หมายเหตุ

เอนทรีนี้ได้ไอเดียมาจาก คุณน้องคนโรงแรม mango hotel เอนทรี อาชีพสุจริต
ผมขอบคุณครับสำหรับไอเดีย...

หมายเหตุอีกครั้ง
เอนทรีนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวประกอบกับประสบการณ์ตรงนะครับ

 

 

ครั้งหนึ่งมีผู้ใหญ่ท่านนึงถามว่าวิชัยเรียนอะไรอยู่
ตอนนั้นผมตอบว่าเรียนสายอาชีพวิชาการโรงแรมอยู่
ผู้ใหญ่ท่านนั้นตอบกลับมาว่า..."ก็ดี...จบมาจะได้ไปช่วยงานท่าน?"
ผมได้แต่ทำหน้าเมือกเบอร์สองแล้วคิดว่า ท่านไหนวะ?

ผมเดาว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นคงคิดว่า ผมเรียนอยู่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร
ผมไม่ได้พยายามอธิบายหรือบอกอะไร ผมแค่สวัสดีแล้วเดินจากมา

อีกครั้งนึงที่ผมทำงานโรงแรมใหม่ๆ ผมกลับไปเยี่ยมโรงเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด
ผมไม่รู้ว่าทัศนคติสมัยนี้เป็นยังไงแล้ว แต่สมัยเก่านั้น
เด็กที่เรียนมหาลัยเท่ากับ มีอนาคตและแน่นอนว่า เด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยเท่ากับไม่มีอนาคต
เด็กทุกคนที่เอนท์ไม่ติด ก็เลยหันไปเรียนมหาลัยรัฐตามกระแสทัศนคติที่ว่า
ส่วนเด็กที่ไม่ได้เรียนมหาลัยแล้วเสือกไปสลิดตะลอนๆ ที่พม่าอีก เลยเท่ากับ "มึงจะทำแดกอะไร"

บอกตรงๆ ว่าตอนที่ผมกลับไปโรงเรียนมัธยมหนนั้น ผมรู้สึกว่าผมเหมือนคนที่แข่งวิ่งมาราธอนแล้วเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง
ผมเป็นผู้ชนะ เพราะผมพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมหางานทำได้โดยที่ไม่ได้เรียนมหาลัย และผมยังเอาชีวิตส่วนหนึ่งไปทำอะไรที่ก็ไม่รู้ที่พม่าอีกสองปี

โรงเรียนมัธยมดูเล็กลงถนัดตา
อาจารย์เดินเข้ามาทักทายผมตามประสา หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี
อาจารย์ถามว่าผมทำอะไรอยู่ ผมมั่นใจว่าตอนนั้นผมตอบด้วยแววตาวิบวับสามแสนแรงเทียนว่า
ตอนนี้ผมทำงานโรงแรมอยู่

อาจารย์ทำหน้าเหมือนผมไปบอกท่านว่า ผมเพิ่งติดซิฟิลิสมา
ยิ่งคุยกัน ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่า อาจารย์ท่านนี้ไม่เข้าใจที่ผมพูดเลย

ผมเดินกลับบ้านด้วยบทเรียนสองอย่าง
- งานโรงแรมมันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าใจ ด้วยคำอธิบายสั้นๆ ว่า "ผมทำงานโรงแรม"
- อย่าหวังว่าอาจารย์จะเข้าใจทุกๆ อย่าง

ครั้งนึงเมื่อครั้งที่ทำงานอยู่ที่เชียงราย อาผมคนนึงพยายามถามว่าค่าห้องที่โรงแรมผมราคาเท่าไหร่ซึ่งผมตอบกลับไปว่าราคาอยู่ที่ประมาณ สามพันกว่าเหรียญ หรือตกเป็นเงินประมาณ หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทต่อสามคืน
อาคนนั้นบอกว่า ผมโม้ มันไม่มีโรงแรมไหนที่มีห้องพักแพงขนาดนี้หรอก เพราะแกไปพักโรงแรมห้าดาวมาเยอะแล้ว

