ทั้งหมดนี้...คิดเอาเอง

posted on 17 Nov 2008 04:16 by doggiestyle  in iloveit

อยากอ่านแบบมีเสียงให้กด แต่คิดว่ารำคาญ ก็อ่านเลย...

 

 

มีคนบอกไว้ว่า โลกเราเล็กลง
ซึ่งผมคิดว่ามันจริงอย่างที่เค้าพูดกันจริงๆ "โลกเราเล็กลง"
และด้วยขนาดที่ย่อส่วนเล็กลงมานั้น มันก็ไม่แปลกถ้าจะทำให้โลกเหมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม

และอย่างเดียวที่ทำให้โลกเล็กลงและหมุนเร็วขึ้นจะเป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก อินเตอร์เนท

ทุกวันนี้โลกเล็กลงเพราะ เราสามารถติดต่อเพื่อนที่อยู่คนละซีกโลกได้อย่างง่ายดาย
และเราก็มีเพื่อนเยอะขึ้นเช่นกัน เอาแค่ฮิห้าของใครสักคนที่ผมเคยแอบเข้าไปดู เชื่อมั้ยว่ามีเพื่อนอยู่ร่วมๆ แสนคน พระเจ้าเถอะ!! นี่แกเป็นพระสันตะปาปารึไงวะ


จะว่าผมเองก็เป็นเพื่อนกับวงไทเทอีกตังหาก โดยที่ผมไม่รู้ว่าไทเทจริงๆ รู้จักผมรึปล่า
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะไทเทมาขอผมเป็นเพื่อนด้วยเว้ย...ขี้ๆ ซะทีไหน

ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้โลกเราเล็กลง ผมว่าคนเราเดี๋ยวนี้มีช่องทางในการรู้จักกันเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ผมอยู่ม.หกแล้วจีบน้องหนิงห้อง4/9นั้น

...มันยากบัดซบสิ้นดี
ทุกๆ เช้าผมต้องรอน้องหนิงหน้าโรงเรียน เพียงเพื่อเห็นหางคิ้วขวาเธอสองวินาที
ทุกๆ เย็นผมจะแอบไปรอน้องหนิงที่หน้าประตูโรงเรียน เพียงเพื่อจะเห็นหางซ้ายของเธออีกสามวินาที ไหนจะต้องแอบไปสืบให้ได้ตารางเรียนของเธอเพื่อจะได้เจอบ่อยๆ อีก

กว่าจะได้คุยกันก็ปากันเกือบเทอม!

ผมแทบจะต้องเลี้ยงข้าวไอ้เพื่อนอาทิตย์นึงได้ เพื่อให้มันแอบเอาที่อยู่บ้านน้องหนิงมาให้ได้
พอได้มาก็นั่งแต่งจดหมายอีกสองชั่วอายุเต่า ส่งไป รออีกสี่ห้าเมื่อย น้องหนิงตอบกลับมา ส่งกลับไป รออีกห้าเมือก ทำอยู่เป็นเดือนๆ กว่าจะได้หมายเลขโทรศัพท์บ้านน้องหนิง พอได้เบอร์โทรบ้านน้องหนิง ก็ต้องมาฝ่าด่านโหดกับพ่อแม่น้องหนิงอีกกว่าจะได้คุยกับน้องหนิง


นี่...ไม่นับวันไหนเกิดมีวิญญาณเทพบุตรสงครามโลกเข้าสิง วิชัยขับมอเตอร์ไซค์ตากแดดฝ้าลอกไปหาน้องหนิงเพื่อได้คุยกันสองสามคำ ลำบากอย่างกับขี้ในห้างแล้วไม่มีกระดาษเช็ดตูด!

ตอนนี้น้องหนิงที่ว่าอยู่หลืบไหนของทวีปแล้วก็ไม่รู้ครับ...

สมัยนี้มีอะไรบ้างละที่เราจะรู้กันได้ เบอร์มือถือ ที่อยู่อีเมล ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค และอะไรอื่นๆ ซากอ้อยเยอะไปหมด ด้วยโลกที่เล็กลงทำให้คนเราเดี๋ยวนี้รู้จักกันง่ายขึ้น รักกันง่ายขึ้น
แต่ด้วยโลกที่เล็กลงก็ทำให้ตัวมันเองซับซ้อนขึ้นมากเช่นกัน

คนเรารู้จักกันง่ายขึ้น แต่เราก็ไม่ได้เหงาน้อยลง อินเตอร์เนททำให้เราอยู่ใกล้กันมากขึ้น
อยู่ท่ามกลางคนหมู่ที่มากขึ้น เพียงเพื่อที่จะได้บอกให้ทุกๆ คนว่า กูไม่ได้เหงาน้อยลงเลยว่ะ

 

คนเราที่รักกันง่ายขึ้น แต่ด้วยความซับซ้อนของสังคม ผมว่าเดี๋ยวนี้คนเราแต่งงานกันน้อยลงนะ...อันนี้คิดผมไปเองคนเดียวนะครับ...


