สิ่งมีชีวิตในโรงแรม#2

posted on 07 Jul 2008 08:16 by doggiestyle  in 5starStory

เข้ามากันต่อในตอนที่สอง...สิ่งมีชีวิตในโรงแรม

 

ตอนนี้จะเขยิบเข้ามาในเคาร์เตอร์แล้วครับ

เริ่มจากตำแหน่งนี้เลย

1.
operatorหรือนางโทรศัพท์ ...คำว่านางโทรศัพท์แม่งฟังดูแย่ๆว่ะ...เปลี่ยนเป็นพนักงานสลับคู่สายดีกว่าเนอะ ในความคิดผม คำว่า operatorดูเป็นคำที่เชยชอบกล โรงแรมเดี๋ยวนี้จะไม่ค่อยมีที่ไหนเรียกว่า operatorแล้วนะครับเพราะค่อนข้างจะโบราณ แล้วคำคำนี้ยังให้ความรู้สึกแค่ ทำงานเพื่อต่อสายโทรศัพท์อย่างเดียว ซึ่งนั่นมัน old-fashionedมากอ่ะ
โรงแรมเดียวนี้จะใช้คำว่า call center ไม่ก็ information centerบางทีใช้คำว่า guest service เลยก็มี มันก็แล้วแต่ที่จะสรรหามาใช้อ่ะครับ แต่โดยคอนเซปทั่วไปแล้วงานตรงนี้ยังเหมือนเดิมคือ รับโทรศัพท์จากสายนอกเพื่อทำการส่งสายไปยังที่ถูกต้อง
call centerไม่ใช่แค่รับโทรศัพท์แล้วโอนสายแล้วนะครับ เดี๋ยวนี้มีมากกว่านั้นแล้ว
ผมว่าคนที่เดยพักโรงแรม จะต้องมีอย่างน้อยมานั่งหน้าโทรศัพท์แล้วมองหาว่าจะโทรหาหน้าฟร้อนท์จะต้องกดเลข9 หรือ 6 ดี หรือจะโทรหาแม่บ้านควรจะโทรหาเบอร์ไหนดี
เดี๋ยวนี้โทรศัพท์ในห้องพักในโรงแรมห้าดาว ไม่ว่ากดเบอร์อะไรจะมาโผล่ที่call center หมดครับ
แล้ว call centerจะไม่ทำการโอนสายแขกไปยังที่อื่นแล้วนะครับ แต่จะรับเรื่องมาเลย แล้วทำการแจกจ่ายงานไปยังแผนกที่เกี่ยวข้องเอง
เพราะฉนั้นแขกที่เข้าพักจะสะดวกมาก คือโทรไปที่เบอร์อะไรก็ได้แล้วสั่งงานครั้งเดียวเลย ไม่ต้องมารอสายสองรอบสามรอบให้เมื่อยตุ้มเพราะ call centerจัดให้หมด
callcenterนี่ต้องอาศัยทักษะภาษาอย่างแรงนะครับ คิดดูดิเราคุยกับฝรั่งต่อหน้าต่อตา มีคำอะไรที่เราฟังไม่ออก ก็ยังดูสีหน้าอาการแล้วเดาได้อยู่ แต่ข้างในนี่มองอะไรไม่เห็นเลยนะ ความชำนาญและอดทนล้วนๆ ผมจำได้ว่ามีวันหนึ่งผมรับสายต่างประเทศอยู่สามสี่สาย ผมเจอสายดีเลย์ไปสักสองสายมั้ง ผมหงุดหงิดแทบจะปารองเท้าให้ถึงปลายสายเลย หลายคนคงยังไม่เคยเจอสายดีเลย์...สายดีเลย์คืออาการประมาณ เราคุยไปแล้ว อีกสามวินาทีปลายสายถึงจะได้ยิน ซึ่งปลายสายก็จะโวยวายมาหาว่าเราไม่ได้ยินอีก เพราะปลายสายได้ยินที่เราพูดซึ่งนั่นก็จะช้าไปแล้วเพราะเราก็พูดประโยคต่อไปแล้ว สรุปกว่าจะรู้เรื่องลิ้นถลอกผมร่วงไปสองกระจุก แล้วคิดดูครับ สายดีเลย์+คนอินเดียปากี

