แนะน้อง ออมเงิน
posted on 07 Sep 2008 20:20 by doggiestyle in whatsoever
เมื่อกี้นี้ไปอ่านบลอกของ ทั่น skykid เรื่องทำบัญชีรายจ่าย แล้วก็เลยไปอ่านต้นตอของเรื่องจากทั่นบองเต่า อ่านจบก็คอมเม้นที่บลอกของทั่น skykid ซะอย่างกับเป็นหน้าบลอกของตัวเอง
พอรู้ตัว..ทำไมกูไม่เขียนเองเลยวะ
วันนี้ขอเสนอวิธีออมเงินแบบวิชัยๆ ครับ อาจจะโง่ๆ หน่อยแต่ก็ใช้ได้ดีนะเฟ้ย
(ใครใช้วิธีนี้เหมือนกันก็ส่งเสียงเชียร์หน่อยนะ)
รู้ๆ กันอยู่แล้วงานโรงแรมมีข้าวเลี้ยง ซักชุดยูนิฟอร์มให้ แต่อย่าคิดนะครับว่า มันจะประหยัดกว่างานทั่วๆ ไป คนเราก็ใช้เงินเท่าๆ เดิมแหละครับ ของแบบนี้มันต้องมีเก็บเล็กผสมน้อยกันเอง
งานโรงแรมจะมีรายรับอยู่สองส่วน เงินเดือนและเซอร์วิสชาร์จ
เงินเดือนเรารู้อยู่แล้วว่าจะได้เท่าไหร่ แต่เซอร์วิสชาร์จนี่ไม่เท่ากันทุกเดือน
แต่ไม่ว่ายังไงเวลาที่เซอร์วิสชาร์จประกาศเมื่อไหร่วิชัยก็จะทำแบบนี้
ก่อนอื่นทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนครับ
วิชัยจะถือว่ารายจ่ายมีอยู่สองแบบ
fix กับ ไม่ fix
รายจ่าย fix คือรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำเช่นพวกค่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต
รายจ่ายไม่ fix ก็คือพวกกินเที่ยวดูหนัง
คนส่วนใหญ่ที่ชิบหายกับเงินเดือนตัวเองคือการที่ชอบเอารายจ่ายสองอย่างข้างบนมารวมกัน
เงินก็อยากใช้ รายจ่ายก็ต้องจ่าย พอไม่จ่ายเดือนนี้ เดือนหน้าโดนคูณสองเข้าไปอีก
เรามาแก้ปัญหากัน
พอเรากะคร่าวๆ แล้วว่าเดือนหน้าเราจะมีรายรับเท่าไหร่
เราก็ลิสต์ออกมาเลยครับว่ารายจ่าย fix มีอะไรบ้าง
ลิสต์เป็นข้อๆ พร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย (หากไม่ทราบให้คิดเผื่อไว้ก่อน ห้ามคิดให้น้อยกว่าที่จะเป็น)
พอได้เงินปุ๊ป เดินไปถอนออกมาทั้งก้อนที่เป็นรายจ่าย fix เลยครับ
เมื่อก่อนผมชอบที่จะถอนเป็นก้อนน้อยๆ คือจะใช้ถึงถอน
แล้วก็ชิบหายครับ เพราะพอกลางเดือนปุ๊ป ใช้เงินเพลินไปหน่อยไม่พอมาจ่าย
ที่โดนบ่อยๆ คือค่าบัตรเครดิตกับค่ามือถือ
เพราะเงินเดือนออกวันที่ 25 แล้วค่าบัตรเครดิตจ่ายหลังวันที่เก้า
วิธีแก้คืออย่าให้ปนกัน นั่นก็คือถอนแม่งทั้งก้อนนั่นแหละ
พอได้ออกมาแล้ว มาแบ่งเงินให้เป็นกองๆ เลยครับ
ค่าห้อง 3500 ก็แบ่งให้เป็น 3500 เล้ย
ค่าโทรศัพท์ 455 ก็แบ่งให้เป็น 455 เล้ย
(สมมุติ) เดือนหน้าต้องโมเดิร์นด๊อกออกชุดใหม่อ่ะ ต้องซื้อ...เราก็กันไว้เลย 300 บาท (ไม่รู้เท่าไหร่ แต่เผื่อไว้ว่า 300) แบ่งทุกอย่างเป็นกองๆ
แล้วจงมีระเบียบในการใช้เงินกองนี้ด้วยนะครับ อย่ามั่วกันเอง
ทีนี้เราก็จะเหลือเงินในธนาคารอีกหนึ่งก้อน ไม่รู้แล้วแหละว่าเท่าไหร่
แนะนำให้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มอีกบัญชีหนึ่งครับ ไม่ต้องมีเอทีเอ็มด้วยนะ
เอาไว้เก็บเงินออม...
สมมุติเราเหลือเงินที่หักรายจ่าย fix ไปแล้ว ยังเหลืออยู่ 3000 บาท เรามาออมเงินกัน
หากนี่เป็นการเก็บเงินอย่างจริงจังครั้งแรกในชีวิต
ผมแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายก่อน
เช่นคิดก่อนเลยว่าอาทิตย์หนึ่งเราใช้เงินเท่าไหร่ ลงรายละเอียดเลยครับว่าวันหนึ่งกินข้าวทั้งวันกี่บาท เดินทางเท่าไหร่ สุดสัปดาห์ดูหนังเท่าไหร่ แล้วคิดออกมาให้เป็นอาทิตย์ แล้วคูณให้เป็นเดือน เงินที่เหลือคือเงินที่ต้องเก็บ เงินส่วนที่เหลือที่ตั้งใจออม อาจจะออมหลังจากวันที่สิบห้าไปแล้วก็ได้นะครับ เผื่อเหลือเผื่อขาด
แต่ถ้านี้ไม่ใช้การเก็บเงินครั้งแรกในชีวิต
ผมแนะนำให้คำนวณเงินออมก่อน เช่นเราหักดิบตัวเองเลยว่า เดือนนี้กูจะเก็บ 1000 บาท แล้วเงิน 2000 ที่เหลือ เราจะบริหารกันเองให้ครบเดือนไม่ว่ายังไงก็ตาม
ส่วนตัวผมใช้วิธีที่สองครับ
โอเค...พอเรากันรายจ่าย fix ออกไปแล้ว กันเงินออมออกไปแล้ว เราก็จะเหลือเงินก้อนสุดท้ายที่สามารถใช้ให้หมดได้อย่างสบายใจ แต่ปัญหาที่เราๆ มักจะเจอคือเราใช้ไม่พอ...จนต้องไปเบียดเงินส่วนอื่น...
