เซ็งเสียวหู ถึงรูฉี่คับ
posted on 16 Mar 2009 01:06 by doggiestyle in 5starStory, iloveit
วันหนึ่ง ที่ทำงาน ไม่ยุ่งเลย สบาย เหงาเงียบวังเวงเหมือนเจ้าของจ้างเรามาเฝ้าสมบัติใต้โรงแรม
วิชัยเช็คอีเมลสลับสัปหงกอยู่ที่โต๊ะ
น้องโอ๋เดินมาบอกว่า ห้อง 203 เปิดเซฟไม่ได้
โรงแรมห้าดาวแทบจะทุกที่จะมีเซฟให้แขกใช้ในห้องพัก เป็นแบบกดรหัสสี่หลักเอง
ใช้ง่ายมากๆ มนุษย์คนไหนที่กดตู้เอทีเอ็มเป็น ก็น่าจะใช้เป็นไม่ยาก
แต่ที่มีปัญหาบ่อยๆ คือไอ้เซฟที่ว่ามันชอบค้าง ไม่รู้เพราะอากาศความชื้นในห้องหรือเพราะความกดอากาศแถวอ่าวไทยหรือไง
อีเซฟที่ว่าจะเสียบ่อยมาก ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของดิวตี้ที่ต้องขึ้นไปจัดการเปิดให้แขก
วิชัยก็จัดการนำเครื่องมือที่จะใช้ในการเปิดเซฟ และใบลงทะเบียนเข้าพักขึ้นห้องแขก
อยู่หน้าห้อง กดออด...ไม่มีเสียงนิ๊งหน่อง...ไม่มีแขกอยู่เหรอวะ?
กดพีซีทีหาน้องโอ๋ (พวกผมจะมีโทรศัพท์พีซีทีพกติดตัวด้วย)
น้องโอ๋: มีจริงๆ คะพี่ แขกโทรมาจริงๆ
โอเคได้ แขกอาจจะไม่ใช่เสียบการ์ดไว้ก็ได้ ประมาณว่าชอบห้องแบบอุ่นๆ
วิชัยเคาะประตู ได้ยินเสียงเดินในห้อง เพราะเงาที่สะท้อนในรูตาแมว...โอเคมีแขก
เดินเข้าไปให้ห้องตาขวาเหลือบไปมองเห็นคุณผู้หญิงนอนตะแคงบนเตียงอ่านแมกกาซีนอะไรสักอย่างอยู่ รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย เพราะห้องอุ่นมาก สงสัยว่าทำไมแขกไม่เปิดแอร์ไว้
แอบมองว่าไม่มีคราบเลือดอยู่บนพื้นห้อง...โอเค ไม่มีการปาดคอพิฆาตกรรมกัน เราปลอดภัยล่ะ
วิชัยก็จัดการให้แขกเซ็นใบยินยอมเปิดเซฟ ซึงในความจริงแล้วจุดประสงค์จริงๆ คือต้องการจะเช็คว่าอีแขกคนนี้เป็นเจ้าของห้องจริงๆ รึเปล่า ไม่ใช่เข้ามาเอาข้าวหลามบ้องเสียบตูดเจ้าของห้องแล้วสวมรอยทำเป็นเปิดเซฟไม่ได้
วิธีง่ายๆ ในการเช็คก็คือเทียบลายเซ็นว่าตรงกับในใบลงทะเบียนรึเปล่า
(เพราะฉนั้นเวลาไปพักโรงแรมที่ไหน เค้าให้เซ็นใบลงทะเบียนก็เซ็นให้หน่อยเถอะครับ นึกซะว่าจ๋าขอ...)
วิชัยยื่นให้แขกเซ็น สายโทรศัพท์ก็เข้ามา เป็นน้องโอ๋อยู่ปลายสาย
น้องโอ๋: พี่คะ พี่เจอแขกรึเปล่า...เพราะว่าแขกห้อง 203 เนี่ยอยู่ที่ล็อบบี้คะ
วิชัยยื่นปากกาให้แขกเซ็น....
.....
.....
