จั่วหัวชื่อว่า "ฉุดเข้าห้อง ลากขึ้นเตียง" แหม...รีบคลิกเข้ามาเลยดิ...
พวกเอ็งมันจะหื่นมากไปแล้วนะ... 

รู้สึกว่าตัวเองห่างเหินไปไกลประมาณสามกู่จากเอนทรีโรงแรม...มัวแต่ทำอะไรก็ไม่รู้ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่...
คาดว่าหลายคนคงกระดิกติกแล้วนิ้วมือยิกๆ รอดูว่าเมื่อไหร่อีวิชัยมันจะมีสามัญสำนึกที่กลั่นตัวพอให้มันรู้สึกตัวเองว่า...เอ๊ะ นี่มันบล็อกคนโรงแรมนี่หว่า
ช่วงนี้เปลี่ยนจากรอบดึก โงหัวขึ้นมาต้านลมท้าแสงตะวันในรอบกลางวันแล้ว
อะไรอะไรก็แม่งยุ่งไปหมด  หน้ามันรักแร้ชุ่มไข่ชื้นทุกวัน
วันนี้มาว่ากันเรื่องเดิมดีกว่า...

อะไรยังไงในโรงแรม
มาเริ่มกันที่น้ำจิ้มๆ ก่อนที่ประเภทของเตียง

ประเภทห้องในโรงแรมแบ่งออกได้หลักๆ โง่ๆ สองแบบคือ
ห้องหนึ่งเตียง และห้องสองเตียง แต่ใครจะรู้ครับว่า แค่ไอ้การเรียกเตียงนี่ก็แอบปวดตับเรื้อรังเหมือนกันนะ ก็ยกตัวอย่างเอาที่ทำให้เราชาวบ้านปวดตับกัน มันก็มีมาตั้งแต่ single bed, double bed, queen-sized bed, king-sized bed
คือแค่อ่านผ่านๆ ก็คงคิดว่า นี่มันเหี้ยอะไรนักหนา กับแค่เตียงทำไมต้องแยกซับซอยย่อยกันขนาดนี้ว่ะ นี่กูจองโรงแรมนี่ จำเป็นต้องมีความรู้ขนาดเตียงพื้นฐานเลยรึ?
นั่นซิครับ ขนาดคนทำโรงแรมก็ยังคิดอยู่ทุกวันเลยว่า ไอ้ห่ามึงจะมารุงรังชีวิตอะไรนักหนา แค่หนึ่งเตียง สองเตียงก็น่าจะพอแล้วนี่หว่า...

ว่าแต่...หัวข้อมันคือเรื่องอะไรนะ มัวแต่บ่นจนลืม
เออ!! ประเภทเตียง!!

เรามาเริ่มจากเล็กไปใหญ่นะครับ
Single bed เท่ากับเตียงเดี่ยว หรือเรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็ลองแปลกันตรงๆ ตัวแบบโง่ๆ ดูซิครับ
single = คนโสด
bed = เตียง
รวมกันเท่ากับ เตียงคนโสด


...ก็มึงก็โสดเปล่าๆ ปลี้ๆ จะมาเอาเตียงอะไรนักหนา มึงก็นอนไปซิเตียงพอดีตัว
เตียงแบบ single bed ก็เลยจัดว่าเป็นเตียงที่เล็กที่สุดในประเภทเตียงทั้งหลายครับ หรือถ้าวัดก็จะประมาณ 3.5คูณ 6.5 ฟุต

ถัดจากเตียงคนโสดก็มาเตียงคนไม่โสดละ นั่นก็คือ Double bed


ก็มันไม่โสดแล้วนี่ มันต้องมีคนแชร์คนนอนด้วย จะให้มานอนเตียงแคบๆ มันก็ไม่ค่อยงาม ก็เลยต้องนอนใน double bed หรือเตียงที่ใหญ่เป็นสองเท่าของเตียง single bed.
(แต่อันที่จริง มันก็ไม่ได้แปลว่าจะใหญ่เป็นสองเท่านะ แค่ใหญ่ขึ้นมานิดนึงแหละครับ)ขนาดเตียงก็จะประมาณ 4 คูณ 6.5 ฟุตครับ


ขนาดเตียงถัดมาก็คือ queen-sized bed เตียงขนาดราชินีกันเลยทีเดียวพี่น้องงง จะมาไก่กาฮานามิแบบชาวบ้านมันก็จะไม่สมเกียรติ


เตียง queen-sized bed ก็เลยมีขนาดใหญ่กว่า double bed ขึ้นมาอีก ขนาดเตียงโดยประมาณ ก็อยู่ที่ 5 คูณ 6.5 ฟุต

และขนาดเตียงที่ใหญ่เบิ้มที่สุดก็คือ...มีราชินีแล้วก็ต้องมีราชาไง

king-sized bed เตียงพระราชา และราชาต้องเป็นใหญ่! เพราะงั้น นี่คือเตียงใหญ่!