callcenter คงเจอประเภทนี้บ่อย และหากเป็นแบบที่ผมคิดจริง คนทำงานตรงนี้คงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีและแข็งแกร่งมาก
ไอ้การที่ไม่เห็นหน้าแขกแล้วจะมาทำหน้าทำตาอย่างไงก็ได้นะครับ นั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
จะมีคำกล่าวอยู่หนึ่งประโยคว่า when you smile, your voice smiles.ผมว่าประโยคนี้โคตรจริง
เวลาเราคุยกับใครสักคน ถึงแม้เราจะไม่เห็นหน้าก็ตาม เราก็พอเดาอาการอารมณ์ได้จากน้ำเสียงเช่นกัน ยิ่งไม่เห็นหน้ากัน ยิ่งต้องระวัง
ตรงนี้ซีเรียสมากครับโดยเฉพาะกับคนไทย บ่อยครั้งที่คนไทยจะcomplain ว่าพนักงานพูดจาไม่ดี ซึ่งไอ้คำว่าไม่ดีบางครั้งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาษาเลยนะ แต่มาจากแค่น้ำเสียงล้วนๆเลยครับ แล้วเรื่องแบบนี้แม่งแก้ต่างยากชิบหาย จะให้บอกว่า อ๋อบังเอิญน้องเค้าเป็นตาปลาเรื้อรังอักเสบอ่ะครับก็ไม่ได้อีก ถ้าใครเคยดูโฆษณาดีแทคอยู่ตัวหนึ่ง ที่ว่าพนักงานรับโทรศัพท์ดีแทคจะมีกระจกวางไว้เพื่อดูหน้าตัวเองเวลาคุยโทรศัพท์ จะบอกว่าที่ไหน ที่ไหนก็มีนะครับ เพราะเวลาเรายิ้ม น้ำเสียงเราจะยิ้มด้วย


2.Cashier
ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่เก็บค่าใช้จ่ายแขก เป็นตำแหน่งที่เด็กใหม่จะกลัวเกรงกันมาก เพราะต้องอยู่กับเงินๆทองๆ ตอนที่วิชัยทำงานใหม่ ก็ทำอยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้เข้ามาลองตำแหน่งนี้ จำได้ว่าวันแรกที่ทำ...ชิบหายมากครับ ไอ้การที่เราต้องมาดูเงินชาวบ้านคนอื่นนี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยนะ
 

พี่เจี๊ยบผู้ใหญ่ที่เคารพคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า "อะไรเอ่ย ไม่ใช่ของเรา แต่พอหาย เป็นของเรา"

ใครที่ไม่ได้ทำงานโรงแรมอาจจะไม่เข้าใจ แต่สำหรับคนที่ทำ cashierมาประโยคดังกล่าวแม่งโคตรจะตลกร้ายบัดซบเลยนะครับ cashierทุกๆคนจะมีเงินที่ใช้ในการทำงานอยู่หนึ่งก้อน ที่อื่นไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่ที่ผมทำอยู่เรียกเงินก้อนนี้ว่าเงิน float ไอ้เงินที่ว่าก็ใช้มันทุกอย่างครับ ทอนเงิน แลกเศษ แลกเงินต่างประเทศ แล้วไอ้เงินต่างประเทศ ก็แยกออกไปอีก เงินสด ตั๋วเดินทาง
โรงแรมแต่ละที่ cashier จะมีเงินfloat ไม่เท่ากัน ที่ที่ผมทำปัจจุบันผมจะถืออยู่ 30000 บาท เมื่ออยู่ที่ภูเก็ตมีเงินใช้ในการทำงานอยู่หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน
ความมันส์หูดตับแตกของงานนี้คือ ตอนปิดรอบแต่ละวัน เราจะต้องมีเงินครบเท่าเดิมทุกวัน ถ้าขาดล่ะ...เงินที่หายเรารับผิดชอบ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า short
หลายคนอ่านแล้วก็แอบคิดล่ะซี่ว่า เอ๊ะอย่างงี้เกิน มันก็เป็นกำไรของเราอ่ะดิ...จะบอกว่าไอ้เงินเกินแม่งซากอ้อยกว่าเงินขาดอีกครับ