ผมสงสัยว่า โรงแรมห้าดาวของอานั้นมันเป็นยังไงกันแน่

ผมมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจงานโรงแรม ไม่เข้าใจว่ามันเป็นยังไง ทำงานยังไง ได้เงินเท่าไหร่ ได้เงินยังไง
คงเพราะงานโรงแรมเป็นงานที่ปิดมั้งครับ ปิดในที่นี้หมายความว่า เราไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโรงแรมเท่าไหร่ คนทำงานโรงแรมยังมีน้อย และในการจ้างคนทำงาน ยังคงจ้างกันแบบปากต่อปากกันอยู่
มหาลัยต่างๆ ก็เพิ่งมาบรรจุสาขาการโรงแรมกันโครมๆ ก็ไม่นานนี้เองครับ งานตรงนี้ก็เลยถือเป็นเรื่องที่เพิ่งมานิยมกันในภายหลัง

อีกอย่างที่ผมสังเกตก็คือ คนไทยจะถือว่างานโรงแรมเป็นงานอันดับล่าง
สังเกตง่ายๆ คำเรียกคนทำงานโรงแรมซิครับ เด็กยกกระเป๋า เด็กเสิร์ฟ เด็กรับรถ
หลายๆ ตำแหน่งเมื่อก่อนมีคำว่าเด็กเสมอ เด็กก็คือผู้น้อย งานโรงแรมก็เลยเป็นงานผู้น้อย
จนเมื่อหลังๆ ก็เริ่มมีโรงแรมต่างๆ พยายามเรียกแทนตัวเองว่า พนักงานนำหน้า

หรือว่าบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ มีชั้นวรรณะ มีแบ่งขี้ข้าเจ้านายก็เลยทำให้คนไทยคิดว่าคนที่มาบริการคนอื่นอีกที เท่ากับขี้ข้า เพราะงานโรงแรมส่วนใหญ่แล้วจะออกไปแนวโน้มน้อม ยืนกุมจู๋ ยกมือไหว้ มีการเอาใจ
เหมือนๆ กับในหนังละครต่างๆ ที่มักจะมีภาพพระเอกกระซิบนู่นนี่นั่นแล้วเอาเงินยัดมือคนโรงแรม
หรือคนโรงแรมยิ้มปากถึงหูฟันทิ่งคางแล้วพยักหน้า ไม่ทำอะไร
รวมๆ แล้วงานโรงแรมเท่ากับ งานโง่ๆ มีนอกมีใน ได้เงินเยอะ
รวมๆ แล้ว ถ้าเป็นผู้ชาย งานโรงแรมเท่ากับ เสิร์ฟน้ำ ยกกระเป๋า
ถ้าเป็นผู้หญิง งานโรงแรมเท่ากับงานเปลืองตัว ทำตัวสวยและโง่ บางทีอาจได้คอมโบเข้าใจผิดว่า งานโรงแรมคืองานกระหรี่...ผู้หญิงในโรงแรมก็คือกันนั่นแหละ อยากได้ก็เอาเงินยัดให้แล้วก็เอาไปซัดได้ตามสบาย

หลายๆ ครั้งเข้า ผมเลือกที่จะเงียบและไม่ขอพูดอะไรดีกว่า เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่เข้าใจอะไรหรอกครับ ถึงเราจะอธิบายด้วยภาษาเดียวกันก็ตาม เพราะสิ่งที่เราพูดไป ไม่มีทางดังไปกว่าเสียงที่อยู่ในหัวคนเหล่านั้นหรอก


บอกตรงๆ ว่างานโรงแรมมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดเท่าไหร่
มันมีแรงกดดันเยอะมาก เจอแขกเอาเปรียบ เจอแขกกวนตีน แล้วเรายังคงต้องทำเป็นว่าไม่โกรธอีก
...มันแย่มั้ยละ

นั่นยังไม่นับถึงแรงเสียดทานระหว่างแผนกอีก หลายคนไม่รู้ว่างานโรงแรมนั้น ระบบถูกออกแบบมาให้ทุกแผนกในโรงแรมต้องพึ่งพากัน และคานอำนาจกันอยู่ และนั่นคือการที่ต้องปวดตับกันเอง เพื่อให้งานทุกอย่างออกมาสวย
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วก็เหมือนเสื้อสวยๆ สักตัวที่มีตะเข็บด้านหลังเสื้อ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น

 