เมื่อก่อนคนเรารักกันแต่งงานกัน แต่เดี๋ยวนี้เวลาผมคิดถึงเรื่องแต่งงานแล้ว...ผมเจ็บไตว่ะ
เราต้องไปเช่าชุดแต่งงานนะ ต้องไปถ่ายรูปแต่งงานนะ ต้องมีจัดงานแต่งงานนะ ต้องจัดงานเช้านะ ต้องจัดงานเย็นนะ มันเริ่มจะเกินกว่าเรื่องของคนสองคนแล้วครับ


ตอนพวกกูจีบกัน ไม่เห็นมีใครมาช่วยแชร์ค่าดินเนอร์ หรือช่วยออกค่าเครื่องบินเวลากูไปเที่ยวเลยวะ แต่ตอนแต่งงานกันกูเสือกต้องมาคิดแทนทุกคนซะงั้น


อันนี้ผมแค่แอบต่อต้านเล็กน้อยนะครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ ผมก็คงจะต้องทำตามระบบมันอยู่ดีแหละ

ด้วยทุกๆ อย่างที่มันเล็กลง สะดวกมากขึ้น ผมว่าโดยที่เราไม่รู้ตัว เรามีความอดทนที่น้อยลงเช่นกัน
ทุกวันนี้เราแทบจะไม่ต้องรออะไรเลย หาข้อมูลอะไรที แค่ถามหาพี่กู เราก็ได้ทุกอย่างไว้ในจอคอมของเราแล้วครับ แล้วไอ้การที่เรามีข้อมูลทุกอย่างไว้ในคอมเราด้วยปลายนิ้วคลิ๊ก แล้วเราก็ว่าตามคิดตามที่แบบที่ "คนอื่นๆ ว่ากัน"

อันนี้ขอยกคำพูดของพี่โหน่งครับ พี่โหน่งบอกว่าเด็กสมัยนี้มักจะว่าตามคนอื่น
คนอื่นบอกว่า หนังอืดๆ ไม่สนุก เราก็ว่าตามชาวบ้าน แล้วเราก็คิดตามชาวบ้าน
บางทีทำให้เราพลาดอะไรบางอย่างไปได้เหมือนกัน

ตอนที่ฟังพี่โหน่งพูด ผมนึกถึงหนังสือเรื่องกระสือวาเลนไทน์ ที่ผมไปได้ยินเค้าว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ไม่หนุก ช้า อืด วันนึงไม่มีไรดู เลยไปเช่ามา...มันก็ไม่ได้แย่เท่ากับที่คนอื่นพูดนี่หว่า

ผมเคยอ่านเจอในหนังสือฟาสฟู้ดธุรกิจของหนุ่มเมืองจันทร์ว่า "คำว่าแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลยนอกจากการตลาดของยาสีฟันที่อยากให้คนเราใช้ยาสีฟันให้บ่อยขึ้น"
ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ นั่นแหละ

การที่ข้อมูลต่างๆ มันอยู่ตรงนั้นทั้งหมด นอกจากทำให้เรามีความอดทนน้อยลงแล้ว มันก็ยังทำให้เราชินที่จะมีข้อมูลต่างๆ ให้แน่นหนา จนบางทีมันก็ทำเราไม่ค่อยชินกับการที่ต้องรับมือกับสิ่งที่เป็นไปตาม "คนอื่นๆ ว่ากัน" ซักเท่าไหร่
เหมือนหนังบางเรื่องที่ใครๆ ก็ว่าสนุก และเราก็พลอยคิดว่าแม่งสนุก เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้สนุกเท่าไหร่นี่หว่า

ตั้งแต่เขียนโรงแรมเป็นเรื่องเป็นราว ก็มีน้องๆ หลายคนส่งเมลมาถามผมเรื่องโรงแรมเยอะอยู่เหมือนกัน บางเรื่องผมก็ตอบ บางเรื่องผมก็เลือกที่จะไม่ตอบ
เพราะผมเชื่อว่า บางอย่างควรจะเหลือให้พื้นที่ของความไม่รู้บ้าง ให้มันเซอร์ไพร์สเราบ้าง ให้เราตื่นเต้นบ้าง เหมือนที่ผมอ่านเจอจากที่ไหนซักแห่งว่า

 

