ถุงยาง ลวงตา
posted on 02 Dec 2008 03:09 by doggiestyle in 5starStory, iloveitเอนทรีนี้ส่อครับ อาจมีคำกำกวม ทำให้ผู้อ่านงงได้
เด็กควรให้คำแนะนำกับผู้ใหญ่ ชื่อที่ใช้เป็นเพียงชื่อสมมุติหากพ้องกับท่านใด วิชัยขออภัยมาในโอกาสนี้ และขอแสดงยินดีด้วยเพราะท่านคือผู้ที่ถูกเลือกแล้ว แนะนำอ่านจบแล้วให้ไปซื้อหวยซะ
เป็นธรรมดาของงานโรงแรมที่จะต้องติดต่อกับคนแปลกหน้า และมันก็บ่อยๆ ที่ต้องเข้าไปจัดการเรื่องบางเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเท่าไหร่
และบ่อยครั้งเราก็ต้องไปอยู่ในที่ๆ ไม่ค่อยถูกที่ ถูกเวลาเท่าไหร่
อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมา
ที่โรงแรมจะมีแขกประจำ เป็นชาวญี่ปุ่นเลยวันกลางคนเล็กน้อยท่านหนึ่ง ซึ่งถ้าใครมาเห็น ในวูบแรกก็ต้องคิดคล้ายๆ กับที่ผมคิดครั้งแรก คือไอ้หมอนี่มีเงินจริงๆ เหรอวะ เพราะดูแล้วออกแนวยากุซ่าคุมร้านปาจิงโกะมากกว่านักธุรกิจ แต่เค้าเป็นคนที่แต่งตัวได้แนวมาก
คือชอบใส่เสื้อกล้ามสีสดๆ แล้วใส่เสื้อสูททับ กับกางเกงขาทรงเดปขาสั้น คู่กับรองเท้าสีแสบๆ
ประกอบรูปร่างที่ผอมเกร็น ทำให้ลุคแกออกแนว ยากูซ่ากวนตีนคุมร้านปาจิงโกะ หรือไม่ก็คุมคิวรถสองแถว แต่ความจริงแล้ว แกเป็นคนที่น่ารักมากครับ ชอบไหว้พนักงานก่อนทุกครั้ง
และทุกครั้งที่แกมาพักก็เป็นธรรมเนียมของแกที่จะมี "การแลกเปลี่ยนวัตนธรรม" ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นเสมอ...อันนี้ดินแดงไม่น่าเกี่ยวเพราะแกชอบธนิยะมากกว่า
ภาพที่แกควงสาวๆ มาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเราเท่าไหร่นัก
คืนก่อนนี้เอง น้องที่ทำงานด้วยกันได้รับโทรศัพท์จากห้องแขกท่านนี้ แต่เสียงในสายเป็นผู้หญิงไทยบอกว่าต้องการความช่วยเหลือให้ขึ้นมาที่ห้องนี้ด่วน
เรียกกลางดึกแบบนี้คงจะไม่พ้นข้อพิพาทจีโบ๊ะบนน่านน้ำสากลแน่ๆ หรือไม่ก็ตกลงสัญญาค้าของสดไม่ลงตัว แต่แขกท่านนี้ไม่เคยมีปัญหากับน้องๆ มาก่อน เรื่องข้อสันนิษฐานทั้งสองเรื่องก็เลยตกไป...ไม่ต้องคิดแล้วครับ เพราะตอนนี้วิชัยยืนอยู่หน้าห้องแล้ว
พอถึงห้องแค่นั่นแหละน้องก็ระล่ำระลักเข้ามาหาผมเหมือนคนหนีผีมาเจอพระ แต่ไม่ได้เข้ามาสวมกอดขึ้นกระเตงเอวขี่คอผมนะ
แต่วิ่งเข้ามาสวมริสแบนด์ "เรารักในหลวง" ให้...