ผมไม่ได้จะบอกว่างานโรงแรมมันวิเศษวิจิตรกว่างานอื่นๆ นะ
เพราะขึ้นชื่อว่างานแล้ว มันไม่เคยมีมาง่ายๆ หรอก ไม่ว่างานอะไรก็ตาม

มีหนึ่งอย่างที่ผมภูมิใจดีใจที่ได้ออกหนังสือ สิ่งมีชีวิตในโรงแรม ก็คือการที่มีคนอ่านส่งข้อความมาว่า
อ่านแล้วเห็นภาพโรงแรมที่ต่างออกไป อ่านแล้วเห็นภาพงานโรงแรมมากขึ้น อ่านแล้วเข้าใจงานโรงแรมดีขึ้น

ผมคงจะไม่พระเอกแล้วบอกว่า ผมรักงานนี้ หรืองานนี้เป็นงานที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก
งานโรงแรมบางครั้งมันก็เลวร้ายและเชี่ยมากในบางอารมณ์
แต่ผมเชื่อว่าไม่ว่าคนโรงแรมจะบ่นก่นด่ามากแค่ไหน แต่ทุกคนก็ภูมิใจในงานโรงแรมเหมือนๆ กัน
ไม่ว่าคนอื่นจะมองงานนี้ยังไง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เขียนได้ดีจริง ๆ เลยค่ะ
เป็นอาชีพที่ผู้คนมักไม่เข้าใจจริง ๆ ด้วยค่ะ

สมัยก่อนดิฉันทำงานเป็นนักข่าวสายบันเทิง
ผู้คนกรี๊ดกร๊าดใหญ่ เพราะเป็นอาชีพที่ได้เจอดารา
อีกทั้งยังถูกเข้าใจว่าเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน

ขอโทษ ดิฉันได้แค่ 4000 เอง
แถมยังไม่มีสวัสดิการอะไรสักอย่าง
ต้องขอร้องดาราว่า ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าข้าวเองได้ไหม
(นัดร้านไก่ทอด ขนมปังฝรั่ง ฯลฯ)

จนวันนี้ยังไม่มีใครเชื่อเลย

เงียบ เป็นคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ

#1 By Mrs. Holmes on 2009-03-24 02:08

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Mrs. Holmes on 2009-03-24 02:09

อืมๆๆๆ คนเราไม่เหมือนกันอ่ะ ความเชื่อของคนบางคน
มันฝังแล้วติดสมองยิ่งกว่ามะเร็งอีก ความคิดแบบฝังหัวเนี้ยน่ากลัวนะsad smile

Hot! Hot! Hot!

#3 By i_am_alive on 2009-03-24 02:16

ดิชั้นก็เคยเจอค่ะ คำถามแบบ เรียนอะไร...

พอบอกชื่อสถาบันไปเค้าจะ..เอ่อ...
(เค้าคงคิดว่าเรานั่งวาดรูปทั้งวันsad smile )

ดังนั้น ถ้าเค้าไม่ถามว่าคืออะไร ดิชั้นก็จะเลยตามเลยsad smile

รายละเอียดปลีกย่อย เค้าคงไม่มารับรู้กับเราหรอกค่ะ
confused smile

Hot! Hot!

#4 By Sita on 2009-03-24 02:23

เห็นด้วยมากเลยค่ะ พี่สาวเราก็ทำงานโรมแรมอยู่
ทำงานโรงแรมแล้วไม่ดีตรงไหน??
เวลามีคนถามหรือญาติถามว่าทำงานอะไร พอพี่ตอบทำงานโรงแรม จะทำหน้าแบบว่า เอิ่มม = =
พอเค้าถามว่าทำที่โรงแรมอะไร พอบอกชื่อโรงแรม โอ้ววว โรงแรมนี้ระดับหรูเลยนะเนี่ยยย (ชริชระ เมื่อกี้ทำหน้ายังไงชั้นเห็นนะ)
Hot! Hot! Hot!