ตอนเด็กๆ ให้เจียดเวลาลองทำอะไรผิดๆ ให้เยอะๆ

เพราะถ้าโตขึ้นมาเมื่อไหร่เราจะไม่เหลือเวลาให้เราทำผิดได้อีก

 

มันเหมือนๆ กับที่เราเดินทาง แล้วเกิดหลงทางนั่นแหละครับ ตอนที่หลงทางอยู่อาจจะค่อยไม่สนุก เพราะเสียเวลา แต่บางทีเราก็ลืมไปนะว่า หลงทางมันก็เท่ากับการที่เราได้เดินทางเพิ่มขึ้นแหละ
แล้วเชื่อผมซิ เมื่อเวลาผ่านไป ไอ้ตอนที่หลงทางนั่นแหละ จะเป็นตอนที่สนุกที่สุดเวลาที่ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังเลย


ผมไปเสม็ดมาหลายครั้งมาก แต่น่าแปลกใจที่สุดที่ผมจำครั้งแรกได้เสมอ ไม่ใช่เพราะมันเป็นครั้งแรกนะครับ แต่ครั้งนั้นผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเสม็ดเลย ไปกับมยุรี นั่งรถเมล์กันแบบงงๆ ขึ้นเรือแบบมึนๆ เดินหาที่พักกันแบบ...ไม่รู้อะไรเลย และครั้งนั้นก็สนุกที่สุด สนุกที่เราไม่รู้อะไรเลย

 

 

 

ด้วยเวทมนต์ของเจ้าอินเตอร์เนทที่ทำให้โลกเล็กลง หมุนเร็วขึ้น

เราก็ต้องเป็นคนที่ใช้มันนะครับ ไม่ใช่ให้มันมาสั่งเรา

ไม่รู้จะทำยังไง ให้เราลองไปเที่ยวที่ไหนสักที่โดยที่ไม่รู้จักสักครั้งซิ หลงทางนิดหน่อยให้พอขัดใจ พอเวลาผ่านไปซักเดือน ลองกลับไปมองเวลานั้น แล้วเขียนบลอกดู...

 

 

 

ถึงแม้มันจะโง่บัดซบทุลักทุเลปาเจโร่ชิบหาย...

แต่เอ๊ะ...ทำไมเขียนคล่องเชียววะ

เฮ้ย! อ่านเอง สนุกอีกตังหาก...


 

 

 

 

ว่าแต่ ทั้งหมดที่บ่นมา มันจริงรึเปล่าไม่รู้นะ...เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ วิชัยคิดเอาเอง

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หลงทางอยู่ใน exteen ขอรับ
บางทีหลงไปหลงมาก็ทำให้เจอะบล็อกดีๆ มากมาย open-mounthed smile

ส่วนหลงทางในชีวิตจริง หลงบ่อยอยู่แล้วขอรับ
ไปไหนก็หลง ต้องโทรเรียกพี่มารับบ่อยๆ

#1 By นักรบ on 2008-11-17 04:37

ความรัก...อืม...
เห็นด้วยมากในส่วนที่ว่า อินเตอร์เน็ตทำให้โลกเล็กลงแต่ซับซ้อนมากขึ้น

แต่อันที่จริงแล้ว มันอาจไม่ได้ซับซ้อนมากขึ้น แต่มนุษย์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนอยู่แล้ว แต่เมื่อก่อนเราอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเรื่องราวของคนอื่นมากเท่านี้ ตอนนี้เรามีที่ให้อ่านความคิดของคนอื่น การผูกสัมพันธ์ในแบบที่ต่างออกไป เราจึงได้สัมผัสความซับซ้อนของมนุษย์มากขึ้นด้วย จึงรู้สึกว่ามันซับซ้อนขึ้น

อีกอย่างที่ว่า คนเรารู้จักกันง่ายขึ้น แต่เราก็ไม่ได้เหงาน้อยลง อันนี้ก็รู้สึกว่าจริง... เพราะมนุษย์ขี้เหงา มนุษย์จึงเป็นสัตว์สังคม? ฮ่ะ ๆ

สิ่งมีชีวิตพวกนี้ถึงจะวุ่นวายซับซ้อนแต่ก็มีความน่ารักอยู่เหมือนกัน

อ่านตรงแท็กแล้ว... อา...นี่เป็นการขอเราแต่งงานทางอ้อมสินะ~ อุฮิ~ เขินจัง~ (/โดนวิชัยตบกระเด็นด้วยถุงแฟ้บ)

#2 By ++Wadoiji++ on 2008-11-17 05:47

ให้ข้อคิดเยอะมากเลยค่ะ
ยิ่งหลงทาง ยิ่งได้การเดินทาง
เคยหลงมาเยอะแล้วเหมือนกันค่ะ จนสุดท้าย ก็กลายเป็นประสบการณ์ชีวิตของเรา
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By mils12 on 2008-11-17 05:54

บางทีอะไรที่มันช้าๆ แต่ก็ได้มาซึ่งความหมายดีนะ เหมือนกับว่าเราได้มีเวลาเก็บเกี่ยวความประทับใจไม่ให้มันหมุนผ่านเราเร็วจนเกินไปbig smile

#4 By ~NuDeE~ on 2008-11-17 06:07

sad smile อ่านไป ปลื้มไป งงไป ...ไปหมดแล้วครับ
พี่วิ Hot!

