งานโรงแรม ไม่ใช่อย่างที่คิด
posted on 24 Mar 2009 01:55 by doggiestyle in 5starStory, iloveitหมายเหตุ
เอนทรีนี้ได้ไอเดียมาจาก คุณน้องคนโรงแรม mango hotel เอนทรี อาชีพสุจริต
ผมขอบคุณครับสำหรับไอเดีย...
หมายเหตุอีกครั้ง
เอนทรีนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวประกอบกับประสบการณ์ตรงนะครับ
ครั้งหนึ่งมีผู้ใหญ่ท่านนึงถามว่าวิชัยเรียนอะไรอยู่
ตอนนั้นผมตอบว่าเรียนสายอาชีพวิชาการโรงแรมอยู่
ผู้ใหญ่ท่านนั้นตอบกลับมาว่า..."ก็ดี...จบมาจะได้ไปช่วยงานท่าน?"
ผมได้แต่ทำหน้าเมือกเบอร์สองแล้วคิดว่า ท่านไหนวะ?
ผมเดาว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นคงคิดว่า ผมเรียนอยู่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร
ผมไม่ได้พยายามอธิบายหรือบอกอะไร ผมแค่สวัสดีแล้วเดินจากมา
อีกครั้งนึงที่ผมทำงานโรงแรมใหม่ๆ ผมกลับไปเยี่ยมโรงเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด
ผมไม่รู้ว่าทัศนคติสมัยนี้เป็นยังไงแล้ว แต่สมัยเก่านั้น
เด็กที่เรียนมหาลัยเท่ากับ มีอนาคตและแน่นอนว่า เด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยเท่ากับไม่มีอนาคต
เด็กทุกคนที่เอนท์ไม่ติด ก็เลยหันไปเรียนมหาลัยรัฐตามกระแสทัศนคติที่ว่า
ส่วนเด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยแล้วเสือกไปสลิดตะลอนๆ ที่พม่าอีก เลยเท่ากับ "มึงจะทำแดกอะไร"
บอกตรงๆ ว่าตอนที่ผมกลับไปโรงเรียนมัธยมหนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเหมือนคนที่แข่งวิ่งมาราธอนแล้วเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง
ผมเป็นผู้ชนะ เพราะผมพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมหางานทำได้โดยที่ไม่ได้เรียนมหาลัย และผมยังเอาชีวิตส่วนหนึ่งไปทำอะไรที่ก็ไม่รู้ที่พม่าอีกสองปี
โรงเรียนมัธยมดูเล็กลงถนัดตา
อาจารย์เดินเข้ามาทักทายผมตามประสา หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี
อาจารย์ถามว่าผมทำอะไรอยู่ ผมมั่นใจว่าตอนนั้นผมตอบด้วยแววตาวิบวับสามแสนแรงเทียนว่า
ตอนนี้ผมทำงานโรงแรมอยู่
อาจารย์ทำหน้าเหมือนผมไปบอกท่านว่า ผมเพิ่งติดซิฟิลิสมา
ยิ่งคุยกัน ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่า อาจารย์ท่านนี้ไม่เข้าใจที่ผมพูดเลย
ผมเดินกลับบ้านด้วยบทเรียนสองอย่าง
- งานโรงแรมมันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าใจ ด้วยคำอธิบายสั้นๆ ว่า "ผมทำงานโรงแรม"
- อย่าหวังว่าอาจารย์จะเข้าใจทุกๆ อย่าง
ครั้งนึงเมื่อครั้งที่ทำงานอยู่ที่เชียงราย อาผมคนนึงพยายามถามว่าค่าห้องที่โรงแรมผมราคาเท่าไหร่ซึ่งผมตอบกลับไปว่าราคาอยู่ที่ประมาณ สามพันกว่าเหรียญ หรือตกเป็นเงินประมาณ หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทต่อสามคืน
อาคนนั้นบอกว่า ผมโม้ มันไม่มีโรงแรมไหนที่มีห้องพักแพงขนาดนี้หรอก เพราะแกไปพักโรงแรมห้าดาวมาเยอะแล้ว
ผมสงสัยว่า โรงแรมห้าดาวของอานั้นมันเป็นยังไงกันแน่
ผมมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจงานโรงแรม ไม่เข้าใจว่ามันเป็นยังไง ทำงานยังไง ได้เงินเท่าไหร่ ได้เงินยังไง
คงเพราะงานโรงแรมเป็นงานที่ปิดมั้งครับ ปิดในที่นี้หมายความว่า เราไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโรงแรมเท่าไหร่ คนทำงานโรงแรมยังมีน้อย และในการจ้างคนทำงาน ยังคงจ้างกันแบบปากต่อปากกันอยู่
มหาลัยต่างๆ ก็เพิ่งมาบรรจุสาขาการโรงแรมกันโครมๆ ก็ไม่นานนี้เองครับ งานตรงนี้ก็เลยถือเป็นเรื่องที่เพิ่งมานิยมกันในภายหลัง
