น่าไม่รับแขก!

posted on 23 Oct 2008 04:43 by doggiestyle  in 5starStory, iloveit

ห่างหายจากเรื่องโรงแรมไปนาน...วันนี้มาสักหนึ่งเรื่อง...แนะนำให้ไปฉี่ก่อน เพราะหากอั้นฉี่แล้วอ่าน อาจเป็นนิ่วได้ เพราะตอนนี้ยาววววมาก...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

 

ใครที่อ่านเรื่องโรงแรมผมมาคงจะจำได้ว่าโรงแรมที่เชียงรายจะใช้เรือหางยาวในการรับแขกเข้ามาที่โรงแรม โดยโรงแรมจะมีเรือหางยาวอยู่สองแบบ คือแบบที่เป็นเรือเร็วก็จะเป็นเรือหางยาวแว๊นๆ ที่เห็นกันตามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วอีกแบบจะเป็นเรือที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยมีอายุขึ้นมาหน่อย มีเก้าอี้บนเรือให้ผู้โดยสารนั่งดูเก๋ไก๋ชไมพรมาก


เวลาไปรับแขกหรืออะไรเราก็จะใช้เรือที่ว่านั่นแหละครับไปรับแขก ถ้าเป็นแขกสองท่านถึงสี่ท่านก็จะใช้เรือลำเล็ก และถ้าไปรับแขกที่เยอะกว่านั้นก็เรือลำโต
วูบแรกที่รับแขก ส่วนใหญ่ก็จะฮือฮากับเรือหางยาวมาก จากนั้นก็อึ้งกับทัศนียภาพเพราะมันเป็นป่ามาก มีนกบินให้ว่อน มีปลาออกมาทักทาย (บางทีก็มี somebodyให้พนักงานตกใจ)
โดยที่มีแผ่นดินฝั่งขวามือเป็นประเทศไทย และแผ่นดินฝั่งซ้ายเป็นประเทศพม่าที่รกร้างเป็นที่ดินว่างๆ และมองไปลิบๆ ตรงยอดเขาก็จะเป็นประเทศลาว  ประเทศทั้งสามประเทศกั้นกันแค่แม่น้ำเองครับ

อธิบายต่อนิดหนึ่งว่าเวลาแขกเข้ามาพักที่เชียงรายส่วนใหญ่จะมาลงที่สนามบินเชียงราย แล้วโรงแรมจะจัดรถไปรับ จากนั้นก็จะขับมาเรื่อยๆ แต่จะไปอ้อมทางแม่สายแล้วเข้ามาทางหมู่บ้านสบรวก จากนั้นถึงจะเข้ามาทางท่าเรือ ซึ่งจะมีพวกผมไปรอรับอยู่


แต่การรับแขกทางเรือจะมีข้อจำกัดอย่างนึกคือ เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศไทยพม่าลาวว่า จะไม่ให้เรือแล่นไปมาในแม่น้ำหลังหกโมงเย็นโดยเด็ดขาด เพราะฉนั้นจะไม่มีแขกที่เข้ามาเช็คอินยามวิกาลอย่างเด็ดขาด

...ก็ธรรมชาติของลูกค้าอะเนอะ อะไรที่ห้ามๆ กัน สนใจซะที่ไหน
แล้วถ้าแขกต้องมาตอนกลางคืนล่ะ...
เราก็ต้องทำละวุ้ย

 

...แล้วข้อตกลงระหว่างประเทศล่ะ...
ช่างแม่ง...แขกมาก่อน


 

ครั้งแรกที่รู้ว่าแขกมาตอนกลางคืน ความรู้สึกผมคือ ข้อตกลงระหว่างประเทศแล้วไง

มันก็แค่ไปรับแขกตอนกลางคืน ไม่เหมือนกับตอนกลางวันคือมองไม่เห็น ประเทศพม่าคงไม่จ้างปลาตะเพียน กับนกกระจิบแทบนั้นมาเฝ้าหรอกมั้ง ถ้ามองไม่เห็นทางก็ใช้ตะเกียง ไฟฉายอะไรก็ว่าไป คิดเท่านั้นไม่ได้อะไรมาก


แต่คนขับเรือที่เป็นคนพื้นที่นี่ ทำตัวตื่นตระหนกเหมือนกับเป็นคนแรกของตำบลที่กำลังจะต้องขับเรือไปรับเจ้าหญิงจากดงมังกรไฟในนครต้องห้าม

มันจะดีเหรอ มันมืดนะ อันตราย ก็อ้างไปเรื่อย นี่ถ้าไม่เกรงใจก็คงอ้างว่ามีผีแม่ม่าย มีเปรตดักจี้ ปลาดุกหยาบคาย อะไรก็ว่าไปแล้ว

แล้วพนักงานต้อนรับส่วนหน้าที่โรงแรมในป่าในดงนั้น มีแต่ผู้หญิงครับ มีเพศชายอยู่สองคน คือผมกับเพื่อนอีกคน คนที่กร้านโลกที่สุดก็คือผม (แก่สุด...อยู่บนโลกมานานพอละ...ว่างั้น)

