สิ่งมีชีวิตในโรงแรม#1
posted on 06 Jul 2008 05:22 by doggiestyle in 5starStory
มีคนถามกันมาหลายคนจากที่ได้อ่านๆ เรื่องโรงแรมที่ผมได้เคยเขียนๆ ไป
ว่ากันจริงๆแล้ว เอนทรีนี้ผมเขียนไว้ได้ร่วมเดือนแล้วมั้ง เขียนไม่เสร็จซักที วันนี้ได้โอกาสที่เอนทรี "บอระเพ็ดในโรงแรม" ได้ hotpost หลังจากที่ไม่ได้มาชาติหนึ่ง
(แปลกนะว่า ไอ้ hotpost นี่มันสามารถทำให้คนตื่นเต้นได้ขนาดนี้เชียว?)
เอาเป็นว่าเราเริ่มจากแผนกที่ผมทำอยู่ก่อนละกันนะ คุณๆที่ทำโรงแรมจริงๆ ได้มาอ่านแล้วไม่จริง ก็แย้งได้นะ ปืนไม่มีลูกไม่ต้องห่วง ฮ่าๆๆๆ
วันนี้เริ่มจากหน้าประตูก่อนเลย
1. valet คำว่าแปลกันตรงๆ ตาม longdo.com แปลว่าคนรับใช้ชายของนายผู้ชาย...ช่างแปลได้อุกอาจมากครับ
ระบุเลยครับว่า คนรับใช้ที่ต้องเป็นเพศชายด้วยนะ และยังต้องรับใช้นายที่เป็นผู้ชายด้วย อ่านแล้วออกแนวเก้บศรียังไม่รู้แฮะ
ได้บรรยากาศแส้เฆี่ยนเทียนลนมากครับ
ผมคิดว่าหลายคนคงเคยขับรถไปห้างแล้วต้องมาหน้ามันหัวยุ่งกับการหาที่จอดรถ...ไอ้ห่าประเทศไทยจะรวยกันไปไหนทุกคนมีรถกันหมดเลยรึไงวะ
แฟนเก่าผมทำงานอยู่ที่โรงแรมคอนราด ผมเคยไปจอดรถกับแฟนทีนึง สาบานได้ถ้าผมมาคนเดียวผมต้องมีปัญหาสองอย่าง
หนึ่ง...หาที่จอดรถไม่เจอ
สอง...จำที่จอดรถไม่ได้
โรงแรมจึงมีพนักงาน valet parking หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า valet คือคนที่ทำหน้าที่ดูแลจอดรถให้กับคนที่เข้ามาพัก หรือเข้ามาที่โรงแรมครับ
มันฟังดูวิเศษใช่มั้ยละ เวลาที่เราไปหาเพื่อนที่โรงแรมแล้วไม่ต้องมามึนตับปวดไตหาที่จอดรถเสร็จแล้วก็ไม่ต้องมาจำที่จอดอีก เราขับมาที่โรงแรม มีคนยื่นตั๋วให้ เรายื่นกุญแจรถ แล้วก็ไปวาฮูในโรงแรม ตอนกลับยื่นตั๋ว valtet ไปเอารถเรามาให้
พนักงาน valet ดูแลให้เราครับ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ วางใจให้เค้าเอารถไปจอด
ลูกค้าบางคนจะเกิดอาการแบบ เฮ้ย!กูจะไว้ใจได้เรอะ ไม่ก็น้อง...รถพี่แพงนะขับได้รึเปล่า
คือเข้าใจเลยครับว่ารถหนึ่งคันไม่ใช่ สองพันห้า คันตั้งแพง แต่ดูก่อนอย่าพึ่งวู่วามไป
นอกจากรถคุณแล้ว พวก valet ขับมาหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะโตโยต้า ฮอนด้า เบ็นซ์ ฮุนได เปอร์เช่ แลมโบกินี่
การจอดรถเข้าซองคืองานเค้าครับ...วางใจเถอะคุ้ณ
valet เป็นงานที่ไม่ง่ายนะครับ อย่าคิดว่านี่เป็นแค่งานขับรถขึ้นไปจอด เดินลัลลาควงกุญแจมาเก็บ มันไม่ใช่แค่นั่นนะครับ
ถึงผมไม่เคยไปทำหน้าที่นี้โดยตรง (ก็ขับรถไม่เป็นอ่ะ)แต่ผมว่าหน้าที่มีความยากอยู่ก็ตรงที่ต้องขับรถคนอื่นนี่แหละครับ
พนักงาน valet ไม่อนุญาติให้ปรับอะไรในรถลูกค้าเลย ไม่ว่าจะเป็นเบาะ แอร์ เพลง กระจกมองข้าง มองหลัง ทุกอย่างต้องเหมือนเดิม
ใครตัวสูง ได้รถของคนตัวเล็กมาขับ...ก็ขับไปจูบหัวเข่าตัวกันไป
