หูดับพาตับปวด
posted on 08 Jan 2009 18:47 by doggiestyle in 5starStory, iloveit
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรสมรรถภาพในการฟังภาษาอังกฤษลดลงตามจำนวนแขก นับวันก็ยิ่งจะลังกาหลังมูนวอร์กลงคูทุกวันหรือเป็นเพราะผลกระทบของ เหตุการณ์ไม่สงบในมิดเดิลเอิร์ธซึ่งทำให้แขกน้อยลงจนร่างกายปิดระบบอะไรสัก อย่างในสมองก็ไม่รู้
ตอนนี้เริ่มมีแขกกลับมาแล้ว ยิ่งช่วงเทศกาลปีใหม่ก็เยอะเอาเรื่องเอาราวเหมือนกัน เปรียบไปก็เราก็เหมือนนักบอลที่พึ่งขี้เสร็จแล้วต้องลงโม่แข้งโดยที่ยังไม่ ทันมัดเชือกรองเท้า หลายๆ อย่างยังไม่ค่อยเข้าที่ เดี๋ยวแขกน้อย อีกวันแขกเยอะ งงว่ะ
หน้าเทศกาลทีไรมักจะเจอแขกมาเป็นคู่ๆ มากันเป็นครอบครัวใหญ่ และมากันเป็นฝูงโขลงใหญ่มาก ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่มีฝูงควายที่ใด ขี้ควายก็เยอะฉันนั้น...เข้าใจป่ะอะ เอาใหม่เทคสองด้วยภาษามนุษย์สากล...เรื่องเยอะคนก็เยอะ (แล้วมึงจะอ้อมชาติทำไมให้เมื่อยไต)
เช้าวันนึงผมอยู่รอบเช้าด้วยอาการวิงเวียนอวกาศเพราะง่วงนอน เรื่องของรอบเช้าก็เลยเหมือนละครช่วงชวนฝัน คือเบลอๆ ล่องลอยๆ จนบ่ายๆ เกือบจะเลิกเวรอยู่แล้วก็ได้โทรศัพท์จากน้อง call center ว่ามีแขกระบุเลยว่าต้องการคุยกับ duty manager สติสตังลอยกลับมาจากดาวอังคารทันทีเพราะคาดว่าวันนี้ได้แน่ๆ หนึ่งดอก
แขกโทรมาแจ้งว่าภรรยาของเขากำลังจะเอาพาสปอร์ตของเขาออกจากโรงแรม...และโรงแรมจะต้องห้ามไม่ให้เธอเอาพาสปอร์ตของเขาไปไหนเด็ดขาด
นี่เหมือนมีคนมาสั่งให้เอามีดแทงขาตัวเราเองนะ
คนนึงแขก อีกคนก็แขก แล้วยังไงละ...จะให้กูห้ามยังไง เอาลูกดอกอาบยาสลบเตรียมไว้ดีมั้ย แล้วดักยิงจากดาดฟ้า หรือเอาข้าวเหนียวมะม่วงยัดปากให้เคลิ้มหลับดี แต่ถ้าคุณผู้หญิงพ่นไฟหักคอแหกหลังขึ้นมาจะทำไง ก็เลยแจ้งแขกแบบรักษาตัวไปว่า จะให้หยุดไปเลยคงไม่ได้นะยูว์คือแบบ ยูว์โนว์วอทไอมีน?
แต่อีกใจก็คัน กระชากโค้งขึ้นมาว่า..."ช่วงนี้แม่งไม่มีเรื่องเลยนี่หว่า หมูหวานวางอยู่ข้างหน้าพร้อมน้ำจิ้ม มึงจะไม่ลองเชียว?"
