ชวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์สยาม
posted on 28 Jul 2008 02:10 by doggiestyle in iloveit, whatsoeverคำเตือน
เอนทรีนี้กระหน่ำรูปมากครับ...เท่านั้นยังไม่หนำ...มีเพลงอีก...
ใครที่มีอินเตอร์เนทไม่เร็วพอ...
แนะนำให้เปิดหน้านี้ค้างไว้ แล้วไปตากผ้าให้แม่ ไปเล่นกับหมา ไปซื้อเกี๊ยวปากซอยก่อน ไม่งั้นอาจสั่งสมความหงุดหงิดโดยที่ไม่รู้ตัวได้...
เมื่อวันก่อนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สยามมาครับ สนุกมากเลยอยากเอามาอวดคนอื่นบ้าง
พิพิธภัณฑ์สยามก็คือตึกกระทรวงพานิชย์เก่าซึ่งตั้งอยู่แถวๆ วันโพธิ์ตรงข้ามโรงเรียนวัดราชบพิตรจัดแสดงประวัติความเป็นมาของชนชาติไทย ตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน
เวลาทำการ:
อังคาร - พฤหัสบดี 0930 - 1800
ศุกร์ 0930 - 2100
เสาร์ - อาพิตย์ 0930 - 1900
จันทร์ ปิด
มันคงมีวิธีไปได้หลายทาง แต่วิชัยกับมยุรีเลือกวิธีที่คิดว่าน่าสนุกที่สุด...นั่งเรือไป
เนื่องจากวันนั้นใจจริงผมอยากไปดูหนังแล้วก็ชิวๆ เดินร้านการ์ตูน หาอะไรอร่อยๆ กินแล้วกลับบ้าน แต่ทั่นมยุรีดำริอยากไปพิพิธภัณฑ์สยามขึ้นมา ซึ่งเธอได้รับคำแนะนำจากพี่ชายเธออีกทีว่า "รีบไปซะ ก่อนที่มันจะชิบหาย..."
การเดินทางวันนี้เริ่มต้นที่ท่าน้ำสาทรครับ เสียคนละ 22บาท นั่งชิวๆ ไปลงท่าน้ำเบอร์แปด ท่าเตียน
ทรงพระเจริญ...
วิชัยแอนด์มยุรีไปกันโดยที่รู้แต่ว่าพิพิธภัณฑ์สยามตั้งอยู่แถววัดโพธิ์
ซึ่งผมว่าไอ้ความสนุกของการเดินทางบางครั้งมันคือการที่เราไม่รู้ทางนั่นแหละครับ
หลงทางบ้างก็สนุกดี เพราะเวลาเราหลงทางเราจะเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเสมอๆ เหมือนคำกล่าวที่ว่า
"เดินทางไปดวงจันทร์ ถึงจะหลงทาง แต่ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว"
.... อ้าว...ไม่ใช่รึ?
แต่ครั้งนี้เราไม่หลงทางครับ คือหลงทางก็กวางเกินระดับมนุษย์แล้ว!!! เพราะไม่ได้ยากเล้ย
ลงท่าเตียน แว่บตุนผัดไทกันก่อนเลย
วิชัย: น้าครับไปพิพิธภัณฑ์สยามนี่ ไปยังไงครับ
แม่ค้าผัดไท: อ๋อ...นี่เลยเดินเลี้ยวขวาแล้วเดินไปเรื่อยๆ จนถึงเซเว่นพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามเซเว่น หาไม่ยากหรอกมีอยู่เซเว่นเดียว
(ของเค้าดีจริงๆ นะคู๊ณ!!)
กินผัดไทเสร็จก็เดินทอดน่องไปตามถนน เดินอยู่หนึ่งเพลินก็ถึงเซเว่นครับ แต่ตรงนั้นเป็นด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ เลยต้องเดินอ้อมเลาะรั้วไปนิดหน่อยเพื่อหาทางเข้า สองอย่างแรกที่ผมแว่บเข้ามาในหัวผมตอนเที่เห็นตัวตึกครั้งแรกคือ ตึกแม่งสวยชิบหาย...เด็กจะเยอะไปไหน...
