รก-เรื้อน-รุม
posted on 06 Jul 2009 04:32 by doggiestyle in 5starStory, iloveit
ตั้ง auto ไว้นะครับ อยากอ่านเงียบๆ ก็กดปิดก่อนละกันเนอะ
ในความคิดผม แขกประเภทดีหนึ่งประเภทหนึ่งคือ แขกที่ไม่ค่อยมาจุกจิกกับพนักงาน มีตัวตนแค่สองเวลา คือเวลาเช็คอินที่พวกเราต้องขอพาสปอร์ต จากนั้นแขกก็จะกลายเป็นนางไม้หายตัวไปจากโลก และกว่าเราจะรู้ตัวกันอีกทีว่าแขกคนนี้ยังมีตัวตนอยู่ก็ตอนที่แขกเช็คเอาท์ และพวกเรายืนหน้าแขกไฟคอมส่องหน้า ยืนซี๊ดส์เพราะแขกใช้ไปแสนกว่าบาทพร้อมกับสงสัยว่า "พี่เค้าไปใช้ตอนไหนวะ"
แขกจ่ายหนักประเภทนี้พวกเรารักมากครับ ย้ำว่าจ่ายหนักอย่างเดียวนะ ไม่ต้องแถมอาการหนักมาด้วย
ส่วนแขกที่พวกเราไม่ชอบก็จะมีพวกเรื้อนเรื่องมาก อันนี้ไม่ต้องพูดกันให้เยอะ
เพราะแค่คำว่าเรื่องมากก็น่าจะเข้าใจกันอยู่แล้ว
แต่จะมีแขกอีกกลุ่มที่ไม่ได้จัดว่าเลวร้ายมาก และก็ไม่ได้จัดว่าเป็นแขกชั้นดีมาก...
คือแขกแม่งงงๆ อ่ะ ไม่ได้งงคนเดียวนะ ทำเอาเรางงๆ ไปด้วย
ผมตั้งชื่อแขกประเภทนี้ว่า แขกรก หรือเรียกอีกอย่างว่าพวกเย้อะะ (พูดว่าเยอะ แต่เสียงสูงกว่าปกติสองคีย์ ยื่นคางเล็กน้อยขณะก้อนลมผ่านกล่องเสียง เพิ่มระดับความเยอะได้ตามต้องการโดยการเร่งเสียงให้สูงขึ้นตามลำดับ)
เท่าที่ถามๆ เพื่อนด้วยกัน แขกรก กับแขกเรื้อนไม่เหมือนกันนะ
เปรียบไปก็เหมือนมอเตอร์ไซค์ขับโตสักคัน แขกรกก็เหมือนกับเราขึ้นควบมอเตอร์ไซค์คันโตด้วยอุปกรณ์ทุกอย่าง ตั้งแต่กางเกงใน หมวกกันน๊อค เสื้อเกราะอ่อน สนับแข้ง สนับศอก สนับนิ้ว เหลือแต่ลืมตาขับและมีสติตอนเข้าโค้ง
ส่วนแขกเเรื้อน ก็น่าจะเป็นประมาณว่า เราควบมอเตอร์ไซค์คันโตโดยที่ไม่มีอุปกรณ์เลย ขับๆ อยู่ ห่าไฟเลี้ยวไม่มี ขับๆ อยู่แสรดดบีบแตรไม่ดัง
อ้าวชิบหายหมวกกันน๊อคก็ไม่มี...ขับมอเตอร์ไซค์แบบนี้เหมือนจะมีมหันตภัยได้ทุกโค้งทุกแยก นอกจากต้องมีสติแล้ว ยังต้องทำบุญมาดีอีกตังหาก
แขกเรื้อน
เรื้อนเป็นแขกชนิดนึงในโลกนี้ที่มีความสุขกับการเรื้อนกวนตีนและทำอะไรก็ได้ให้ได้เปรียบโรงแรม นี่ถ้าเกิดว่าใส่กางเกงในไว้บนหัวแล้วจะให้กินมินิบาร์ฟรีกับลดค่าห้องให้ครึ่งนึง แขกเรื้อนที่ดีก็คงจะทำ โดยเอากางเกงในมาคลุมหัวเข่าโดยอ้างว่าโรงแรมไม่ได้บอกไว้นี่ว่าให้คลุม "หัว" อะไร...