"พี่ค่ะ พี่มาช่วยหนูใช่มั้ย"
อ้าว...นี่กลายเป็นว่าไอ้วิชัยบุกเข้ามาทลายซ่องโจรช่วยน้องเค้าหรือนี่
แล้วริสแบนด์นี่คืออะไร
"พี่คะช่วยหนูด้วย"
นั่นคือทั้งหมดสิ่งที่ฟังแล้วเข้าใจ
แล้วน้องแกก็ก้มลงกราบผม ทำเอาผมนั่งกับพื้นแทบไม่ทัน
เหมือนบุกมาช่วยชาวอินโดในค่ายกักกันของเกาหลีเหนือ คืออีน้องพูดอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่องสักอย่าง
ส่วนแขกนั่งไขว้ห่างอยู่กับเตียงจุดบุหรี่สูบมวนต่อมวน เหมือนลูกที่บ้านเพิ่งหนีออกจากบ้านไป
"พี่คะ ช่วยหนูด้วย"
โอเค กลับมาที่ท่อนฮุค ประโยคนี้พอเข้าใจ
ส่วนจะให้ถามแขกนั้น อาจจะใช้เวลาพอๆ กับการสร้างเมือง เพราะแขกเองก็พูดอังกฤษไม่ได้เลย
หันไปทางน้อง...ที่สติยังแตกนั่งกับพื้นอยู่
"น้องครับมีอะไรเหรอครับ"
"คะ แขกคะ ถุงยาง มัน..."
"ทำไมเหรอครับ ถุงยางไม่มีใช้เหรอครับ"
ผมได้บอกรึยังครับว่า งานโรงแรมจะได้พบปะกับคนหลากหลายอาชีพ...
บางทีก็ได้คุยเรื่องถุงยางกับคนแปลกหน้าด้วยนะเอ้อ
"มีคะ มีแต่...แต่...แต่..หนู..คิดว่ามัน...."
หันไปทางแขก...ยังคงนั่งไขว้หางอยู่...ควันจากบุหรี่ตัวที่สองพ่นออกมาพร้อมกับเสียงคราง
"ซี๊ดดดดซ์ เอ..โต....ซี๊ดซ์ซ์ซ์ซ์...เอโต..."
"หนูคิดว่ามัน..."
เมื่อกี้ก็พูดอย่างกับจรวด ทีงี้ก็เข้าโค้งซะติดร่อง คืนนี้จะได้รู้มั้ยว่าถุงยางมันเป็นอะไร
"ถุงยางมันเป็นอะไรครับ"
"..มันเรืองแสงคะพี่! มันเรืองแสง"
อืม..ถุงยางเรืองแสง...
นี่คงเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สัปดนที่สุดหนึ่งอย่างที่คนสามารถคิดขึ้นมาแล้วล่ะครับ
อ่านแล้วสงสัยเหมือนผมใช่มั้ยว่า มันเรืองแสงยังไง...
ผมก็สงสัยเหมือนกัน มึงจะเรืองแสงไปไหน เวลาแกะออกจากซองมันจะมีแสงวาบออกมาพร้อมกับตัวหนังสือ "คว้างงงง" มั้ย
แล้วมึงเรืองแสงแล้วจะทำให้อาการลำพองมันผงาดล้ำ ครองโลกง่ายขึ้นรึไง หรือจะทำให้ตอนบูมบูมมันคูลกู๊ดขึ้นรึเปล่า
หันไปทางแขก...ยังคงนั่งไขว้หางอยู่...ควันจากบุหรี่ตัวที่สามพ่นออกมาพร้อมกับเสียงคราง
"ซี๊ดดดดซ์ เอ..โต....ซี๊ดซ์ซ์ซ์ซ์...เอโต..."
ลุงนี่แอบร้ายไฮเทคนะนี่...รู้นะว่าแอบฟังอยู่ เขินอะดิ...
เชื่อมั้ยครับว่าความสงสัยจะมีกลิ่นเฉพาะตัวของมัน เวลาเราสงสัยสมองจะหลั่งฮอร์โมนออกมาทางหลังหู ทำให้คนที่สนทนาด้วยรู้สึก และน้องก็ได้กลิ่นความสงสัยของผม
"นี่ไงพี่"
โตงเตงมาเล้ย...เป็นแบบออฟโร้ด (ไม่เรียบ)
แล้วคุณน้องจะเอาถุงมาให้กูดูทำไม!!!
