับมาบอกว่าเธอหายตัวไปแล้ว ไม่รู้ไปไหนแล้ว...หึหึหึ ใจหนึ่งอยากสั่งพลุมาจากญี่ปุ่นแล้วไปจุดฉลองที่สะพานพระรามเก้า หลายๆชั่วโมงผ่านไป เธอโทรเข้ามาโดยเบอร์ที่โชว์เป็นเบอร์มือถือ...ร้องไห้
ไม่รู้จะร้องไห้หาประชาธิปไตยในเมืองย่างกุ้งรึไง
เธอร้องไห้บอกว่าสับสน อยากไปเดินสงบสติ แล้วหาที่สปาสักแห่งเพื่ออาบน้ำ
(เธอไม่อาบน้ำห้องตัวเองครับ จะต้องไปอาบที่ห้องล็อกเกอร์สปาเท่านั้น)
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็เป็นคนไทยด่าโวยวายใหญ่เลย
สรุปว่าคุณโรสใช้พลังจิตเข้าสิงคนไทยคนนั้นเพื่อยืมโทรศัพท์
เธอโทรกลับเป็นระยะ ซึ่งแน่นอนเป็นโทรศัพท์ชาวบ้านทั้งนั้น...
เฮ้อ...คนเราเน้อ
เธอจะบินไปที่อินเดียครับ แต่ให้เราหาข้อมูลให้ แล้วเชื่อมั้ยครับข้อมูลที่ว่า หนาร่วมๆ หนึ่งรีม! (กระดาษหนึ่งรีมเท่ากับห้าร้อยแผ่น) น้องเอ๊ะ น้องที่ทำงานใช้เวลามหาศาลจัดเตรียมทุกอย่างให้
ไอ้บ้าเอ้ย...และที่หูดแตก ตดอูฐมากที่สุดคือ...
เครื่องออกแปดโมงสี่สิบห้า เธอบินชั้นธุรกิจซึ่งสามารถไปถึงสนามบินหนึ่งชั่วโมงล่วงหน้า จากปกติสองชั่วโมง เครื่องออกแปดโมงสี่สิบห้า เธอจะต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เจ็ดโมง เจ็ดโมงครึ่งอย่างช้าสุดและเธอห้ามเปลี่ยนเที่ยวบินอีกแล้วเพราะเธอเปลี่ยนมาหลายรอบจนสายการบินยังป่วยแล้วครับ
สวรรค์โชค อำนวยชัย
เจ็ดโมง...เธอยังอาบน้ำอยู่เลยครับ
เจ็ดโมงสิบห้า เธอยังลัลลาใส่เสื้อ
เจ็ดโมงยี่สิบห้า ต้องลงมาแล้ว...เธอยังจะกินกาแฟอยู่
ไอ้วิชัยเดินขึ้นไปเชิญแล้วครับ แต่เธอไม่ลงมา เพราะอยากคุยกับน้องเอ๊ะก่อน
เจ็ดโมงครึ่งวิชัยโทรไปหาโอ๋ที่ประจำอยู่สนามบิน
วิชัย: โอ๋ ช่วยบอกสายการบินที่ว่าคุณโรสอาจไปช้าหน่อย
โอ๋: ไม่แน่ใจนะพี่ว่าเค้าจะรอรึเปล่า
วิชัย: เอ่อ บอกไปว่าผู้โดยสารเป็นโปลิโอกระทันหัน กระเพาะรั่ว มดลูดพัน อะไรก็ได้
โอ๋: พี่ค่ะ สายการบินบอกว่ารอได้เต็มที่แปดโมงค่ะ
เจ็ดโมงสี่สิบห้า คุณโรสลงมาถึงล็อบบี้สักที
อืม...เหลืออีกสิบห้านาที...เหาะไปก็ไม่ทัน
ตกเครื่องซะงั้น
ซากแฟ้บแบบไม่แบ่งชาวบ้านเล้ยจริงๆ
เสียดายเวลาหาข้อมูล ตามจองโรงแรม จองรถรับ-ส่ง จองสปา จองนวด
เธอร้องไห้โชว์อีกครั้ง เสียใจที่ทุกคนเสียเวลาจริงๆ
เดินไปหาแล้วถามแบบเอือมๆว่า...
"you have two choices, fly today or fly tomorrow?"
คือขอคำตอบสุดท้ายสักที
" what do you think?"
อ้ากกกกก.....กูจะบ้าว้อยยยยยย!!!!!
ป.ล. เธอออกจากโรงแรมในวันต่อมา สรุปค่าใช้จ่ายที่เธอใช้กับโรงแรมในระยะเวลาหกวันโดยประมาณ 150,000บาท
ความอดทนมักจะมีผลตอบแทนที่สวยงามเสมอครับ...จิตเสื่อมเล็กน้อยก็ตาม
ป.ล.2 FAQ มีปัญหาบ้าบอครับ ใครรู้ช่วยที >>>> ตรงนี้


จิตเสื่อมอย่างแรง
ถือซะว่าเป็นกรรมเก่าละกันค่ะคุณพี่
ของเธอแรงจริงๆ
ปอลอ.วันก่อนงานเปิด 4B ไปถึงดึกไปหน่อย
เลยได้ไปหม่ำมื้อดึกกะคุณพี่หนอน คุณพี่เส่งแทน แอบเห็นรูปคุณวิชัยที่กล้องพี่หนอนด้วย เกาหลีได้อีก ฮา
#1 By (^_^)/nana on 2008-06-19 04:24