ก็บอกแล้วไงว่าแขกเรื้อนกวนตีนและชอบเอาเปรียบโรงแรม
ตามธรรมชาติแล้วแขกเรื้อนมักจะได้ปะทะกับบรรดาดิวตี้เมเนเจอร์เสมอ เพราะเมื่อใดที่แขกทำท่าคันแข้งคันคางเรื้อนขึ้นแขนเมื่อไหร่
น้องๆ ก็จะกดโทรศัพท์เรียกให้พวก duty managerออกไปรับมืออาการเรื้อน
แต่ไม่ว่าน้องพนักงานคนนั้นจะเกิดอาการเปรี้ยวตีนอยากต่อยปากแล้วเอายาฆ่าเรื้อนกรอกเข้าจมูกแค่ไหน แขกเรื้อนที่ดีก็จะเลือกที่จะคุยกับผู้จัดการเท่านั้น...อันนี้วิชัยก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะกูก็พูดภาษาอังกฤษเหมือนๆ กับอีน้องที่คุยกับแกเมื่อกี้นี่แหละ
แขกเรื้อนนั้นไม่จำกัดเพศและชนชาตินะครับ ไม่รู้ว่าเป็นเชื้อไวรัสรึเปล่าแต่ที่เจอๆ มาเนี่ยก็หลายชนชาติแล้วแหละ
ยกตัวอย่างที่หนึ่ง
แขกอินเดียหนึ่งคนท่าทางอินเดี๊ยอินเดีย หน้าตาอินเดียแบบในคำพูดที่ว่า "เจองูกับอินเดียให้ตีอินเดียก่อน"
พี่โรตีใส่ไข่ท่านนี้มีปัญหากับพี่แพท Duty manager...ปัญหาที่ว่าก็คือตอนมาเช็คเอาท์แล้วมีค่าโทรศัพท์ต่างจังหวัดหนึ่งสายประมาณห้าสิบกว่าบาท และพี่โรตีบอกว่า อี่นี่อันนี่ช้านม่ายด้ายโทนะ
ครับไม่ได้โทร...แล้วมันจะมีบิลขึ้นมาได้ยังไงครับ ไอน้ำมันควบแน่นแล้วสกัดเป็นคลื่นโทรศัพท์ส่งออกไปใช่มะ
จะว่าต่อผิดก็ไม่ได้เพราะคุยกันไปห้านาที คุยกันดีๆ ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ กิ๊บก๊าวกันได้สองสามที
แต่แขกก็ยังบอกว่า อี่นี่ สาบานด้าย ม่ายด้ายโทรจริงๆ
หลังจากที่เจรจากันด้วยมารยาทและวาจาแล้วสรุปรายงานได้ว่า แขกเรื้อนครับงานนี้
เรื้อนแบบสีข้างถลอกไปเรื่อยๆ อันที่จริงแล้วค่าโทรศัพท์ห้าสิบบาทนี่ก็ไม่ได้อะไรมากนะ
แต่กับแค่ห้าสิบบาท บางทีพนักงานก็เรื้อนเป็นเหมือนกันนะว้อย
แขกเรื้อนปะทะพนักงานเรื้อน
พี่แพท: มีค่าโทรศัพท์น่ะ
แขกเรื้อน: อันนี่ฉันไม่ได้โทร
พี่แพท: อืม ชั้นเชื่อนะว่าไม่ได้โทร แต่มันจะมีบิลได้ยังไงละ
แขกเรื้อน: ไม่รู้ ระบบเสียรึเปล่า
พี่แพท: ไม่น่าจะเสียนะ ยูว์แน่ใจนะว่าไม่ได้โทรไปพัทยา
อุตส่าห์บอกใบ้ให้แล้วโทรไปที่ไหน เผื่อโจรจะกลับใจ
แขกเรื้อน: ช่านบอกแล้วไงว่าไม่ได้โทร นี่ยูว์กำลังทำให้เสียเวลานะ ช่านต้องรีบไปพัทยานะ
แขกเรื้อนใส่...แต่พนักงานเรื้อนแตกไปแล้วครับ งานนี้มีเสียเลือดกันสักข้างแน่ๆ
พี่แพทยกหูโทรศัพท์ขึ้นอย่างนิ่มๆ กดเบอร์โทรศัพท์อย่างเลือดเย็น สายตาจ้องไปจมูกปูดใหญ่ของแขก
พี่แพท: สวัสดีค่ะ ที่นั่นที่ไหนคะ
ปลายสาย: ที่นี่ร้านเช่าอุปกรณ์ดำน้ำคะ
พี่แพท: อ๋อเหรอคะ สักครู่นะคะ
พี่แพท: เออ ยูว์ ยูว์ได้โทรไปร้านเช่าอุปกรณ์ดำน้ำรึเปล่าอะ
นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายจากพนักงานเรื้อนๆ คนนึง
แขกเรื้อน: ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โทร!
แถวบ้านเรียกว่าลนหาที่
พี่แพท: สวัสดีคะ งั้นถามหน่อยซิคะว่าเมื่อวาน ตอนเวลาประมาณ เที่ยงสี่สิบนาที ได้มีแขกชื่อ...โทรไปรึเปล่าคะ
แขกเรื้อน: ....
พี่แพท: อ๋อ เหรอคะ เค้าโทรมาเช่าอุปกรณ์เหรอคะ อืม...คะ คะ
แขกเรื้อน:....
พี่แพท: ยูว์ ยูว์ ยูว์อยากคุยกับเค้าหน่อยมั้ย เค้าถามว่าวันนี้จะถึงพัทยากี่โมง...