เวลาจอดเสร็จจะต้องดูสภาพรอบๆอีกว่า รถมีตำหนิที่ไหนมาก่อนอยู่แล้วรึเปล่า บางครั้งลูกค้าก็มาเต่าถุยซากอ้อยได้เหมือนกันว่ารถกูโดนเฉี่ยวมา
ถ้า valet ที่รอบคอบและได้ลงบันทึกไว้ อันนี้ก็คุยกันง่ายหน่อย แต่ถ้าบางคนที่ไม่ได้จดไว้...หนังยาวครับงานนี้
แล้วพนักงานจอดรถบางครั้งก็เสี่ยงกับการตกเป็นผู้ต้องหาลอยๆ คือประมาณว่า เอ๊ะ...แว่นกันแดดกูหาย พวกมึงขโมยใช่มั้ย บอกมา
พนักงาน valet นอกจากที่ต้องคอยดูแลการจดรถแล้วบางครั้งก็ต้องใช้ความสามารถเหมือนกันนะ เช่นการกำกับจราจรหน้าโรงแรม บางชั่วโมงที่ยุ่งนี่ ประมาณสี่แยกลาดพร้าวเลยนะครับ
พนักงาน valet ยังต้องใช้สมองพอสมควรในการบริหารที่จอดรถให้มีประสิทภาพ รถคันไหนน่าจะออกก่อน รถคันไหนน่าจะจอดนาน
เวลาที่ยุ่งขึ้นมา ผมมักจะไปช่วยพวกนี้เก็บกุญแจรถแขกน่ะครับ พวก valet ก็ขับรถไป วิชัยก็ลง recordเก็บกุญแจไปมันส์มาก
2. doorman อันนี้เดาไม่ยาก รู้ๆกันอยู่แล้ว มนุษย์ประตู หรือ คนเฝ้าประตูนั่นเอง โรงแรมที่เป็นล็อบบี้จะมีพนักงานคอยเปิดประตูให้ครับ
แต่ช้าก่อน อย่าพึ่งเบือนหน้าหนี เพราะเห็นตำแหน่งว่า doormanทำหน้าที่เปิดประตูเท่านั้น เรามักจะมีภาพจำจากหนังต่างๆ ที่เห็นคนเปิดประตูทำหน้าเสื่อมๆ แก่ๆใส่พระเอกแล้วก็ได้เงินมาใช้ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ขี้ๆนะครับ ขอบอก
doorman นอกจากจะใช้กำลังแขนในการเปิดประตูโรงแรมแล้ว ยังต้องใช้ทักษะสมองและไหวพริบในการแนะนำลูกค้าในสิ่งต่างๆรอบตัวนอกโรงแรมด้วย
เช่นลูกค้ากำลังจะออกไปข้างนอก ก็ต้องมาถาม doorman เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรหน้าโรงแรมกับแท็กซี่ หรือจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ doorman หรือ valet ก็ต้องมาเคลียร์ให้
บางคนอาจจะคิดว่า doorman หรือพนักงานเปิดประตู อาจถือว่าเป็นส่วนประกอบเล็กๆน้อยๆ แต่ในความเป็นจริงๆแล้ว โรงแรมห้าดาวให้ความสำคัญกับ doorman กับ valet มากครับ เพราะโรงแรมห้าดาวถือว่า first impression (ความประทับใจแรก)สำคัญมาก สำคัญพอๆกับการที่เราต้องอาบน้ำฟอกรักแร้นั่นเลย
คิดดูละกันว่า หากเราเข้าพักที่ไหนสักทีแล้ว doorman เปิดประตูให้เราโดยที่ไม่ได้หันมามองเราปากยังคุยกับคนอื่นอยู่ ไม่ได้ช่วยเรายกกระเป๋า
แค่นี้ก็แอบเคืองแล้วครับ ดีไม่ดีอาจจะพาลไม่พอใจนุ่นนี่นั่นเองง่ายๆด้วย และเมื่อนั่น พนักงานคนอื่นอาจจะต้องทำงานมากเป็นพิเศษเพื่อให้เรากลับมาประทับในตอนจบก็ได้
และ doorman กับ valetยังเป็นสิ่งสุดท้ายที่ลูกค้าจะได้เจอก่อนจากโรงแรมด้วยครับ
สมมุติว่าเราพักโรงแรมแล้วดีทุกอย่างแต่มาพลาดตรง doorman เปรียบไปก็เหมือนทีมฟุตบอลที่บุกเล่นดีมาตลอดแต่มารั่วเอาตรงกองหลังกับผู้รักษาประตู
3. bellman หรือ porter ก็คือพนักงานดูแลสัมภาระ ใครทำตำแหน่งนี้ก็อายุน้อยหมด เพราะมีแต่คนเรียกว่า เด็กยกกระเป๋า...