#5 By Marwinน่ารัก on 2008-11-17 06:45

คนเรารู้จักกันง่ายขึ้น แต่เราก็ไม่ได้เหงาน้อยลง อินเตอร์เนททำให้เราอยู่ใกล้กันมากขึ้น
อยู่ท่ามกลางคนหมู่ที่มากขึ้น เพียงเพื่อที่จะได้บอกให้ทุกๆ คนว่า กูไม่ได้เหงาน้อยลงเลยว่ะ

-- โดนมากค่ะพี่ เพราะตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น มีไว้เล่นเอ็มเพื่อจะบอกเพื่อนๆที่ไทยว่ากูก็เหงาเหมือนอย่างทุกวัน



มันเหมือนๆ กับที่เราเดินทาง แล้วเกิดหลงทางนั่นแหละครับ ตอนที่หลงทางอยู่อาจจะค่อยไม่สนุก เพราะเสียเวลา แต่บางทีเราก็ลืมไปนะว่า หลงทางมันก็เท่ากับการที่เราได้เดินทางเพิ่มขึ้นแหละ
--- อันนี้จริงค่ะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หลงไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ แต่ก็อย่างว่าแหละ ยิ่งหลงก็จะยิ่งทำให้เราเก่งขึ้น แล้วครั้งต่อๆไปก็จะไม่หลงอีก...แต่ก็อย่างที่พี่บอก เวลาเราจะเล่าให้ใครฟังก็มักจะเลือกครั้งที่หลงให้ฟังมากกว่า เพราะมันมีอะไรตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ฮ่าๆๆๆๆๆๆbig smile

Hot!
หลงทางก็ชอบนะคะ แต่อย่าให้เสียเงินเพิ่ม.. -_-;

เห็นด้วยทุกประการค่ะ ^_^

#7 By Hayashi Kisara on 2008-11-17 07:27

เอนทรี่นี้เจี๋ยเห็นด้วยทุกประการเลยนะพี่
แบบว่าความคิดพี่ตรงใจมากๆ
จัดไปเลยค่ะ เอาให้สำลักดาวกันไปเลย
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ความเหงา ทำลายได้ด้วยการเจริญพระกรรมฐาน ครับ

ความเหงา เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ที่ตกตะกอนแล้ว หลังจากพยายามเสพกามคุณ ๕ จนเลี่ยน

มาปฏิบัติธรรมกันดีกว่า ครับ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#9 By Dhammasarokikku on 2008-11-17 08:16

เห็นด้วยสุดๆกะเรื่องแต่งงานค่ะ

ตอนจีบกันไม่เห็นมีใครมาช่วยแชร์ค่าดินเนอร์ ดูหนัง หรืออะไรต่างๆนานา

แล้วทำไมถึงเวลาแต่งเราต้องไปเลี้ยงเึค้าด้วยฟระ (ออกแนวงก)

พูดถึงโลกเล็กลงแล้วคิดถึงคำพูดของเฮียกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ที่ว่า "โลกมันก็เท่าเดิม เพียงแต่มันน่าอยู่น้อยลง"

เอิ๊ก....ไม่เกี่ยว *กลิ้งหนี*

#10 By ::.::Taraki::.:: on 2008-11-17 08:21

อ่านแล้วต้องบอกว่าเห็นด้วยหลายเรื่องเลยค่ะพี่วิชัย ที่แน่ๆ เลยก็คือเมื่อมีอินเตอร์เน็ตแล้วเรารู้จักคนมากขึ้น แต่ไม่ได้เหงาน้อยลง เพราะบางครั้ง (ความจริงคือหลายครั้ง)ฟูจังก็นั่งเหงา เฟลหน้าคอมอยู่เหมือนกัน

ส่วนการหลงทางนี่ก็สนับสนุนว่าจริงนะคะ เพราะโดยพื้นฐานแล้วฟูจังเป็นคนที่ชอบหลงทางเป็นอาจิณนั่นเอง ไปไหนมาไหนที ต้องถามคนนู้นคนนี้วุ่นวาย แต่มันก็สนุกดี เพราะบางครั้งเราได้เจออะไรใหม่ๆ และได้รับน้ำใจดีๆ จากคนแปลกหน้าด้วย big smile