แขกเรื้อน:...
พี่แพท: ....
แขกเรื้อน:...
พี่แพท: โอเคนะคะ ค่าโทรศัพท์ค่าสิบบาทนี่คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่มั้ยคะ
แขกเรื้อนทำหน้าตาเหมือนกินถุงเท้าไม่ได้ซักเข้าไปสองข้าง ยอมจ่ายเงินและเดินจากโรงแรมไปพัทยาอย่างเงียบๆ
พนักงานเรื้อนยืนมองแขกอย่างซ่อนความสะใจไว้ในสายตาไม่มิด แทบจะชูแขนสองข้างเหมือนขึ้นน๊อคแชมเปี้ยนได้ในยกหนึ่ง...
วิชัย: ถามหน่อยดิ...ถ้าไม่ใช่อินเดียพี่จะรุงรังกับแขกมั้ย
พี่แพท: โอ้ยย! ลองเป็นไอ้กันดิ กูยอมไปตั้งแต่มันทักแล้ว!!!
ขอโทษด้วยครับที่จะบอกว่า พนักงานก็เลือกที่จะซ่าเหมือนกันครับ
กรณีเรื้อนที่สองค่าโทรศัพท์เหมือนกัน
วันนั้นมีน้องโทรมาบอกว่า มีแขกคนนึงบ่นว่าค่าโทรศัพท์แพง อยากคุยกับผู้จัดการ
ดูรายการค่าใช้จ่ายแล้ว...แขกโทรศัพท์เยอะมาก ค่าโทรศัพท์พอๆ กับค่าห้องที่เสียไปเลย
ยังไม่ทันจะอะไร แขกก็มาเช็คเอาท์หน้าบ้านและแน่นอนแขกเรื้อนไม่เอาพนักงานธรรมดาครับ แขกเรื้อนชอบพนักงานใส่สูทครับ เลยไม่ยอมคุยกับน้องคนที่รับเช็คเอาท์...ก็ไม่ใช่ใครที่เป็นวิชัยมารับเรื้อนต่อ
แขก: ยูว์ ชั้นว่าค่าโทรศัพท์มันแพงไปหน่อยน่ะ
จากนั้นก็เป็นรายการพิเศษสะปั้ดสะเป้ดบรรยายอัตชีวิตแบบย่อๆ ของแขกว่า ไปพักที่ไหนมาบ้างแล้ว รู้จักใครบ้าง ที่บ้านมีหมากี่ตัว มีแมวกี่ตัว คนใช้ชื่ออะไร เรียนจบอะไร
วิชัย: ยูว์ๆ เอางี้มั้ย เราไปนั่งคุยกันดีกว่า...
...อย่าเพิ่งคิดว่าวิชัยอำนวยความสะดวก...นี่คือการประชด...และหลีกทางให้แขกคนอื่นได้เช็คเอาท์บ้าง
พอนั่งปุ๊ปรายการพิเศษก็เริ่มต้นใหม่ โดยเที่ยวนี้มีท่านภรรยามาแจมด้วย...ท่านภรรยาบอกว่ารู้จัก GM และก็คงคิดว่าวิชัยไม่เชื่อแน่ๆ ก็เลยจัดการบรรยายอัตชีวิต GM ว่าท่านเรียนจากมหาลัยอะไร จบที่ไหนมีลูกกี่คน
ก็ได้แต่ยิ้มพิมพ์ใจและคิดในใจอย่างสุภาพว่า คุณจะมาบอกผมทำเทวดาฟ้าดินอะไรเหรอครับ?
ประเมินเหตุการณ์แล้วยังไงก็สู้แขกไม่ได้แน่ๆ ท่าจะต้องยอม
ตอนนั้นคิดว่าจะเอาค่าโทรศัพท์ออกสองรายการ (รวมเป็นเงินห้าร้อยกว่าบาท) ส่วนที่เหลือจะให้แขกจ่ายให้ได้
แต่ก่อนที่จับจ่าย ขอให้ได้สั่งสอนซักหน่อย
วิชัย: ยูว์คือว่า ขออธิบายหน่อยค่าโทรศัพท์ที่ยูว์ว่ามันแพงน่ะ ท่าทางจะไม่จริงนะ เพราะค่าโทรศัพท์นี้ราคาเท่ากันทั้งย่านนี้นะ
แขก: ไม่ ชั้นว่าอีกโรงถูกกว่า
วิชัย: ...เราไม่สามารถตั้งค่าโทรศัพท์ให้ถูกกว่าหรือแพงกว่าอีกโรงนึงหรอกนะ
แขก: ...
