บอระเพ็ดในโรงแรม
posted on 05 Jul 2008 04:59 by doggiestyle in 5starStoryเอนทรีนี้ผมคิดจะเขียนมาตั้งนานแล้ว แต่ผมยังหาวิธีดีๆในการเล่าไม่ได้สักที
เมื่อคืนผมคุยเล่นอยู่กับคุณพี่bickboon แล้วก็ไม่รู้ยังไงผมก็นำเรื่องบางส่วนเล่าให้พี่บิ๊กฟัง ซึ่งก็โดนยุให้ลองเขียนดูสักตอน แย่หน่อยที่ผมยุขึ้นซะด้วยครับ...
ผมหวังว่าผมคงจะเล่ามันในมุมมองที่พอดี ไม่มากเกินและไม่น้อยเกินนะครับ...
ผมจำได้ว่าผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า joinner แปลว่าอะไรในการโรงแรม
joiner เราเรียกถึงคนที่เข้ามาค้างแรมกับแขกที่มาพัก อาจจะมาแบบรายชั่วโมง หรือรายหลายชั่วโมง แล้วไม่ได้ลงทะเบียนเข้าพัก
หลายคนคงจะเข้าใจแล้วว่า ไอ้คำว่า joinnerที่ว่าผมหมายถึงอะไร?
ครับผมก็หมายถึงน้องๆอีกกลุ่มนึงนั่นแหละครับ (ต่อไปขอเรียกว่า น้องน้อง ละกันนะ)
บางโรงแรมจะเก็บค่าเข้าของน้อง น้อง แต่โรงแรมที่ผมทำมาทุกโรงแรมจะไม่มีค่าเข้าของน้องน้องตรงนี้ครับ คือแขกสามารถพาเข้ามาได้เลย ทางโรงแรมจะรบกวนก็แค่ทำการเก็บบัตรประชาชนเก็บไว้ก่อนเท่านั้นเอง เผื่อมีเรื่องอะไรอย่างน้อยเราก็สามารถตามเรื่องอะไรได้อยู่
เรื่องขอบัตรประชาชนน้องน้องนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะครับ สำหรับพวกผมถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และเสี่ยงต่อการโดนแขกแดกกบาลเอาง่ายๆเหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่น แขกไปเจอผู้หญิงในบาร์แล้วพามาต่อกันที่ห้อง ในความเป็นจริงแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเค้าเป็นใครมาจากไหน ซึ่งเราก็ต้องทำตามหน้าที่ ที่ต้องเข้าไปขอรายละเอียดการเข้าพักโดยการขอบัตรประชาชน ถ้าเจอแขกที่ดี โอเคไป ถ้าเจอแขกงี่เง่า...โอ้โห..นี่กูไม่ได้ไปฉี่รดที่นอนบ้านป้าแกมานะว้อย ไม่ต้องด่ากันขนาดนี้ก็ได้
แล้วพอมีเรื่องขึ้นมา ทางโรงแรมจะตามอะไรกับใครไม่ได้ทั้งนั้น แขกทั่นผู้มีเกียรติก็จะทำหน้าที่แล้วทีนี้...ฟ้องโรงแรม
เคยมีเหมือนกันนะครับ สมัยอยู่ภูเก็ต แขกเรียกน้องน้องมานวด ก็ไม่รู้แหละว่าจะนวดกันอย่างเดียวหรือจะชวนขึ้นดอยกันด้วย แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้ที่ยอดดอยน่ะ มันมีอะไรรออยู่
แขกโดนยกเค้าครับ ว่าไปซิอะไรบ้าง ก็ทั้งหมดอ่ะครับ รวมไปถึงพาสปอร์ตด้วย (พาสปอร์ตของจริง นำไปปล่อยตลาดมืดได้ราคางามมากนะครับ มีคนบอกมา แต่ตลาดมืดที่ว่าอยู่ไหน ก็ไม่รู้เหมือนกัน...มืดเหลือเกินมองไม่เห็น)
โชคดีที่แขกคนนั้นเข้าใจถึงเหตุการณ์เลย ไม่ได้มาอะไรยังไงกับโรงแรมมากนัก...