แหม..รู้สึกว่าตั้งแต่แอด fav บลอคพี่วิชัย ชีวิตเราจะมีอะไรขึ้นเยอะนะเนี่ย ฮิ้ว question

#11 By ฟูจัง~* on 2008-11-17 08:25

หลายประเด็นในเรื่องเดียวกัน
ไอ้เรื่องเหงานี่ขอเหอะ เจอหน้าเพื่อนในเน็ตที่ไรมันก็ไม่เคยหยุดบ่นเรื่องเหงาซักที
เรื่องแต่งงานก็เหมือนกัน

คุยกันกี่รอบก็ไม่จบค่ะ

หรือว่าเราจะโนหลอกลวง ล่อหลอก อุปทานหมู่ไปกันเองว่ามันเป็นปัญหาที่ต้องคุยกัน sad smile

#12 By ファ-ン on 2008-11-17 08:46

เที่ยวแบบหลงทางหน่อยๆสนุกจริงๆครับ เห็นด้วย confused smile

แต่ผมว่าอย่างศาลาแดงดึกๆนี่ก็คงไม่น่าหลงเท่าไรนะครับ

#13 By -----ROGER----- on 2008-11-17 09:12

โย่วทายเทมาฟักเก้อออ
โย่วทายเทมาฟักเขียววว
โย่วไทเทมาฟักแม้วววว

อะไรเนี่ย...
เอ...แต่สำหรับเรา อินเตอร์เน็ททำให้เราเหงาน้อยลง เพราะเรามีเพื่อนอยู่ในนั้นมั้ง สามารถติดต่อกันได้ เป็นคนไม่ชอบโทรศัพท์ ส่วนตัวคิดว่าคนเรามันจะเหงามากเหงาน้อยก็ที่ใจ ถ้าเหงาแล้วมัวแต่นั่งสะกดคำว่า เ-ห-ง-า กับตัวเอง ให้ตายก็ไม่หาย ไปหาอะไรอื่นๆ ทำ อย่าอยู่กับตัวเอง ซึ่งเน็ทก็ช่วยได้ แต่เสียที่ว่าบางคนช่วยให้ตัวเองหายเหงาแบบผิดๆ - -" เป็นปัญหารักกันง่ายแต่แต่งงานกันน้อยรายจริงๆ

คนบางคนเป็นพวกอาศัยบนโลกนี่ในพื้นที่ส่วนตัวลำพังไม่ได้ ในขณะที่บางพวกอาศัยในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองคนเดียวได้ คนพวกหลังคิดว่าไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่ เว้นแต่แกเกลียดการออกไปเจอคนนอกโลกแก เมื่อนั้นก็ฮิคิโคโมริเลยทีเดียว

โลกไวขึ้น คนได้อะไรมาไวขึ้น ใช้สติน้อยลง ไตร่ตรองน้อยลง sad smile

...เด็กสมัยต่อมาก็ว่าตามประภาส

ถัดมาอีกก็ว่าตามพี่โหน่ง

และอีกไม่นานอาจว่าตามวิชัย double wink

ขึ้นอยู่กับอัตราการเบ่งกล้ามและปริมาณแสงเฮ้ากวงbig smile

เด็กบางคนอาจว่าตามกันเพราะกลัวโดนต่อย

ดังนั้นเราควรเล่นกล้าม แต่อย่าเบ่ง...sad smile

เอ๊ะ!...นี่กูพูดอะไรโคตรจะเกี่ยวกันเลย แบร่ ๆ ก๋าก๊ะ ๆ

ผัดไท ไข่เยี่ยวม้า กาก้า โกโก้.....


ปล.เราก็ว่ากระสือวาเลนไทน์ไม่สนุกล่ะวิชัย

ไม่ได้แย่..แต่ผิดหวัง
คิดว่าจริงมากๆค่ะ

พี่คนหนึ่งเขาไปเที่ยวกับทัวร์ที่ต่างประเทศแล้วมาเล่าให้ฟัง
วันแรกๆก็ไปเที่ยวตามกำหนดการแบบชะโงกทัวร์ทั่วไป รีบๆเดิน รีบๆจ้ำ รีบๆถ่ายรูป ประมาณว่าแค่ให้รู้ว่ามาถึงแล้วนะ
แต่วันนึงเขาตื่นเช้าก่อนเวลาเลยออกไปเดินเล่น นอกเมืองนั้นมีอะไรสวยกว่าที่ "คนอื่นๆว่ากัน" อีกค่ะ เขาถ่ายรูปโดยใช้อารมณ์และจินตนาการจริงๆ
เขาเอามาให้ดู เปรียบเทียบได้เลยว่าภาพสองชุดมีอะไรต่างกันมากๆ