อ้าวเหี้ยละ แล้วห้าร้อยเคราดงดิบนี่ใครวะ
วิชัย: โอ๋...ก็นี่กูอยู่กับแขกเนี่ย
น้องโอ๋: แต่แขกข้างล่างก็บอกชื่อและนามสกุลห้อง 203 ถูกด้วยนะ
วิชัยมองหน้าแขกและรับใบยินยอมเปิดเซฟมาจากแขก...
เหลือบมองลายเซ็นในใบลงทะเบียน
แสรดดด มันไม่เหมือนกัน!
งานนี้เหี้ยจริงๆ ละ
เทวดาคงมองเราอยู่ ตอนนี้เทวดากำลังช่วยเราอยู่ เราต้องใจจุ้มๆ มันไม่แย่ขนาดนั้นหรอก
คุณผู้หญิงที่เมื่อกี้นอนที่เตียงลงมายืนข้างๆ
...เฮ้ย!! พวกมึงคิดจะรุมกันใช่มะ
วิชัยทำเป็นชวนคุยนู่นนี่นั่นโน่น อากาศดีมั้ย ลอนดอนหนาวเนอะ เกาหลีมั่วเนอะ
แต่เหงื่อเริ่มออกง่ามนิ้วตีนและรักแร้ทั้งสองข้าง
หนูในสมองนี่ตะกุยจักรย้อนความรำลึกข่าวในอดีตจำพวกพนักงานพลาดเปิดช่องทางให้แขกขโมยของในห้องแขก โดนไล่ออก ไม่พอ โดนสังคมประนามซ้ำเติมทับถมกันเข้าไปอีก
พระเจ้า! วิชัยกำลังจะรับช่วงมงกฏสายสะพายต่อไปหรือนี่
เชฟเปิดออกแล้ว...แอบมองเข้าไป เห็นเป็นกล้องดิจิตอลตัวเขื่องหนึ่งอัน
สายโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง
โอ๋: เป็นไงบ้างคะพี่
วิชัย: อืม...ข้างบนหนาวมากก
โอ๋: แต่แขกข้างล่างเนี่ย นอกจากจะสะกดชื่อถูกแล้ว ยังบอกวันเช็คอินและเอ๊าท์ถูกด้วยนะคะพี่
...ขอบคุณมากครับโอ๋ สำหรับความสิ้นหวังและซากอ้อย...
เพื่อความสบายใจ วิชัยก็เลยขอลายเซ็นคุณผู้หญิงอีกครั้ง ซึ่งปรากฎว่ามันค่อนข้างเหมือนกับที่เซ็นไว้ในใบลงทะเบียน
แต่ก็เสี่ยงดวงแบบซึ่งๆ หน้าโดยบอกแขกตรงๆ ไปว่า ที่คุณผู้ชายเซ็นครั้งแรกไม่ค่อยเหมือนในใบลงทะเขียนเท่าไหร่ เลยต้องขอของคุณผู้หญิงอีกครั้ง
แขกไม่มีปฏิกิริยาชักมีดหรือตั้งท่ายูโดคาราเต้อะไร ก็เลยรอดตัวไม่โดยแขกอัดคาห้อง วิชัยก็เลยรีบเผ่นออกจากห้องเพื่อลงมาคุยกับแขกห้อง 203 อีกคนในล็อบบี้...
ก่อนออกจากห้อง สังเกตเห็นว่าคุณผู้ชายหยิบพาสปอร์ตออกจากกระเป๋าแล้วใส่เข้าไปในเซฟ
อืม...เค้าคงไม่งัดเซฟชาวบ้านเพื่อเก็บพาสปอร์ตตัวเองหรอกมั้ง...