คืนนั้นหวยก็เลยออกที่วิชัยและแรมคนขับเรือ
โดยปกติเวลาไปรับแขกทุกครั้งจะต้องมีผ้าเย็นอยู่ในถาดและน้ำดื่ม แต่กลางคืนมีอย่างอื่นเพิ่มเข้ามาด้วยคือเทียนเยอะๆ กับตะเกียงเจ้าพายุสองอัน เทียนก็จะเอาไปจุดตามขั้นบันได ตามท่าเรือ ตะเกียงก็ใช้เวลาเรือแล่น วิชัยก็จะวุ่นวายหอบสิ่งของต่างๆ ประหนึ่งเจ็กจีนแดงหนีไฟสงครามเข้าประเทศทางด่านเจดีย์สามองค์


เราก็รีบครับ รีบมากเอาข้าวของโยนลงเรือ เอาตัวไปนั่งคาดเสื้อชูชีพ ยามอีกคนโดนลงมานั่งประจำที่ เจ้าแรมก็แก้เชือกเรืออย่างคล่องแคล่วกระโดดลงเรือ แล้วมายืนจังก้ามองหน้าผม

ไอ้แรมเป็นอะไร...เส้นประสาทตกร่องหรือผีศาลเจ้าเข้าสิงรึไง
แรมมันก็ยืนนิ่งๆ เหมือนทบทวนอะไรอยู่ เรือก็ไหลตามน้ำออกจากท่าอย่างช้าๆ (ท่าเดียวกับในตอนหางยาวนั่นแหละครับ)


แรม: ...พี่แว่นครับ...แล้ว...กุญแจเรือล่ะครับ
วิชัย: เอ๊าาาา!!! ไอ้แรมมม มึงเป็นคนขับเรือแล้วลืมกุญแจเรือ...มึงจะบ้าเรอะ
แรม: นึกว่าพี่จะหยิบมา
วิชัย: ไอ้บ้า! กุญแจมึงเก็บไหนกูยังไม่รู้เรื่องเล้ย

แรมหันกลับไปมองท่าเรือที่ตอนนี้ค่อยๆ ตีตัวออกห่างด้วยความเร็วห้าก้าวต่อหนึ่งวินาที หันกลับมามองหน้าผมเป็นคำถามว่า...แล้วไงต่อดีครับพี่ ถึงตอนนี้ไม่เปียกก็กลับไม่ถึงท่าแล้วครับพี่น้อง

วิชัย: มึงกระโดดลงไปเลยเร็วๆ อยากลืมกุญแจเอง
คือจะโดดเอง ก็ไม่ใช่เพราะเราต้องเจอแขก ไม่อยากให้แขกเข้าใจผิดคิดว่าเราว่ายน้ำวิบากมารับด้วยซิ ไอ้แรมจำต้องกล้ำกลืนคว้าเชือกผูกเรือแล้วกระโดดลงน้ำแล้วปีนท่าเรืออย่างทุลักทุเล ก่อนที่เรือมันจะลอยไปออกปากแม่น้ำโขง
แรมกลับมาใหม่ด้วยกุญแจและตัวที่เปียกโชกตั้งแต่หัวซึมเข้ากางกางใน ขึ้นเรือด้วยเสียงหัวเราะให้กับความหลงลืมของตัวเอง


ผมพึ่งรู้ว่าการขับเรือตอนกลางมีสามอย่างที่ไม่เหมือนกับตอนกลางวัน
อย่างแรกคือ ท้องฟ้าสวยมาก สารภาพตรงๆ คือผมไม่เคยเห็นดาวเยอะ และใกล้ขนาดนี้มาก่อน
มันใกล้ซะจนเราเผลอคิดไปว่าเราสามารถคว้ามันลงมาได้ แต่ก็กลัวว่ามันจะตกลงใส่หัว ดาวเรียงตัวอย่างไม่เป็นระเบียบ แต่สวยงามมากซะจนมีพลังสะกดให้ลืมตัวคอตั้งบ่าปากค้างมองดาวอย่างคนไม่เคยเห็นดาว
มาก่อน

อย่างที่สองคือ แม่น้ำจะสวยกว่าตอนกลางวันเยอะมาก แสงจันทร์เวลากระทบกับผิวน้ำมันวิบวับๆ ลึกลับแต่ชวนมอง คงเหมือนกับหญิงสาวในเธคละมั้ง คงจะคล้ายๆ ถึงแม้ผมจะไม่เคยเที่ยวเธคก็ตาม


อย่างที่สามคือ ขับเรือตอนกลางคืนระทึกใจกว่าตอนกลางวันสามถึงสี่เท่า ระทึกใจคือมันมองไม่เห็น เพราะตอนนั้นเป็นหน้าหนาวและมีหมอกบวกกับไอร้อนจากผิวน้ำทำให้มองทางไม่เห็นกันไปใหญ่

หันหน้าไปทางแรมคนขับ...หน้าตาระทึกว่าผมประมาณสิบห้าเท่าได้...