วิชัย: ก็ยูว์บอกเองนี่ว่าธุรกิจโรงแรมจะต้องแข่งกันนี่...ถ้าไอตั้งแพงไป พวกยูว์ที่เป้นลูกค้าก็ต้องไปที่ที่ถูกกว่าอยู่แล้วใช่มั้ย
แขก:....แต่ก็นั่นแหละ...พวกยูว์ต้องแจ้งซิว่าราคาเท่าไหร่
ในที่สุดแขกก็ได้ส่วนลดไปห้าร้อยกว่าบาทและที่เหลือแขกยอมจ่าย...ก่อนจากกันท่านภรรยาฝากนามบัตรให้ GM
วิชัยพลิกมาดูด้านหลังก็แทบจะเอานามบัตรไปให้หมอผีเขมรเสกเปลือกทุเรียนเข้าน่อง...
เพราะหลังนามบัตรมีเขียนโน้ตไว้ว่า เธอเป็นอดีตภรรยาของเพื่อนริชาร์ด...(เดาว่าริชาร์ดเป็นเพื่อน GM)
ไม่ได้รู้จักกันธรรมดานะ เป็น "อดีตภรรยา" ของเพื่อนของเพือนเชียวนะว้อย...
กูละเวียนหัวนับญาติไม่ถูก
เรื้อนที่สาม...โดนมากับตัว แผลสดมาก
บางครั้งโรงแรมจะมีการโฆษณาตามนิตยสารต่างๆ โดยการเชิญนักเขียนหรือคอลัมนิสต์ให้มาพักลองใช้บริการดูคืนสองคืน ตามแต่ความยิ่งใหญ่ของนิตยสารนั้นๆ มีครั้งหนึ่งโรงแรมเชิญนักเขียนจากประเทศเยอรมันมาลองใช้บริการ...ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไร แค่มานอนฟรีเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่านั้น...
ตอนที่เช็คเอาท์...
แขกเดินมาที่เคาน์เตอร์ด้วยอาการโกรธ มายืนประกบวิชัยเลยครับ เหมือนเลือกแล้วว่า ไอ้แว่นนี่แหละที่จะเป็นเหยื่อของกู แขกยื่นบิลให้ดูแล้วถามว่า นี่อะไร
เอ่อ...อะไรละ จะให้ตอบอะไรครับพี่ จะให้ตอบว่าวัตถุสิ่งนี้คืออะไร หรือว่าสิ่งที่อยู่ในกระดาษคืออะไร
ก็เลยถามกลับไปว่า ยูว์สงสัยอะไรเหรอ และนั่นก็เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ
แขกยิ่งโกรธกว่าเดิมพร้อมกับเอานิ้วกระแทกกระดาษแล้วถามว่า ทำไมต้องเก็บเงินเค้าด้วย
อ่า...ถามเป็นปรัชญาปัญหาธรรมเลย ทำไมต้องเก็บเงิน
คือคำถามนี้ต้องตอบเป็นคำถามกลับว่า แล้วทำไมเอ็งไม่ต้องจ่ายตังค์วะ (อันนี้คิดอยู่ในใจ แขกตัวใหญ่ ไม่กล้ากวนตีน กลัวโดนจับหักสองท่อน)
แต่เหมือนแขกจะเข้าใจท่าทีของวิชัยก็เลยบรรยายซะยาวว่า แกทำงานให้กับนิตยสารอันยิ่งใหญ่ของเยอรมันนะ มียอดขายเยอะนะ และโรงแรมเชิญมาพักนะ
คือว่าเวลาลูกค้าที่ได้พักฟรีน่ะครับ ทางฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะระบุมาชัดเจนเลยว่า แขกได้อะไรฟรีและไม่ได้อะไรฟรี ซึ่งแขกคนนี้ได้แค่ห้องฟรีพร้อมอาหารเช้าเท่านั้น...แต่ในบิลมีค่ารถรับส่งสนามบินสองเที่ยว และค่ามินิบาร์
วิชัยก็เลยอธิบายตามธรรมเนียมตามเอกสาร แขกก็โน โน โน โนว์ นิ้วชี้ส่ายไปมา ตาเหลือกและขยับหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม
คือพี่ครับไม่ต้องเอาหน้าเข้าใกล้ขนาดนี้ พูดธรรมดาก็ได้ยิน แขกตอบมาอีกทีว่า ทุกอย่างมันต้องฟรี เพราะโรงแรมเชิญมาพัก
ทำไมมึงไม่ขอหุ้นบริษัทแม่โรงแรมกูเลยละ ไอ้ชิบหาย!!!
