แนะน้อง ออมเงิน

posted on 07 Sep 2008 20:20 by doggiestyle  in whatsoever

เมื่อกี้นี้ไปอ่านบลอกของ ทั่น skykid เรื่องทำบัญชีรายจ่าย แล้วก็เลยไปอ่านต้นตอของเรื่องจากทั่นบองเต่า อ่านจบก็คอมเม้นที่บลอกของทั่น skykid ซะอย่างกับเป็นหน้าบลอกของตัวเอง
พอรู้ตัว..ทำไมกูไม่เขียนเองเลยวะ


วันนี้ขอเสนอวิธีออมเงินแบบวิชัยๆ ครับ อาจจะโง่ๆ หน่อยแต่ก็ใช้ได้ดีนะเฟ้ย

(ใครใช้วิธีนี้เหมือนกันก็ส่งเสียงเชียร์หน่อยนะ)

รู้ๆ กันอยู่แล้วงานโรงแรมมีข้าวเลี้ยง ซักชุดยูนิฟอร์มให้ แต่อย่าคิดนะครับว่า มันจะประหยัดกว่างานทั่วๆ ไป คนเราก็ใช้เงินเท่าๆ เดิมแหละครับ ของแบบนี้มันต้องมีเก็บเล็กผสมน้อยกันเอง

งานโรงแรมจะมีรายรับอยู่สองส่วน เงินเดือนและเซอร์วิสชาร์จ
เงินเดือนเรารู้อยู่แล้วว่าจะได้เท่าไหร่ แต่เซอร์วิสชาร์จนี่ไม่เท่ากันทุกเดือน
แต่ไม่ว่ายังไงเวลาที่เซอร์วิสชาร์จประกาศเมื่อไหร่วิชัยก็จะทำแบบนี้

 

ก่อนอื่นทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนครับ
วิชัยจะถือว่ารายจ่ายมีอยู่สองแบบ
fix กับ ไม่ fix


รายจ่าย fix คือรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำเช่นพวกค่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต
รายจ่ายไม่ fix ก็คือพวกกินเที่ยวดูหนัง

คนส่วนใหญ่ที่ชิบหายกับเงินเดือนตัวเองคือการที่ชอบเอารายจ่ายสองอย่างข้างบนมารวมกัน
เงินก็อยากใช้ รายจ่ายก็ต้องจ่าย พอไม่จ่ายเดือนนี้ เดือนหน้าโดนคูณสองเข้าไปอีก
เรามาแก้ปัญหากัน

พอเรากะคร่าวๆ แล้วว่าเดือนหน้าเราจะมีรายรับเท่าไหร่
เราก็ลิสต์ออกมาเลยครับว่ารายจ่าย fix มีอะไรบ้าง
ลิสต์เป็นข้อๆ พร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย (หากไม่ทราบให้คิดเผื่อไว้ก่อน ห้ามคิดให้น้อยกว่าที่จะเป็น)
พอได้เงินปุ๊ป เดินไปถอนออกมาทั้งก้อนที่เป็นรายจ่าย fix เลยครับ
เมื่อก่อนผมชอบที่จะถอนเป็นก้อนน้อยๆ คือจะใช้ถึงถอน
แล้วก็ชิบหายครับ เพราะพอกลางเดือนปุ๊ป ใช้เงินเพลินไปหน่อยไม่พอมาจ่าย
ที่โดนบ่อยๆ คือค่าบัตรเครดิตกับค่ามือถือ
เพราะเงินเดือนออกวันที่ 25 แล้วค่าบัตรเครดิตจ่ายหลังวันที่เก้า

วิธีแก้คืออย่าให้ปนกัน นั่นก็คือถอนแม่งทั้งก้อนนั่นแหละ
พอได้ออกมาแล้ว มาแบ่งเงินให้เป็นกองๆ เลยครับ
ค่าห้อง 3500 ก็แบ่งให้เป็น 3500 เล้ย
ค่าโทรศัพท์ 455 ก็แบ่งให้เป็น 455 เล้ย
(สมมุติ) เดือนหน้าต้องโมเดิร์นด๊อกออกชุดใหม่อ่ะ ต้องซื้อ...เราก็กันไว้เลย 300 บาท (ไม่รู้เท่าไหร่ แต่เผื่อไว้ว่า 300) แบ่งทุกอย่างเป็นกองๆ

แล้วจงมีระเบียบในการใช้เงินกองนี้ด้วยนะครับ อย่ามั่วกันเอง

ทีนี้เราก็จะเหลือเงินในธนาคารอีกหนึ่งก้อน ไม่รู้แล้วแหละว่าเท่าไหร่
แนะนำให้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มอีกบัญชีหนึ่งครับ ไม่ต้องมีเอทีเอ็มด้วยนะ
เอาไว้เก็บเงินออม...