วิชัย: แรม ขับเร็วๆ หน่อยไม่ได้รึไง
ผมเร่งเพราะอยากให้ถึงที่เร็วๆ จะได้เอาเทียนไปจุดตามขั้นบันไดให้แขกเดินสะดวกๆ


แรม: ไม่ได้พี่ เสียงดัง แล้วก็มองไม่เห็นทางด้วยครับ
เสียงดัง...มองไม่เห็นทางแล้วไง ตอนนั้นมีตะเกียงหนึ่งอันแขวนไว้ตรงหัวเรือ และอีกอันแขวนไว้แถวคนขับ


วิชัย: แล้วทำไมเอ็งไม่เปิดไฟฉายเพิ่มล่ะ
ไม่พูดเปล่าครับ ผมสาดลำแสงไฟฉายไปทั่วแล้วครับ
แรม: ไม่ได้ครับพี่
แรมทำเสียงแตกตื่น


วิชัย: ทำไม
แรม: .....(กระซิบ)เดี๋ยวโดนส่อง
วิชัย: อะไรส่อง ส่องอะไร
แรม:(กระซิบเบาลงอีก)ท ห า ร พ ม ่ า ส ่ อ ง ครับพี่

 

วิชัย: อะไรนะ
แรม: เดี๋ยวโดนทหารพม่าส่องเอาพี่
วิชัย: พูดไปเรื่อย
แรม: จริงครับพี่ บางทีคนในหมู่บ้านผมยังโดนจับไปเลย


ขนหูตั้งเลยครับ ค่อยๆ มองไปรอบๆ ในความมืดมันรู้สึกเหมือนมีทหารพม่าประมาณสิบห้าคนยืนจับกลุ่มซดมาม่าจับตาดูความเคลื่อนไหวเราอยู่ แล้วมีทหารอีกห้าคนว่ายน้ำตามเรือ โดยที่อีกสองคนเกาะ
ท้องเรือไว้เรียบร้อยแล้ว

 

วิชัย:.....งั้น...เดี๋ยวกูไปดับตะเกียงข้างหน้าเรือด้วยดีปะ เราขับไปช้าๆ อย่างงี้ก็ดีอยู่แล้วนี่เนอะ ไม่เห็นต้องรีบเลยเนอะ

เหมือนวิชัยกับแรมค่อยๆ คลานต่ำไปขโมยมะม่วงลุงปืนโตข้างบ้าน

เราไปกันอย่างช้าๆ แรมขับเรือแบบช้าๆ ให้เครื่องยนต์เบาที่สุด แต่กระนั้นเราก็รู้สึกว่าไอ้เรือลำนี้มันโวยวายหาเรื่องเหมือนคนเมายาดองในร้านคาราโอเกะใต้ทางด่วนชอบกล

วิชัย: แรมครับ พี่ว่า...เรามาดับเครื่องแล้วพายเรือกันเลยดีมั้ย
แรม: ....
วิชัย: ....

แรม: พี่!! นั่นไฟอะไร
วิชัย: เอ่อ คนก่อกองไฟไงมึง
แรม: รู้แล้ว มันคนไทยหรือพม่าละ
วิชัย: กูว่ากูโทรกลับไปโรงแรมดีกว่ามั้ย แบบเรากลับกันเถอะ
ว่าแล้ว...สิ่งที่อยากทำที่สุดในโลก ก็ได้ทำคือยกมือถือโทรกลับโรงแรมเพื่อจะบอกว่า กูไม่ไหวแล้วนะ กูกลัวหัวขี้ปลิ้นแล้ว กูไม่ลงไม่รับแล้ว

 

 

"หมายเลขที่ท่านเอิ้น บ่สามารถเฮ็ดเวียกได้จั๊กบึ๊ดนึงเจ้า"
อีกาสองตัวบินผ่านหัวไป...ขี้ลงมาสองกองบนหัววิชัย

 


แช่แฟ้บบบบบ!!!! ศาสตร์!!!!

 


นี่เราตกอยู่ในวงล้อมของทหารพม่าและลาวแล้ว!!!!

 

วิชัยตั้งสติ ตั้งสติ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น สายแค่พันกับวันทูลาวเท่านั้น
ไม่เป็นไรวิชัย ใจชุ่มๆ พี่ริกวัชิรปิลันธ์บอกไว้ว่าความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง...อย่ากลัว

 โทรอีกครั้ง มีผู้หญิงรับสายทันที...

"ขออภัยคะ ขณะนี้ยอดเงินไม่เพียงพอต่อการโทรออก กรุณาเติมเงินด้วยคะ"

"ขออภัยคะ ขณะนี้ยอดเงินไม่เพียงพอต่อการโทรออก กรุณาเติมเงินด้วยคะ"


อ๊ากกกกกกกกกก ไอ้ห่วยป่วยแตกกาละแมร์ง่ามตูด!!

 

 

 

อยากเอามือถือปาให้ไกลถึงอังกฤษ!!!