คิดได้แค่นั้น...วิชัยแจ้งแขกกลับไปว่า ถ้าอย่างงั้นไอขออนุญาติขึ้นไปค้นพาสปอร์ตที่ห้องยูว์เลยได้มั้ยอะ ก่อนที่เธอจะเอาออกไปไง
แขกอนุญาติ (หลงกล)
ขอท้าวความหน่อยว่า...อาลาดิน (นามสมมุติ)เป็นแขกประจำที่พวกเราจะรู้กันอยู่แล้วว่ามีภรรยาชือ นุช (นามสมมุติอีกนั่นแหละ) คุณนุชเป็นคนผอมมากที่สุด คือผอมกว่าผอมมากครับ แล้วเวลาคุณนุชเดินไปไหนจะเหมือนลอยอยู่ปลายนิ้วโป้ง เหมือนมีคนลากดอลลีย์ให้เธออยู่
แต่ไม่ใช่พนักงานทุกคนจะได้เจอเพราะส่วนใหญ่แล้วแขกคู่นี้มักจะเช็คอินดึก มาก แล้วก็เช็คเอาท์เช้ามาก แล้วบังเอิญเพื่อนที่อยู่รอบเดียวตอนนั้นกับผมดันไม่มีใครเคยเจอแขกมาก่อน ด้วยว่ะ เลยดูเหมือนว่าตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ดักวัวดักควายก็เอาตั้งแต่ก่อนออกทุ่งน่าจะเป็นการดีสุด
คิดแบบนั้น วิชัยก็เดินไปหาพี่ผู้หญิงขึ้นไปด้วยเพราะแขกเป็นผู้หญิงยิงเรือจะให้ผู้ชาย กินเกลือขึ้นห้องดูไม่ค่อยเหมาะ เกิดเจอแขกจับบอดี้สแลมมาจะทำอะไรลำบาก เรียกพนักงานผู้หญิงด้วยกันไปด้วยน่าจะโอเคสุด
พี่ณีที่เป็นหัวหน้าวิชัยอีกที ก็เลยมาอยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกับผม
พอถึงหน้าห้องแขก พี่ที่เป็นหัวหน้าซิคิวอีกคนก็รออยู่ตรงนั้นแล้ว รวมทั้งหมดเป็นจอมใจสามสลัด?
เคาะประตูห้องแขกอยู่สามทีคุณนุชก็มาเปิดประตูให้ วิชัยจัดการเจรจาเพราะขอหยิบพาสปอร์ต..
อันที่จริงเจรจาก็คงไม่เชิง เรียกว่าบอกให้รู้จะเหมาะกว่า เพราะไม่ว่ายังไงก็จะค้นให้ได้อยู่แล้ว
คุณอาลาดินได้บอกที่เก็บพาสปอร์ตไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ผมก็ตรงไปที่ลิ้นชักของโต๊ะทำงานจะได้จบเร็วๆ โดยที่มีพี่ณีกับพี่หัวหน้าซิคิวยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้อง
ผมรู้สึกอากาศเบาบาง หายใจไม่ค่อยสะดวก
พวกเราคนทำงานโรงแรมมักจะมีธรรมเนียมปฎิบัติคือ หากห้องไหนมีแขกเข้าพักแล้ว แขกคนนั้นจะถือว่าเป็นเจ้าของห้องๆ นั้นไปเลย ไม่ว่าเราจะใช้โทรศัพท์ในห้อง หรือเปิดลิ้นชักอะไร ก็ต้องขออนุญาติเจ้าของห้องทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วห้องนี้ก็ยังเป็นของโรงแรมอยู่ก็ตาม
เหตุการณ์ค้นห้องแบบนี้เปรียบไปก็เหมือนผมเป็นโจรมัดขามัดมือเจ้าของห้อง เอาถุงเท้ายัดปาก แล้วก็ผิวปากลัลลาเดินช๊อบปิ้งไปรอบๆ ว่าจะหยิบอะไรดี...
แล้วไอ้พาสปอร์ตเล่มที่ว่าแม่งไปอยู่ซอกกระเหรี่ยงไหนวะเฮ้ย...หาไม่เจอ
ขณะที่กำลังรื้อค้นกระจุยอยู่นั้น ก็มีการเปิดฉากปล่อยพลังภายในอยู่ข้างๆ เพราะคุณนุชโทรศัพท์ไปหาคุณอาลาดินซึ่งแน่นอนครับไม่ต้องบรรยายว่าเค้าคุย กันแบบไหน
ผมได้แค่รอบให้คุณมณีคุยธุระจนวางหู...วิชัยคว้ามือถือโทรหาคุณอาลาดินบ้าง
...สายไม่ว่างว่ะ ทำไมไม่ว่างว่ะ
หันไปอีกทาง คุณนุชครับ...เอ็งจะมาแย่งสัญญาณข้าพเจ้าทำซากอ้อยอะไรไม่ทราบครับ
เอาซี่!!!!