#5 By # Hyokito # on 2009-03-24 02:32

อารมณ์คล้ายๆกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเลยครับ

ทั้งคนภายนอกมองว่าอย่างนึง..จิงๆเป็นอีกอย่างนึง

คนภายนอกเค้ามองไปไม่ถึงเปลือกด้วยซ้ำครับ

คงสักแค่..ฝุ่นที่เกาะเปลือกอยู่มั้ง 555

ผมเรียน ม.เกษตรศาสตร์ บอกบางคนไปเค้ายังคิดว่าผมทำนา ปลูกผัก ทำไร่ทำสวน แค่นั้นไปเรียนมหาลัยทำไม??

ยากที่จะตอบให้เข้าใจจริงๆครับ

sad smile Hot!

#6 By ปาม มี่ ♫ on 2009-03-24 02:37

เคยได้สัมผัสคนโรงแรมอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนที่ไปทำงาน เอ่อ...กึ่งๆ ออร์แกนไนซ์มั้ง (ไม่รู้เหมือนกันว่าตรูไปทำอะไร) ได้ไปอยู่กินในโรงแรมเดือนนึง (เหมือนจะหรู แต่จริงๆ แล้วไม่หรูอย่างที่คิด) ก็เลยพอเห็นภาพอยู่บ้าง

ถ้าตอนนั้นไม่ได้ไปสัมผัส คงไม่ได้เห็นตะเข็บหรอก เพราะปกติเห็นแต่ข้างหน้าที่สวยงามจริงๆ big smile

Hot!

#7 By นักรบ on 2009-03-24 02:52

Hot!

#8 By แม่พุดจีบ on 2009-03-24 02:54

Hot! Hot!

เมื่อก่อนผมก็รู้สึกไม่ชอบกับงานโรงแรมนะ

แต่พอพี่เราอยู่ดีๆ ไม่อยากเรียนต่อโท


อยากไปเรียนทำอาหาร เรียนเป็นแม่ครัวที่โรงแรม

ญาติฟังแล้วอึ้ง ค่าเรียนอะไร5~6หมื่น

เรียนจบฟู้ดเอนจิเนียร์มา บ้ารึเปล่าจะไปทำโรงแรม


แต่ตอนนี้พี่สาวเราสามารถพิสูจน์ให้คนรอบข้างได้เห็น

จบมาได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ

รายได้ดีจากค่า service change

ได้ไปแข่ง

เป็นตัวแทนโรงแรมประเทศไทยไปแข่งที่เมลเบริน และดูไบ

ได้เที่ยวฟรี มีของฝากให้ญาติๆ

เคยคิดเมนูจนได้เหรียญ สร้างชื่อให้กับโรงแรม




แต่ แต่ ทุกวันนี้

โรงแรมที่เคยอยู่ ไม่เห็นคุณค่า

กลับบีบบังคับให้ลาออก

ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการ Temp มากกว่าพนักงานประจำ


ยังไงบุคลากรก็ไม่เสียดาย ปั้นใหม่ได้เรื่อยๆ

ยังไงก็มีคนยอมจ่ายเงินเกือบครึ่งแสนเพื่อมาเรียนแล้วจบไปได้เงินเดือน4~7 พัน



ตอนนี้เลยกลับมาคิดได้ว่า งานอาชีพโรงแรมมั่นคงจริงหรือเปล่า น่าคิดนะครับ









#9 By behindthemoon on 2009-03-24 03:01

นั่นสิคะ
ตอนนี้หนูเพิ่งเอนท์ติด ได้คณะมนุษย์เอกบรรณฯ
ทั้งๆที่จริงก็สาขาการจัดการ
จบมาไม่ต้องเป็นบรรณารักษ์อย่างเดียว (ถึงจะเป็นก็ได้)

แต่มีคนถาม
เค้าก็ชอบบอกว่า จบมาทำอะไร อยากเป็นบรรณารักษ์เหรอ

เฮ้อ...บางทีก็เลยเงียบๆ แล้วก็ให้เค้าเข้าใจยังงั้นต่อไปดีกว่า sad smile

#10 By Nina* on 2009-03-24 03:01

งานด้านบริการก็ลำบากแบบนี้ละเนอะ
คนไทยก็ยังมีความคิดว่างานแบบนี้เป็นงานด้อยค่า
เก็จว่าคนที่ยอมคน
คนที่ฟังคน
และคนที่บริการคน
คนเหล่านี้แหละที่น่ายกย่อง
ดีกว่าพวกข้าราชการที่โกงกินเป็นไหนๆ