 


คือจะกลับตอนนี้ก็สายเสียแล้ว จุดหมายที่เราต้องไปรับแขก ก็อยู่แค่ตรงนั้นเอง
เอ่อ...ก็ตรงที่เดียวกับ...ที่มีกองไฟนั่นแหละ

แรม: ยังไงดีพี่แว่น
โยนภาระให้กูอีก ยังไงล่ะ ให้กลับก็ไม่ดี ไปต่อก็ไม่ชัวร์
ดีเนอะ เหมือนเหลืออะไรให้เลือกเยอะเลย
เราก็ไปกันครับ

ปรากฎว่าไอ้กองไฟที่ว่ามันอยู่ฝั่งพม่าครับ เอาน่า เรามาทำมาหากินทหารพม่าเค้าเข้าใจ เค้าคงไม่ทำอะไรหรอก ขับเข้าไปใกล้แล้วครับ ดูจากเงาหนึ่งในสี่คนนั้นลุกขึ้นมาแล้วครับ

เอาแล้ว...บอกพี่เค้าก่อนเลยมั้ย ว่าอย่าเอาปืนยิงนะ เดี๋ยวศพไม่หล่อ
ไม่ต้องลักพาตัวด้วย...กินจุ เปลืองข้าวเปลืองแกลบเปล่า บอกดีๆ ก็ได้ เดี๋ยวกลั่นใจตายให้เอง ไม่ต้องลำบากพี่หรอก

วันนี้ได้ใช้ทักษะภาษาพม่าที่ร่ำเรียนมาจากคนงานที่บ้านแล้วครับ
ไม่ต้องให้อะไรต่อแล้วครับ วิชัยตะโกนออกไปด้วยเสียงที่เหี้ยมห้าวที่สุดก่อนเลยครับ
"แบหลูแหล่" เป็นภาษาพม่าแปลเป็นไทยว่า "นั่นใคร" เงานั่นชะงักไปพัก

"บาหม่าหลู่ลา" เป็นภาษาพม่าแปลเป็นไทยว่า "พม่าใช่มั้ย"

"อะไร! ฟังไม่ออก!" หนึ่งในเงานั้นตอบกลับมาเป็นภาษาไทย

 

 


โห...ไอ้แช่แฟ้บ!นี่ถ้ามีระเบิดมือนี่ รับรองปาหัวแตกเรียงตัวไปแล้ว ปล่อยให้กูกลัวอยู่ได้
"แล้วไปนั่งตรงนั้นทำไมลุง" ไอ้แรมสงสัยไม่พอใจด้วย
"มาย่างปลา...กินด้วยกันมั้ย"

คือผมกูกลัวจนขมิบรูตูดไปสี่สิบแปดรอบแล้วครับคุณลุง แล้วหนีออกจากบ้านรึไง บ้านช่องไม่กลับ แล้วนี่กินปลาที่ฝั่งประเทศไทยแล้วก้างจะติดคอรึไง ทำไมต้องถ่อไปกินไกลถึงเมืองนอกด้วย

แรมก็บ่นงึมงำๆ แล้วเอาเรือเข้าเทียบท่า เราเสียเวลาไปมากพอสมควรระหว่างทางเพราะใช้ความเร็วมากไม่ได้ ผมก็เลยรีบจัดแจงไปจุดเทียน จุดคบเพลิงต่างๆ ให้ทันเวลาที่แขกเข้ามา

พอจุดครบหมดทุกอย่าง แขกก็มาถึงพอดีเลยครับ
เหตุการณ์ระทึกรอบสองก็เริ่มจากตรงนั้น...รอบสองขากลับโรงแรมจะมากรี๊ดไล่บันไดเสียงไม่ได้ด้วยเพราะมีแขกอยู่ มันต้องมีมาดแล้วครับรอบนี้


แขกมาถึง...โอ้ว เกรท วันเดอร์ฟูล เพอร์เฟกค์ หยิบกล้องตัวควายออกมา แสงแฟลชแทบจะไปแทงตาไอ้ทหารพม่าที่เต้นระบำกองไฟย่างมาสเมโลว์ตรงริมป่าอีกฟากแล้วครับ
เอ่อ..พวกพี่รีบๆ ขึ้นเรือได้มั้ยครับ ผมกลัวครับ

ระหว่างทางกลับ แรมขับเรือ วิชัยถือตะเกียงอยู่ด้านหน้าเรือ ขับด้วยเสียง....ที่เบาที่สุดในโลก...
แขกสองนั้นไม่ต้องพูดถึง กรี๊ดสลบไปสี่ห้ารอบเพราะความสวยของบรรยากาศ ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ...มึงจะถ่ายอะไรนักหนา นี่ไม่ใช่สันเขื่อนภูมิพล

เวลานั่งเรือกลับโรงแรมจะตีโค้งสองครั้ง คือโค้งเลี้ยวซ้ายหนึ่งครั้ง และโค้งเลี้ยวขวาอีกครั้ง จากนั้นจะเข้าทางตรงก่อนถึงโรงแรม


เรือเลี้ยวโค้งซ้ายแล้วหนึ่งครั้ง แต่จู่ๆ แรมก็ดับเครื่อง

วิชัย: เป็นไรแรม
แรม: พี่วิชัยครับ มานี่หน่อยครับ
วิชัยก็เดินไปหาแรม กระซิบกระซาบกันเหมือนจะวางแผนตบทองกล้องและเงินดอลจากไอ้ฝรั่งคู่นี้
ส่วนฝรั่งคู่นี้ที่ว่า...ยังคงโอ้วก๊อด วันเดอร์ฟูลอยู่นั่นแหละ

แรม: พี่วิชัย...ผมจำไม่ได้ว่าอีกโค้งมันอยู่ตรงไหน
วิชัย: ....