เด็กตรงไหนว่ะ?
ตำแหน่งมนุษย์กระดิ่ง bellman คือคนที่ดูแลสัมภาระกระเป๋าลูกค้า มีหน้าที่ไปส่ง ไปรับ เก็บรักษาดูแลด้วย ฟังๆดูงั้นๆ แต่เอาเข้าจริงๆ งานหนักน่าดูครับ
ผมเคยไปช่วยอยู่ที เอาแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่มีลูกค้ามาเช็คอินพร้อมๆ กันห้าห้อง และขณะนั้นมีลูกค้าเช็คเอาท์อยู่สามห้อง แค่นั่นก็หัวหมุนแล้ว
และแขกทุกคนต้องการความรวดเร็วและถูกต้องเหมือนกันหมด!
เคยมีเหมือนกันที่ bellman ใส่กระเป๋าให้แขกผิดใบตอนเช็คเอาท์
โอ้ว์ วันสิ้นโลกเลยครับ วุ่นวายซากอ้อย ต้องเสียเงินนั่งแท็กซี่ตามไปเปลี่ยนให้ ต้องขอโทษกันวุ่นวาย
ลูกค้าบางคนที่เดินทางมานานกระเป๋าแบบยัดศพไว้ข้างในสักห้าคนได้ หนักชิบเป๋ง แล้วไหนจะพวกลูกค้าที่มาตีกอล์ฟอีกครับ ถุงกอล์ฟใบหนึ่งก็พอได้อยู่ แต่นี่พี่มากันเป็นสิบ
ซี่โครงบานกันไปเลย
ตำแหน่งทั้งสามตำแหน่งที่พูดมาถือว่าอยู่ในหน่วยเดียวกัน และอาจจะมีหัวหน้าเดียวกัน คือ bell captain เป้นคนดูแลอีกทีนะครับ
ยังมีอีกตำแหน่งที่จะมีในโรงแรมใหญ่ ที่พื้นที่ล็อบบี้กว้าง ซับซ้อนเล็กน้อย bellman อาจจะมีหน้าที่อีกหนึ่งอย่างเเพิ่มเข้ามาอีก ตำแหน่งที่ว่าก็คือ pageboy ครับ
ก็เหมือนในห้างสรรพสินค้าทั่วไปแหละครับที่จะมีการออดติ๊งหน่องเพื่อหาใครสักคน แต่จะในมาติ๊งหน่องหาคนในโรงแรมก็จะออกแนวโลตัสไปซักหน่อย...
พูดถึงติ๊งหน่องในโลตัสแล้วก็ปวดตับนะครับ...