ดูจากกล่องก็ด้ายยยยว้อยยยย!!!
ถุงยางนะถุงยาง ไม่ใช่ไหมขัดฟัน ถือห่างๆ ก็ได้ เห็นแล้ว!!!
ดูที่กล่อง แม่งก็ผิวไม่เรียบธรรมดานี่หว่า ยี่ห้อก็ที่เห็นๆ ตามเซเว่น
"น้องครับ...ไม่เห็นจะมีเขียนเลยว่า มันเรืองแสง"
ถามไปถามมา น้องบอกว่าเห็นแวบๆ ตอนแกะ ออกมาจากกล่อง ก็คิดว่าเรืองแสง เลยรู้สึกไม่ดี
แล้วแขกยื่นถุงให้น้องเค้าเป็นคน...เอ่อ..สวมใส่สบายหนุ่มให้ น้องก็รู้สึกไปเองอีกว่ามันแตก...
"ถุงยางที่นี่ต้องไม่ได้ขนาดมาตรฐานแน่ๆ"
อ้าว...น้อง เมื่อกี้ยังคุยกันดีๆ ทำไมจู่ๆ ก็มาเลี้ยวหักศอกกันงี้ละ
แบบนี้ต้องแก้ต่าง การที่โรงแรมใช้ของไม่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
"...เอ่อ...ผมก็ไม่เคยได้ยินแขกคอมเพลนซักทีนะว่า...ถุงยางมันคับไป"
เอาซิ มึนมา กูมึนกว่า
น้อง: นั่นแหละคะ หนูคิดว่ามันไม่ปลอดภัยคะ เลยขอไม่ทำ แต่แขกไม่ยอมคะ"
วิชัย: ....
น้อง: หนูก็เลยใส่ไปสามชั้นเลย
วิชัย: ....
เข้าใจครับว่าระแวงอะไร อะไรก็น่าสงสัยไปหมด ผมว่าถ้าใส่ทั้งกล่องกระดาษได้คงทำไปแล้วครับ
อีกอย่างคือ...ไม่เคยคิดว่าจู่ๆ จะได้มานั่งจับเข่าคุยเสวนาหัวข้อ "ประเพณีคลุมถุงชนของคนชั้นล่าง" กับคนแปลกหน้ามาก่อน
น้อง: แล้วหนูก็เจ็บคะ ของแขกใหญ่ไปอะค่ะ
...แหงซิแก...ลองแกเอาใส่ถุงมือไหมพรมสามชั้นแล้วแคะจมูกดู มึงไม่เจ็บนี่ก็จมูกอูฐแล้ว!
แต่จะทำยังไงได้ละครับ ทำงานแบบน้องๆ บางทีก็ลำบากเหมือนกันเนอะ...ของงี้ รู้หน้าไม่รู้ใจว่ะ
...อืม..รู้หน้าไม่รู้ใจ...
มันช่างเป็นคำที่เหมาะที่สุดแล้วมั้ง
ส่วนหนึ่งของบุหรี่ตัวที่สามของแขกแปลงสภาพเป็นมะเร็งเข้าไปในปอดของแขกเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ไม่ได้ใช้ตอนนี้ถูกบดบี้เข้ากับที่เขี่ย และอีกส่วนลอยล่องเป็นควันอยู่ในอากาศ
เบา...เหมือนความคิดวิชัยในตอนนั้น
แล้วนี่กูจะขี้นมาทำไมวะ
อีกครั้งที่ผมเชื่อว่าความสงสัยมีกลิ่นเฉพาะของมันที่คู่สนทนาเท่านั้นที่จะดมได้
น้อง:นี่ไงคะ พี่ นี่ไงคะ
คือน้องคงอยากพิสูจน์ว่าแกไม่ได้คิดไปเอง เพราะแกพยายามแบะถุงยางออกเพื่อให้ผมเห็นรอยแยก อย่าให้บรรยายถึงรายละเอียดเชิงลึกเลยนะครับว่าพื้นผิวเป็นอย่างไร เราเก็บไว้เป็นความลับของจักรวาลต่อไปดีกว่า
แต่น้องครับ ไม่ต้องแบะให้ดูขนาดนั้นก็ได้ครับ พี่เชื่อน้องตั้งแต่แรกแล้วครับ
ยัง ยังจะขยับเข้ามาอีก...