ตอนนั้นมันมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว หมอกลงหนาแน่นมาก
ผมก็เลยต้องใช้ไฟฉายส่องเข้าตลิ่งทุกๆ หนึ่งนาทีให้แรมมองหาโค้งเอง (คนขับเรือจะจำได้น่ะครับ ว่าตรงไหนถึงโค้งรึยัง)
ขับมาได้ไม่นาน เรือก็เริ่มค่อยๆ เลี้ยวขวา ซึ่งพอพ้นโค้งนี้แล้ว ก็เข้าทางตรงที่ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว

เรือเลี้ยวขวาปุ๊บ วิชัยส่องไฟอีกครั้งปั๊บ

ไอ้เจ้ดดดดดดดดดด

 

 

 

นี่มันตลิ่งนี่!!!!

 

 

 

เหมือนจรวดติดมอเตอร์เสียงดังระดับโรงสีข้าว

แรมมมมมมมม!!! เสียงวิชัยก็ดังเหมือนโรงสีข้าวเช่นกัน

 

ปุ!

 

 

เรือแน่นิ่ง เหมือนหัวใจวิชัยที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ ผมหันไปมองหน้าแรม...
"แล้วไงต่อดีละ"
"พี่วิชัยครับ พี่ช่วยไปเอาเรือออกทีครับ"

เอาเรือออก...นี่มันพูดง่ายเหมือนมีเศษขนนกติดตรงปอยผมเลยเนอะ
แขกคืนนั้นก็เห็นสภาพพนักงานที่โคตรจะมีมาดในตอนต้น ยืนเก้ๆ กังๆ ปีนไปหัวเรือแล้วค่อยๆ ถีบตลิ่งออกมาอย่าง...โคตรจะอ่อนและไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย

เรือออกมาจากตลิ่ง อย่างไม่เท่ที่สุดในภาคเหนือตอนบน เรือก็เข้าสู่ทางตรงแล้ว ถึงตรงนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นห่วงแล้วครับ เพราะเห็นแสงไฟจากโรงแรม
หากจะโดนพม่าส่องจากตรงนี้จริงๆ ก็มีคนดักศพกูทัน ก่อนที่มันจะลอยออกแม่น้ำโขงเป็นอาหารปลาบึกละวะ

แขกถึงท่าอย่างโคตรรจะแฮ้ปปี้...โอ้ว วันเดอร์ฟูลเป็นครั้งที่สองล้านในรอบสิบนาที มีนายฝรั่งผมยืนเป็นพระเอกในชุดขาวต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมกล่าวทักทายอย่างมีชั้นเชิงว่า
"ผมรู้ว่าคุณชอบ...อยากลองอีกสักรอบมั้ย"

แขกหัวเราะร่วนกับมุกอันแสนแพรวพราวของเจ้าบ้าน
วิชัยเดินตามแขกขึ้นไปอย่างตัวแข็งๆ สบตากับนายฝรั่งหนึ่งที และส่งเป็นสัญญาณบลูทูทว่า "พ่อมึงซิ..."

ตื่นเต้นซะจนอดีนนาลีนจะล้นทะลักมาทางท่อปัสสาวะ...

วันต่อมาเหมือนรอบเอาคืนเพราะแรมลั่นวาจาว่า หากมีเหตุการณ์แบบนี้อีกขากุดตูดฉีกแค่ไหนก็ไม่มีทางไปเด็ดขาด ส่วนวิชัยนั่นเหรอ...ไว้เชิงครับ ไว้เชิง

"รอบต่อไปนะ...พวกมึงไปกันเอง...ไม่งั้นกูลาออกกกกกกกก!!"

มีการประชุมกันเกิดขึ้น พร้อมกับข้อสรุปว่า ต่อไปหากมีแขกมาเช็คอินตอนกลางคืน จะไม่รับทางเรือเด็ดขาด แต่จะรับทางรถแทน โดยรถลีมูซีนไปส่งที่เชิงเขาหลังโรงแรม จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงแรมก็จะเอารถจิ๊ปไปรับแขกเข้าโรงแรม ฟังแล้วสบายใจปลอดภัยเหมือนหลับตาถอดกางเกงในเป็นที่สุด

โรงแรมจะมีรถจิ๊ปโคตรโบราณอยู่สองคัน เอาไว้ใช้ขนของต่างๆ ในโรงแรม โดยรถจิ๊ปที่ว่านี่นะ มันโคตรจะเก่า เชื่อได้หากใครเห็นครั้งแรก ต้องคิดเหมือนผม"ไอ้วัตถุติดล้อนี่ มันวิ่งได้จริงๆ เหรอ"

ไม่นาน ก็มีแขกหลงมาเช็คอินรอบกลางคืนอีกจนได้...ทีแรก นายฝรั่งยึกยักทำเป็นความจำเสื่อมอยากไปรับทางเรือ ซึ่งก็ไม่มีใครขัดขืนครับ แต่เอ็งไปคนเดียวนะ ขับเรือเองด้วย
นายฝรั่งจึงต้องยอมไปรับทางรถแทน...


