หมายเหตุ

เอนทรีนี้ได้ไอเดียมาจาก คุณน้องคนโรงแรม mango hotel เอนทรี อาชีพสุจริต
ผมขอบคุณครับสำหรับไอเดีย...

หมายเหตุอีกครั้ง
เอนทรีนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวประกอบกับประสบการณ์ตรงนะครับ

 

 

ครั้งหนึ่งมีผู้ใหญ่ท่านนึงถามว่าวิชัยเรียนอะไรอยู่
ตอนนั้นผมตอบว่าเรียนสายอาชีพวิชาการโรงแรมอยู่
ผู้ใหญ่ท่านนั้นตอบกลับมาว่า..."ก็ดี...จบมาจะได้ไปช่วยงานท่าน?"
ผมได้แต่ทำหน้าเมือกเบอร์สองแล้วคิดว่า ท่านไหนวะ?

ผมเดาว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นคงคิดว่า ผมเรียนอยู่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร
ผมไม่ได้พยายามอธิบายหรือบอกอะไร ผมแค่สวัสดีแล้วเดินจากมา

อีกครั้งนึงที่ผมทำงานโรงแรมใหม่ๆ ผมกลับไปเยี่ยมโรงเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด
ผมไม่รู้ว่าทัศนคติสมัยนี้เป็นยังไงแล้ว แต่สมัยเก่านั้น
เด็กที่เรียนมหาลัยเท่ากับ มีอนาคตและแน่นอนว่า เด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยเท่ากับไม่มีอนาคต
เด็กทุกคนที่เอนท์ไม่ติด ก็เลยหันไปเรียนมหาลัยรัฐตามกระแสทัศนคติที่ว่า
ส่วนเด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยแล้วเสือกไปสลิดตะลอนๆ ที่พม่าอีก เลยเท่ากับ "มึงจะทำแดกอะไร"

บอกตรงๆ ว่าตอนที่ผมกลับไปโรงเรียนมัธยมหนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเหมือนคนที่แข่งวิ่งมาราธอนแล้วเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง
ผมเป็นผู้ชนะ เพราะผมพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมหางานทำได้โดยที่ไม่ได้เรียนมหาลัย และผมยังเอาชีวิตส่วนหนึ่งไปทำอะไรที่ก็ไม่รู้ที่พม่าอีกสองปี

โรงเรียนมัธยมดูเล็กลงถนัดตา
อาจารย์เดินเข้ามาทักทายผมตามประสา หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี
อาจารย์ถามว่าผมทำอะไรอยู่ ผมมั่นใจว่าตอนนั้นผมตอบด้วยแววตาวิบวับสามแสนแรงเทียนว่า
ตอนนี้ผมทำงานโรงแรมอยู่

อาจารย์ทำหน้าเหมือนผมไปบอกท่านว่า ผมเพิ่งติด