อืม กรณีนี้ เราควรจะประหยัดอารมณ์ไว้ทำงานในชั่วโมงที่เหลือดีกว่า อย่ามาแลกอะไรกับแขกเรื้อนๆ แบบนี้เลย วิชัยก็เลยเสนอไปว่า เดี๋ยวขอเช็คกับทาง sale ก่อนนะว่ายังไง แขกก็ทำตาเหลือกใส่ และชี้หน้า "ห้ามลืมนะ"
แขกจัดการพูดต่อว่าแล้วมินิบาร์อันนี้คืออะไร
อ๋อ ยูว์มันคือน้ำ Voss อะ
Voss คือน้ำแร่ธรรมชาติชนิดนึงที่ควรจะเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรแช่ในตู้เย็น (หมายถึงที่โรงแรมผมเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องนะ)
![]()
อีขวดที่ว่าก็จะตั้งโด่เด่อยู่นอกตู้เย็น และแขกก็มักจะเข้าใจผิดว่า ไม่ได้อยู่ในตู้เย็นงั้นมันก็ควรจะฟรีซินะ ช่วงแรกๆ ที่ตั้งนั้น เสียหายไปเยอะ เพราะแขกโวยว่าไม่เห็นมีบอกเลยว่าต้องเสียเงิน
โอเค ได้ครับ ทางโรงแรมก็เลยจัดการหาสติ๊กเกอร์มาแปะไว้ตรงฝาว่า
"น้ำขวดนี้ไม่ฟรีนะจ๊ะ" และอีกอันว่า "ถ้าสติ๊กเกอร์นี้หลุดลอกถือว่าใช้แล้ว" อะไรประมาณนั้น
ซึ่งก็แก้ปัญหาไปได้เยอะ แต่ปัญหาข้างหน้าผมซิ จะเอายังไงกับมันละ
ตามฟอร์มครับ แขกไม่ยอมจ่ายเพราะว่ามันอยู่นอกตู้เย็น
แขก: ยูว์จะมาพูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะน้ำขวดที่วางไว้หัวเตียงทุกขวดชั้นถือว่าเป็นของฟรีที่โรงแรมจัดหาไว้ให้
วิชัย: ...
แขก: ...
อยากจะเดินออกไปนอกโรงแรมแล้วขับรถตู้แกล้งเบรคแตกมาบดอีแขกที่เคารพคนนี้ซักสองทีจริง
วิชัย: ...ยูว์ ไอ้น้ำขวดนี้...มันไม่ได้ตั้งอยู่ที่หัวเตียง มันอยู่ที่ชั้นบนมินิบาร์
แขก: ไม่ มันอยู่ข้างหัวเตียง ยูว์ไปเช็คกับแม่บ้านได้เลย
วิชัย: ชั้นไม่จำเป็นต้องไปเช็คหรอก เพราะน้ำขวดนี้มันจะอยู่ชั้นบนมินิบาร์เสมอ
แขก: ...นี่ยูว์หาว่าชั้นโกหกใช่มั้ย
วิชัย: ชั้นไม่ได้บอกว่ายูว์โกหก แต่ชั้นจะบอกว่าชั้นเชื่อว่าแม่บ้านไม่ได้ไว้ข้างเตียง
แขก: ชั้นจะรู้ได้ยังไงว่าของที่อยู่นอกตู้เย็นมันจะต้องเสียเงิน แล้วอีกอย่างนะ ชั้นเป็นคอลัมนิสต์ที่โรงแรมเชิญมาพักนะ
วิชัย: ...เอ่อ...ชั้นว่ามันมีเขียนบอกไว้นะว่าขวดนี้เสียเงิน จะให้เอาขวดตัวอย่างให้ดูมั้ย
แขก: ...
วิชัย: ...
ถ้าแต่ละวันจะมีคำวลีทองของแต่ละวัน คำพูดของแขกที่พูดออกมาก็ถือได้ว่าเป็นคำพูดวลีทองคำประจำวันและประจำสัปดาห์ได้เลย
แขก: นั่นแหละ when people drink, they don't read.
ถึงตอนนั้นอารมณ์ขาดไปแล้วสามเส้นเหลืออีกเส้นที่จวนเจียนจะขาดละ
แขก: ชั้นไม่จ่ายหรอก เพราะว่า I am journalist!!
ไอ้ชิบหาย กูว์เนี่ยเป็น ดิวตี้เมเนเจอร์ และกูก็เขียนหนังสือเหมือนกันว้อยยยย!!!
แสรดดดด ต่อยกับกูตัวๆ เลยดีกว่ามั้ย
(อันนี้ได้แต่คิดในใจ)
ถ้ากูเอาน้ำยาล้างจานใส่แก้ว เขียนข้างแก้วว่า "ห้ามดื่มไม่งั้นตายห่า" มึงก็จะดื่มใช่มั้ย
ถ้ากูเอาจานมีขี้วางอยู่ เขียนข้างจานว่า "อย่ากินมันเป็นขี้" มึงงงงก็จะมาสูบขี้ใช่มั้ยยย
หายใจเข้าท้องสองเฮือกให้สมองมีสติขึ้นมาเล็กน้อย
วิชัย: โอเค ชั้นเอาออกให้ก็ได้ แต่จะขอยืนยันว่าน้ำขวดนี้มันมีโน้ตบอกไว้อยู่แล้วว่าต้องจ่ายเงินและน้ำขวดที่ว่า มันไม่เคยอยู่ที่ห้วเตียงเลย
อารมณ์ว่าอย่างน้อยก็ขอกวนตีนแขกซะหน่อยวะ
แขกเดินขั้นห้องจากไปด้วยหัวเหม่งที่มีเลือดไปเลี้ยงอย่างเต็มที่คิดว่าสีเหม่งคงแดงพอๆ กับหน้าผมตอนนี้
แหม...อยากเอายาบ้าไปซุกไว้ในถุงเท้าแม่ง ให้โดนตำรวจ ตม. จับไปเข้าคุกแล้วโดนตุ๋ยตูด
ไม่รู้ว่าแขกหัวเหม่งนักเขียนแห่งโลกเดินขึ้นห้องแล้วไปอ่านสติ๊กเกอร์แปะข้างขวดรึเปล่า
แต่ถ้าใครบังเอิญได้อ่านนิตยสารแปลจากเยอรมันแล้วมีคนเขียนถึงพนักงานโรงแรมพูดจาสุภาพแต่ท่าทีหมาไม่แดกละก็
พนักงานคนนั้นคือวิชัยเองครับ!