ครั้งนั้นก็มีนายฝรั่ง ชื่อเจสัน (อเมริกัน) อีกคนเบอร์สองชื่อกินโด้ (อินโด) มียามหนึ่งคน และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิชัย...(อะไรก็กู)

กินโด้เป็นคนขับ เจสันนั่งข้างคนขับ วิชัยและพี่ยามนั่งหลัง

คือทางที่ไปรับแขกทางรถ อยู่บนเขาหลังโรงแรม (ตัวโรงแรมอยู่ตืนเขา) เราจะต้องขับรถขึ้นเขา ไม่มีถนนด้วยครับ มีแต่ที่ว่างทีพอเรียกว่าถนนเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบจะเป็นป่า
ซ้ายป่า ขวาป่า โคตรป่า


รถไอ้แก่จะต้องไต่ถนนที่ชันประมาณ 30 องศาได้มั้งคือชันประมาณ เห็นแล้วท้อ เดินแล้วเมื่อยอะครับ วิชัยก็เตรียมข้าวของที่จะต้อนรับแขก เจสันและกินโด้ก็ลัลลาเมาท์กันอยู่ตรงรถ ยามอีกคนยืนตัวลีบๆ อยู่ท้ายรถ รอเวลาให้พนักงานขับรถโทรมาแจ้งว่าถึงที่หมายแล้ว ให้ขับรถไปรอที่จุดนัดพบได้

พอถึงเวลาปุ๊บ ทุกคนขึ้นรถ ผมและยามนั่งหลัง ซึ่งคราวนี้อุ่นใจกว่าทางเรือเยอะ เพราะมีนายเบอร์หนึ่งและเบอร์สองมาด้วย อีแก่ก็วิ่งผ่านห้องแขก เข้าสู่ทางตรงเพื่อขึ้นทางชัน
กินโด้จัดการเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำเร่งเครื่องเพื่อขับสวนทางชัน ไอ้แก่ก็วิ่งไปเข้าปะทะกับทางชันอย่างมีอายุ เสียงเครื่องยนต์ที่แก่พอๆ กับสภาพภายนอกของมันทำเอาพวกเรารู้สึกไม่ดีที่ต้องเอารถสูงอายุออกมาทำงานดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้


แล้วกันก็ท่าจะจริงที่ว่า เอาคุณแก่มาไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะรถไม่สามารถไต่ทางชันได้
วิ่งมาได้สักประมาณ 250 เมตร เจ้ารถก็แน่นิ่งอยู่กับที่ กินโด้เปลี่ยนเกียร์อีกครั้ง คราวนี้เดาว่าคือเกียร์หนึ่ง เสียงครืดๆ ดังมาจากสักที่ในรถ ทำเอาเราทั้งหมดเริ่มใจคอไม่ค่อยดี

กินโด้เร่งเครื่องอีกครั้ง เสียงดังสนั่นป่า แต่รถยังอยู่ที่เดิม


ครืดๆๆๆๆๆ

กินโด้อุทานสั้นๆ โอ้ว์ ชิท! เพราะรู้สึกว่าเมื่อกี้พวกเราเหมือนได้ยินอะไรสักอย่างมันหลุดออกจากรถ

 

รถทั้งคันมันวิ่งถอยหลังตามแรงโน้มถ่วงของโลกคร้าบบบบบ


ชีบบบบหายยยยยย!!!!

 

HIT THE BREAKKK!!! (เบรคซิวะ เบรค!! )

นายฝรั่งร้องเสียงสาวหลง

 

I HIT IT!!!  (กูเหยียบแหล่ววววว)

กินโด้ตอบด้วยเสียงที่สาวพอกัน...

 

 

ไวเท่าความคิด เจสัน ท่านนายฝรั่งกระโดดไปแล้วครับ ยืนตัวงอหัวเราะอยู่นอกรถแล้วครับ
แล้วเราผู้น้อยจะอยู่ทำไย


ตัดเป็นภาพสโลว์โมชั่น....วิชัยกระโดดหนีตายเอาชีวิตรอดกับพี่ยามอีกคน
ตัดเป็นภาพสโลว์จากอีกมุมสูง จอกแหนแตกตัวออกจากกันอย่างไม่สนชีวิตจากทุกทิศทุกทาง

เหลืออีกคน...

 

 

 

 

 


กินโด้คนขับ...

 

 

 

 

 

OH SSSSSHIIITTTTTTT!!!!

 

 

 


โชคดีที่กินโด้หักรถเข้ามาทางฝั่งสันเขา ไม่เลี้ยวไปอีกทาง ไม่อย่างงั้นคืนนั้นก่อนจะรับแขก คงได้เรียกทีมกู้ภัยมากู้ซากรถ แล้วออกตามงมศพกินโด้ตรงก้นเขา

รายงานความเสียหายเบื้องต้น รถไอ้แก่สภาพเป็นลมดับสนิท เจสันฮาซิกแพคไปเรียบร้อย ส่วนวิชัยใจระทึกแต่ก็อดหัวเราะกับเสียงสาวหลงของกินโด้ไม่ได้

ส่วนกินโด้เหมือนโดนหินกาบธรณีเข้าสิง เพราะตัวแข็งกำพวงมาลัย รำพึงเป็นคำสั้นๆ ว่า

โอ้ว ชิท....โอ้ว ชิท


คืนนั้นแขกท่านผู้มีเกีรติก็ได้รับเกีรติอันทรงคุณค่าเดินเข้าโรงแรมอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่มีรถไปรับอย่างที่เราตั้งใจไว้แต่แรก

 

คืนนั้นเจสันมีเรื่องเมาท์บนโต๊ะอาหาร กินโด้หน้าซีดเยี่ยวเป็นเลือดผสมอดีนนาลีนในระดับเข้มข้น

 

 

 

 

 

 


ส่วนวิชัยหลายปีต่อมา ก็มานั่งระลึกความหลังเล่าเรื่องตื่นเต้นปนความทุลักทุเลแต่เจือน่ารักอย่างมีความสุข...