ตอนนี้คิดว่าตัวเองยังพอโชกดีค่ะที่บ้านอยู่บ้านนอกบ้าง
ไม่ต้องใช้เวลาเดินตามใครให้หมดไปวันๆแบบรวดเร็วนัก
ได้เจออะไรอีกมากมาย ได้เห็นสิ่งแปลกๆที่ชอบและไม่ชอบ แต่ก็เป็นเรื่องที่เมื่อคิดกลับไปแล้วดีมากๆค่ะbig smile

#17 By ต้า on 2008-11-17 11:53

finding neverland

#18 By Hanaka on 2008-11-17 12:11

เออ..จริงแฮะ

เหอๆbig smile
เยี่ยมมากเลยครับง
หนุ่มเมืองจันทน์เล่มไหนนะครับ ^^! อืม ก็จริงนะ แปรงฟันหลังอาหาร=การตลาด แต่ผมว่าไม่แปลงมันมีกลิ่นเวลาคุยกับแขกน่ะนะ confused smile

คำคมเจ๋งนะ

แล้วเชื่อผมซิ เมื่อเวลาผ่านไป ไอ้ตอนที่หลงทางนั่นแหละ จะเป็นตอนที่สนุกที่สุดเวลาที่ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังเลย

คุณวิชัยไม่ได้คิดเอาเองหรอกครับ มีคำคมของใครสักคนเคยบอกไว้จริงๆว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่เป้าหมาย แต่การเดินทางต่างหากสำคัญกว่าเป้าหมาย surprised smile Hot! Hot! Hot!

ปล.แทกแนวมาก
ปอนเห็นด้วยทุกประการเลยครับ ด้วยอะไรที่ได้มาเร็วๆ ง่ายๆ มันทำให้คนหยาบขึ้นทั้งๆ ที่มี Input ละเอียดแต่คนก็ไม่ได้เอา Input ไปวิเคราะห์แต่เลือกที่จะเชื่อมันเลยคนก็เลยหยาบมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ สมัยนี้การได้ไปสอนทำให้เห็นได้ชัดเจนเลยครับว่าการวิเคราะห์ได้จากตัวเองของเด็กๆ ลดลงไปมากๆ ทำให้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาเลย..เพราะเค้าว่ากันอย่างนั้น

แล้วที่สำคัญเด็กเหล่านั้นก็รอคอยที่จะให้เราฟันธงบอกกล่าวว่าอะไรคืออะไรโดยไม่ไปแสวงหาเปรียบเทียบแล้วก็วิเคราะห์เอาเองangry smile

แล้วทุกวันนี้..ไทยเราก็มีปัญหาเพราะเชื่อตามที่คนอื่นเค้าว่ากันมาว่าอย่างนี้ดี นั่นแหล่ะครับsad smile confused smile

#21 By ปอนปอน on 2008-11-17 12:40

ว่ากันว่า การตอบ Blog Entry หรือการตอบกระทู้
ให้อ่านจบ แล้วตอบเลย
เพื่อให้เป็นความคิดที่เกิดขึ้นจากการอ่านเนื้อหานั้นๆ ของเรามากที่สุด
ไม่มีความคิดคนอื่นๆ มาเจือปน
((นอกจากเจ้าของ blog หรือ กระทู้))

ว่าแต่ว่าที่ว่ากันว่านั้นใครว่า
sad smile ชอบประโยคเมื่อกี้จัง

#22 By AkE on 2008-11-17 12:45

เห็นด้วยครับ..
ไม่รู้บ้างถึงจะดีconfused smile

#23 By wesong on 2008-11-17 13:18

เห็นด้วยครับ เด็กสมัยนี้นิสัย Fast food, Fast fuck
ทุกอย่างต้องสำเร็จรูปและรวดเร็ว
รักเร็ว - f***เร็ว - หน่ายเร็ว

แต่ผมก็เชื่ออีกอย่างว่า ทุกอย่างมันต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีอะไรเสียไปทั้งหมดหรอก

เพียงแต่ว่า... ผมยังหาข้อดีของเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยเจอ
(เหมือนที่พ่อแม่ก็หาข้อดีของเด็กสมัยเราไม่เจอ surprised smile )

ปล. ตอนพวกกูจีบกัน ไม่เห็นมีใครมาช่วยแชร์ค่าดินเนอร์ หรือช่วยออกค่าเครื่องบินเวลากูไปเที่ยวเลยวะ แต่ตอนแต่งงานกันกูเสือกต้องมาคิดแทนทุกคนซะงั้น <<<<<
มันโดนใจมากครับพี่