#11 By yamakawaii on 2009-03-24 03:12

ทำงานโรงแรมยากมั้ยนะ

#12 By ลิงหกกะล้ม on 2009-03-24 03:16

คนเราทำไมเห็นอะไรแคบๆแบบนั้น (แต่แม่เราก็เป็นแฮะ)
เป็นงานที่โซลอยากทำมากมายเลยอ่ะพี่

โซลเรียนจบมหาวิทยลัยรัฐแล้วก็รู้สึกไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรสักอย่างเพราะเขาสอนไม่ใช่เรื่องที่เอามาใช้ในการทำงานได้เลย(เรียนประวัติศาสตร์)

ตอนนี้อยากทำงานโรงแรมมาก เลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่ม 1 ใหม่ เพื่อไปสู่ฝันทันไหม

ยิ่งอ่านบล็อกนี้แล้วยิ่งอยากเป็นอ่ะ

big smile

#13 By Solma Arvelate on 2009-03-24 04:04

สุจริตชนต้องทนทำกินครับ
อ่านเอนทรี่แล้วนึกถึงสาขาที่ผมเรียนมาก่อนหน้านี้เลยครับ พูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจ หลายคนมักถามว่าเรียนไปทำไม ไม่ว่าจะอธิบายยังไง ทุกคนก็มีความเชื่อฝังหัวอยู่แล้วในระดับนึง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นกับเราและเขาว่า เราจะสามารถอธิบายให้เข้าใจได้แค่ไหน หรือ เขาจะยอมรับฟังมากน้อยแค่ไหน

Hot! Hot! Hot!

#15 By SkyKiD on 2009-03-24 04:51

พี่วิชัยเขีนท็อปปิคนี้ได้ประหนึ่ง..มันคือ บทส่งท้ายในหนังสือมากมาย question

#16 By ~nOOn~ (KiHae Supporter) on 2009-03-24 07:02

ผมรู้กจักงานโรงแรมก็จากหนังสือคุณวชัยนีแหละครับ

ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนก็ไม่เข้าใจว่า
ทำงานแบบไหนยังไง
ได้แต่เดา ๆ เอา

big smile

#17 By ChimERaTeDdY on 2009-03-24 07:07

น้าเอามาบ่นเรื่องปวดตับในโรงแรมให้ฟังประจำ พอดีน้าทำอยู่ด้วย ล่าสุดเห็นว่าโดนลดพนักงาน น้าก็โดนด้วย แต่เป็นลดตำแหน่งและเงินเดือนsad smile

#18 By berserkrabbit on 2009-03-24 07:38

งานเขียนการ์ตูนก้กำลังสร้างความเอ๋อให้กับผู้คนเช่นกันsad smile

#19 By wesong on 2009-03-24 07:44

บางที ปล่อยๆ ให้คนคิดไป มันก็ดีน่ะ

แล้วเราก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอะ

Hot!
big smile
ตอนอ่านเอนทรี่ของพี่วิชัย หนูก็มองภาพพจน์โรงแรมเปลี่ยนไปเหมือนกัน มันทำให้รู้ว่าการเอาใจแขกนั้นมันไม่ง่ายเลย มันต้องใช้ความอดทนสูง
Hot!

#21 By mils12 on 2009-03-24 08:09

^
^
#19
sad smile แม่นแล้วครับ ผมเองก็ไม่รู้จะบอกชาวบ้านยังไง เพราะจบวิศวะคอมแล้วมาทำงานเขียนการ์ตูน


b แต่ก็ภูมิใจ เพราะครอบครัวที่บ้านเค้าสนับสนุนเป็นอย่างดี

#22 By เสี่ยแนน on 2009-03-24 08:13

ทัศนคติมันฝังหัว คงแก้ได้ยาก sad smile

#23 By Paa orKant on 2009-03-24 08:20

ต้องสารภาพว่าถ้าไม่ได้ตามอ่านบลอคของคุณวิชัยมา
ก่อนหน้านี้เราก็คิดว่างานโรงแรมเป็นงานที่ไม่ได้หนักอะไรค่ะ
และคงไม่ได้ความรู้หลายๆอย่างมากขึ้นแน่ๆ
แต่สำหรับตอนนี้เราคงต้องบอกว่า งานโรงแรมก็เป็นอีกงานที่หนักจริงๆ

Hot! Hot! Hot!