อีกอย่างที่ผมสังเกตก็คือ คนไทยจะถือว่างานโรงแรมเป็นงานอันดับล่าง
สังเกตง่ายๆ คำเรียกคนทำงานโรงแรมซิครับ เด็กยกกระเป๋า เด็กเสิร์ฟ เด็กรับรถ
หลายๆ ตำแหน่งเมื่อก่อนมีคำว่าเด็กเสมอ เด็กก็คือผู้น้อย งานโรงแรมก็เลยเป็นงานผู้น้อย
จนเมื่อหลังๆ ก็เริ่มมีโรงแรมต่างๆ พยายามเรียกแทนตัวเองว่า พนักงานนำหน้า
หรือว่าบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ มีชั้นวรรณะ มีแบ่งขี้ข้าเจ้านายก็เลยทำให้คนไทยคิดว่าคนที่มาบริการคนอื่นอีกที เท่ากับขี้ข้า เพราะงานโรงแรมส่วนใหญ่แล้วจะออกไปแนวโน้มน้อม ยืนกุมจู๋ ยกมือไหว้ มีการเอาใจ
เหมือนๆ กับในหนังละครต่างๆ ที่มักจะมีภาพพระเอกกระซิบนู่นนี่นั่นแล้วเอาเงินยัดมือคนโรงแรม
หรือคนโรงแรมยิ้มปากถึงหูฟันทิ่งคางแล้วพยักหน้า ไม่ทำอะไร
รวมๆ แล้วงานโรงแรมเท่ากับ งานโง่ๆ มีนอกมีใน ได้เงินเยอะ
รวมๆ แล้ว ถ้าเป็นผู้ชาย งานโรงแรมเท่ากับ เสิร์ฟน้ำ ยกกระเป๋า
ถ้าเป็นผู้หญิง งานโรงแรมเท่ากับงานเปลืองตัว ทำตัวสวยและโง่ บางทีอาจได้คอมโบเข้าใจผิดว่า งานโรงแรมคืองานกระหรี่...ผู้หญิงในโรงแรมก็คือกันนั่นแหละ อยากได้ก็เอาเงินยัดให้แล้วก็เอาไปซัดได้ตามสบาย
หลายๆ ครั้งเข้า ผมเลือกที่จะเงียบและไม่ขอพูดอะไรดีกว่า เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่เข้าใจอะไรหรอกครับ ถึงเราจะอธิบายด้วยภาษาเดียวกันก็ตาม เพราะสิ่งที่เราพูดไป ไม่มีทางดังไปกว่าเสียงที่อยู่ในหัวคนเหล่านั้นหรอก
บอกตรงๆ ว่างานโรงแรมมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดเท่าไหร่
มันมีแรงกดดันเยอะมาก เจอแขกเอาเปรียบ เจอแขกกวนตีน แล้วเรายังคงต้องทำเป็นว่าไม่โกรธอีก
...มันแย่มั้ยละ
นั่นยังไม่นับถึงแรงเสียดทานระหว่างแผนกอีก หลายคนไม่รู้ว่างานโรงแรมนั้น ระบบถูกออกแบบมาให้ทุกแผนกในโรงแรมต้องพึ่งพากัน และคานอำนาจกันอยู่ และนั่นคือการที่ต้องปวดตับกันเอง เพื่อให้งานทุกอย่างออกมาสวย
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วก็เหมือนเสื้อสวยๆ สักตัวที่มีตะเข็บด้านหลังเสื้อ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น
ผมไม่ได้จะบอกว่างานโรงแรมมันวิเศษวิจิตรกว่างานอื่นๆ นะ
เพราะขึ้นชื่อว่างานแล้ว มันไม่เคยมีมาง่ายๆ หรอก ไม่ว่างานอะไรก็ตาม
มีหนึ่งอย่างที่ผมภูมิใจดีใจที่ได้ออกหนังสือ สิ่งมีชีวิตในโรงแรม ก็คือการที่มีคนอ่านส่งข้อความมาว่า
อ่านแล้วเห็นภาพโรงแรมที่ต่างออกไป อ่านแล้วเห็นภาพงานโรงแรมมากขึ้น อ่านแล้วเข้าใจงานโรงแรมดีขึ้น
ผมคงจะไม่พระเอกแล้วบอกว่า ผมรักงานนี้ หรืองานนี้เป็นงานที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก
งานโรงแรมบางครั้งมันก็เลวร้ายและเชี่ยมากในบางอารมณ์
แต่ผมเชื่อว่าไม่ว่าคนโรงแรมจะบ่นก่นด่ามากแค่ไหน แต่ทุกคนก็ภูมิใจในงานโรงแรมเหมือนๆ กัน
ไม่ว่าคนอื่นจะมองงานนี้ยังไง

b แต่ก็ภูมิใจ เพราะครอบครัวที่บ้านเค้าสนับสนุนเป็นอย่างดี

เป็นอาชีพที่ผู้คนมักไม่เข้าใจจริง ๆ ด้วยค่ะ
สมัยก่อนดิฉันทำงานเป็นนักข่าวสายบันเทิง
ผู้คนกรี๊ดกร๊าดใหญ่ เพราะเป็นอาชีพที่ได้เจอดารา
อีกทั้งยังถูกเข้าใจว่าเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน
ขอโทษ ดิฉันได้แค่ 4000 เอง
แถมยังไม่มีสวัสดิการอะไรสักอย่าง
ต้องขอร้องดาราว่า ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าข้าวเองได้ไหม
(นัดร้านไก่ทอด ขนมปังฝรั่ง ฯลฯ)
จนวันนี้ยังไม่มีใครเชื่อเลย
เงียบ เป็นคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ
#1 By Mrs. Holmes on 2009-03-24 02:08