แล้วว่าแต่อีแขกข้างล่างนี่มันใครวะ
แล้วอีสองคนนี่ใครวะ
พวกเอ็งทั้งหมดแล้วเป็นใครวะ!!!~
วิชัยจงใจกดลิฟท์รอแขก เผื่อจะมีพิรุธอะไรหล่นระหว่างทาง แต่แขกเข้าลิฟท์มาโดยที่ไม่มีไอ้กล่องอันเขื่องในลิฟท์สะพายมาด้วย
คงไม่ใช่ขโมยหรอกมั้งเนอะ แล้วว่าแต่แขกข้างล่างมันคือใครกันแน่วะ
พอลงมาข้างล่างแขกคนที่คุยกับโอ๋ในระหว่างที่ผมเปิดเซฟอยู่นั่นก็ออกจากโรงแรมไปแล้ว
อาร์ต: แว่น แขกคู่นั่นใครอะ
วิชัย: คู่ไหนวะ เพราะกูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ
สรุปว่าอาร์ตคือคนที่คุยกับแขกที่อ้างว่าอยู่ห้อง 203 ในระหว่างที่ผมเปิดเซฟอยู่บนห้อง
อาร์ต: เฮ้ย...แขกบอกถูกหมดเลยนะ
วิชัย: อืม...ไอ้แขกข้างบนก็เสือกเซ็นไม่ค่อยเหมือนด้วยดิ
อาร์ตทำหน้าตาที่ไม่ต้องเอาขนมปังแปลภาษามาซับเหงื่อก็อ่านออกว่า "ชิบหายแล้ว"
อาร์ต:....
วิชัย:....
..... ต่างคนต่างพูดไม่ออก ได้แต่มองตา เท่านั้น....
เหตุการณ์แบบนี้ต้องลงเอยด้วยการไปดูกล้องวงจรปิดให้รู้เรื่อง
มีอยู่แค่สามอย่างที่จะเป็นไปได้
1. แขกที่อยู่ในล็อบบี้เป็นเจ้าของห้อง 203
2. แขกที่อยู่ในห้องเป็นขโมย
3. แขกที่อยู่ในล็อบบี้เป็นเพื่อนกับห้อง 203 ที่อยู่กับวิชัย
งง ใช่มะ...อืม...วิชัยก็งงแม่งแช่แฟ้บเหมือนกัน
เคยเล่าไปเมื่อนานมาแล้วว่า การที่เรามาดีกล้องวงจรปิดย้อนหลังเป็นอะไรที่โคตรไม่สนุก เพราะมันทั้งช้า ทั้งยุ่งยาก เดินเข้าไปที่ห้อง โดยที่มีอาร์ตตามมาด้วย...ร้อนใจทั้งคู่
อาร์ตร้อนใจประมาณ 39องศา ที่เสือกอยู่ดีๆ โดนหางเลขเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย
วิชัยร้อนใจ 48องศา เพราะเปิดเซฟให้ขโมยของในห้อง
เวลาเราร้อนใจทำอะไรสักอย่าง อะไรๆ หลายอย่างมักจะไม่ได้ดั่งใจ...
เรื่องนี้โคตรจริงครับพี่น้อง
เพราะระบบไม่รู้เป็นห่าเหวปลวกแดกลิ้นอะไรนักหนา ชักช้าชิบเป๋ง...
ให้ทางซิคิวริตี้ปลุกปล้ำอยู่ประมาณ สองชั่วอายุเต่า โดยที่มีวิชัยยืนกระดิกตีนเป็นจังหวะเทคโนอยู่ข้างๆ เห็นภาพค่อยๆ ขยับ ขยับช้าพอๆ กับเปลือกโลก...
ในห้องจะมีทีวีอยู่ประมาณ 6 ตัว ส่วนที่เกี่ยวข้องกับแขกมีอยู่ 3ตัว
ในทีวีแต่ละเครื่องจะแบ่งจอเป็น 24 ช่อง แสดงถึงจุดต่างๆ ในโรงแรมเช่น หน้าลิฟท์ หน้าห้องแขก หรือในล็อบบี้
วิชัย: พี่! ขอรีกล้องหน่อยครับ วันนี้ตอนเวลาประมาณ 1345 นาฬิกา หน้าห้อง 203
พี่ซิคิว: ได้แว่น เดี๋ยวนะ...ห้อง 203 ก็ต้อง...อืม...ตัวไหนน้า...
ผมได้บอกไปรึยังว่า...เวลาเราร้อนใจทำอะไรสักอย่าง อะไรๆ หลายอย่างมักจะไม่ได้ดั่งใจ...
แทบอยากจะมุดเข้าในทีวีแล้วหาเองซะเดี๋ยวนั้น
ทีวี 3 เครื่องเครื่องละ 24 ช่องรวมกันก็มีอยู่ประมาณ 72 ช่อง
ทั้ง 72 ช่อง มีสองช่องที่มืดอยู่
คือช่องหน้าห้อง 203 กับหน้าลิฟท์ชั้น 2!!!