เวลาเงินเกิน...ยิ่งเกินเยอะ ยิ่งชิบหายครับ การที่เราเงินเกินในปริมาณที่เยอะ แปลได้อย่างเดียวเราทำงานผิด เราต้องย้อนกลับดูงานอีก แล้วสำหรับวิชัยที่มีRamพอๆกับสิ่งมีชีวิตในตู้ปลา
เกินไรขึ้นทีอาจต้องนั่งทางในเทียนรนรักแร้นึกกันเลยทีเดียว
ในสมัยก่อนCashier จะแยกตำแหน่งกันครับไม่สุงสิงกับคนอื่น ก็ยืนน้ำลายบูดเปรี้ยวกันไป
เดี๋ยวนี้เค้าประกบร่างกันแล้วเพราะ cashier กับ Front deskเป็นคนคนเดียวกัน...
หึหึหึ อยากหัวเราะให้ลิ้นไก่แห้งสักสองที ธรรมดาแค่งานcashierก็ราขึ้นหัวแหล่ว

นี่ต้องมาทำfront deskอีก แต่ก็นั่นแหละความมันส์อยู่ตรงนี้แหละครับ
งานcashierเป็นงานที่สนุก ทำงานกับเงินเป็นงานที่หลักตายตัว หลักบัญชีเป็นหลักที่ตายตัวทำตามสเต็ปจะดีเอง ส่วนงานfront deskยังคงต้องใช้ทักษะอะไรอย่างอื่นอีกนิดหน่อย

3.front desk
อันนี้เป็นสายงานโดยตรงที่วิชัยทำมา...จะเริ่มยังไงดีล่ะ...พอมาพูดถึงงานที่ตัวเองทำจริง กลับเขียนไม่ออกว่ะ

front deskก็คือพนักงานที่ยืนอยู่หลังcounterหรือที่ผมเรียกติดปากว่าหน้าบ้าน เพราะฉนั้นตำแหน่งนี้ก็เปรียบเหมือนภาพโดยรวมของโรงแรม
วันนั้นหน้าตาโรงแรมจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับ front deskล่ะครับ เพราะแขกส่วนใหญ่ที่เข้ามาในล็อบบี้ คิดไรไม่ออกก็เดินมาหา front นี่แหละ

 โดยเนื้อๆแล้วจะหนักไปทาง check inแขกและทำการใส่ข้อมูลแขกทุกคนที่เข้าพักเข้าไปในระบบ อำนวยความสะดวกระหว่างที่พัก ทำทุกๆอย่างให้แขกได้ในสิ่งที่แขกต้องการและยังคงรักษาผลประโยชน์ของโรงแรมไว้ได้ ไม่มีอะไรมาก
แต่ไอ้ที่เป็นเสน่ห์ของงานตรงนี้คือการที่ได้พบกับแขกเยอะ ได้คุย ได้พูด ได้โดนด่า ได้แอบด่า แต่ก็อย่างที่ใครสักคนบอกนั่นแหละครับว่านี่คือ กระโถนท้องพระโรง คือนี่จะเป็นด่านแรกที่โดนด่า
เวลาอาหารไม่อร่อย ก็จะมาด่าที่ front เวลาคนขับรถขับรถเร็วก็ด่า เวลารถติดก็มาด่า (มีจริงๆ) บางทีผมก็แอบคิดนะว่าไอ้ปลาที่เอ็งบ่นว่าเค็มไปอ่ะ ตูไม่ได้เป็นคนทำเกลือหกใส่นะเฟ้ย
แล้วเวลารถติด ตูก็ไม่ได้ไปทำคลอดลูกวัวขวางถนนนะ เข้าใจกูบ้างซิฟะ...โธ่...