แขกรก
อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรก แขกรก คือแขกประเภทที่นิสัยไม่ได้จัดว่าเลว ไม่ใช่แขกที่กวนตีน อาจจะเป็นแขกที่นิสัยดี และดีเกินไปซะด้วยซ้ำ
แขกรกเป็นแขกที่ชอบเหลือเกินที่จะสรรหาอะไรๆ มาให้พนักงานทำตลอดเวลา
แขกรกส่วนใหญ่จะเป็นประเภทนิสัยดีรักอิสระครับ
วิชัย: สวัสดีครับ
แขก: คือว่าชั้นกำลังคิดว่าจะไปสมุยน่ะ
วิชัย: โอเคครับ มีที่พักรึยังครับ แล้วไปวันไหนครับ
แขก: ยังไม่มีที่พักเลย แล้วชั้นอยากไปเช้านี้อะ
เหลือบดูนาฬิกา...เวลาท้องถิ่นกรุงเทพประเทศไทยขณะนั้น ตีสองสามสิบนาที...
เกิดอะไรขึ้นครับพี่...ได้แรงบันดาลใจตอนแปรงสีฟันขัดเหงือกก่อนเข้านอนรึไงครับ ถึงต้องไปให้ได้ แล้วนี่กี่โมงยามแล้วครับ
เรื่องนี้คุยเป็นซีรีย์จีนไต้หวันแน่นอนครับ
วิชัย: พักที่ไหนดีละ
แขก: ที่ไหนก็ได้นะ เอาแบบเห็นวิวทะเลชัดๆ กว้างๆ
อืม...ปักเต๊นท์นอนริมหาดมั้ย วิวทะเลจะกว้างมาก ชัดมาก รู้สึกได้เลยถึงของเหลวรสเค็มขึ้นติ่งหูตอนน้ำขึ้น
วิชัย: แล้วยูว์อยากได้ที่พักแบบไหนล่ะ
แขก: แบบไหนก็ได้นะ ไม่มายด์ แบบว่ายูว์โน้ว์
ไม่มายด์ ก็ปักเต๊นท์ละกันนะ
สิ่งที่เราต้องทำก็คือต้องโทรไล่ถามสักสามสี่โรงแรม แล้วก็จะได้คำตอบคล้ายๆ กันคือห้องเต็มแล้วคะ มีแต่ห้องสวีทว่างอยู่ สนใจเป่าค้า
แขกรกจะแบ่งได้อีกเป็นสองแบบคือ ไม่เกี่ยงเรื่องเงินเลย กับทุกอย่างต้องราคาย่อมเยาว์ ราคาถูกต้องของดี มีของฟรีก็ยิ่งดี
วิชัย: เอ่อ ยูว์เค้าบอกว่ามีแต่ห้องสวีทเหลืออะ
แขก: ไม่เอาอะ อยากได้แบบนี้ แบบนี้ และแบบนี้
ครับ...พี่ก็บอกตั้งแต่แรกซิครับ ผมจะได้จัดการได้เร็วขี้น
วิชัยโชคดีนิดหน่อยที่ไม่ค่อยจะเจอแขกรก เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเจอกับแขกเรื้อนซะมากกว่า
แขกรกนั้นส่วนใหญ่จะดวงสมพงษ์กับน้องๆ guest service เพราะน้องๆ เหล่านั้นจะต้องเป็นธุระจัดการหาทัวร์ หาตั๋วเครื่องบินจองห้องพักต่างๆ ซึ่งถ้าเจอแขกที่รู้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรก็จะง่าย เพราะเราแค่ทำอย่างที่แขกอยากได้ แต่ถ้าเจอแขกรกที่จะทำทุกอย่างแต่ไม่รู้สักอย่าง...อันนี้คุยยาว
เช้าวันนึงตอนที่ประชุมรอบเช้า duty manager รอบดึกแจ้งว่าให้ระวังแขกห้อง 901 ให้ดี ไม่ใช่เพราะว่าเรื้อนหรืออะไร แต่แขกเป็นคนอเมริกันนิสัยดีมาก และพูดไม่ยอมหยุดซะที ให้ระวังไว้เพราะถ้าเจออาจไม่ได้ทำงานทำการได้ วันนั้นก็เลยทำงานไประวังแขกสัญชาติอเมริกันท่าทางเป็นกันเอง ซึ่งค่อนวันแล้วก็ไม่เจอดีอะไร