ไอ้แช่ซากแฟ้บบบบ!!!!
พี่ซิคิว: สงสัยกล้องจะมีปัญหานะ...
ขอบพระคุณอย่างสุดตูด
และขอแสดงความแช่แฟ้บอย่างสุดซึ้ง
ตอนนี้คงจะทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่า สวัสดี ขากถุย ชีวิตบัดซบ แล้วกลับมาทำงานและรับสภาพที่จะเกิดขึ้น
มีคำพูดหนึ่งประโยคในเกมส์กีฬา การป้องกันที่ดีคือเกมส์รุกอย่างหนึ่ง
วิชัยจัดการขึ้นไปห้องแขกและทำการตัดกุญแจแขกซะเลย
...ตัดกุญแจ ในทีนี้ไม่ได้แปลว่าเอากรรไกรหรือคีมมาตัดนะ ตัดกุญแจ คือการทำให้กุญแจแขกไม่สามารถเปิดประตูได้อีกต่อไป
และแขกจะต้องมาติดต่อเราให้ออกกุญแจให้ใหม่ ซึ่งวิชัยจะดักเจอแขกตอนนั้นจะถามให้ได้รู้เอซีมิลานกันไปเลย
(งงซิ...ให้รู้เอซีมิลาน...งงซิ...ก็ให้รู้ดำรู้แดงไงเล่า)
วันนั้นทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด เหมือนพรุ่งนี้จะไม่ต้องมาทำงานอีกแล้ว เพราะกำลังจะโดนไล่ออกโทษฐานไปเปิดเซฟให้คนอื่นขโมย
ตกเย็น ในขณะที่กำล้งกินข้าวอยู่
โอ๋: พี่แว่น แขกห้อง 203 มาตัดกุญแจแล้วนะคะ
วิชัย: ดีๆ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ
โอ๋: ไม่ต้องแล้วคะ เพราะแขกขึ้นห้องไปแล้ว
วิชัย: อ้าว ก็บอกให้เรียกวิชัยไง
โอ๋: ก็ไอ้ยอดซิคะ มันลืมคะ
ขอบพระคุณอย่างสุดตูด
และขอแสดงความแช่แฟ้บอย่างสุดซึ้ง
วิชัยโทรหาแขกที่ห้อง แขกดันไม่อยู่ห้องอีก...
อุว๊ะ!! อะไรกันหนักหนา!!!~
ม่างงงเอ๊ยย!
ประมาณสามทุ่ม...อาร์ตหน้าตาตื่นมาบอกว่า อีแขกตอนนี้อยู่ในล็อบบี้แล้ว
ถ้าเป็นซีนในหนังฮ่องกงก็จะคงเป็นผมเดินขึ้นมาในล็อบบี้แล้วจัดการชักปืนสั้นปืนยาวอาก้าบาซูก้าอาพีจีธนูลูกดอกหน้าไม้กระหน่ำยิง แล้วตีลังกาม้วนหน้าตามเข้าไปเอามีดสั้นปังตอกรรไกรตัดเล็บและหลอดกาแฟทิ่มหัวนมและแทงตับให้สาสมกับความแค้น...
วิชัย: เอ่อ ยู...มีเรื่องอะไรถามหน่อยอ่ะ คือว่าตอนกลางวันที่ไปเปิดเซฟให้ยูอ่ะ...แบบว่ายูว์โนว์
เล่าเรื่องทั้งหมดให้แขกฟัง ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องตลกที่สุดของวันสำหรับแขก เพราะหัวเราะไม่ยอมหยุด และบอกว่าสองคนข้างล่างเป็นเพื่อนของแขกเองที่ไม่ได้นอนในโรงแรมแต่แวะเข้ามาขออาบน้ำในห้องก่อนที่จะไปอยุธยา...
โอเค ดีมากที่สุด เดี๋ยวรอตรงนี้สักสามนาที
ขอไปยกเก้าอี้มาทุ่มใส่ตาตุ่มหน่อย...แม่งงง!!!
แช่แฟ้บ!~
ทำเอากูลุ้นฉี่คับอยู่ครึ่งค่อนวัน!!!

#1 By wesong on 2009-03-16 01:13