ไม่รู้ว่าเอ็งจะเปิดเพลงทำไม เปิดเพลงไปก็ได้ยินแต่เสียง...ติ๊งหน่องคุณพัชรินท์ติดต่อกลับ326 ด้วย ไม่ก็ คุณเอก 425 ติดต่อกลับ 328 ด้วย
pageboy มีหน้าที่ตามหาแขกในล็อบบี้หรือในห้องอาหาร แต่อย่าพึ่งคิดว่าจะให้พนักงานเดินไปถามทีละคนนะครับ วิธีการก็คือ pageboy จะเขียนชื่อคนที่ต้องการจะหาลงใน paging board ซึ่งก็คือกระดานที่มีกระดิ่งแขวนอยู่... จากนั้นก็ไปยืนตรงล็อบบี้ สั่นกระดิ่งๆกุ๊กกิ๊งไวไวกันไป ให้แขกมาติดต่อที่เคาร์เตอร์อะไรก็ว่าไป
ตำแหน่ง pageboy อาจจะเป็น bellman ที่ว่างๆอยู่ขณะนั้นก็ได้นะครับ ไม่ได้หมายความว่า pageboyจะเป็นคนหนึ่งคนที่วันๆ จะยืนpause อยู่ตรงนั้นจนมีคนมากดปุ่มให้ไปหาแขกนะครับ
ตอนนี้จะหยุดที่สามตำแหน่งนี้ก่อน เพราะอยู่ในส่วนเดียวกัน ที่อื่นแบ่งกันยังไงผมไม่รู้นะ แต่ที่ที่ผมทำอยู่ ทั้งสามตำแหน่งทำด้วยกัน นั่นแปลว่า bellmanจะต้องไปขับรถแทน valet หรือ valet อาจจะต้องมายกกระเป๋าแทนได้
ผมว่าโรงแรมในยุคหลังๆ จะไม่เน้นจำนวนห้องแล้ว จำนวนห้องจะเล็กลงมา และพนักงานก็จะน้อยลงมาตามอัตราส่วน ซึ่งเมื่อจำนวนพนักงานน้อยลงมา ก็แปลว่า แต่ละคนจะต้องทำตำแหน่งที่มากขึ้นด้วย...
อันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ ใครที่เคยไปกินข้าวในร้านอาหาร แล้วเจอไอ้เด็กเสริฟทั้งหลายตั้งป้อมเมาท์น้ำลายเลอะหัวไหล่กันอยู่โดยที่ไม่มาสนใจกูเลย
กับร้านเดิม พนักงานสามคนทำงานกันเป็นระวิง มือพันกันไปหมด
ผมว่าเรายอมรับที่จะรอในกรณีที่สองนะครับ แต่แบบแรกนี่แทบจะแปลงร่างปล่อยแสงถล่มให้หมดร้าน
โรงแรมก็คล้ายๆกันครับ
คนน้อยๆแต่มีประสิทธิภาพมันดูเท่กว่าคนเยอะแต่ปวกเปียกเป็นไหนๆ
สำหรับตำแหน่งทั้งสามที่ว่าไปเงินเดือนอาจไม่เยอะเหมือนตำแหน่งอื่นๆ แต่ในสายตาผมนะ สำหรับคนที่ไม่เที่ยว แค่ทิปในแต่ละวันก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ลำบากแล้วครับ
ผมเคยไปช่วยbellmanวันละชั่วโมง สองชั่วโมงตอนที่ฝึกงานอยู่ภูเก็ต แค่ระยะเวลาสั้นๆ ผมได้แน่ๆ ร้อยสองร้อย นี่ถ้าวันไหนได้จริงๆ ห้าหกร้อยก็ได้อยู่นะครับ
ช่วงนั้นนี่วันไหนอยากซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็จะมายกกระเป๋าส่งแขกนี่แหละ ได้เงินเร็วดี
บางทีปัญหาปวดตับจะอยู่ที่ ผมมักจะเจอประเภท
คนหนึ่งคนเป็น doorman หรือ bellman หรือคนเปิดประตู หรือเด็กกระเป๋านานเกินไป
นานเกินจนลืมวันแรกที่เข้ามาทำงาน
นานเกินจนลืมนึกไปว่า..เฮ้ย ถ้ากูไม่ยก แล้วใครจะทำวะ
นานเกินจนคิดไปเองว่า..ก็ได้เงินเท่าเนี้ย เท่าเดิม จะทำให้มากกว่าเดิมทำไม
ตุ๊ดมากครับ ที่คิดแบบนี้
เหมือนคนที่ย่ำอยู่กับที่ในกองขี้ ย่ำอยู่ทุกวันทุกวัน จนไม่รู้สึกแล้วว่าไอ้ที่ย่ำอยู่คือขี้
ผมไม่ได้บอกว่าทำตำแหน่งเหล่านี้นานๆไม่ดีนะครับ ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แต่มีผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกผมว่า
"เกียรติของงานไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งของงาน แต่อยู่ที่คนที่ทำ"
ที่จะบอกคือ ไม่ว่าเอ็งจะทำตำแหน่งอะไร จงภูมิใจครับ แล้วจะดีเอง
ตอนหน้าจะเป็น counter officer ครับ


มาขอจองไว้ก่อนแล้วจะมาอ่านทีหลังค่ะ
#1 By General เบ๊ on 2008-07-06 05:47