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน redial ต่อ redial
หมดเวลาครึ่งแรก
วิชัยชนะไปอย่างหูดขึ้นหู 1-0 สาย
ในเมื่อหาพาสปอร์ตจากที่เดิมของมันไม่ได้ เป็นไปได้อย่างเดียวว่ามีคนย้ายที่มันแล้ว บังเอิญมีวีซ่าพอสำหรับค้นลิ้นชักเท่านั้น พี่ณีเลยเสนอให้ขอแขกค้นมันทั้งห้องเลยละกัน
ซึ่งวีซ่าที่ขอไปก็ผ่านซะด้วย ทีนี้แหละ ค้นห้องแขกประหนึ่งหารีโมททีวีในห้องตัวเอง
ผมแอบชื่นชอบท่าทีของคุณนุชตอนค้นห้องนะครับ เพราะทีแรกผมคิดว่าผมจะต้องผจญอยู่ในโขลงช้างตกมัน คุณนุชโวยวายเหมือนนังตัวโกงในละครหลังข่าวลุกขึ้นมาโวยวายหยิกนมกระชากไส้ ตัวเอง แต่เธอกลับสงบเงียบ รับสภาพและให้เกียรติพวกผม จนในที่สุดเธอก็บอกที่ซ่อนพาสปอร์ตจนเราทั้งหมดสามารถออกจากห้องอย่างไม่มี อะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น
คุณอาลาดินกลับเข้ามาในโรงแรมหลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เดินเข้ามาผมอย่างมีรอยกังวลเปื้อนอยู่ที่ใบหน้าอย่างสังเกตได้ และมาขออธิบายเรื่องทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยแขกบอกว่ารู้สึกแย่ที่ทำให้พวกเราลำบากใจ
เป็นหลักอย่างนึงที่เรียนการโรงแรมมา เราควรรักษาหน้าลูกค้าให้พอๆ กับรักษาหน้าของเราเอง
วิชัยก็เลยพาแขกไปนั่งคุยกันอีกฝากนึงของล็อบบี้โรงแรม
ตัดมาจากมุมไกลจากฝากตรงข้าม...จะเห็นวิชัยกับแขกนั่งที่โซฟา แขกพยายามอธิบายอะไรสักอย่าง ส่วนวิชัยนั่งอยู่ข้างๆ พยักหน้าๆ เป็นอยู่อย่างนั้นเกือบห้านาที วิชัยจับมือแฮนด์เชคกับแขก แขกเดินกลับเข้าลิฟท์ วิชัยเดินมาที่เคาน์เตอร์โดยที่มีพนักงานอีกหนึ่งฝูงล็อบบี้กำลังหูกางเท่าฝาครอบล้อรอฟังเรื่องราวทั้งหมด
พี่ก้อ: เป็นไงบ้างว่ะแว่น แขกว่าไงว่ะ
วิชัย: แขกให้เก็บพาสปอร์ตไว้ก่อนน่ะครับ
พี่ก้อ: ช่างมันเถอะ แล้วแขกว่ายังไงวะ
วิชัย: อ๋อ แขกบอกว่าเมื่อกี้ทะเลาะกับเมีย
พี่ก้อ: ไอ้เหี้ย...นั่นน่ะ กูรู้แล้ว เอาที่กูไม่รู้ซิวะ
วิชัย: เอ่อ...
จะบอกว่าฟังไม่รู้เรื่องซักกะนิดเลยว่ะ
พี่ก้อ: ...