สมมุติเราเหลือเงินที่หักรายจ่าย fix ไปแล้ว ยังเหลืออยู่ 3000 บาท เรามาออมเงินกัน

หากนี่เป็นการเก็บเงินอย่างจริงจังครั้งแรกในชีวิต
ผมแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายก่อน
เช่นคิดก่อนเลยว่าอาทิตย์หนึ่งเราใช้เงินเท่าไหร่ ลงรายละเอียดเลยครับว่าวันหนึ่งกินข้าวทั้งวันกี่บาท เดินทางเท่าไหร่ สุดสัปดาห์ดูหนังเท่าไหร่ แล้วคิดออกมาให้เป็นอาทิตย์ แล้วคูณให้เป็นเดือน เงินที่เหลือคือเงินที่ต้องเก็บ เงินส่วนที่เหลือที่ตั้งใจออม อาจจะออมหลังจากวันที่สิบห้าไปแล้วก็ได้นะครับ เผื่อเหลือเผื่อขาด

แต่ถ้านี้ไม่ใช้การเก็บเงินครั้งแรกในชีวิต
ผมแนะนำให้คำนวณเงินออมก่อน เช่นเราหักดิบตัวเองเลยว่า เดือนนี้กูจะเก็บ 1000 บาท แล้วเงิน 2000 ที่เหลือ เราจะบริหารกันเองให้ครบเดือนไม่ว่ายังไงก็ตาม

ส่วนตัวผมใช้วิธีที่สองครับ


โอเค...พอเรากันรายจ่าย fix ออกไปแล้ว กันเงินออมออกไปแล้ว เราก็จะเหลือเงินก้อนสุดท้ายที่สามารถใช้ให้หมดได้อย่างสบายใจ แต่ปัญหาที่เราๆ มักจะเจอคือเราใช้ไม่พอ...จนต้องไปเบียดเงินส่วนอื่น...

ผมจะคิดเงินให้ตัวเองเป็นแบบอาทิตย์ สมมุติว่าหนึ่งวันเราจะใช้เงินทั้งวันหนึ่งร้อยบาท เจ็ดวันก็เจ็ดร้อย...ก็แค่นั้น

หากว่าวันจันทร์เสือกใช้ไปร้อยสามสิบบาท วันอังคารก็เหลืองบให้ตัวเองแค่เจ็ดสิบบาท

สิ่งที่เราต้องจำไว้เสมอคือ เงินที่มีคือเงินที่อยู่ในกระเป๋าเงินเราเท่านั้น เงินในธนาคาร (ที่ออม)ไม่เกี่ยว

 

แต่หากต้องเบียดขึ้นมาจริงๆ ก็ขอให้เดือนร้อนจริงๆ จนไม่มีทางออกแล้ว ก็ให้ใช้เงินออมก็ได้นะครับ แต่อย่าบ่อยเกินเดี๋ยวจะเคยตัว


ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ในรายจ่าย fix ที่นอกจากจะมีค่าห้อง ค่าโทรศัพท์ต่อมิอะไรแล้ว ส่วนตัวผมจะมีรายจ่ายอีกอย่างเพิ่มเข้ามาคือเงินเก็บ
เงินเก็บในทีนี้คือคนละอย่างกับเงินออมนะครับ
เงินออมเอาไว้อะไรสักอย่างในอนาคต

แต่เงินเก็บเอาไว้ซื้อของให้ตัวเอง อาจจะเก็บห้าร้อยก็ได้ สองร้อยก็ได้ เก็บไว้ระหว่างเดือนฉุกเฉินก็ใช้ได้ หรือเก็บเอาไว้ซื้อนาฬิกา ซื้อกางเกงยีนส์ให้ตัวเอง