เตียงพระราชา ถือว่าเป็นเตียงขนาดมาตรฐานที่โรงแรมห้าดาวสมัยนี้ควรจะมีกันน่ะครับ ขนาดเตียงแบบคร่าวๆ ก็ 6 คูณ 6.5 ฟุต หรือโรงแรมไหนอย่างให้เตียงใหญ่ประมาณปากน้ำก็ขยายไซส์กันไปอีกเป็น 7 คูณ 7 ฟุต

และที่เล่ามาให้เกิดความงงเล็กน้อยถึงปานกลางในเป็นคลื่นอยู่ในกลีบสมองเมื่อกี้มันคือแค่แบบหนึ่งเตียงนะครับ


มันยังมีแบบสองเตียงหรือ twin bed อีก
ก็อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ห้องพักในโรงแรมมีแบบหนึ่งเตียง จะเป็นเตียงเล็กหรือเตียงใหญ่ หรือเตียงควายมาก อันนี้ก็แล้วแต่ครับ ถัดจากหนึ่งเตียง ก็มาถึงสองเตียง


ความจริงแล้วห้องแบบสองเตียงเป็นอะไรที่ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่ เพราะเตียงที่วางอยู่ในห้องก็มักหนีไม่พ้น single bed สองเตียง
หรือไม่ก็ double bed สองเตียง
แต่หลังๆ เริ่มจะมีเตียงแบบประหลาดๆ ผุดขึ้นมาบ้างแล้วครับ...เอ่อ อันนี้ไม่ได้หมายถึงเตียงรูปวงกลม ห้าแฉก แปดแฉก รูปดาว รูปเคโรโระ หรือเตียงรูปหัวใจแบบหมุนได้ที่มีผ้าห่มเป็นลายหนังเสือโคร่งนะครับพี่น้อง

เตียงแบบประหลาดที่ผมหมายถึงก็คือ hollywood twin อืมม์ฟังชื่อแล้ว ก็ยังให้ความรู้สึกเตียงวงกลมสีชมพูที่หมุนได้พร้อมไฟเธคอยู่บนหัวเตียงใช่มะ...


hollywood twin มันคือเตียงสองเตียง ฟูกสองฟูก แต่อยู่ติดกันนั่นเอง เป็นเตียงติดกัน แต่มีร่องแยกแบ่งวัมนธรรมอยู่ตรงกลาง ทำให้เวลาเราพลิกตัวหรือนอนสั่นขาแล้วอีกฝ่ายรู้สึกตัวน้อยกว่านอนเตียงเดียวกัน หรือเวลามีสองเตียงแล้ว ทำให้เราไม่ต้องมาเปิดศึกละเมอแย่งผ้าหม่กันอีกด้วย
ผมว่าเตียง hollywood twin ไม่ค่อยเรียกกันในเมืองไทยด้วยแหละครับ เราก็เลยไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้กันบ่อยนัก

ทีนี้ มีอะไรบ้างละที่จะสับสนกัน...เท่าที่ทำงานโรงแรมมาคนมักจะสับสนระหว่าง double bed กับ twin bed ว่าอันไหนมันหมายถึงเตียงเดี่ยวกันแน่ โดยเฉพาะชนชาติฮ่องกงที่พวกชอบจำสลับสับสนเหลือเกินนน สับสนไม่พอ มันยังจะเถียงอีก เรียกได้ว่าสลับกันเป็นสมบัติของชาติกันเลย

วิชัยแนะนำให้ลองจำแบบโง่ๆ ตามสไตล์บล็อก http://foolstop.exteen.com (foolish, english by fool) (หน้าไม่อาย บล็อกอะไรไม่รู้อัพกันทีอย่างกับแพนด้าตกลูก แล้วยังจะมาเสือกภูมิใจอีก)

twin แปลว่าแฝด, แฝดแปลว่าสองคน เพราะฉนั้น twin bed แปลว่าสองเตียงนั่นเอง
double แปลว่าสองเท่า, สองเท่าแปลว่าใหญ่กว่าเดิม เพราะฉนั้นมันก็แปลว่าเตียงเดี่ยวนั่นเอง