วิชัย: ไม่ได้กวนตีนเล้ย แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลยว่ะ
รู้สึกได้ถึงสายลมแห่งความว่างเปล่าหอบพัดใบไม้แห้งๆ ผ่านไปในล็อบบี้
...ไอ้วิชัย...มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
คือผม...ไม่ได้กวนตีนครับ แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย ก็ภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสบวกเข้ากับความตื่นเต้นและตระหนกมันฟังออกง่ายๆ ซะที่ไหน
ยังไม่ทันจะอะไร คุณอาลาดินโทรมาอีกครั้งบอกว่าเข้าห้องไม่ได้ อยากให้เอามาสเตอร์คีย์ไปเปิดประตูให้หน่อย
มาสเตอร์คีย์คือกุญแจวิเศษที่สามารถเปิดประตูห้องแขกทุกห้องในโรงแรมได้ โดยพวกผู้จัดการประจำรอบจะมีถือไว้หนึ่งดอก แล้วส่งต่อให้ผู้จัดการคนอื่นเวลาเปลี่ยนรอบ
แต่ประตูห้องแขกนั้นยังสามารถล็อกได้อีกสองระดับคือ
ดับเบิ้ลล็อกหรือล็อกอีกชั้นจากข้างในซึ่งหากล็อกแบบนี้แล้วมาสเตอร์คีย์ก็ จะไม่สามารถเปิดได้ ยกเว้นกุญแจฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งกุญแจฉุกเฉินจะมีแค่หนึ่งดอกและเก็บไว้ในเซฟ จะมีการลงบันทึกการใช้อย่างละเอียด
ล็อกธรรมดา ดับเบิ้ลล็อกแล้ว ยังเหลืออีกหนึ่งล็อกที่ไม่สามารถใช้กุญแจเปิดได้เลยก็คือ คล้องโซ่...หากจะเปิดก็ต้องใช้คีมตัดเหล็กสถานเดียว
วิชัยและพี่ณีขึ้นไปหาคุณอาลาดินโดยถือทั้งมาสเตอร์คีย์และกุญแจฉุกเฉินด้วย ในกรณีที่ประตูมันดับเบิ้ลล็อกโดยคุณนุช
ประตู ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย ไม่มีใครอยู่ในห้อง คุณอาลาดินส่งสัญญาณมือให้พวกผมอยู่รอเป็นเพื่อนก่อน คุณอาลาดินเดินไปดูทั่วๆ ห้องและเข้าไปในห้องน้ำ จึงให้สัญญาณว่าไม่มีอะไรแล้วไปเถอะ ผมและพี่ณีเดินลงมาข้างล่างได้ไม่ทันจะหายเมื่อย คุณอาลาดินโทรมาอีกครั้ง คราวนี้ขอหมอหรือพยาบาลหรือรถพยาบาลมาเตรียมไว้ เพราะคุณนุชนอนแน่นิ่งไม่ขยับ
คุณนุชใช้วิชานินจาพับตัวซ่อนอยู่นในตู้เย็นรึไง คุณอาลาดินเลยไม่เห็นตั้งแต่เข้าห้องเมื่อกี้
แต่เอาเถอะ นั่นมันเรื่องของแขก เพราะตอนนี้เราของเราคือแขกนอนนิ่งเป็นหมอนข้างอยู่ในห้องโรงแรม
พี่ณีกับพี่ก้อกระโจนไปห้องแขกก่อนแล้ว ส่วนวิชัยรอพยาบาลประจำโรงแรมมา
พยายามตัวปุ๊กลุ๊กวิ่งมาอย่างทุลักทุเล
พยาบาล: โอ้ยพี่...หนูปวดท้องมากเลยค่ะ
...เดี๋ยวนะน้อง เก็บปวดท้องไว้ก่อน อย่าเพิ่งอวด...เดี๋ยวไปดูแขกก่อนนะ
พยาบาลอยู่ในลิฟท์กุมท้องอย่างน่าเป็นห่วง...
เดี๋ยวนะน้อง อย่างเพิ่งไส้บิ่นตอนนี้นะ อั้นไว้ก่อนนะ
ถึงห้องก็พบคุณนุชนอนกองเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่บนเตียง พยาบาลจัดการไปตรวจชีพจรต่างๆ เพื่อพิสูจน์สถานภาพชีวิตปัจจุบัน ซึ่งก็ปกติดี...เรียกอาการนี้อย่างเป็นทางการว่า calling shout attention หรือแปลเป็นภาษาไทยให้ชาวบ้านเข้าใจว่า เรียกร้องความสนใจ...