เคาร์เตอร์ฟร้อนท์บางชั่วโมงการทำงานจะเหมือนตลาดสดที่วุ่นวายไปหมด ไม่รู้ใครเป็นใคร แต่บางทีก็เหมือนกับอยู่ในสมรภูมิเหมือนกันโดยที่เราfrontเป็นทหาร มีเคาร์เตอร์เป็นบังเกอร์ และแน่นอน มีแขกเป็นคนรุกรานอธิปไตย และยิ่งงานfrontรวมกับงาน cashierแล้วบางวันก็ยุ่งมากซะจนรักแร้เปียกไม่ได้โงหน้ามาคุยกับเพื่อนร่วมรอบก็มีบ่อย บางวันยุ่งซะจนออกเวรต้องขอไปตัดก้อนนิ่วกันเลยเพราะอั้นฉี่มาทั้งวัน
และด้วยที่ต้องทำสองอย่างในเวลาเดียว บางครั้งอาจทำให้ frontดูแข็งๆไปเมื่อชนกับแขก คือทื่อๆ ไม่มีลีลา อย่างเช่น
แขกมาจองห้องอาหารอะไรสักอย่าง ถ้าเป็น guest service(เดี๋ยวจะมาว่าต่อตอนหน้า)ก็อาจจะนิ่มนวลค่อยบอกทีละอย่าง


แต่ถ้าเป็น Front ก็จะเป็นอารมณ์ไม่อ้อมค้อมตรงๆ ผ่าๆ ร้านอาหารเอ กี่โมง กี่คน เอามั้ย โอเค คือจะเป็นแบบฉับๆๆ เนื่องด้วยต้องจัดการแขกแต่ละคนให้เสร็จให้เร็วจะได้มีเวลากับแขกคนอื่นอีก
วิชัยเคยเบื่องาน front แล้วลองไปสมัครตำแหน่ง guest service (เดี๋ยวจะว่าต่อตอนหน้า) ปรากฎว่าเค้าไม่เอาผม ด้วยเหตุผลที่ว่าบุคลิกผมกลายเป็น front ไปแล้ว เวรกรรม...คือโผ่งผางไปแล้วอ่ะ แย่จังว่ะ ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอ้ทั้งสองตำแหน่งนี้ แม่งมันจะไม่เหมือนกันตรงไหนวะ

จนมีโอกาสได้เปิดโรงแรมแห่งหนึ่งที่หัวหิน ซึ่งผมจะต้องทำให้ front desk สามารถเป็น guest service ได้ด้วย เอาเข้าจริงๆ แม่งยากว่ะ เหมือนฝึกฝรั่งหัวทองคนหนึ่งหัดพูดภาษาไทย...ซึ่งต่อให้พูดเก่งแค่ไหน สำเนียงก็ยังไม่ได้อยู่ คือยังไงมันก็ฝรั่งพูดไทยวันยังค่ำ ถึงได้รู้ว่าตำแหน่งแต่ละอย่างมันมี identity ที่ชัดเจนมาก มองย้อนกลับไป...ก็จริงอย่างที่เค้าว่า วิชัยกู่ไม่กลับแล้วครับสำหรับการจะไปทำ guest service

 

 

 

เขียนมาตั้งยาว..ยิ่งเขียนยิ่งออกทะเลวุ้ย เอาเป็นว่าวันนี้จบตรงนี้ละกันครับ

พรุ่งนี้มะรืนหากไม่มีเอนทรีอะไรมาลัดคิวทางความคิด เราจะมาว่าต่อทางด้านตำแหน่ง guest service หรือ guest relation ที่แปลเป็นไทยเสี่ยวๆว่า ลูกค้าอาคันตุกะสัมพันธ์

 

สำหรับคนที่เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรกแล้วอดทนอ่านจนจบ แล้วอยากอ่านตอนที่หนึ่ง --- คลิก ตรงนี้เลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วได้ความรู้มากค่ะ big smile
Hot!
อืม งานโรงแรมนี่มีอะไรมากกว่าที่คิด
( อันที่จริงไม่รู้อะไรเลยมากกว่า )cry

สุดยอดของงานบริการเลยครับ double wink

when you smile, your voice smiles.
ชอบจริงๆครับ ประโยคนี้


Hot! Hot!