 

 

 

 


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ว ชิท

ชายแดน =_=''' น่ากลัวได้อีกอ่ะ

#1 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-10-23 05:49

สงสารกินโด้เหลือเกิน ห้าห้าห้าห้าห้าห

โรงแรมนี้น่าไปพักจัง แต่ท่าทางจะแพงเลือดสาด

#2 By tapum on 2008-10-23 08:24

สนุกดีopen-mounthed smile

#3 By *บลาสต์ on 2008-10-23 08:42

การนินทานายนี่เป็นงานที่สนุกเสมอนะครับ เอิ๊กๆ...
สมกับการอั้นฉี่ไว้ ฮาโคตร.... อิอิอิ

#4 By ซับบาธ... on 2008-10-23 08:56

หนังเหนียวจริงๆsad smile confused smile

#5 By wesong on 2008-10-23 09:09

ฮาดีป่ะเฮ้ย ^-^
ท่าทางล่องเรือยามราตรีมันคงจะสวยวันเดอร์ฟูลจริง ๆ ล่ะค่ะ เหอเหอ
ตอนนั้นพี่คงเครียด แต่อ่านตอนนี้แล้ว โคตรขำเลยค่ะ ก๊ากกก

#7 By BeeJang on 2008-10-23 09:38

ชายแดน...แหล่งรวมเรื่องโอ้ว ชิท สินะคะ sad smile Hot!

#8 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-10-23 09:43

555+
โอ้วชิทททททททท
มันฮาได้อีกครับ
บาหม่าหลู่แหล่
เอิ๊ก ๆ ๆ confused smile Hot!

#9 By Marwinน่ารัก on 2008-10-23 09:44

โอ้วววชิท!!!
ระทึกใจเสมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยจริงๆ ค่ะsad smile

#10 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-10-23 10:03

โอวววว วั้นเด้อฟูลสะต๊อหรี่ Hot! Hot!
น่าไม่รับแขกจริงๆ ด้วย
คราวต่อไปถ้ายังมีแขกมายามวิกาลอีก ปล่อยให้นอนสนามบินไปเหอะค่ะ sad smile

ขำสิ้นชีพกับตาลุงนั่น...คงอยากได้บรรยากาศปิ้งปลากินที่ต่างแดน(ห่างเพียงแม่น้ำกั้น)มั้งคะ

ป.ล.รอเล่มสองอยู่นะฮะเฮีย

#11 By Liebestraum on 2008-10-23 10:04

ฮาcry

#12 By berserkrabbit on 2008-10-23 10:08

0[]o ว๊ากกก น่ากัววว

แต่ก้อหนุกดีนะ ><

#13 By ~松岡 虎~ on 2008-10-23 10:20

ขำหัวทิ่มไปแล้วครับ โดยเฉพาะตรงรถไหล confused smile confused smile confused smile sad smile

#14 By -----ROGER----- on 2008-10-23 10:56

ชีท!!!!!!!!!!
5555555555555555555
Hot! Hot!

น่าไม่(ไป)รับแขกจริงๆ!!

#15 By iDoi* on 2008-10-23 10:58

sad smile เหมือนยังกับรบภาคใต้
กร๊ากกก


Hot!

#17 By indybear on 2008-10-23 11:27

โอ้วชิทททททททท !!!
Hot!


ฮามาก คุ้มที่อั้นฉี่ไว้open-mounthed smile
โรงแรมที่เชียงรายนี่มีอะไรมาเล่าเืรื่อยๆเลยนะคะ

ฮ่าฮ่าฮ่า


น่าสงสารคุณกินโ้ด้นะเนี่ย

confused smile confused smile

#20 By เจน on 2008-10-23 11:54

sad smile โอ้ว ชิท
ฮาตรงแท้กจะปิ้งปลาทำไม 555
นั่นสินะคะ 55

#21 By นานาาา on 2008-10-23 11:58


ทรี่นี้อารมณ์มีความสุขดีจัง..หนุกๆ big smile

นั่งเรือกลางคืน ดูดาว เชียงราย..อยากสัมผัสบ้างจริงเชียว ลุ้นดีอีกตะหาก 555++

#22 By OriJINT (125.24.42.198) on 2008-10-23 12:17

....ปลาดุกหยาบคาย

วิชัยทำตูอีกแล้ว....