สำหรับคนที่บัตรเครดิต...ลองวิธีนี้ดู แนะนำมาโดยรุ่นพี่คนหนึ่ง
ตั้งกฎให้ตัวเองเลยครับ ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิตจะต้องจ่ายเงินให้ตัวเอง
วิธีไม่ยากครับ วันไหนใช้บัตรเครดิตไปเท่าไหร่ ก่อนเข้าบ้านก็ถอนเงินไปใส่กล่องเท่านั้น
ฟังดูง่าย แต่ยุ่งยากใช่มั้ย

...ถ้ายุ่งยากมากนักก็ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตเลยดิ
ง่ายกว่าเดิมอีก ใช่มะ

 

ใครที่อยากเก็บเงินวิชัยขอเสนอวิธีโคตรจะได้ผลครับ
ฝากบัญชีประจำครับ
เงื่อนไขคือเราต้องฝากเงินในจำนวนที่เท่าๆ กันทุกเดือนจะครบกำหนดที่เราเลือกไว้ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งปี สองปีแล้วแต่ แรกๆ อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่พอเดือนที่ห้า ที่หกเราจะรู้สึกเฉยๆ และอยากที่จะฝากบ่อย เพราะตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน เงินออมพวกนี้ดอกเบี้ยดีกว่าฝากปกติด้วยนะครับ
ลองไปติดต่อตามธนาคารดูนะครับ บางทีเค้ามีเงินฝากขั้นต่ำ ลองไปถามดูว่าเค้ามีโปรแกรมอะไรบ้าง คิดดู เดือนหนึ่งฝากพันหนึ่ง สองปีก็ได้สองหมื่นสี่

ใครที่เรียนอยู่แนะนำอย่างแรงครับ
ปีหนึ่งปีสองพยายามฝากเดือนละหนึ่งพัน พอครบปีสองก็ได้สองหมื่นสี่

นำเงินสองหมื่นสี่ไปซื้อฉลากออมสินเก็บไว้อีกต่อก็ได้ถึงเวลาที่ถอนก็ครบสี่ปี

จบออกมามีเงินก้อนไว้ซื้อของที่อยากได้โดยที่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่อีกตังหาก

 

ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่า นี่เป็นวิธีเก็บเงินแบบโง่ๆ

เพราะใครสักคนบอกว่าเก็บเงินไว้กับธนาคารมันไม่งอกเงย


อันนี้ไม่รู้จริงรึเปล่า

แต่ถ้าให้เอาเงินไปลงทุนหุ้นหรืออะไร ก็ไม่รู้เรื่องอีก ขอเก็บเงินแบบโง่ๆ แบบนี้ต่อไปดีกว่า


ลองดูนะครับ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ไม่เป็นไร ได้ทำก็น่าจะพอแล้ว

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยลองแบบที่คุณวิชัยเสนออ่ะครับ....แต่ยากมากๆๆๆๆๆ


cry

ปัญหาก็คือ ต่อให้เราทำได้อย่างนั้น ข้าวของมันแพงขึ้น แต่เงินเดือนไม่ขึ้นตามอ่ะครับ นั่นแหละปัญหาที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้


ฉึกกกกก!!


Hot! Hot!
ผมเองก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแฮะ...
เิงินออมไม่ค่อยมี
ยังดีที่พอหาตังค์เองได้บ้าง ไม่งั้นโดนแม่เหยียบหัวแบนแน่..

สาระดีครับHot! Hot!

#2 By ซับบาธ... on 2008-09-07 20:33

อย่างทั่น #1

ผมก็มีนะ แบบข้างของแพงขึ้น

แต่ผมจะกินให้เท่าเดิม ใช้ให้เท่าเดิม ไม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ทำแบบนี้เราจะมีเงินเก็บน้อยลง
ซึ่งต้องรับสภาพตรงนี้ครับ

ประเด็นคือ เรายังต้องไม่เดือดร้อน
และ
มีเงินออมให้ได้ในแต่ละเดือนเท่านั้นเองครับ

#3 By วิชัย... on 2008-09-07 20:35

พยายามจะ fix แบบที่บอกน่ะค่ะ

แล้วก็เตลิด ใช้ปนกันทุกทีสิ sad smile

#4 By pinpin on 2008-09-07 20:37

เห็นด้วยกับการออมเงินนะครับเพราะเป้นเรื่องสำคัญมากๆ แต่ตอนสู้กับกิเลส อยากใช้ตังค์นี้ อยากเหลือหลายยย