#2 By paroJung on 2008-07-07 09:01

ทำไมไม่มีฝ่ายพยาบาล~

เงิน float โรงแรม 5 Hot! นี่ สูงจนน่าตกใจแฮะ ถ้าให้ผมเดา ตอนแรกกะเอาไว้ว่าจะเดาไปซักหมื่น

เออ ลายเซ็นพี่อยู่ในปกหลังมังกาซีนงาน 4B ด้วยหละ ดีใจด้วยน่อ

#3 By on 2008-07-07 09:03

อาคันตุกะ สัมพันธ์ โฮ้ว...ท่าทางเร้าใจใช่น้อย...
Hot! Hot! รออ่านๆ

#4 By (^_^)/nana on 2008-07-07 09:18

Hot! Hot!

รออ่านตอนต่อไปนะครับbig smile
งานบริการนี้มันล้านแปดจริงๆนะเนี่ย

พอได้มาทำบ้างก็เริ่มเข้าใจคะ

ขอบคุณที่แบ่งปันคะHot!

#6 By tapum on 2008-07-07 09:52

น่าคิดเนอะ...เงินเกินก็ไม่ได้...
ถ้าขาดยิ่งซวย
ถือเป็นกรรมอย่างนึงHot! Hot! Hot!

#7 By ซับบาธ... on 2008-07-07 10:02

เอนทรี่ซีรี่ย์นี้ให้ความรู้มากๆเลยครับ รอติดตามตอนต่อไปครับHot! Hot! Hot!

#8 By SkyKiD on 2008-07-07 10:16

รออ่าน guest service ตอนหน้าค่ะ

จริงๆ นะเรื่องที่ว่ามันเปลี่ยนแล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานรับโทรศัพท์ (โอเค หมายถึงทำอย่างอื่นด้วย แต่รับโทรศัพท์ด้วย) ตอนนั้นก็พูดจาอ่อนหวานไพเราะดี แต่หลังจากเปลี่ยนงานมาไม่ได้พูดคุยกับใครมาสามปี ก็สงสัยเหลือเกินว่าเราจะทำงานเดิมได้อีกไหมหนอ เสียงกระโชกขนาดนี้

#9 By gsawa on 2008-07-07 10:16

ยังงัยก็คืองานน่ะเนอะ...

#10 By รีคอนดำ on 2008-07-07 10:51

รออ่านตอนต่อไปค่ะ
งานแต่ละอย่างหนักเอาการนะเนี่ย
งานบริการนี่เหนื่อยจริงๆ

#11 By MamiLuv on 2008-07-07 11:38

อ่านจบแล้วมองเห็นตัวเองเลย
ผมคงทำงานบริการไม่ได้จริงๆsad smile
เอาไปหนึ่งลูกสำหรับความรู้ใหม่ๆ
และอีกหนึ่งลูกเรื่องเบอร์โทร
Hot! Hot!
ปล.เชื่อป่ะผมเคยนั่งอยู่หน้าโทรศัพท์อยู่พักใหญ่ๆโดยที่ไม่รู้ว่าจะกดเลขอะไรถึงจะได้คุยกะนางโทรศัพท์ 555
บ้าชิบ!!sad smile

#12 By art+moto+trip on 2008-07-07 11:47

เคยทำงานเป็น Guest service agent ที่โรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งย่านสุขุทวิทเหมือนกัน

แต่ออกมาประมาณ 6 เดือนได้แล้ว

ตอนนั้นก็โดนทุกสิ่งอย่าง เพราะว่าทำมาแล้วทุกกะตั้งแต่เช้ายันดึก
แล้วตำแหน่งที่โดนบ่อยที่สุดคือ cashier นี่แหล่ะ

(สงสัยเค้าเห็นว่าฉันโหงวเฮ้งดีเลยให้เก็บเบี้ย เหอเหอๆ)

แต่ทำไปนานๆ แล้วฉันเครียดน่ะ ไม่ชอบให้คนมาด่าฟรีๆ
บางคนแมร่ง ทิปก้ไม่ให้ ด่ากรูซะ อย่างกะหมาข้างถนน
พอทำให้ถูกใจก้มาขอโทษขอโพย

เจี้ยมาก.....