น้องกุ๊กเข้างานสิบเอ็ดโมง มาถึงก็ทักทายเพื่อนๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะตัวเองเพื่ออ่านรายงานต่อรอบ หันมาก็เจอแขกคนนึงถามทาง
โต๊ะของกุ๊กชักเริ่มมีแขกมานั่งเยอะขึ้นเยอะขึ้น ชักจะวุ่นวายเลอะเทอะ
ภาพที่เห็นจากระยะไกลคือแขกพูดๆๆๆๆๆๆ โดยที่กุ๊กได้แต่นั่งฟัง แขกก็พูดๆๆๆๆๆ จากนั้นก็มีรูมเซอร์วิสเดินมาเสิร์ฟอะไรสักอย่าง รูมเซอร์วิสเดินจากไป เผยให้เห็นว่ามันคือ red bull สองกระป๋อง แขกจัดการเปิดหนึ่งกระป๋อง อึก อึก อึก อึก แล้วก็ พูดๆๆๆๆๆๆๆ
กุ๊กเดินออกจากโต๊ะมา แล้วบ่นว่าไม่ไหวแล้วแขกรกอย่างมากมาย
วิชัยและพนักงานคนอื่นเดินไปถามว่าแขกคนนั้นอยู่ห้องอะไร เลขที่ออกคือ 901
พนักงานที่เหลืออีกสามคนได้แต่มองหน้ากันเอง และเข้าใจว่า สมคำเล่าอ้างจริงๆ
กุ๊กทำหน้าเว้าวอนเหมือนให้ใครก็ได้ไปช่วยเปลี่ยนหน่อย
บรรยากาศตรงโต๊ะตัวนั้นมันดำมืด มีมวลสารเป็นไอปีศาจที่มากกว่าอ๊อกซิเจนอยู่รอบๆ
พวกเราก็ได้แต่มองไปที่พื้นที่ปีศาจและมองหน้ากุ๊กอย่างลังเล คำนวณคร่าวๆ แล้ว ตายหมู่ชัวร์!
คำพูดบางอย่างก็ยากที่เอ่ยเป็นคำพูดนะ บางคำเอ่ยเป็นแววตาก็ไม่เลวเหมือนกัน กุ๊กก็เลยได้แต่แววตาที่เลิกลั่กและลังเล
แขก901: ยูว์ ยูว์ ยูว์มาทางนี้หน่อยซิ
โอ้ววววววซ์ ไอปีศาจมันสูบร่างมนุษย์อีกแล้ววววว
น้องกุ๊กโดนไอสีดำสูบไปอย่างรวดเร็ว
มือกุ๊กพยายามป่ายคว้าอะไรยึดสู้กับแรงสูบ ที่ดึงขาเธออยู่ เล็บขรูดกับพื้นเป็นทาง
ม่ายยยยยยยยย!!!!~ น้องกุ๊กกรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียงผ่านแววตาคู่นั้น...
แนน: เออ เนี่ยเมื่อคืนไปดู up มาสนุ้กสนุก
วิชัย: ใช่ๆ พี่ก็ดูแล้วสนุกมากมาย
กุ๊ก: ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!~
รุ่ง: จริงเหรอ...เดี๋ยวรุ่งต้องหาเวลาไปดูหน่อยแล้ว
แขกเปิด red bull อีกกระป๋อง อึก อึก อึก อึก แล้วก็พูดๆๆๆๆๆๆๆๆ
ประมาณสามชั่วโมงแห่งการพูดผ่านไป แขกก็ลุกเดินจากไป
ประมาณสามชั่วโมงแห่งการฟังผ่านไป กุ๊กก็เลอะจมกองน้ำลายกลิ่น red bull
วิชัย: แขกคนนี้...พูดเก่งเนอะ
กุ๊ก: โอโห้ ขั้นสูงสุดของพระเจ้าอะ เห็นแขกสี่ห้าคนที่นั่งข้างๆ มั้ย นี่เพิ่งรู้จักกันเมื้อกี้นี่เลยนะ
วิชัย: ...
กุ๊ก: แม่ง แขกเล่าหมดเลยว่า เรียนจบจากไหน เข้าชมรมอะไร ฝึกงานที่ไหน เรียนโทอะไร ทำงานอะไร มาเที่ยวเมื่อไหร่ กลับเมื่อไหร่
วิชัย: แล้ว...แขกมันให้ทำอะไร
กุ๊ก: เอาจริงๆ เลยปะ แขกมันให้มาหาเมีย
วิชัย: หาเมีย!?