#5 By cherried on 2008-09-07 20:40

จะจดจำไปทดลองครับ


ยุคนี้แล้ว อะไรก็ไม่แน่นอนละนะฮะ
เก็บไว้ เป็นดีที่สุด

#6 By Zairen_Bibliophobia on 2008-09-07 20:41

เก็บแบบมึนอยุ่เหมือนกันconfused smile

#7 By wesong on 2008-09-07 21:11

ที่จริงวิธีที่พี่วิชัยทำคล้ายๆกับของผมสมัยก่อนเลยล่ะครับ confused smile

แต่ก่อนผมจะหักค่าใช้จ่ายประจำออกไปก่อนเลย เช่น ค่าโทรศัพท์(สมัยก่อนไม่มีแบบแลกวัน และผมใช้เดือนนึงไม่เยอะ แต่เดือนนึงต้องเสีย300 เพื่อเติมวัน) ผมก็จะหักๆๆ แล้วเอามาเฉลี่ยครับ big smile

ระยะหลังพอผมเริ่มทำบัญชีรายจ่าย ผมก็ใช้วิธีเก่าน้อยลง แต่จะจำไว้ว่า ในแต่ละวันไม่ควรใช้เงินเกินเท่าไหร่ครับ(ตัวเลขเคร่าๆที่เฉลี่ยเป็นยอดต่อวัน หลังจากหักเงินเก็บไปแล้ว) big smile

ปล.อ่านเอนทรี่นี้แล้วชอบครับ ผมอาจจะแตกประเด็นกลับไปบล็อกผมอีกรอบนะนี่ open-mounthed smile(สรุปแตกกันไปแตกกันมา 555)

ปล2.อยากให้เอนทรี่นี้ขึ้นฮอตจริงๆ เพราะผมสนับสนุนการออมเงินครับ

Hot! Hot! Hot!

#8 By SkyKiD on 2008-09-07 21:39

เดือนละพัน...
อืมๆ น่าจะดีนะคะ ถ้าเริ่มตอนนี้ก็จะได้
สองหมื่นแปด!!!

แต่เดือนละพัน..ก็ยากอยู่นะคะ
เพราะใช่ประมาณอาทิตย์ละห้าร้อย ถ้าไม่นับค่าซื้อของเรื่อยเปื่อย แหะๆ...
เดือนนึงก็ใช้สองพัน
พ่อไม่ได้กำหนดซะด้วยว่าให้เดือนละเท่าไหร่
คือถ้าหมดเมื่อไหร่ก็บอก
อย่างนี้หยอดกระปุกดีกว่าเน้อ

#9 By ต้า on 2008-09-07 21:46

เงินไม่ fix เนี่ยแหละ มักจะเบ่งบานมาช่วงท้ายๆที่เงินเก็บใกล้หมด...
แล้วก็จำเป็นต้องจ่ายด้วย

เช่น ป่วย ไปหาหมอ
หมาป่วย ไปซื้อยา
สัมมนา จ่ายค่ารถเอง
รุ่นน้องนัด เลี้ยงข้าวมัน sad smile

#10 By PoY on 2008-09-07 21:51

มีวิธีง่ายกว่านี้ไม๊อ่ะ

เอาไปฝากมึงเลยได้ป่ะช่วยกูหน่อยเหอะ...

#11 By Angieambrosia on 2008-09-07 22:11

โอ๊ะ ไอเดียดีค่ะ ตอนนี้มีประมาณ 3 บัญชี ได้แล้ว ฮี่ๆ
จะได้แบ่งไว้ใช้ต่างช่วงเทศกาลกัน confused smile

#12 By หนูพุก on 2008-09-07 22:19

ที่บ้านทำแบบนี้ครับ

เอาเอทีเอ็มคนที่มีรายได้น้อยสุดในบ้านเก็บไว้เลยไม่ต้องถอน


ส่วนที่เหลือเอามาแชร์ค่าใช่จ่ายทั้งหมดในบ้าน

ตอนนี้มีเงินในธนาคารหลายแสนแล้ว big smile

#13 By azlaz on 2008-09-07 22:20

Hot! Hot! Hot! Hot!

ใช้วิธีเีดียวกันกับพี่เลยค่ะ
พยายามเก็บแล้วนะคะ
แต่ว่าก็ยังมะมีเงินไปเข้าธนาคารเลย
รู้สึกว่ารายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวันๆ >.>

#15 By Aelita~[-X-]~ on 2008-09-07 22:38

หนูก็พยายามอยู่ค่ะคุณวิชัย

แต่แหม ตอนนี้หัดเล่นกล้อง

กิเลสยั่วใจเหลือเกิน

ได้แต่ท่องคาถา อดทนไว้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หะหะ sad smile Hot!