การทำงานที่เราชอบนี่มันดีจริง ๆ นะ ยังไงก็ต้องมีความทรงจำดี ๆ อยู่บ้างล่ะน่า

ว่าจะพูดหลายทีแล้ว เจ้านายพี่น่ารักเป็นบ้าเลย

#23 By ++Wadoiji++ on 2008-10-23 12:18

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เอ้า ลืมให้ 5ดาว ตามโรงแรม open-mounthed smile

#24 By ++Wadoiji++ on 2008-10-23 12:19

โอ้วววว ชิททท


นึกว่าจะตกเขาซะแล้วครับ sad smile

#25 By Zairen_Bibliophobia on 2008-10-23 12:36

ฮาแตกอีกแล้วเฮียวิชัยconfused smile

#26 By General เบ๊ on 2008-10-23 12:37

ระทึกปนฮาเลยครับ confused smile

ปล.อยู่ชายแดนต้องระวังโดนส่องจริงๆนั่นล่ะครับ sad smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By SkyKiD on 2008-10-23 12:39

555555555 โอ้วชิท
โอ้ว ชิท !!! sad smile

#29 By PaePae on 2008-10-23 13:34

ปิ้งปลาที่ต่างประเทศ ... เอิ่มม... ลู๊งงง~!! - -*

#30 By Minuet on 2008-10-23 13:50

5555

ยาวได้ใจของจริงค่ะ

แต่สนุกนะค่ะ

ตื่นเต้นดีค่า

#31 By JokeKo on 2008-10-23 14:54

ฟังดูแบบ action ฮอลลี่วูด มากๆ ฉาก กระโดด ออกจากรถ ส่วนฉาก ลงเรือก็ ออกแนวหนัง rambo เลย 55+ Hot!
ฟังดูแบบ action ฮอลลี่วูด มากๆ ฉาก กระโดด ออกจากรถ ส่วนฉาก ลงเรือก็ ออกแนวหนัง rambo เลย 55+ Hot!
55555555555+++ เฮ๊อออออ เห็นภาพเลยนะคะเนี่ยที่เล่ามา

โห ถ้ากระโดดออกมากันไม่ได้....

แล้วเจ้านายเค้าตัดสินใจโละคุณแก่ทั้งหมดทิ้งเลยมั๊ยเนี่ย

#34 By ~ E m i l y ~ on 2008-10-23 15:15

น่าสนุกดีนะครับ question

#35 By bellbell on 2008-10-23 15:44

ไม่มีความเห็นครับ ฮาอย่างเดียว confused smile

#36 By Buffo on 2008-10-23 16:03

โอ้ ชิท โอ้ชิท ..

นึกภาพออกเลย กะลังขำ

#37 By Try-Me :: PoPPo on 2008-10-23 16:12

ฮา เจงๆ วันหลังจะไปมั่ง
555+big smile

#38 By miiself on 2008-10-23 16:52

ขำอ่ะconfused smile

#39 By n'o-kanok on 2008-10-23 17:09

โอ้ว ชิท sad smile

#40 By Nina* on 2008-10-23 17:23

หุหุ.. ไปชายแดนก็ต้องระวังโดนส่องกันหน่อยล่ะค่าsad smile
เพื่อนบ้านเค้าไม่ค่อยเกรงใจ เหอๆ

#41 By SweetPuff on 2008-10-23 17:26

confused smile ประสบการณ์หรรษาเฮฮากันอีกแล้ว
น่ากลัวนะคะเนี่ย ขนาดขัรถบนเส้นทางที่ไฟน้อยๆยังมองทางลำบากเลย
มาทางเรือแบบมืดๆ ไม่เห็นทางข้างหน้ายิ่งแล้วใหญ่ เพราะเรือมันไม่ได้เบรกแล้วหยุด อิอิconfused smile

#42 By หนูพุก on 2008-10-23 17:47

กร๊ากกกกก!! ฮาได้ใจมากครับพี่ ^o^ (ฮาตอนที่ฝรั่งเล่นถ่ายรูปกันบนเรืออะ) แบบ...นะ...ไม่เข้าใจสถานการณ์เล้ยยยยพวกนี้

ส่วนรถอีแก่ก็...หวาดเสียวอยู่ใช่น้อยเลยนะ(ตอนรถไหล)แต่ก้ฮาอบู่ดีแหละ 5555

ไว้มีเรื่องมาเล่าสนุกๆอีกนะคร้าบบบ ^o^/

#43 By Gu_Tango on 2008-10-23 18:11

สนุกดีเนอะ..
อยากไปนั่งเรือหางยาวยามค่ำคืนมั่งจังsurprised smile

#44 By nudee on 2008-10-23 18:35

กร๊ากกกกกกกกกกกกกก

Hot! Hot!
ยาวครับแต่โคดฮาเลย

#46 By shura ซัง on 2008-10-23 18:41

เคยมีเรื่องลืมบัตรประชาชนมั้ยครับพี่ ผมเคยนะ เสียวใช้ได้ cry

#47 By ตุ้ย since 2006 on 2008-10-23 18:47

สนุกมากๆ
ออกสักเล่มเอาเรื่องที่เชียงรายอย่างเดียวเลยได้ป่ะ
สนุกๆๆ

#48 By Angieambrosia on 2008-10-23 18:51

ท่าทางโรงแรมนี่จะไปยากกว่า ร.ร.ฮอกวอร์ต อีกนะเนี่ยะ sad smile

#49 By oatato on 2008-10-23 19:25

โห เล่นจริง ไม่ใช้สลิง ไม่มีสตั๊น
วิชัยล้วนๆ ไม่ผสมนมผง...

แหม่....

#50 By # Hyokito # on 2008-10-23 19:30