แต่บอกตรงๆว่า ในปัญหาที่ผมเจอมาทั้งหมดทั้งมวล เรื่องน้องน้องเป็นเรื่องหนึ่งที่...ไม่เอาดีกว่า คือแบบนี่มันเรื่องคนสองคนนะเฟ้ย ยกเว้นเอ็งจะ threesome หรือละเล่นกันเป็นทีมในกรงเหล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่วิชัยจะมาเกี่ยวนะว้อย
1.
ครั้งหนึ่งโรงแรมยุ่งมากครับ คนในล็อบบี้วุ่นวายเต็มไปหมด ตามหลักแล้ว คนที่ทำงานหน้าฟร้อนท์ในโรงแรมที่ไม่ได้มีล็อบบี้ขนาดสนามรักบี้ หรือล็อบบี้สลับซับซ้อนแบบการ์ตูนเดธโน้ต (เสาซอกเยอะๆ) ควรจะรู้ว่าแขกแต่ละคนในล็อบบี้มารอทำอะไรอยู่บ้าง แต่คืนนั้นคนเต็มล็อบบี้เลยครับ ไม่รู้จะมารอวิ่งมาราธอนกันรึไงถึงได้มาออกันที่นี่ พอคนเริ่มซาๆไปแล้ว จู่ๆสายตาก็เห็นผู้หญิงไทยคนหนึ่งอยู่ที่ล็อบบี้ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเธอนั่งอยู่ตรงนั้นนานแหละ ผมให้เพื่อนเข้าไปถาม และก็ได้คำตอบว่าไม่เป็นไรรอเพื่อนอยู่
อีกนานต่อมาจนเกือบจะลืมไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเดินมาเพื่อนผมที่เคาร์เตอร์ แล้วเธอก็ถามในสิ่งที่เธอไม่ควรจะพูดออกมาเล้ย
"ที่นี่ดริ๊งละเท่าไหร่"
หมดกัน!
กำแพงเมืองจีนที่ตระหง่านมาตั้งนาน พังคลืนลงมาในบัดดล
คือท้าวความอีกหน่อยครับว่า พวกเราที่ทำงานโรงแรมจะรู้อ่ะ คือถ้าใครมาแบบลักลอบแบบสืบราชการลับ เราจะรู้ได้ ถ้าใครสามารถตบตาได้นี่ ถือว่า สวยมาก กับแต่งตัววางตัวดีมาก
เธอคนนี้แต่งตัวดีมาก และวางตัวดีมาก จนกระทั่งคำถามพิชิตใจเมื่อกี้แหละ
วิชัย: พี่..ผมว่าพี่เค้าต้องใช่แน่ๆว่ะ
พี่: เออ..กูก็ว่า
ก่อนที่บทสนทนาข้างบนจะจบลง เธอก็เข้าไปในบาร์แล้วครับ
อีกอึดใจใหญ่ๆ ก็ได้ยินว่า มีคนทะเลาะกันในบาร์ จนออกมาข้างนอก
เป็นบทสนทนาระหว่างแขกฝรั่งคนหนึ่ง กับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง...เอ่อ...ก้อคนเมื่อกี้ที่เข้ามาถามว่า ที่นี่ดริ๊งค์เท่าไหร่นั่นแหละครับ
ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้างว่ะ
"you do me, you pay me"
"no way, i am not paying"
"no.. you pay"
คนเริ่มมุง พี่ผมกำลังจะเข้าไปไกล่เกลี่ยนั่น ถ้าเปรียบเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนมวยหนึ่งคู่...
มุมน้ำเงินก็กำลังออกเชิงมวยอย่างเข้าที่ โดยที่มุมแดงยังแค่หลบหลีกเพื่อหาจังหวะโต้กลับ จนกระทั่งสบโอกาส
"i don't pay because you're not good"
เป็นภาพสโลวโมชั่น หมัดขวาที่หุ้มด้วยนวมสีแดงวิ่งเข้าปลายคางอย่างจัง ฟันยางหลุดหน้าเบี้ยว ล้มหัวกระแทกพื้น ตาลอย ไม่ต้องนับเลยครับ
แช่แฟ้บ!