#24 By Little Lamb on 2008-11-17 13:28

อ่ะ..จริง..หลงประจำเพราะทะลึ่งแยกวง..question

#25 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-11-17 13:34

ความทรงจำสมัยเก่าว่าด้วยการจีบหญิง นี่ก็ใกล้เคียงกันเนอะครับ
แต่...ของผมไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซด์นี่ซิ ขี่จักรยาน แถมโดนรถชนด้วยsad smile

#26 By berserkrabbit on 2008-11-17 13:35

เหอๆ เฮียอยากแต่งงานเหรอเนี่ยsad smile

#27 By anu_zz on 2008-11-17 13:42

เขียนได้โดนใจมากค่ะHot!
โลกแคบลงจริงๆ แต่ความเหงาของคนก็ไม่อยู่ที่โลกแคบรึไม่แคบ โลกยังมีขนาดเท่าเดิม แต่คนเราติดต่อถึงกันได้ว่องไวก็เลยดูเหมือนย่อโลกลงได้ เรื่องของเหงาไม่เหงาก็เลยอยู่ที่ใจแต่ละคนมากกว่า

ชอบตรงที่พูดถึงเรื่องของการเดินทางจังค่ะ เห็นด้วยเยอะๆเลยว่า บางทีตอนที่หลงทางอาจจะน่าเบื่อ อาจจะมีเฟล เสียเวลา แต่สุดท้ายเวลาเขียนอีตอนหลงจะจำได้แม่นทุกทีว่าหลงยังไง ไปโผล่ไหนบ้าง สนุกยิ่งกว่าตอนเดินทางได้ปกติซะอีก55 แต่ในมุมมองส่วนตัวนะคะ ก่อนไปเที่ยวไหน หาข้อมูลไว้สักนิดนึงก็ดี ยิ่งถ้าจะไปตปท.ด้วยแล้ว การเตรียมการวางแผนการเดินทางไว้สักนิดหน่อยก่อนการเดินทาง
เราว่ามันย่อมดีกว่าการไปเหวอๆ ไปหลงซะจนเสียเวลาไปเปล่าๆเหมือนกันนะคะยิ่งในบางคน(อย่างเรา)
ที่มีเวลาเที่ยวจำกัดด้วยแล้ว มีข้อมูลไว้นิดหน่อยพอให้รู้ ถึงเวลาไปเจอของจริงจะได้ยิ่งน่าสนุกตื่นเต้นค่ะ

#28 By nuinthelewen on 2008-11-17 13:44

คุณมยุรีขา เฮียเค้ายังคิดถึงแฟนเก่าอยู่อ่าค่ะ

กรี้สสสสสสสสสสสสส /me วางระเบิดแล้ววิ่งหนีไป

555555

#29 By iDoi* on 2008-11-17 13:55

อยู่กันแบบซับซ้อนขึ้น ก็ปวดหัวมากขึ้น ตอนนี้ปวดจี๊ดๆๆ...
พูดกันมากขึ้น งงกันมากขึ้น เหมือนที่พี่เคยบอกไง 55+

เอ...แต่พระสันตะปาปา มัฮิห้า ป่าวนะ ไปแอดก่อน อิิอิ
พอไม่รู้มันก็จะ "ลอง"
พอลองแล้วพลาดก็จะ "ลองใหม่"
พอลองแล้วถูกก็จะ "จำ"

หลังจากจำ ไม่ก็ไม่ลืมแล้วเนอะ

big smile big smile
งืมๆๆ หลงอยู่ในนี้เหมือนกันครับ big smile

#33 By Johny - Co on 2008-11-17 15:35

จริงมากที่สุดครับ!!
โลกแคบลง ใจคนก็แคบลงไปด้วย
โลกแคบลง ความเหงาไมได้แคบตาม
โลกแคบลง ติดต่อกันง่ายขึ้นก็จริง แต่ถ้าอีกฝ่ายผลักใสไล่ส่ง ต่อให้บ้านอยู่ข้างกันก็ไร้คสามหมาย
อันนี้..ผมคิดของผมเองเอง

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
...หลงนานๆ ก็จะเหมือนไม่หลงแล้วล่ะ

..



#35 By quiescent on 2008-11-17 16:41

Hot! เห็นด้วยหลายๆ ความคิดเห็นค่ะ

#36 By Lily Pixel on 2008-11-17 16:54

พี่โตโต้!!

"เด็กบางคนอาจว่าตามกันเพราะกลัวโดนต่อย

ดังนั้นเราควรเล่นกล้าม แต่อย่าเบ่ง..."

โคตรจริงครับพี่!!!!!