#24 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-03-24 09:16

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อยากให้คนอื่นได้อ่านด้วยครับ


ประทับใจมากครับ

big smile

#25 By พงคุง on 2009-03-24 09:35

ปล.ผมอ่านเอนทรี่นี้ของคุณวิชัยจบแล้วได้แรงบันดาลใจอยากเ้ขียนบ้าง ขออนุญาตเ้ิิอาำไปต่อยอดเขียนที่บล็ิอกนะัครับ confused smile

#26 By พงคุง on 2009-03-24 09:37

คมมากค่ะHot! Hot!
งานโรงแรมบางคนก็ยังเข้าใจไปในทิศทางนั้น ซึ่งจะอธิบายยังไงก็คงยากต่อการเปลี่ยนความคิดจริง ๆ นะคะ
แต่ข้าพเจ้าเข้าใจงานโรงแรมมากขึ้นจากพี่นี่แหละค่ะ^^
(และเริ่มเกรงกลัวงานโรงแรม...ถ้าเจอแขกอย่างพี่สงสัยข้าพเจ้าเอาตัวไม่รอดแหง ๆ...)

บางครั้งก็ได้แต่เงียบนั่นแหละค่ะดีที่สุด

#27 By 「AKARI*」 : Wonderful Days on 2009-03-24 09:41

เฮียคนโตผมก็จบการโรงแรม

คนอื่นเค้ามองว่างานขี้ข้า

แต่เวลารับทรัพย์ก็หน้ากางกันเล็กน้อย

แต่เฮียแอ๊บบ่นบอกว่า มันไม่รวยหรอก แค่พออยู่ได้

เห็นมันซื้อเกมออกใหม่เป็นว่าเล่น

เหอะ ๆ

ถ้าแค่เป็นคนยกกระเป๋า เปิดประตู ดูง่อย ๆ แล้วได้เงิน
ผมก็อยากทำหรอก

แต่อ่านสิ่งมีชีวิตในโรงแรมแล้ว

ต้องเจอฝรั่ง

อิอิ ผมเกลียดฝรั่ง

ปล่อยเฮียไปรับทรัพย์ซะsad smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#28 By Marwinน่ารัก on 2009-03-24 09:46

คมมาก..

#29 By かつみ on 2009-03-24 10:04

ท่าทางจะเหนื่อยมากแน่ๆเลยHot!

#30 By Gam[i]kaze* on 2009-03-24 10:26

หลายอย่าง แค่ฟังจากบอกเล่าก็ไม่ช่วยให้กระจ่างจริงๆ ด้วยเนาะ
เงียบไว้อาจดีที่สุด sad smile

#31 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-03-24 10:27

แต่เด้กทีอ่านบล้อกของพี่อ่านแล้วอยากไปทำงานโรงแรมก็เยอะนา confused smile

#32 By bellbell on 2009-03-24 10:27

Hot! Hot! Hot! Hot!
งานบริการแทบทุกอาชีพมักกลายเป็นเป้าโจมตีในความคิดของคนอื่นเสมอ

#33 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-03-24 10:46

ถูกต้อง โอ้วเย้Hot!

#34 By Mango Hotel on 2009-03-24 10:53

น้อยคนที่จะได้ทำงานตรงสาขาวิชาชีพอย่างวิชัย
ซึ่งขอบอกน่าอิจฉามาก
สำหรับบางคนทำงานเพื่ออยู่รอด
บางคนทำเพราะไม่มีทางเลือก
ทั้งๆที่ไม่ตรงสาขาวิชาที่เรียนมา
ไม่ตรงลักษณะนิสัยแต่ก็ต้องทำ
เพราะมันคืองาน
และเราเลือกแล้ว
เฮ้อ เหมือนบ่นกับตัวเองยังไงก้อม่ายรู้

#35 By ช้างพัง (119.160.214.28) on 2009-03-24 11:18

อืม! แม่ผมก็ทำงานในโรงแรมเมื่อก่อนนะ ก็เจอบ่อยๆ เรื่องแขกกดดันแถมกวนตีนเนี่ย

แต่ถามว่าชอบมั๊ย ก็บอกว่าชอบครับ แต่แม่บอกว่า "มิ้นเอ๊ย อย่างลุกน่ะอย่าไปทำเลย เชื่อเหอะ" Hot!

