ความจริง คนไทย วันนี้
posted on 13 Apr 2009 02:01 by doggiestyle in iloveit, whatsoever
วันนี้ผมไปเอสพานาดเป็นครั้งแรกครับ
เป็นที่ตื่นตาตื่นไตมากเพราะเห็นวัยรุ่นฝูงใหญ่มากก กรี๊ดอะไรสักอย่าง อย่างไม่ลืมหูลืมตา กรี๊ดเหมือนพระเยซูกลับชาติมาแจกข้าวสาร แต่ถ้าให้เดาก็คงมารอดูตัวเป็นๆ ของใครสักคนจากประเทศเกาหลี
...จะว่าไปแล้วประเทศเรารรับวัฒนธรรมเกาหลีมาเยอะมากนะครับ จะมีประเทศไหนสักประเทศมั้ยวะ ที่ทรงผมประจำชาติ
เรามีผมทรงเกาหลี (ญี่ปุ่นก็มี แต่ไม่เห็นภาพเท่าเกาหลี)
เรามีแต่งตัว...แบบเกาหลี
เรามีเพลง...แบบเกาหลี
และ...เราก็ประท้วงกันแบบ...เกาหลี...
ถ้าจำไม่ผิด เมื่อช่วงปีนึง ข่าวเกาหลีประท้วงเป็นอะไรที่ชินตามาก ชินตาพอๆ กับนักการเมืองไต้หวันต่อยปากกัน
ใครจะรู้ครับว่าทุกวันนี้ มันเกิดกับเราแล้วจริงๆ
เพราะขณะที่ผมกำลังมองวัยรุ่นไทยอยู่นั่น ทีวีข้างๆ ผมกำลังมีภาพคณะซานต้ากำลังทำการนวดรถเบ๊นซ์ของนายกอยู่อย่างเมามันส์ มีสองอย่างที่ผมคิดตอนนั้น...
1. รถเบ็นซ์นี่มันทนจริงๆ เนอะ
2. คนเหล่านั้น...ทุบรถเพื่อต้องการประชาธิปไตย หรือทุบรถเพราะโดนจ้างมา หรือทุบเพราะอยากจะทุบเฉยๆ
แต่ผมสงสัยอยู่หนึ่งอย่าง...พวกมึงมาทุบรถทำเหี้ยโคตรรูตูดแม่มึงเหรอ!!!
แล้วนี่หรือ คือการประท้วงกันอย่างสันติ...
ไอ้เหี้ยชาติหมาที่ชื่อสันติ นี่แม่งต้องเป็นคนป่า ใช้หินทำหอก ล่าควายป่าแดกดิบๆ ใช่มั้ย
เอาละ...ด่ากันไปก็ไลฟ์บอย เก็บแรงไปเบ่งเยี่ยวดีกว่า
แต่นั่นก็ทำให้ผมสงสัยต่อว่า ทำไมคนไทยต้องเป็นแบบนี้วะ?
1. ไทยนี่รักสงบ แต่ก็รบไม่ขลาด
คนไทยนี่รักสงบครับ แต่เป็นคนรักสงบที่ใครมายุ่งไม่ได้ มีต่อย
คนไทยนี่รักสงบครับ แต่เป็นคนรักสงบที่แสวงหาความรุนแรง
ที่โรงเรียนสมัยมัธยม มักจะมีเหตุการณ์ยกพวกตีกันบ่อยๆ เชื่อว่าที่ไหนๆ ก็น่าจะมีเด็กตีกัน
และทุกครั้งที่ตีกัน มักจะไม่พ้นการตะลุมบอน และทุกครั้งที่ตะลุมบอนกัน จะต้องมีพวกแจม
คือกูไม่รู้แหละ ขอกูได้ถีบใครก็ได้สักที ก็พอ
ว่าแล้วมันก็วิ่งตับๆๆๆๆ เข้าไปถีบชาวบ้านซักที แล้วก็วิ่งออกมา
แล้วเชื่อมั้ยครับ ว่าไอ้เด็กเวรที่ชอบแจมน่ะ...ผู้ใหญ่ก็เยอะมาก
ลองดูดิ ตอนทำแผนประกอบการ พวกฆ่าข่มขืน
ถ้าคนไทยรักสงบ ทำไมต้องประชาทัณฑ์?