#16 By iDoi* on 2008-09-08 00:42

เฮียครับ สนใจรับเป็นคณะกรรมการเสื้อเกราะหรือสายมอเตอร์ไซด์ไหมครับ (มอไซด์ก็ห้าพันเหมือนกับเสื้อเกราะ บริจาคแล้วจะได้มีมอไซด์ขี่ไปทุกชาติ ฮ่าๆๆ) เห็นคนทำงานในโรงแรมน่าจะเยอะ ขูดรีดง่าย อิๆ >__<
นิสัยแบบผู้หญิงค่ะ นั่งทำบัญชีทำทุกวันจดทุกอย่าง
จดจนเพื่อนยังมองแกจะจดกระทั่งน้ำแข็งแปล่าเลยเหรอ
ตอนแรกๆ ฝืนมากๆ แต่ก็ทนทำมาได้เป็นปี

เห็นตัวเลขแล้วจะเกิดสติเลยค่ะ ว่า...ต้องเก็บ cry

#18 By Lily Pixel on 2008-09-08 06:31

เคยลองแบบที่ว่าค่ะ ฝากประจำ
กระเสือกกระสนพอดูsad smile sad smile แต่ก็ลดนิสัยฟุ่มเฟือยกะกินอาหารขยะไปได้เยอะค่ะ confused smile

#19 By (^_^)/nana on 2008-09-08 10:49

ปกติพอได้มาก็จะแบ่งแบบใช้50%เก็บ50%เลย
ส่วนที่เก็บเราจะไม่เอามาใช้นอกจากไม่พอ
แล้วเดือนถัดมาจะเอาส่วนที่ใช้ของเงินเก็บของเดือนที่แล้วมาทบให้ได้ปริมาณเท่าเดิม
กรณีนี้เนแบบไม่มีหนี้สินน่ะครับ confused smile

#20 By nonworld on 2008-09-08 12:01

ผมก็กั๊กไว้เยอะฮะ มีแต่คนเชียร์ให้เอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล

#21 By on 2008-09-08 12:51

เคยเขียนรายรับ - รายจ่ายเหมือนกัน



แต่พอไม่ได้เอาปากกาลงมาแค่วันเดียว



เลยหยุดความตั้งใจที่จะเขียน



สงสัยต้องเอาอย่างบ้างแหะ ขอบคุณนะคะ cry


Hot! Hot! Hot!
ผมเคยมีอดีตกับเงินเดือนที่หวานชื่น
ตอนผมเรียนจบใหม่ๆ ผมมีความสุขมากเลย
เพราะผมแทบไม่ต้องเดินหางานทำ
มีงานรองรับทันที เพราะไปจีบเขาไว้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่

ทำงาน ได้เงินเดือน เหลือเฟือ เผื่อเเผ่แฟน พอเกิดปัญหาทางการเมืองในที่ทำงานเก่า ผมก็ตกงานแค่ ๓ วัน ก็ได้งานทำในหน่วยงานข้างเคียง เป็นหลักเป็นฐานมากกว่าเก่าอีก ทำงานได้ปีนึง

นึกอยากไปเรียนต่อโทในเมืองกรุงบ้าง

เอาล่ะครับท่าน นับแต่นั้นว่ามันแสนจะปวดใจ
ได้เงินสัปดาห์ละพันเดียว เข้ากรุงเทพ ๑ วัน ก็ ๓๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย ๕๐๐ เป็นอย่างมาก

คราวนี้เรื่องของคนเคยมีเงินเดือนก็เลยขมขื่น
การเรียนก็ยากเย็นแสนเข็ญ เพิ่งจะเข้าเทอมที่สามย่างเทอมที่ ๔ แล้วทั้งหมดมันเหลืออีกหลายเทอม

ผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว... ต้องขอเงินแฟนเติมน้ำมันรถ... เศร้า ไปเที่ยวก็ให้แฟนจ่าย ... อาย

บอกเธอได้คำเดียว คือ "เราเรียนจบคงจะสบายกัน"