ผมจะคิดเงินให้ตัวเองเป็นแบบอาทิตย์ สมมุติว่าหนึ่งวันเราจะใช้เงินทั้งวันหนึ่งร้อยบาท เจ็ดวันก็เจ็ดร้อย...ก็แค่นั้น
หากว่าวันจันทร์เสือกใช้ไปร้อยสามสิบบาท วันอังคารก็เหลืองบให้ตัวเองแค่เจ็ดสิบบาท
สิ่งที่เราต้องจำไว้เสมอคือ เงินที่มีคือเงินที่อยู่ในกระเป๋าเงินเราเท่านั้น เงินในธนาคาร (ที่ออม)ไม่เกี่ยว
แต่หากต้องเบียดขึ้นมาจริงๆ ก็ขอให้เดือนร้อนจริงๆ จนไม่มีทางออกแล้ว ก็ให้ใช้เงินออมก็ได้นะครับ แต่อย่าบ่อยเกินเดี๋ยวจะเคยตัว
ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ในรายจ่าย fix ที่นอกจากจะมีค่าห้อง ค่าโทรศัพท์ต่อมิอะไรแล้ว ส่วนตัวผมจะมีรายจ่ายอีกอย่างเพิ่มเข้ามาคือเงินเก็บ
เงินเก็บในทีนี้คือคนละอย่างกับเงินออมนะครับ เงินออมเอาไว้อะไรสักอย่างในอนาคต
แต่เงินเก็บเอาไว้ซื้อของให้ตัวเอง อาจจะเก็บห้าร้อยก็ได้ สองร้อยก็ได้ เก็บไว้ระหว่างเดือนฉุกเฉินก็ใช้ได้ หรือเก็บเอาไว้ซื้อนาฬิกา ซื้อกางเกงยีนส์ให้ตัวเอง
สำหรับคนที่บัตรเครดิต...ลองวิธีนี้ดู แนะนำมาโดยรุ่นพี่คนหนึ่ง
ตั้งกฎให้ตัวเองเลยครับ ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิตจะต้องจ่ายเงินให้ตัวเอง
วิธีไม่ยากครับ วันไหนใช้บัตรเครดิตไปเท่าไหร่ ก่อนเข้าบ้านก็ถอนเงินไปใส่กล่องเท่านั้น
ฟังดูง่าย แต่ยุ่งยากใช่มั้ย
...ถ้ายุ่งยากมากนักก็ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตเลยดิ
ง่ายกว่าเดิมอีก ใช่มะ
ใครที่อยากเก็บเงินวิชัยขอเสนอวิธีโคตรจะได้ผลครับ
ฝากบัญชีประจำครับ
เงื่อนไขคือเราต้องฝากเงินในจำนวนที่เท่าๆ กันทุกเดือนจะครบกำหนดที่เราเลือกไว้ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งปี สองปีแล้วแต่ แรกๆ อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่พอเดือนที่ห้า ที่หกเราจะรู้สึกเฉยๆ และอยากที่จะฝากบ่อย เพราะตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน เงินออมพวกนี้ดอกเบี้ยดีกว่าฝากปกติด้วยนะครับ
ลองไปติดต่อตามธนาคารดูนะครับ บางทีเค้ามีเงินฝากขั้นต่ำ ลองไปถามดูว่าเค้ามีโปรแกรมอะไรบ้าง คิดดู เดือนหนึ่งฝากพันหนึ่ง สองปีก็ได้สองหมื่นสี่
ใครที่เรียนอยู่แนะนำอย่างแรงครับ
ปีหนึ่งปีสองพยายามฝากเดือนละหนึ่งพัน พอครบปีสองก็ได้สองหมื่นสี่
นำเงินสองหมื่นสี่ไปซื้อฉลากออมสินเก็บไว้อีกต่อก็ได้ถึงเวลาที่ถอนก็ครบสี่ปี
จบออกมามีเงินก้อนไว้ซื้อของที่อยากได้โดยที่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่อีกตังหาก
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่า นี่เป็นวิธีเก็บเงินแบบโง่ๆ
เพราะใครสักคนบอกว่าเก็บเงินไว้กับธนาคารมันไม่งอกเงย
อันนี้ไม่รู้จริงรึเปล่า
แต่ถ้าให้เอาเงินไปลงทุนหุ้นหรืออะไร ก็ไม่รู้เรื่องอีก ขอเก็บเงินแบบโง่ๆ แบบนี้ต่อไปดีกว่า
ลองดูนะครับ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
ไม่เป็นไร ได้ทำก็น่าจะพอแล้ว

(สรุปแตกกันไปแตกกันมา 555)

ปัญหาก็คือ ต่อให้เราทำได้อย่างนั้น ข้าวของมันแพงขึ้น แต่เงินเดือนไม่ขึ้นตามอ่ะครับ นั่นแหละปัญหาที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้
ฉึกกกกก!!
#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2008-09-07 20:32