แต่มาคิดอีกที นี่อีแว่น...นี่คือพิพิธภัณฑ์ มันก็ต้องมีเด็กเยอะซิวะ
การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สยามจะปล่อยตัวแบบแรลลี่ปารีสดักก้า คือจะปล่อยเป็นรอบๆ ซึ่งก็ควรจะเป็นแบบนั้นเพราะตัวตึกไม่ได้ใหญ่ไปกว่าตึกวิทย์สมัยเรียนมัธยมเลยครับ
ห้องแรกเป็นห้องที่แนะนำบทเริ่มต้นก่อนไปห้องอื่น โดยที่น้องคนดูแลพิพิธภัณฑ์ออกมาพูดหนึ่งประโยคที่ประทับใจผมมาก
"พิพิธภัณฑ์ที่นี่น้องสามารถจับต้องได้ทุกอย่างครับ แต่น้องต้องเองรู้ว่าอะไรควรจับและอะไรไม่ควรจับ"
พิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังสามารถถ่ายรูปได้เหมือนกันครับ แต่ผมเลือกที่จะไม่ถ่ายดีกว่าเพราะผมคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะชอบกล
พิพิธภัณฑ์ทำออกมาได้อย่าง...ไฮเทคมากครับคือส่วนใหญ่จะเป็นแบบ interactiveเช่นในหมวดเครื่องปั้นดินเผาโบราณ แทนที่จะมีหม้อไหกะละมังหม้อแตกๆ มาเรียงไว้ให้เราดู แต่จะเป็นจอคอมที่เราต้องเอาแปรงไปปัดดินแล้วถึงจะมีรูปออกมาให้เราดู
หรือในหมวดอาวุธสงคราม ก็มีปืนใหญ่จริงๆ วางไว้โดยมีจอมอนิเตอร์ยักษ์ที่แสดงอนิเมชั่นเป็นพม่ามาบุกค่ายเรา โดยที่เราต้องเอาปืนใหญ่ยิงเข้าไปเพื่อป้องกันค่าย หรือในหมวดโทรทัศน์ ก็มีห้องส่งจำลองของช่อง 4บางขุนพรหมมาให้เราเข้าไปประกาศข่าวโดยที่มีการบันทึกเทปจริงๆ ด้วย เป็นที่ที่สามารถใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมงได้อย่างไม่น่าเบื่อนะ
(สังเกตจากสีแล้ว นี่มันมาร์คซิส สตาลินชัดๆ แต่คำพูดคำนี้คงจะเหมาะที่สุดในสภาพบ้านเมืองตอนนี้)
โปสเตอร์นี่คงจากสมัยรัชกาลที่ห้า...ซึ่งวัยรุ่นสมัยนี้กำลังแต่ตัวย้อนยุคกันแล้วด้วยการเกือบเปลือยหรือใช้เศษผ้าคาดอกแล้วเอารูปลงฮิห้ากัน...พี่วิชัยแนะนำ ใครอยากรุ่ง...ลองเอาที่คาดผมมาคาดนมดู รับรองเกิด!
รูปข้างบนเป็นเครื่องเล่นที่ผมชอบมาก คือจะมีจอให้เราเขียนอะไรก็ได้ลงไป จากนั้นเราก็ไปยืนข้างหน้าจอมนิเตอร์ที่ใหญ่ขนาดหนึ่งผนังห้อง พอเรายืนปุ๊บ...ตัวหนังสือเมื่อกี้มันก็ออกมาเป็นแบบที่เห็นในรูป...