นี่มันหมิ่นเกียรติมากนะ
เหมือนด่านักวิ่งว่า วิ่งช้าเหมือนเต่า
เหมือนด่านักแม่นปืนว่า ไปดีดลูกแก้วไป๊
เหมือนด่านัการเมืองจมูกอุโมงค์ช้างว่า ไปขายมังคุคไป๊
โชคดีที่เรื่องนี้จบลงด้วยตัวของมันเอง จบลงที่พี่คนนั้นเดินหนีไปเลย
ผมว่าพี่เค้าร้องไห้...
ทำงานโรงแรมมา เจอคนทำอาชีพแบบนี้เยอะเหมือนกัน ผมถือว่านี่ก็เป็นอาชีพสุจริตอย่างหนึ่งที่ไม่ได้การยอมรับจากสังคมเท่านั้นเอง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดอะไรก็ตามที่เค้าเลือกทำตรงนี้ แต่อย่างน้อยมันก็เลี้ยงเค้า เลี้ยงครอบครัวได้ และไม่ได้ไปปล้นฆ่า แอบตุ๋ยเด็กเหมือนครูบา แอบถั่วไก่เหมือนพระเจ้า..คืออย่างน้อยเค้าก็ไม่ควรมาเจอเรื่องแบบนี้ว่ะ
เรื่องที่หนึ่งเป็นเรื่องที่แขกเบี้ยวไม่จ่าย เรื่องต่อไปแรงกว่านั้น
2.
อันนี้ได้ฟังมาจากรุ่นพี่อีกต่อหนึ่ง...
แขกคนหนึ่งไปเรียกน้องน้องมาจากข้างนอกเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปเก็บไปสอยมาจากซอกใจไหน แต่ทั้งคู่ก็ดูชื่นมื่นเข้าสู่ประตูดวง เพื่อหนทางชันขึ้นดอยข้างหน้าที่ต้องประสบอร่อยกัน
สักพักหนึ่ง ก็มีสายโทรศัพท์โทรลงมา ซึ่งก็เป็นห้องต้องสงสัย
"พี่ค่ะ แขกเค้าไม่มีเงินจ่ายค่าตัวหนูค่า พี่จะทำอะไรให้หนูได้บ้างค่ะ"
อืม..ครับ เรื่องแบบนี้ที่ผมบอกว่า ผมขอผ่าน
ซึ่งแน่นอนครับ โรงแรมไม่มีอะไรที่จะช่วยได้แน่นอน
น้องผู้หญิงคนเดิมลงมาข้างล่างแล้ว...แค่ท่าทีเปลี่ยนไปนิดหน่อย จากสาวน้อยน่าทะนุทะนอม เป็นลูกมือโหดเก็บค่าที่เก้าอี้ผ้าใบแถวพัทยา
"เชี้ยแม่ง มันไม่มีเงิน ห่าเอ้ย ตอนเอาก็ทำเป็นพูดดี ทีงี้เสือกบอกไม่มีเงินสด"
พี่เค้าเล่าว่า ได้ยินเสียงปลายสายโวยวายเสียงดัง ทำนองว่า "ได้! เดี๋ยวกูไปจัดการให้"
เอาแล้ว...คืนนี้จะได้เห็นสาธิตบูชายัญเลือดด้วยหลังเท้าซะแล้ว
ไม่นานเกินรอจริงๆ พี่เสียงโหดก็มาถึง...ไอ้แสดเอ้ย หน้าตาแบบนี้ไปซื้อไส้กรอกปากซอยยังไม่มีใครกล้าเก็บเงินเลยครับ
ไม่รู้ว่าพี่แกเคยรับจ้างฝังกับระเบิดในช่วงสงครามเวียดนามมารึยังไง หน้าถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้
"ไหน มันอยู่ไหน" คำรามเลยครับ แค่ได้ยินก็แทบจะยกมือถือพร้อมที่ชาร์จบวกใบรับประกันให้แล้ว
น้องผู้หญิงขึ้นไปข้างบน หนึ่งอึดใจต่อมา แขกเดินลงมาด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ เหลือบมองหาพนักงานใจบริการที่จะเข้ามา take care งานนี้...