ตอนนี้เลยมาเป็นนักข่าว แปลกไปอีกแบบ อิอิ

#13 By MANA Cross on 2008-07-07 12:13

ความรู้เต็มเปี่ยมมากๆ เลยครับconfused smile คนแต่ละคนก็จะเหมาะกับงานแต่ละแบบจริงๆ นะครับ.. ถ้าเราหาเจอแล้วปอนว่าก็น่าจะมีความสุขใช่ป่ะครับconfused smile

#14 By ปอนปอน on 2008-07-07 12:45

หุหุ พึ่งรุ้ว่า คุณวิชัย แข็งกระด้าง เอิ้กๆconfused smile
อ่า ตำแหน่งเก็บเงินนี่มันน่ากลัวจริงๆsad smile

#15 By berserkrabbit on 2008-07-07 14:19

อ่านแล้วเห็นภาพ
เงินเกินก็ซวย ขาดยิ่งซวย

รออ่านตอนต่อไปbig smile

#16 By พ. on 2008-07-07 14:46

มันมีอะไรเยอะกว่าที่คิดจริงๆ งานโรงแรมเนี่ย

รออ่านตอนต่อไปค่ะbig smile

#17 By General เบ๊ on 2008-07-07 15:42

อ่านแล้วยังรู้เยอะและเหนื่อยแทนเหมือนเคยค่ะ sad smile confused smile

#18 By Nina* on 2008-07-07 15:43

ชักอยากอ่านต่อเร็วแล้วสิguest service ๆๆๆcry

#19 By nonworld on 2008-07-07 15:49

เป็นน้อยครั้ง
ที่จะมี tag แบบปกติ 5555+

ชอบอ่านที่พี่วิชัยเขียนเสียจริง

#20 By d ii z e m b e r* on 2008-07-07 17:33

อ่านทีเดียวสองตอนรวดเลยค่ะ ความรู้มากมาย
กว่าจะร่ายครบทั้งโรงแรม จะอีกกี่เอนทรี่คะนี่??
ประโยคอังกฤษท่อนนั้น โดนใจสุด ๆ ค่ะ
เพราะเราก็ชอบตีอารมณ์คนจากน้ำเสียงเหมือนกัน~

จะรออ่านต่อนะคะHot! Hot!

#21 By 「AKARI*」 : Wonderful Days on 2008-07-07 21:30

When you are sleepy, your voice is sleepy...เป็นบ่อย sad smile

ได้รู้สึกชัดขึ้นมากเลย ความแตกต่างระหว่าง Front Desk กับ Guest Service big smile

PS. I saw your new hairstyle today at 21.05 on Silom road...ei ei
เห็นคุณมยุรีก่อน เอ..น่ารักดีนะ..เอ..คุ้นๆนะ..มองไปที่ป้อชาย..อ๊ะ..โลกกลมซะ confused smile

#22 By OriJINT (125.24.34.115) on 2008-07-07 22:40

รอตอน 3 ต่อไป
เ้ข้าใจเรื่อง cashier เลยครับ เพราะเคยทำ part time
ร้าน net มีเิงิน float แค่้ 600 ยังเหนื่อยเลย

แต่เท่าที่เคยทำ ไม่เคยขาดครับ มีแต่เกินนิดๆหน่อยๆ
เพราะลืมลงบัญชีเวลาขายชั่วโมงได้ question

#24 By @ri on 2008-07-07 22:58

งานที่โรงแรมนี่หนุกหนานไม่เบาแฮะ

แบบว่า

หลายรสชาติจริงๆHot!

#25 By NICs Gallery on 2008-07-07 23:27

รออ่านต่อ นะครับcry

#26 By cherried on 2008-07-07 23:43

แต่ละตำแหน่งแบกความเครียดไม่น้อยsad smile

#27 By wesong on 2008-07-08 08:26

แอบงง Hot!

