ตะคริว ณ นิ่วใจ
posted on 03 Jan 2009 21:51 by doggiestyle in iloveit, MyStory
จำได้ว่าเมื่อครั้งที่ทำงานอยู่ภูเก็ต ผมพักอยู่ในหอของโรงแรมแถวเชิงทะเล ทุกๆ ครั้งที่เข้ามาค้างในตัวเมืองภูเก็ตผมมักจะไปกิจกรรมซ้ำๆ กันเสมอ คือออกไปเช่าการ์ตูน หอบการ์ตูนทั้งหมดไปนั่งร้านแมคข้างๆ ห้างโรบินสัน (โรบินสันรึเปล่าหว่า) จากนั้นก็เดินข้ามมาเข้าโรงหนัง มื้อเย็นก็มักจะจบลงตรงที่ตลาดโต้รุ่งแถวๆ นั้น ร้านประจำคือร้านข้าวมันไก่ร้านนึง...เหตุผลเดียวคือลูกสาวสวย...
ทั้งแม่ทั้งลูกแต่งตัวมาขายข้าวมันไก่เหมือนจะไปเที่ยวเธคหลังเก็บร้านยังไงยังงั้น
ในสิบครั้งที่กินข้าวแถวโต้รุ่ง ประมาณแปดครั้งจะมีป้าคนนึงเดินมาขอตังค์ ผมขอเรียกป้าคนนี้ว่าดาวพระศุกร์นะ ป้าดาวพระศุกร์เป็นป้าธรรมดารูปร่างสูงโปร่งชอบใส่เสื้อเชิ้ตและผ้าถุง มองผ่านๆ อาจนึกว่าป้ามีอาชีพขายขนมหวาน หรือไม่ก็ทำอาหารอะไรสักอย่างขาย แต่ป้าประกอบอาชีพเป็นขอรับประทานครับ ไม่รู้ว่าออฟฟิศของป้าดาวพระศุกร์คลอบคลุมพื้นที่กี่ตารางกิโลเมตร แต่ผมมักจะพบป้าที่โต้รุ่งบ่อยๆ
คนอื่นๆ ที่ขอทานมักจะมีเหตุผลต่างๆ ไม่่ว่าจะเป็น ขอเงินกินข้าว ขอเงินกลับบ้าน ขอเงินซื้อกีตาร์ ขอเงินซื้อ wii ขอเงินเรียนต่อเมืองนอกและอื่นๆ อีกหนึ่งกระบุงซากอ้อย แต่ป้าดาวพระศุกร์มาเหนือกว่านั้น...
ไม่ต้องมามารยาปาปรีก้าอะไรกันแล้ว...ไม่มีคำบอกเล่าหรือคำบรรยายใต้ภาพอะไรทั้งนั้น แบมือขอมันทั้งอย่างงั้นแหละ...ประมาณว่า...กูรู้ยูว์รู้
ส่วนตัวแล้วผมชอบจะให้คนที่เอาความสามารถเข้าแลกมากกว่า เช่นร้องเพลงหรือเล่นดนตรี กรณีป้าดาวพระศุกร์ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆ ก็เลยไม่เคยได้เงินจากผมเลยแม้แต่บาทเดียว...
หากป้าดาวพระศุกร์มีโปรแกรมจัดเก็บข้อมูลลูกค้าประจำชั้นเลวละก็...วิชัยจะต้องอยู่ในลิสต์ที่ว่า
แต่บังเอิญเธอไม่ม...เธอก็เลยจำผมไม่ได้ มาขอเงินผมทุกครั้ง
จนกระทั่งคืนนึง เรื่องของเรื่องก็เกิดขึ้น...
ผมนั่งกินข้าวมันไก่เหมือนทุกที และในสายตาผมก็แลเห็นป้าดาวพระศุกร์เดินตรงมาทางผม แต่คราวนี้เธอไม่ได้มาขอเงินผมครับ เธอเดินเข้ามาแล้วก็เลี้ยวไปที่แม่ค้าซุบซิบอะไรบางอย่าง แล้วก็เดินขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ
ข้าวมันไก่ผมมาถึงโต๊ะแล้ว...ผมเริ่มหยิบช้อนส้อม แต่สายตาผมยังลอบมองความเป็นไปของป้าอย่างสงสัย
ไม่นานแม่ค้าก็เอาข้าวมันไก่มาให้ป้าดาวพระศุกร์...
อืม...จะอะไรละ...ป้าก็แดกข้าวเหมือนๆ เรานี่หว่า...คิดได้แค่นั้นก็หันกลับมาสนใจข้าวมันไก่ของผมเอง
แต่ขณะที่กินได้แค่ครึ่งจานเท่านั้น
เรื่องเหลือเชื่อก็เิกิดขึ้น...
เหลือเชื่อในที่นี้ผมยกให้เทียบเท่ากับเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเลยทีเดียว
มีขอทานอีกคนมาขอเงินป้าดาวพระศุกร์
บัตเจ้ตตตโต้!!!!
ผมเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันน่าแล้วมองดูจระเข้กำลังไล่ล่าสิงโตอยู่
เชื่อมั้ยครับว่า ป้าส่ายหัวไม่ยอมให้เงิน!
อยากรู้ว่าป้าคิดอะไรอยู่ในตอนนั้น...
แต่ที่แน่ๆ ได้นิ่วใจไปสองก้อน
เคยมีอาการแพ้ท้องมั้ยครับ ไม่ได้แพ้ท้องแบบนั้น!