#36 By Ratcicle on 2009-03-24 11:33

ทัศนคติของคนมันเปลี่ยนกันยาก
มันเป็นอะไรที่ต้องค่อยๆซึมซับเข้าไป และที่สำคัญต้องเปิดใจยอมรับอะไรใหม่ๆเข้าไปด้วย

งานโรงแรมและงานบริการอื่นๆ มันเป็นอาชีพสุจริต เป็นงานที่ใช้แรง ความคิดและจิตใจเพื่อแลกกับเงิน เป็นงานที่มีค่าพอๆกับกับหมอ พยาบาล ตำรวจ คุณครูนั่นแหละ

แต่คน(หัวโบราณ)บางคน ชอบคิดว่ามันเป็นงานไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีชื่อเสียง ต้องคอยรับใช้คนโน คนนี้ เลยยิ่งทำให้งานบริการดูเป็นงานเล็กๆ ไม่มีอะไร ประมาณว่าเป็นมดคันไฟตัวหนึ่งในโลกกลมนี่

เป็นกำลังใจให้พี่วิชัย พนักงานโรงแรม พนักงานบริการและชาวแรงงานทุกคน ๓มิใจในวิชาชีพของตนและทำมันออกมาให้ดีที่สุด big smile Hot!

#37 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-24 11:36

Hot! Hot! Hot!

ตามความคิดนะคะ อีฟว่างานโรงแรมมันคืองานบริการอย่างนึงใช่ม้า
การที่จะต้องดิลกับแขกซึ่งไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนมันยากชะมัดเลยค่ะ
ยิ่งถ้าอารมณ์ร้อนๆละก็หมดกัน = =

><~

#38 By 【☆ EvE ♥ Kazunari ☆】 on 2009-03-24 11:40

Hot! พอบอกทำงานโรงแรม
คนชอบคิดว่างานกะหรี่ ไม่เหนดีเลย อย่าไปทำ

พอเราบอกว่าเราจะเรียนต่อการโรงแรม
เราอยากทำงานโรงแรม ทุกคนก้อมาว่าเรา
เราท้อและไม่เข้าใจ ทำไมเหรอ งานโรงแรมไม่ดีตรงไหน
เซง

ปล.สถานะ : ท้อแท้หมดกำลังใจ
สำหรับผม มันเป็นงานที่คนทำต้องเก่งพอตัวครับ ด้วยระบบงานที่ค่อนข้าง fix และทุกอย่างต้องถูกซ่อนไว้ภายใต้ service mind ผมรู้สึกได้ตอนที่ผมเหยียบเข้าไปสมัคร reservation เรียบร้อยแล้ว

แอบตกใจเหมือนกันที่หลังโรงแรมระดับ 4 ดาว (ตามมาตรฐานสากล) เป็นห้องเล็กๆเก่าๆ แถมร้อนอบอ้าวยิ่งนัก
ตกใจซ้ำสองพอเขาบอกว่า ทำงานหยุดเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 วัน และไม่รุ้จะได้หยุดวันไหน

Duty Manager อย่างคุณวิชัยถือว่าแน่มากครับ Hot! Hot!

#40 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-03-24 11:50

งานโรงแรมสำหรับผมอธิบายได้ด้วยคำว่า ระบบตะวันตก ครับ

เพราะมันใช้แนวคิดตะวันตกในการบริหารจัดการเกือบทุกอย่าง จัดการคนแบบตะวันตก(มีคานอำนาจ ฯลฯ) คิดเงินแบบตะวันตก(เก็บอะไรได้กูเก็บหมด ส้ม ช้อน เงาะ เสื้อ มูลี่ แฟ้บ ฯลฯ ถูกรวมเข้าไว้ในค่าบริการหมด ยังมีค่าอะไรต่างๆ ที่มองไม่เห็นอีกเยอะ)

จัดโต๊ะแบบตะวันตก พนักงานแต่งตัวแบบตะวันตก(ส่วนมาก)
จัดห้องแบบตะวันตก(ส่วนมาก)
ฯลฯ ที่เป็นตะวันตก