โอเคโกรธแค้น อันนี้ต้องสักสองสามโบกตามประสาญาติพี่น้อง
แต่ไอ้สิบตีนที่ตามมาน่ะ...ผมว่าพวกนี้แม่งมั่ว
ไทยนี่รักสงบ แต่ก็รบไม่ขาด
สิ่งหนึ่งที่เราจะไม่มีทางเห็นในเมืองไทยคือ การประชุมอย่างสันติ
อันนี้โทษคนประชุมไม่ได้ครับ ไม่มีใครพกธงมีดไม้ปีนระเบิด ออกไปประท้วงหรอกครับ
แต่อยากที่บอกไงว่า คนไทยแม่งมั่วชอบแจม...
มีคนสักห้าสิบคนออกแรงไล่ทำลายข้าวของเหมือนควายบ้าสิ้นสติ คนที่เหลือแม่งก็...เฮ้ย เอามั้งวุ้ย!
จากนั้นก็กลายเป็นเยอะขึ้น เยอะขึ้น ยิ่งไม่มีใครห้ามด้วยแล้ว...โอโห้ กูนี่แหละ เจ้าโลก!!!
ถ้าจะโทษ ก็ต้องต้องโทษไอ้พวกแกนนำนั่นแหละครับ
"เราจะประชุมกันอย่างสันติ! แต่ถ้าเราได้รับการขัดขวาง เราจะตอบโต้ทุกรูปแบบ"
สันติบ้านโคตรสักหลาดซาตินพ่อมึงเหรอ
ยิ่งพูดยิ่งขึ้น...เดี๋ยวขอตัวไปออกแรงเบ่งเยี่ยวก่อน..
2. การเมือง
ความจริงแล้วเรื่องทั้งหมดมันก็มาจากนักการเมือง
การเมืองไทยก็เน่าพอๆ กับละครหลังข่าว เนื้อเรื่องเดิมๆ พระเอกคนเดิมๆ นางเอกคนเดิมๆ นางร้ายคนเดิมๆ
แล้วก็เอาเรื่องเก่ากลับมาเล่าซ้ำๆ
จากนั้นนางเอกก็ย้ายค่าย ย้ายช่อง...เพื่อไปเล่นละครที่เน่าเหมือนเดิม
การเมืองไทยก็แบบนี้มั้ง
จะว่าไปแล้วเราจะมาว่านักการเมืองก็ไม่น่าจะถูกเท่าไหร่ เพราะบางทีที่มันโกงกินอาจจะไม่ใช่นักการเมือง แต่อาจจะเป็นระบบการเมืองไทย ผมว่าที่ผ่านมาคงมีนักการเมืองไฟแรงต้องการเปลี่ยนประเทศเยอะแยะเข้าไปบริหารประเทศ
แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ระบบการเมืองไทย ยกตัวอย่างว่านายสนธิไฟแรงพวยพุ่งห้าร้อยแรงม้าอยากเล่นการเมือง
คิดว่านายสนธิจะได้รับการเลือกตั้งมั้ย อาจจะได้ถ้านายสนธิหล่อเหมือนโดม เก่งเหมือนบิลเกตต์และฉลาดแบบไอน์สไตน์ และเพื่อนเยอะเหมือนไฮไฟว์
แต่เข้าจริงๆ ในยิ่งที่การเมืองคือจำนวนเก้าอี้ในสภา พรรคการเมืองก็ต้องซื้อเสียงให้นายสนธิ
และทันทีที่นายสนธิเป็น สส. ปุ๊ปเมื่อนั้น นายสนธิก็ต้องทำตามกระแสแล้วครับ
นักการเมืองที่ดีก็จะทนอยู่ไม่ได้ ลาออกบ้าง เริ่มเหี้ยบ้าง
ส่วนคนที่ต้องการอยู่แล้ว ก็เหี้ยได้เข้าข้อเต็มที่
เหมือนที่เค้าว่าไว้...เล่นการเมือง
ไม่ใช่ผู้เล่น เราคงเข้าใจยาก เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ซับซ้อนไปหมด ข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้จริง ไม่จริงยังไง
สิ่งที่เรารู้มันแค่เบื้องหน้า ส่วนเบื้องหลังก็คือข่าวลือที่ไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี
การเมืองสมัยก่อนเท่าที่จำได้ อย่างมากก็ทะเลาะกันในสภา อย่างมากก็ประท้วงกันที่อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ ก็มีไอ้บ้าสักคนปีนขึ้นไปที่ยอด แก้ผ้าเยี่ยวรด หรือทำอะไรก็ได้ แต่แค่นั้นเราก็รู้สึกว่า หูย...ไอ้เชี้ยนี่แม่งแรงว่ะ
แต่นั่นมันเอาท์ไปแล้วครับ อันนี้ต้องขอบคุณท่านเจ้าของประเทศ คุณเจ็กเยี่ยวเหม็นสนธิลิ้มทองกูล
เพราะพี่เค้านี่แหละครับที่ทำให้การเมืองมันเปลี่ยนไป
ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในสภาแล้ว ตอนนี้มันกลายเป็นเชื้อโรคติดต่อแพร่กระจายไปทำปฎิกริยากับธรรมชาติชอบมั่วคนไทย
แค่นั้นยังไม่แย่พอ พี่เค้ายังเซ็ทเทรนใหม่ โดยการยึดสนามบินซะงั้น
(ขอโทษครับ...ไม่ได้ยึดครับ แค่เดินเข้าเฉยๆ)
เหตุการณ์ตอนนั้นก็...คริสมาสต์ครับ
นักท่องเที่ยวต่างชาติเพียบเลยที่ไม่ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว
เหตุการณ์ครั้งนั้น และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่า เวรกรรมมีจริง
เพราะทุกวันนี้มีคนไทยหลายๆ คนยังไม่ได้กลับบ้านต่างจังหวัดไปอยู่กับครอบครัวในเทศกาลสงกรานต์
และผมมั่นใจว่า หลายๆ คนที่นอนอยู่ที่สถานีรถไฟตอนนี้ เคยไปนอนปิดสนามบินมาก่อน
แหม...รู้สึกดีเนอะ...ไม่ได้กลับบ้าน
3. คนไทยจน
คนไทยจนครับ ผมหมายความว่าอย่างงั้นจริงๆ คนไทยส่วนใหญ่ยังจนอยู่
จนในที่นี้ผมหมายความยังต้องสนใจปากท้องตัวเองมากกว่าเรื่องอื่น
ประชาธิปไตยจะมาสำคัญไปกว่าปากท้องได้อย่างไรครับ
แล้วดูพี่เค้าแต่ละคน ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยซิครับ...
เค้ากำลังเรียกร้องประชาธิปไตยหรือกำลังเลี้ยงชีวิตตัวเองอยู่
ผมบอกได้เลยครับ...ตราบใดที่รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องไม่ได้ ต่อไปนี้ทุกๆ ครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราจะได้ยินข้าวเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อฟ้า เสื้อส้ม ชมพู เขียว แสด กำมะหยี่ ออกมายึดอะไรสักอย่างเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่เรื่อยๆ
และเราจะมีการเลือกตั้งทุกปี!
สรุปเหตุการณ์วันที่ 12 เมษยน
เกมส์การเมืองเน่า + คนเล่นที่เยอะเกินไปและส่วนใหญ่ไม่รู้กติกา+ ไม่มีกรรมการ
วันนี้ทั้งวัน ผมดูทีวีเสื้อแดงแล้วผมว่านี่เป็นการโฆษณาชั้นดีให้ชาวต่างชาติรู้กันเลยครับ
ว่าเมืองไทยไม่ได้เป็นเมืองยิ้ม เมืองไทยรักสงบแต่ก็รบไม่ขาด เมืองไทยไม่มีกฎหมายแล้ว
และโฆษณาชิ้นนี้มีคำโปรย ปักอยู่ที่เสื้อสีแดงว่า TRUTH TODAY


)
#1 By การ์ตูนหมาดำ...เฉาก๊วย on 2009-04-13 02:05