กุ๊ก: แล้วไม่ใช่เมียธรรมดา เมียเก่าอีกตังหาก
วิชัย: อืม...แล้วไง หาที่ไหน
กุ๊ก: ก็นั่นซิ แขกบอกว่าเมียเก่าเป็นอาจารย์อยู่โรงเรียนนานาชาติ
กุ๊ก: แล้วไม่ใช่โรงเรียนนานาชาติธรรมดานะ เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ไม่รู้ชื่ออีกตังหาก
วิชัย: ...
กุ๊ก: กูละอยากจะแก้ผ้าไปเต้นแก้บนหน้าศาลพระภูมิจริงๆ ที่แขกไปซะที
วิชัย: แล้วจะหาไปทำไม
กุ๊ก: เขาบอกว่ากลัวเมียเก่าติดหวัด2009 เป็นห่วง
วิชัย: ...
กุ๊ก: แต่กุ๊กจะบอกเค้าอยู่แล้วว่า อย่าไปหาเลยเพราะเอ็งจะหวัดไปติดเขาเปล่าๆ เห็นไอจามมันอยู่นั่นแหละ
กุ๊ก: เห็นกูเป็นถ้วยรองจามเหรอ จามใส่กูอยู่นั่นแหละ
วิชัย: เอาที่เจลล้างมือมั้ย
กุ๊ก: โอ้โห...เอามาล้างหน้าเลยดีกว่า
แขกรกที่สอง
เคยมีเพื่อนกลัวผีมั้ยครับ กลัวแบบมากๆ อะ เท่าที่จำได้ผมไม่มีเพื่อนกลัวผีมากๆ นะ
แต่ผมเคยเจอแขกรกกลัวผีมากๆ คนนึง
แขกคนนี้เป็นคนไทยครับ นิสัยดีแต่รก ถ้าแขกคนนี้เข้าพักทีไรเป็นอันรู้กันว่าต้องมีเรื่องให้วุ่นวายใจแน่ๆ
คืนนึงแขกโทรมาบอกว่ามีเค้านอนไม่ได้เพราะไฟจากอีกตึกนึงมันแยงตาซึ่งแขกเค้าระบุได้เลยนะว่าไฟมันมาจากห้องอะไร
ซึ่งผมก็ดูจากระบบแล้วห้องที่ว่าไม่มีแขกอยู่ และชั้นนั้นทั้งชั้นไม่มีแขกอยู่เลย
สิบนาทีต่อมา แขกก็โทรมาอีกบอกว่าเห็นเงาคนเดินไปมาจากห้องนั้น ซึ่งก็ยืนยันไปอีกครั้งว่าไม่มีนะ มันไม่มีแขกอยู่เลย
สิบนาทีก็โทรมาอีก คราวนี้วิชัยเดินออกไปนอกตึกเพื่อดูเอง ปรากฎว่าไม่มีคนจริงๆ
สิบนาทีโทรมาอีก...แขกเริ่มโวยวายนู่นนี่นั่นนอนไม่ได้แล้วกลัว
เออเนอะ เรื่องแบบนี้จะอธิบายยังไงดีละ ไหนๆ ก็ไหนๆ วิชัยก็เลยขึ้นไปที่ชั้นนั้นเลยครับ
โทรถามแขกว่า เห็นจากห้องไหน ห้องที่เท่าไหร่ของตึก แขกก็บอกว่ามันคือห้องที่สามจากซ้ายมือ...ได้ วิชัยจัดให้ เปิดประตูเข้าห้องก็ไม่มีอะไร ห้องมืดสนิท ดูตามห้องต่างๆ ก็ไม่มีใคร
แขก: แต่เดี๋ยวก่อน!!!! พี่เห็นแล้ว!!! พี่เห็นเงาคนยืนมองมาทางพี่!!! 
แขก: เนี่ยพี่เห็นจริงๆ!!!!

วิชัย: เห็นเงาคนเลยเหรอ
แขก: ใช่พี่เห็น เงามันเท้าเอวอยู่!!!
วิชัย:
พี่!!!~ นั่นน่ะผมเอง!!! นอนได้แล้วครับพี่!! มันไม่มีหรอก!!!
แขก: อ้าว นั่นน้องแว่นเองเหรอ
จะรกจะเรื้อนจะร้ายยังไงก็ไม่ว่านะครับ เพราะยังไงๆ แขกก็มาพักแล้วก็จากไปอยู่ดี
ไม่มีแขกคนไหนเข้าพักโดยไม่เช็คเอาท์ซักหน่อย
ใช่มะ
ปล.
โคตรจะดีใจเลยว่ะ ได้เขียนเรื่องโรงแรมจริงๆ จังๆ ซะที หลังจากที่ห่างมานานมาก
ปล2.
ช่วงนี้แขกน้อยมาก แขกน้อยเรื่องก็เลยน้อยตาม...
ไม่งอนกันนะ


555
#1 By 150489 ::* on 2009-07-06 05:02