ไม่ได้ต่อต้านนะ แต่จะบอกว่าถ้าเราวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้เป็นก็จะเข้าใจงานโรงแรมอย่างแท้จริงconfused smile

#41 By เสกเรนเจอร์ on 2009-03-24 11:54

แอบรู้สึกเหมือนจะเข้าใจค่ะ งานหลายอาชีพ ถ้าไม่ได้อยู่ในนั้นจริงๆ อธิบายให้คนอื่นเข้าใจยากมว๊ากกก

เมื่อก่อนสมัยทำงานอยู่ในสาย M.I.C.E. บอกไปก็ไม่มีใครเข้าใจว่าทำอะไรกันแน่

บอกว่า "ทำออกาไนเซอร์" ค่อยมีอ๋อ แต่ก็ยังมึนๆ

สุดท้ายเลยบอกง่ายๆ "ทำงานอิมแพ็ค" .. ไม่ต้องบอกหรอกว่าทำส่วนไหนของอิมแพ็ค คนจะอ๋อและมองว่าภาพพจน์ดี (ตรงไหน?) โดยอัตโนมัติทั้งที่จริงๆ แล้วเราอาจจะแค่เป็นยามเฝ้าที่จอดรถก็ได้ เอิ๊ก

(แอบอีกอย่างคือแอบเห็นด้วยมากๆ เรื่องระบบโรงแรมที่แบ่งแผนกให้มาคานอำนาจให้ปวดตับกันเอง ที่อิมแพ็คก็ใช้ระบบพื้นฐานจัดการคล้ายๆ โรงแรม (โดยไม่มีเรื่องห้องพัก) ก็ขัดขาหมั่นไส้กันอย่างแรงไม่ใช่น้อย.. เรื่องหลังบ้านเนี่ย เผาเท่าไหร่ก็ไม่หมดจริงๆ เน้อ

ชอบเอนทรี่นี้ค่ะ

Hot! Hot!

#42 By D.M. on 2009-03-24 12:21

ภูมิใจในงานของตน
สนุกกับงานที่ทำ
ชีิวิตก็มีสุขแล้วละครับconfused smile

#43 By pbmath on 2009-03-24 12:24

เพราะสิ่งที่เราพูดไป ไม่มีทางดังไปกว่าเสียงที่อยู่ในหัวคนเหล่านั้นหรอก


เพราะในหัวคนเหล่านั้นไม่มีอะไรใช่ไหมครับ
Hot! Hot!

ว้าวๆๆbig smile

#45 By น้ามชา on 2009-03-24 12:33

ถูกคะพี่ ถูก

งานดรงแรม แรงกดดันสูงมาก แถมเรื่องแก่งแย่งชิงดีนี่หล่ะหนักสุดๆ

ตอนอยู่โรงแรมอันดับต้นๆของประเทศไทย พอใครรุก้อบอกหู เราเจ๋ง

แต่ใครจะรุว่ามันมีแต่คนจ้องจะตัดขาตัดแขนเราอยู่ตลอดเวลา มันเหนื่อยเนอะ


พี่ว่า ระหว่าง เปนหัวหมา กะเปน หางเสือ อันไหนดีกว่ากันคะพี่

#46 By Angelchef on 2009-03-24 13:23

น่าสนใจจริงๆครับ!!!!!

Hot!

#47 By sage_nu on 2009-03-24 13:39

Hot! อ่านแล้วก็คคิดถึงเพื่อนค่ะ เพื่อนก็เรียนเกี่ยวกับโรงแรมนี่ล่ะ

เค้าจะคิดแบบคุณมั้ยเนี่ย

#48 By thinkking on 2009-03-24 13:47

เอ... เรากลับมองว่างานโรงแรมเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะมากนะคะ หลายๆตำแหน่งต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง และต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่เคยคิดว่าคนทำงานโรงแรมกระจอกเลยนะ wink

#49 By = a n n = on 2009-03-24 13:48

อยากเรียนการโรงแรมมากๆเลยพี่

แต่พ่อกับแม่อ่ะ ไม่เข้าใจเลย

เหมือนที่พี่เขียนเด๊ะๆ

อ่านไปแล้วโดนมากๆ confused smile

#51 By PINK on 2009-03-24 14:25