เชี้ยเอ้ย อยู่หลังเคาร์เตอร์กระจุกหดอยู่มุมเดียวหมด
แขก: เอ่ออ...
พี่หน้าเหี้ยม: why you not pay
แขก: i dont have cash
พี่หน้าเหี้ยม: no cash?
แขก: y yes...
พี่หน้าเหี้ยมกว่าเดิมกระฟัดกระเฟียดก้มลงหยุดอะไรสักอย่างในกระเป๋า
พนักงานหน้าเหยเกด้วยความกลัว นึกไปไกลจนจะถึงบางบัวทองแล้ว...
มีด ปืน ที่ตัดนิ้ว ที่ตัดจู๋ ที่ตัดหู
แขกเริ่มเดินถอยไปหนึ่งกว่า...
พี่หน้าเหี้ยม: credit card is ok
ชักออกมาเป็นเรื่องรูดบัตรเครติดการ์ด
.
เชี้ยไรมึงเนี้ยยยบยยยย..เยี่ยวแทบราด!!!!!!
ครับ..เรื่องก็จบลงที่จ่ายเป็นบัตรเครดิตการ์ด แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย (น้องน้อง กับพี่หน้าเหี้ยม)
ส่วนแขกกับพนักงาน ... เยี่ยวทะเล็ดไปสองหยดด้วยความไม่เข้าใจเสียว
3. เรื่องนี้เคยเล่ามาครั้งหนึ่งแล้วในเวบบอร์ด เป็นแบบ limited director-cut edition แต่วันนี้มีเยาวชนอ่านเยอะขอเป็นแบบไม่โดนแบนละกันนะครับ
คือเราๆ ก็น่าจะเดาได้อยู่แล้วว่า น้องน้องเค้าไม่ได้ดีโด่อะไรนักหนาในด้านภาษาต่างชาติ และทุกครั้งที่มีปัญหา พนักงานโรงแรมจะเป็นคนเข้าไปเป็นล่ามช่วยแปลภาษาให้
บางทีก็ดีไป บางทีก็ไม่ได้เรื่อง
ครั้งหนึ่งแขกท่านหนึ่งเรียกน้องน้องเข้ามาถึงสองคน ซึ่งตรงนี้เราก็ไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้วนะครับ พี่เค้าอาจจะเป็นเพื่อนกันจริงๆก็ได้ ใครจะรู้
คือเราจะไม่สนใจอยู่แล้วครับ ว่าข้างบนจะเกิดเหตุการณ์จลาจลรึเปล่า
แต่รอบนี้ดูเหมือนต้องสนใจ เพราะมีปัญหาเกิดขึ้น แขกโทรลงมาบอกให้ช่วยขึ้นไปเชิญตัวเพื่อนออกไปหน่อย
พอไปถึง ก็เจอแขกใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ผู้หญิงหนึ่งคนอยู่ในผ้าหม่ อีกคนใส่เสื้อแล้ว..
คนที่ใส่เสื้อแล้ว (ต่อไปจะเรียกว่าน้องเบียบ)ก็โวยวายอะไรสักอย่างที่จับใจความได้ว่า ตอนเรียกมา ไม่ได้คุยกันแบบนี้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้
เรื่องนี้เข้าสุภาษิตกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ครับ
คือแขกทีแรกกะจะน้องพลับขอสอง แต่ไปๆมาๆรู้สึกจะมากเกินหรืออย่างไรไม่รู้เปลี่ยนใจอยากจะเป็นเบอดี้หนึ่งในใจคุณ
น้องเบียบก็ว่าไปว่า ยังไงก็ต้องมีค่าเสียเวลาให้หน่อยวะ อย่างนี้มันเสียโอกาสทางการค้านะว้อย แสด
โอเค...มีเหตุผล
ทางแขกก็นู่นนี่นั่น ซากอ้อยตดอูฐกระทิงแดง อะไรก็ไม่รู้
คุยกันไป คุยกันมา
แขกให้ราคามาที่ 1500 (ราคาสมมุติ) เอ่อ ความจริงผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันต้องเป็นเท่าไหร่
น้องเบียบ: 1500!!! ทำไมแค่พันห้า!!