#37 By วิชัย... on 2008-11-17 18:07

เห็นด้วยค่ะว่าอินเตอร์เน็ตทำให้โลกเราเล็กลงจริงๆ

แต่บางครั้งการรับข้อมูลข่าวสารมากเกินไปก็ทำให้รู้สึกเหมือนจะถูกทับตายด้วยข้อมูลข่าวสารนี่ล่ะค่ะsad smile

#38 By blind bookworm on 2008-11-17 18:35

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

โน คอมเม้น..

แต่แบบ สาระสุดยอดเลยฮับ!
ผมชอบคำว่า
"สนุกกับความไม่รู้" นะพี่
มันตรงกับที่อาจารย์ฝรั่งเป่าหูพวกผมเป๊ะ!
และผมก็พยายามทำตามด้วย
เพราะมันสนุกจริง ๆ อย่างเค้าว่า

อ่านตอนนี้แล้วได้คิดเยอะฮะ
คิดไปนู่นไปนี่สนุกสนานมาก

จนมาจบและสร้างข้อคิดใส่สมองตัวเองว่า
...
"ไม่รู้บ้าง...ก็ดี"

big smile confused smile surprised smile Hot!

#40 By h|b|b on 2008-11-17 18:49

ดูเหมือนอยูใกล้..แต่ทำไมมันไกลจังอ่ะ
อยากคุยกะป๊า คุยทางโทรศัพท์ ทางเอ็ม ไม่เห็น
รู้สึกเหมือนตอนป๊ามายืนด่าเช็ดอยู่ตรงหน้าเลย..

#41 By 0.00....0 (222.123.5.49) on 2008-11-17 19:02

เห็นด้วยนะคะ
ตอนแรก ๆ แบบว่า อืม เพื่อนก็คือคนที่เรียนห้องเดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน เจอหน้ากันทักกันอะไรประมาณนี้
ตอนนี้กลายเป็นว่ามีเพื่อนมากมายในโลกแห่งเน็ต บางคนสนิทกันซะยิ่งกว่าเพื่อนที่เคยเจอหน้ากันทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ ซะอีก

ตอนนี้ก็ยังหลงทางอยู่บ้าง แต่ก็สนุกสนานกับความเป็นไปของชีวิตอยู่ทุกวันแหละค่ะ^^Hot! Hot!

#42 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-11-17 19:18

คมคับเอนทรี่เลย!!
Hot! Hot! Hot!
เอาไปสามดาว

พรุ่งนี้เลิกเล่นเนตและ
แล้วเปลี่ยนไปเล่นหมากเก็บแทน

#43 By AkaiMurasaki_Kik on 2008-11-17 19:20

จะว่าไปมันก็จริงนะครับ

คนรู้จักมากมาย แต่ความเหงาไม่ได้ลดลง

อ่านแล้วพยักหน้าเห็นด้วยทุกหัวข้อ
มั่วหรือเปล่า ... ผมก็ไม่ทราบ

แต่เห็นด้วยไปแล้ว... เท่านั้นเอง

#44 By KeRoRo on 2008-11-17 19:30

big smile ผมอยากจัดงานเล็กๆครับ
เอนทรี่นี้มีหลายประโยคที่โดนใจเลยล่ะครับ ไม่รู้จะเอาตรงไหนมาบรรยายดี แต่เห็นด้วยมากๆที่เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็ดูได้มาง่าย และไม่มีความตื่นเต้น ทำให้หลายๆครั้งไม่สามารถจดจำหรือประทับใจไปกับมันได้...

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#46 By SkyKiD on 2008-11-17 20:07



เรื่องหลงทาง คาเรียหลงทางบ่อยมากถึงมากที่สุด
แต่เราไม่เคยหลง เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผิดพลาด

จริงมั้ยคะ ?

จนบัดนาว ยังหลงทางกทมบ่อยๆเลย =______="

#47 By จันทราพิษ on 2008-11-17 20:39

อื้อ ถูกต้องครับพี่ ตอนหลงทางสนุก(แต่เปลืองน้ำมัน)เหมือนกันนะ ฮา จะได้รุ้เส้นทางเพิ่มขึ้นด้วย

#48 By Gu_Tango on 2008-11-17 21:36

ผมก็คิดว่าตอนเด้กอยากทำอะไรให้ลองทำให้มากๆ
ผิดมั่งถูกมั่งก็เป็นประสบการณ์

พอโตแล้วพื้นที่ของคนที่ทำพลาดมีน้อยลงมากจนไม่กล้าที่จะทำผิดเลยครับ

#49 By Life Goes On on 2008-11-17 22:30

หลงทางหลายคนสนกกว่าหลงคนเดียว

#50 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-11-17 22:46