#23 By Captain Patt on 2008-09-08 13:47

น้ำขวดเดี๋ยวนี้ึ้นมาสองบาทแทบร้อง - -''!! เก็บออมไว้ก็จริง แต่คุณภาพชีวิตแย่ลง
อย่างข้าวก็ต้องย้ายไปกินร้านสกปรกในซอยเพราะถูกกว่าจริงๆนะ

บางทีเราก็ทนไม่ไหวแย่ cry อดเปรี้ยวไว้กินหวานยากจริงๆ
คิดเงินคล้าย ๆ กันเลยค่ะ ^^

แต่ปกติแล้วจะถอนออกมาเฉพาะค่าใช้จ่ายประจำ ส่วนเงินก็ก็จะโอนเข้าอีกบัญชีไปเลย =w=' ที่เหลือเงินใช้จ่ายแต่ละเดือนก็จะตามเวรตามกรรม แล้วแต่อยากได้มากอยากได้น้อย

ตะก่อนไม่เก็บเงินใช้เงินเปรมปรีมาก ๆ -_-' แต่สิ้นเดือนก็กินแกรบไม่ต่างจากเก็บเงิน แต่ถ้าเราเริ่มออมเงินก็รู้สึกว่าอนาคตคงไม่อดตาย ^^" ฮี่ฮี่

ออมเงินวันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า >_< เย้้...

#25 By Poofu_GiRl on 2008-09-08 14:40

ดีครับbig smile

#26 By iNum~* on 2008-09-08 15:21

ปัญหาอันยิ่งใหญ่ของการเก็บเงิน คือตัวเราเองเสือกห้ามใจตัวเองไม่ได้

#27 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-09-08 17:16

ตอนนี้เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้กับสลากออมสิน เผื่อฟลุคได้เงิน+ยังไง ๆ ก็มีดอกเบี้ยค่ะ*O*
แต่ก็แค่ไม่กี่พันเองT___T (เป็นเงินออมที่ออมได้มาจนเยอะก็เลยเอาไปซื้อสลาก)
ปกติใช้เงินแบบไปเรื่อย ๆ หมดเมื่อไรก็รอเบิก ไม่รู้ว่าได้ออมหรือเปล่าค่ะ เหอ ๆๆ
แต่ส่วนมากก็ประหยัดนะ...(ถึงแม้ช่วงนี้จะเอาไปใช้ซื้อโดจินเยอะไปหน่อยก็เถอะT^T)

#28 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-09-08 19:46

ผมเองก็เริ่มมาเก็บตัง
ใช้ตังเป็น ( จริงหรือ ? )
ตอนเริ่มทำงานเนี่ยแหละครับ
วิธีก็คล้ายๆกับคุณเลย

#29 By ยังคง... on 2008-09-08 20:21

เอาไว้เดือนหน้านะคับจะทำตาม เพราะเดือนนี้ไม่ทันแย้ว ฮือ ฮือ ฮือ

#30 By anu_zz on 2008-09-08 23:13

ยอดมากเลยค่ะ..

แม่ปันปราย ก็ทำคล้ายแบบนี้ค่ะ..
อาจลงทุนเพิ่มด้านอื่น แล้วแต่กำลัง อะๆๆ
big smile

#31 By MomMom on 2008-09-09 15:28

ดีค่ะดี...เด๋วรอบนี้ ถ้าได้งานใหม่ จะเริ่มต้นเก็บจิงๆจังๆแล้วเช่นกาน

ที่ผ่านมา ไม่เคยเกินครึ่งเดือน หมดเป๋าแระ - -*

อิอิ

รวยๆๆๆค่ะ คุณแว่น

#32 By BENZ (203.152.13.229) on 2008-09-15 03:03

เป็นวิธีที่น่าสนใจครับ

#33 By mekabeam on 2008-09-23 15:02

ขอบคุณนะค่ะที่แนะนำจะลองทำดูค่ะ

#34 By yakou on 2008-10-15 19:26

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน

#35 By โปรแกรมบัญชี (58.9.157.136) on 2009-01-13 23:26

มีสาระดีแฮะ

สิ้นเดือนก้เหลือแต่ชีวิตแร่ะ

หนี้สินเยอะเกินไม่พอเก็บ อิอิ

#36 By แมงมันส์ๆ on 2009-03-21 20:57

confused smile confused smile confused smile

#37 By mp3 (117.47.179.121) on 2009-06-28 13:51

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#38 By ฟังเพลง (117.47.179.121) on 2009-06-28 13:51