เอ่อ! กูเชื่อแล้ว!!!~
ผมว่าถ้าผมยังทำหน้าไม่เชื่อต่อไป น้องเค้าคงจะเป่าลมเข้าถุงยางแล้วไปกดกับน้ำเพื่อหาฟองอากาศพิสูจน์ความจริงแน่ๆ
หูผมเริ่มได้ยินแขกหยิบบุหรี่มวนที่สี่ขึ้นมาจุดแล้วครับ
วิชัย: เอางี้! น้องจะให้พี่ทำอะไร
น้อง: คือนี่มันศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงนะคะ ทำอย่างงี้มันไม่ถูกคะ
วิชัย: ..แล้วยังไงครับ
น้อง: หนู..คือหนู...
วิชัย: เอางี้น้อง น้องจะทำต่อหรือไม่อยากทำแล้ว
น้องส่ายหัว
ป้าดดด!! ก็เท่านั้นแหละ!
จัดแจงขออนุญาติแขกเพื่อขอตัวน้องออกมา ซึ่งแขกก็ยอมแต่โดยดี (แต่แอบงง)
วิชัยรีบพาน้องออกจากห้องก่อนที่แขกจะเปลี่ยนใจ กับก่อนที่น้องจะสาธิตวิธีหารอยแตกโดยฟองอากาศ
ระหว่างที่เดินมาที่ลิฟท์ น้องเริ่มสะอื้นร้องไห้ ผมก็ได้แต่อยู่เงียบๆ น้องเค้าเริ่มงงๆ บ่นๆ สิทธิสตรีอะไรสักอย่าง จนมันปะทุแตกเอาที่ล็อบบี้...สถานการณ์เริ่มแตกปลายรังแคเริ่มมา เพลี้ยเริ่มบุกเพราะน้องเริ่มร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มกลับไปที่บทที่หนึ่ง ย่อหน้าที่หนึ่ง...ถุงยางเรืองแสง..มาจบลงที่ประโยคสุดท้าย "หนูกลัวติดเชื้อโรคค่าพี่!!!!"
ปัด โธ่วววว!!!~ ก็บอกกันมาตรงๆ ตั้งแต่แรกก็จบในตอนแล้ว ไม่ต้องมาเป็นละครชุดแบบนี้หรอก
แล้วมาตอนนี้จะให้ทำยังไงละน้องครับ...ใส่ไปสามชั้นมันคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งครับ เหมือนโฆษณาทิฟฟี่อะครับ ที่มีร่มสามชั้นอะครับ
ทุกครั้งที่มีน้องน้องมาที่โรงแรม พวกผมจะขอบัตรประชาชนเก็บไว้กับซิคิวริตี้ก่อน เวลาน้องกลับบ้านก็จะคืนให้ วิชัยก็เลยเสนอตัวไปตามซิคิวริตี้เพื่อเอาบัตรน้องมาคืน แต่น้องบอกว่าไม่มีคนขอเลยตอนเข้ามาในโรงแรม ซึ่งผมเข้าใจว่า น้องคงจะเดินมาพร้อมกับแขก ทางเราก็เลยไม่ได้หยุดขอบัตรประชาชน เพราะเกรงใจ
ผมก็เลยขอบัตรซะตอนนั้น เพื่อทำนำไปถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐาน
น้องก็ยื่นบัตรประชาชนให้ทั้งๆ ที่ยังสะอื้นอยู่...
วิชัยเรียกรถแท็กซี่ แล้ววิ่งเข้าไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชน
ชิบหาย...ทำไมชื่อนายณรงค์เดชว่ะ
แล้วริสแบนต์ที่สวมให้...คือ...อะไร
แล้วที่ศักดิ์ศรีผ่านมาทั้งหมด...คือ...อะไร
นาย...ณรงค์เดช...
แช่แฟ้บ!!!!


มันสิทธิสตรีตรงไหน...
555+
)
ทำไปได้ โลกนี้
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2008-12-02 03:15