#28 By อาผิง on 2008-07-09 01:29

เคยปวดหัวกับเรื่องเงินเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นคนที่เอ๋อ มากๆ 5555 ขายยาไปทอนเงินไปด้วย จะบ้าตาย เงินหาย ควักเอง เงินเกิน ก็ย้อนบัญชีทั้งวัน แต่คงจะน้อยกว่าคุณวิชัยมั๊งคะ ท่าทางมืออาชีพกว่าเยอะแยะ อิอิ

ฝากบอก

อยากให้ไปดูหนังสั้นบ้านพี่พลอยจ๋ากันมากๆค่ะ เกี่ยวกับทหาร 3 ชายแดนใต้ ไปให้กำลังใจกันได้แค่วันนี้เท่านั้นค่ะ http://bannpeeploy.exteen.com

#29 By rusleeping on 2008-07-09 10:05

front desk คือหน้าตาของโรงแรม
งั้นโรงแรมนี้แม่งก็เกาหลีอ่ะดิ

#30 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-07-09 16:51

รออ่านต่อครับ
<img src="http://farm4.static.flickr.com/3021/2644943534_d359f38d02_m.jpg">

#31 By bom on 2008-07-09 17:24

ไม่ว่าตำแหน่ง หน้าที่ใดๆ ก็มีรายละเอียดมันๆในตัวของมันเองได้ เนอะ...cry

#32 By pretty_little_things on 2008-07-09 20:01

ถึง # 30

tongue
พ่อผมชื่อทอง
ด่าพ่อกันเลยมะ

#33 By วิชัย... on 2008-07-09 21:35

อะไรเอ่ย ไม่ใช่ของเรา แต่พอหาย เป็นของเรา

big smile

#34 By iNum (124.121.184.154) on 2008-07-10 03:15

มารออ่านตอนต่อไป

#35 By Nemo on 2008-07-10 12:35

เพิ่งเคยอ่านบล็อกนี้มาสองเอนทรี่เองค่ะ
แต่ก็ชอบมากเลย อ่านสนุกได้ความรู้เกี่ยวกับคนทำงานโรงแรมHot!
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

#36 By eeddy(อี๊ด) on 2008-07-10 15:09

confused smile confused smile

ชอบครับ

#37 By Bighead on 2008-07-10 16:42

เป็นระบบที่ต้องรอบคอบจริงๆ

ได้มองมุมต่างบ้าง ชอบๆ

#38 By .-.Chill.-. on 2008-07-12 19:52

confused smile Hot! Hot!

#39 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-07-19 02:47

ฮ๊า...ชอบจังงง
ชอบจริงๆนะเนี่ยยยย
สนุกอะ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโรงแรมมม


แต่ รถติด แล้วมาด่าฟร้อนนี่ !!!!


แต่ก็จริงนะ ถ้าเรายิ้มม น้ำเสียงเราก็จะยิ้มไปด้วยย

#40 By *PrOMiSe on 2008-12-27 12:03

โอ้...เพื่อนร่วมสายอาชีพ

เป็นเหมือนกันค่ะ...Front Desk

ตอนนี้กลายเป็นคนฉับๆ แว๊ดๆ ไปแร๊วง่ะ _ _"

#41 By Joy (58.137.154.245) on 2009-04-22 10:07

confused smile confused smile confused smile

#42 By mp3 (117.47.179.121) on 2009-06-28 13:41

big smile big smile

#43 By ฟังเพลง (117.47.179.121) on 2009-06-28 13:41

หามานานแล้ว

#44 By Download All Mp3 (203.156.6.108) on 2009-07-17 01:05

ได้ความรู้เยอะเลย
แจ่ม confused smile

#47 By โหลดเพลง (58.8.192.32) on 2009-08-03 10:51

embarrassed question

#49 By cheapest (58.8.192.32) on 2009-08-03 10:52

double wink

#50 By cheap hotel thailand (58.8.192.32) on 2009-08-03 10:52