แต่ถ้าให้ง่ายกว่านั้น...เวลาโทรไปจองห้องก็บอกเค้าเลยครับ เตียงใหญ่เตียงเดียว หรือ สองเตียงก็ได้
จะว่าไป เท่าที่ทำงานมา โรงแรมดีๆ สมัยนี้เตียงเดี๋ยวส่วนใหญ่ก็มักจะจัดหนักเป็น king-sized bed กันหมดแล้วนะครับ เตียงแบบ single คนโสดไม่ค่อยจะเห็นแล้วนะครับ ยกเว้นตามโรงแรมเก่าๆ หน่อย เท่านั้นและที่ยังพอมีบ้าง

ขอสรุปขนาดเตียงอีกรอบนะครับ คราวนี้ไม่มีขนาดเตียงเป็นนิ้วให้ปวดหัว
เพราะคิดว่าเราทุกคนน่าจะวัดขนาดเตียงจากสายตาและจำนวนรอบที่กลิ้งได้ มากกว่าที่จะใช้สายวัดไปวัดเอาเนอะ

เล็กสุดไปหาใหญ่สุดนะ
single bed > double bed > queen-sized bed > king-sized bed (ทั้งหมดนี้คือหนึ่งเตียงนะ)
ส่วนอี hollywood twin นี่ก็รู้ไว้ขำๆ ละกันครับ

เตียง twin bed ก็คือ เตียงแบบสองเตียง (ให้นึกถึงแฝดสองคนไว้)

ขอบคุณ เว็บ http://longdu.gigchat.com/static_longdu_static090704-065817.html สำหรับข้อมูลขนาดเตียงครับ


ประเภทของห้อง

ถัดจากประเภทเตียงแล้ว เราหันมาเรื่องเข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอย่างประเภทห้องดูบ้าง

1.  adjoining room อ่านไทยว่าเอดจอยนิ่งรูม (...สามารถเพิ่มความกระแดะเข้าไปในสำเนียงเพื่อโภชนการในการสื่อสารนะครับ) เรียกกันแบบบ้านๆ ว่า ขอห้องติดกันหรือขอห้องข้างๆ กัน

2. adjacent room อ่านไทย อะเจ' เซินทฺ เรียกกันแบบบ้านว่า ห้องที่อยู่ตรงข้ามกัน เยื้องกันนั่นแหละ

ผมว่าหลายๆ คนอ่านถึงบรรทัดข้างบนต้องแอบคิดแน่ๆ ว่า "ห่า จองห้องโรงแรมทำไมยุ่งยากงี้วะ"
อืม จะบอกว่าเวลาโทรไปจองห้อง เราก็ขอห้องแบบธรรมดานี่แหละ ขอห้องติดกันนะ ขอห้องตรงข้ามกันนะ อันนี้ไม่ยาก...ภาษาไทยเราสามารถอยู่แล้ว

แต่จะมีห้องอีกประเภทที่ภาษาไทยยังไม่มีการบัญญัติขึ้นมา ถ้าจะพูดเป็นภาษาไทย อาจต้องใช้พลังงานหลายแคลลอรี่และเสียเวลาเล็กน้อยแต่พองามในการอธิบาย
ห้องแบบที่ว่า เคยมีต่างชาติคนนึงครีเอตเรียกมันว่า see-through room
ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจว่า คนโรงแรมอย่างวิชัยจะทำหน้าแบบไหน...
see-through room ห้องป่วงวิมานอะไรของแม่งวะ
และแน่นอนครับว่าต่างชาติที่ว่าจะต้องแสดงอาการโมโหประหนึ่งวิชัยเพิ่งไปเยี่ยวใส่พรมแดนประเทศของเขา พี่เขาก็ยิ่งโมโหหลังจากพูดซ้ำๆ ว่า see-through room กับวิชัยแล้วมันยัง error ไม่รับข้อมูลแถมยังทำหน้าห่านข้ามถนนอีกตังหาก
โห...ไอ้ฟายยังไม่ได้ตัดรก! นั่นเค้าเรียกว่า ห้อง connecting room ว้อย!!!
ไอ้กิมจิไม่ได้ดองเอ๊ยยยย!!!