เดินลงมาข้างล่าง ทีมเบลแมนก็จัดการเตรียมรถตู้โรงแรมไว้รอ เพื่อที่จะสามารถไปส่งคุณนุชที่โรงพยาบาลได้ทัน
อาร์ท: เฮ้ย ไอ้โต มึงไปเตรียมรถขึ้นไปห้องคุณอาลาดินดิ๊ เดี๋ยวกูไปเตรียมรถตู้ไว้
ไม่มีว่าไอ้โตมันตกใจหรือมันยังไม่ตื่น หรือโดนลาภูเขาเข้าสิง...แต่ก่อนที่ไอ้โตจะทำอะไรสุดชาติเสล่อออกมาก พี่เกดก็จัดการเรียกสติ
พี่เกด: ไอ้โต ไอ้ห่า มึงจะเอารถขนกระเป๋าไปทำปุ๋ยเทียมรึไง มึงจะให้คุณนุชเกาะลงมารึไง เค้าให้เรารถเข็นว้อย!
...อืม...ไอ้โต คงจะโดนลาภูเขาเข้าสิงจริงๆ ครับ
เย็นวันนั้นคุณอาลาดิน และคุณนุชก็เช็คเอาท์ไปอย่างสงบ ไม่มีตำนานรักดอกเหมยหรือพิษรักแรงแค้นแบบสดๆ ให้พนักงานดู แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร จะเป็นมวยไทยหรือมวยปล่ำ...อันนี้ไม่รู้...วิชัยออกเวรมาก่อน
แต่ในวันเดียวกันนั้นหลังจากที่ผ่านมหันตภัยรักมาแล้วนั้น ในขณะที่กำลังตื่นเต้นกันอยู่
ก็มีแขกสองคนเดินมาหาวิชัยอย่างเงียบๆ
แขก: ไอ ว้อนท์ ทู โก ทู เซ็นเตอร์พง
นั่นไงครับ...เครือซีเมนต์ไทยส่งแขกมาทดสอบไอคิวกูอีกแล้ว...เซ็นเตอร์พง? มันอยู่ซอกตึกช่วงไหนของพระนครวะ
วิชัย: .......Loading
แขก: เซ็นเตอร์พง!
วิชัย: ....Loading... อยากทำหน้าให้แขกรู้ว่า page can not be displayed จัง
แขก: ....
วิชัย: ...เซ็นเตอร์พ้อยท์?
แขก: เย่ เย่ เย่
ไม่ต้องให้ถามใช่มั้ยครับว่าแขกสัญชาติอะไรคู่ใหม่ปลามันตุนาหงันหน้ามนโคเรียนนั่นเอง
วิชัย: ...พัฒพงศ์?
แขก: เย่ เย่ เย่
มึง...ไม่ใช่ละ อย่าตอบแบบโยนภาระแบบนี้...รับผิดชอบหน่อย นี่ไม่ใช่ซาลาเปาอย่าโลภ เอ็งต้องเลือกเว้ยเฮ้ย
วิชัย: so, you want to go to centerpoint and then to patpong?
แขก: เย่ เย่ เย่
ใครก็ได้เอารถเข็นคันเมื่อกี้มาชนกูให้ตัวขาดซักทีดิ๊...
ครั้งนึงตอนอยู่ภูเก็ต..เคยมีแขกบอกว่าจะไปเบตง...แต่หลังจากที่เสียเวลาถามอยู่ชาตินึงจึงพบว่าเบตงที่แขกพูดคือป่าตอง เพราะคำว่าป่าตองเวลาเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะเป็น Patong ซึ่งมันก็อ่านเป็นเบตงได้เหมือนกัน...
ครั้งนั้นปวดตับไปหลายชั่วโมง...
ครั้งนี้...เซ็นเตอร์พง จะเป็นอะไรได้เน้อ...
วิชัย: ยูจะไปดูโชว์หรือจะไปช้อปปิ้ง
แขก: ช้อปปิ้ง...
วิชัย: งั้นยูต้องไปเซ้นเตอร์พ้อยท์
แขก: โน โน โน
วิช้ย: ถุยชีวิต! ไม่ใช่อีก!
เหมือนเสียเวลาทั้งชีวิตค้นหาความหมายของคำว่ารัก...ในที่สุดก็ค้นพบ...
โคเรียนบอยแอนด์เกิร์ลจะไปเซ็นทรัลชิดลม!!!~
ไอ้แช่แฟ้บบบ!!!


#1 By azlaz on 2009-01-09 02:19