แต่ยังไงก็ตาม ผมว่าเด็กไทยยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับพิพิธภัณฑ์อย่างแรง เพราะจอแจอย่างแรงครับ วุ่นวายอย่างกับอยู่หน้าคอนเสิร์ตดีทูบี
แล้วเนื่องจากว่าช่วงนี้ยังฟรีอยู่โรงเรียนต่างๆ ก็พร้อมไตกันพานักเรียนมาเที่ยวกัน...โอ้ว์อัลล่าห์เลยครับ เหมือนเพลี้ยลงไร่ข้าวโพด ไอ้เด็กเปรตสี่ห้าตัวก็ทำตัวเก๋าตีนไปเล่นโทรศัพท์โบราณปะแป้งทำข้าวของพิพิธภัณฑ์หล่น วิ่งไล่แตะกัน
คือตัววิชัยเองก็ไม่ได้เที่ยวพิพิธภัณฑ์ซะเชี่ยวชาญขนาดไปบอกคนอื่นได้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร แต่มั่นใจว่า ไอ้ที่เห็นๆ อยู่ มันต้องไม่ใช่แน่ๆ อะ
เห็นแล้วอยากให้คนเฝ้าพิพิธภัณฑ์ถือกระบองไฟฟ้าไว้ชีอตไอ้พวกเด็กเวรทั้งหลาย
แต่มาคิดอีกที...ไอ้พวกคนเฝ้านี่ก็สมควรโดนช๊อตเหมือนกัน แต่ละคน...เห็นแล้วอยากจะเอาอ้อยไปแทงจมูกเรียงตัว บ้างก็นั่งป่วยจิตหลุด บ้างก็เล่น PSP บ้างก็เมาท์โทรศัพท์ บ้างก็นั่งกับพื้น
คือพวกมึงยังทำตัวแบบนี้ แล้วลิงช้างชนีพังพอนที่ไหนจะกลัวพวกมึงงง
เจ๊พยูนพัทยาในรูปที่กำลังบังอาจเอาขาไขมันไม่อิ่มตัวขนาด300 เคเลอรี่วางพาดอย่างไม่เคารพสถานที่ คือเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ครับ! ห่าเอ้ย...รูปนี้ผมอดไม่ได้จริง ยืนจังก้าถ่ายรูป(แบบเปิดแฟลช) เจ๊แกก็ยังไม่สำนึก ถ้าใครรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในพิพิธณัฑ์รบกวนเอาไปยัดกระสอบแล้วถ่วงน้ำให้ทีครับ...ขอบคุณมากครับ
ดูแล้วได้แต่หวังว่า พิพิธภัณฑ์สยามจะรีบเก็บเงินค่าเข้าสักที ไม่งั้นข้าวของต้องชิบหายในเร็ววัน เพราะแค่เปิดมาไม่นาน ก็เริ่มสังเกตเห็นวี่แววของความบรรลัยแล้วครับ ไอ้นั่นหัก ไอ้นี่หลุด ไอ้นี่เสีย เก็บเงินค่าเข้าซะทีเถอะ จะได้เอาเงินไปซ่อมของ
(อีกสักรูปก่อนกลับ...)
(วันนั้นฟ้าสวยมาก เมฆเยอะดี)
โดยรวมแล้วผมชอบมากเลยนะ ไว้จะหาโอกาสมาอีกรอบสองรอบ ใครที่อ่านอยู่ วันหยุดหน้าลองเปลี่ยนจากอยู่กับบ้าน หรือเที่ยวห้างดูหนัง ลองไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สยามดูนะครับ
ผมว่าของดีแบบนี้ต้องช่วยกันอุดหนุนก่อนที่มันจะปิดตัวลงอย่างเสียดาย
อ้อ...ใครจะไปฝากตบกกหูอีเจ๊พยูนพัทยาด้วยนะครับ เธอสิงอยู่ชั้นที่สามครับ
จบจ้า....
ป.ล. ช่วงเวลาที่ดีแบบนี้ หากจะหาเพลงมาเปิดคลอ...จะเป็นเพลงอื่นไม่ได้เด็ดขาดครับ
ป.ล. 2 ฟังเพลงของโมเดิร์นด๊อกแล้ว อดเนื้อเต้นกับชุดใหม่ที่กำลังจะคลอดไม่ได้





















อยู่ใกล้ๆ แท้ๆ กะจะไปกับพี่ แต่พี่ๆ ก็ทำงานไม่ค่อยจะว่างกัน

จริงๆวางแผนไปท้องฟ้าจำลอง แต่สงสัยลัดคิวไปนี่ก่อนดีกว่าล่ะมั้งนี่
#1 By PaoPao on 2008-07-28 03:19