แพ้ท้องที่ผมหมายถึงคืออาการที่เราเปรี้ยวปากอยากกินอะไรชิหาย และต้องหาทางเสาะแสวงมาสังเวยกระเพาะให้ได้
วันนี้ผมแพ้ท้องอยากกินแอนตี้แอ๊นต์ชิบหาย ส่วนมยุรีก็อยากกินยำแซ่บซะงั้น
เราทั้งคู่ก็เลยออกไปห้างเพื่อสนองความอยากของตัวเอง
กินยำแซ่บเสร็จ เข้าห้างสีลมเพื่อหาขนมปังกิน...เดินๆ อยู่
เอ๊ะ...กางเกงยีนส์ตัวนี้สวยนะนี่ มยุรีทัก...
ตัวเท่าไหร่อะ วิชัยถาม
สองพัน เธอตอบ
ตัวนี้ 790 บาทครับ คนขายเฉลย...
เอานึงตัวครับ เบอร์ 34 วิชัยขอ...
จัดแจงเข้าไปลองกางเกงอย่างว่องไว ไม่ถึงสิบนาที...วิชัยก็ได้กางเกงยีนส์มาหนึ่งตัวซะงั้น...
วิชัย: โอเค...สบายใจกลับบ้านได้
เราทั้งสองคนกลับออกมาที่จอดมอเตอร์ไซค์...ขับออกมาที่ถนน
มยุรี: เฮ้ย!...แล้วแอนตี้แอ๊นต์ล่ะ
วิชัย: ปัดโธ่เอ้ย...ลืม!
ลืมกินเพราะโลภซะงั้น...
ตกกลางคืนประมาณทุ่มนึง ออกมากินข้าวกันแต่ไม่รู้ว่าอยากกินอะไร ส่วนวิชัยยังอยากไอ้ขนมเมื่อตอนเย็นอยู่
ขับๆ ไปก็เกิดแพ้ท้องขึ้นมาทั้งคู่...อยากนมมนต์ซะงั้น
หันหัวอีตั๊กมุ่งหน้าสู่ร้านนมมนต์...
คืนนี้ก็เหมือนทุกที...คนทะลักทลายมาก เหมือนข้างในมีเต่านินจามาเต้นอะโกโก้ให้ดูฟรีรึไง เหมือนคนทั้งกรุงเทพมารวมอยู่ที่นี่กันหมด สรุปว่าคืนนี้ไม่สามารถแหกฝูงนมเข้าไปข้างในได้...มาลงเอยที่ร้านนมรถเข็นข้างๆ ที่คาดว่าคนที่ผิดหวังจากนมมนต์มารวมกันอยู่ที่นี่
อร่อยคล้ายๆ กัน หมดตังค์เหมือนๆ กัน...
ขากลับก็เลยวนไปทางเยาวราชแล้วแวะร้านซาลาเปาข้างทาง...คนเต็มร้านจนไม่มีโต๊ะนั่ง
วิชัย: ซาลาเปา!!!! ครีมนึง หมูสับสอง เก้าอี้สอง!!
คนขายเอาเก้าอี้มาให้สองตัว และตามมาด้วยซาลาเปาไส้ครีมหนึ่งลูกสำหรับมยุรีและไส้หมูสับสองลูกสำหรับวิชัย...
นั่งกินกันไม่นานก็หมด ผมมีความรู้สึกอยากน้ำอัดลมขึ้นมา เหลียวไปมาก็เห็นว่าฝั่งตรงข้ามของถนนมีตู้โค้กก็เลยข้ามถนนไปซื้อโค้ก
เด็กขายสายไหม: พี่ค้าบบบ...ช่วยซื้อหน่อยค้าบบบบ ยังขายไม่ได้เลยยย น้า น้า ช่วยหน่อย
มยุรี:....
เด็กขายสายไหม: พี่ค้าบบบ น้า น้า ยังขายไม่ได้เลย
มยุรี: ....
ลุงจากไหนไม่รู้: ซื้ออันนึง!
เด็กขายสายไหม: ยี่สิบบาท
ลุงจากไหนไม่รู้: เอาสีขาว
ลุงถือถุงสายไหมเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
มยุรี:....
เด็กขายสายไหม: พี่ค้าบบบ...มีคนซื้อแล้วซื้ออีกก็ได้น้าาาาา
มยุรีส่ายหัว เด็กเดินจากไป
วิชัยเดินข้ามถนนกลับมาพร้อมโค้กกระป๋อง...
มยุรี: ตัวเอง ไส้หมูสับมันอร่อยมั้ยอะ
วิชัย: ซาลาเปา!!!~ หมูสับเพิ่มอีกหนึ่ง...หมูแดงอีกหนึ่ง!!!
เด็กชายสายไหมสะกิดแขนวิชัย: พี่ค้าบบบ...ช่วยซื้อหน่อยค้าบบบบ ยังขายไม่ได้เลยยย น้า น้า
วิชัย: ....
มยุรี: !!!
วิชัย:!$%^^ERTY$%^% (เป็นภาษาพม่าแปลเป็นไทยว่า "กูไม่มีเงิน")
มยุรี:??
เด็กชายสายไหม: !!!
แล้วเด็กชายสายไหมก็เดินจากไป...
พร้อมนิ่วใจก้อนน้อยๆ กลับบ้าน..ว่าอีแว่นเมื่อกี้มันพูดว่าอะไรวะ

55+ เป็นงั้นไป

#1 By ~NuDeE~ on 2009-01-03 23:12