ชั่วโมงนั้นถึงแม้นจะไม่ได้เรียนการทูตมา ก็พอเข้าใจว่า การเป็นล่ามควรจะวางตัวเป็นกลาง ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ขวางไปก็เหมือนไผ่น้อยท่ามกลางฝูงวัวไบซัน
ก็บอกแขกไปว่า น้องเบียบต้องการมากกว่า 1500 แต่ในใจแอบคิดว่าทำไมมึงไม่บอกราคาไปเลย เรื่องจะได้จบๆ ไปแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตใครชีวิตมันกันต่อไป
แต่แขกยังยืนยันที่ 1500
น้องเบียบ: 1500! แต่พี่คะ เค้าเลียจีโบ๊ะหนูแล้วนะ!
เมื่อกี้เหมือนหูแว่วๆ เหมือนได้ยินคำว่า จีโบ๊ะ จากคนแปลกหน้า
น้องเบียบ: พี่ค่ะ บอกเค้าไปซิว่า เลียจีโบ๊ะแล้ว 1500 ไม่ได้
เอ๊ะ...กูไม่ได้หูแว่ว
จีโบ๊ะจริงๆด้วย..เข้าหูซ้ายออกหูขวากูเรยยย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตกับคำนี้ แต่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ประสบจีโบ๊ะ จากคนแปลกหน้า!
แล้วทำไมหน้ากูชาๆเหมือนโดนคนตบหน้ามาวะ
แช่แฟ้บเอ้ย...แล้วมึงจะให้กูแปลยังไงคร้าบบบบ อีน้องงง!!!
...ชั่วโมงวิชาการทูต การล่ามจะว่ายังไง ไม่สนใจล่ะ แต่ที่นี่อากาศไม่พอหายใจแล้วว่ะ
วิชัย: why don't you pay her for 1800 and we can finish up everything.
ขอบคุณที่แขกเห็นด้วย
ระหว่างที่ลงลิฟท์มา น้องเบียบเค้าโปรยระดับขั้นตอนในการทำงานอย่างระเอียดประกอบคำอธิบายว่า ทำไมราคา1500 จึงเป็นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล...
เฮ้อ...กูจะบ้าตาย ไม่ได้อยากรู้ครับ ไม่ได้อยากรู้
เรื่องแบบนี้ผมยอมรับว่ามันเหมือนบอระเพ็ดเคลือบช็อกโกเลต ข้างนอกหวาน แต่มันก็หวานอยู่แป็ปเดียว แล้วเราก็สัมผัสได้ถึงรสชาติที่ขมขื่นของบอระเพ็ด
เรื่องที่เล่ามัน ผมไม่รู้ว่ามันตลกแค่ไหน แต่ลึกๆแล้วผมว่า แม่งเศร้าชิบหาย
ไอ้การที่คนหนึ่งคนมาทำงานสายน้องน้องนี่ ไม่สนุกเลยนะครับ...ให้ตายเถอะ


(อ่านแล้วหัวตั้งเป็นซุปเปอร์ไซย่าร่างสาม) ระวังนะเพคะ ร้านอาหารในโรงแรมอาจเจอกรณีเดียวกัน (เอ๊ะ ใช้ร้านอาหาร จะโดนไม๊หนิ หุหุ)food แม๊งไม่หรอยแรง...ไอไม่จ่ายว้อย ฮ่าๆๆ มาเที่ยวเมืองไทย ประหยัดเจงๆ (กิน foot แทนละกาน) t(-_#t)

เดี๋ยวนี้เค้ามีพกเครื่องรูดกันแล้วเรอะ ทุกระดับประทับใจจริงๆ
#1 By ◣ Tairataraban ◥ on 2008-07-05 06:48