ห้อง connecting room คือห้องสองห้องติดกันแล้วมีประตูที่เชื่อมหากันได้ครับ
เรียกให้ง่ายกว่านั้นคือ ห้อง adjoining ที่มีประตูอยู่ข้างใน
เวลาจองห้องพักแล้วต้องการห้องแบบที่ว่า เราก็แค่บอกเจ้าหน้าที่ว่าขอห้อง connecting แค่นี้แหละ
ห้องแบบนี้ครอบครัวจะชอบมาก เพราะเช่าสองห้องเหมือนได้ห้องใหญ่ๆ หนึ่งห้อง
แต่ห้อง connecting room ในโรงแรมเมืองไทยส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดอยู่หนึ่งอย่างก็คือจะเป็นห้องหนึ่งเตียงประกบกับห้องสองเตียงเสมอ
เพราะฉนั้นถ้าเราต้องการห้อง connecting room สองห้องที่เป็นห้องเตียงใหญ่ทั้งคู่แบบนี้จะยากมากมาย ยกเว้นบางโรงแรมที่จะมีไว้สักคู่เผื่อเหลือเผื่อขาด

ประเภทห้องแบบสุดท้ายที่มักจะเป็นห้องที่แพงที่สุดของโรงแรมส่วนใหญ่นั่นก็คือ Suite room

บ้างก็อ่านว่าห้องสูท บ้างก็อ่านห้องสวีท แล้วแต่ถนัด แต่ไม่ว่าจะสูทหรือสวีทมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับขนาดของห้องที่ต้องใหญ่เบิ้มเด็กหายนะครับ เพราะแท้จริงแล้ว ห้องสูทหรือสวีทเนี่ยมันแปลว่า ห้องที่มีห้องรับแขกและห้องนอนแยกออกจากกัน เท่านั้นแหละครับ

ในขณะที่โรงแรมต่างๆ จะมีห้องใหญ่เวอร์ที่เรียกว่าห้องสวีทนั้น โรงแรมหรือรีสอร์ทตามต่างจังหวัดที่มีเนื้อที่เหลือเฟื่อก็เริ่มรู้สึกว่าจะมาสร้างห้องสวีทกันทำไม ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วมันก็แค่เป็นห้องๆ เหมือนอยู่ในเมืองอยู่ดี พี่ๆ รีสอร์ทก็เลยจัดหนักเลยครับ กูมานี่เลยยย...Villa เลยแสรรรด

Villa นี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า จริงๆ แล้วแปลว่าอะไรกันแน่ แต่เท่าที่เคยเห็น Villa มาก็เดาเอาเองว่า Villa คือบ้านเป็นหลังๆ มากกว่าที่จะเป็นห้องน่ะครับ

หนึ่ง วิลล่า ก็อาจจะมีสองห้องนอนห้าห้องน้ำ หนึ่งสระน้ำ หนึ่งจาคูซี่ (เอ่อ ห้องน้ำแม่งเยอะจริงๆ ครับ) ซึ่งผมเคยคิดว่า ถ้าผมได้นอนวิลล่าแค่คืนเดียวมันจะคุ้มมั้ย เพราะแม่งใหญ่มาก แค่ไล่เยี่ยวให้ครบทุกห้องน้ำแม่งก็คงเสียเวลาไปค่อนวันแน่ๆ (ฮา)

 

ขอจบการบรรยายแบบงงๆ ไว้เพียงเท่านี้ เพราะคิดว่าหลายคนคงอยู่ในอาการมึนตับเป็นอย่างแน่แท้...เอาไว้ตอนหน้ากำลังเขียนอยู่ จะเอามาลงเร็วๆ นี้ครับ

 

ถ้าใครได้อ่าน ตะคริว ณ นิ่วใจแล้ว  Ems มาเล่าให้ฟังบ้างดิว่าชอบไม่ชอบยังไงครับ
มาเม้นทิ้งไว้ก็ได้ หรือ จะทวิตก็ได้ครับที่ http://www.twitter.com/dogst

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้ความรู้การขึ้นเตียงเพียบเลยครับ


เอ้ย

ความรู้เรื่องเตียงที่ผมสงสัยมานาน ฮาๆๆ


open-mounthed smile Hot!


#1 By พงคุง on 2009-08-07 04:33

โอ้ จะจดจำไว้ จะได้จองห้องกับโรงแรมแบบไม่โข่งค่ะ confused smile ว่าแต่มนุษย์see-through room นี่สัญชาติกิมจิป่าวคะ? (เห็นด่าว่ากิมจิไม่ได้ดอง)

วิลล่า...หรูไปไหน...
อยากลองไปพักสังครั้งในชาตินี้
(ขุดเจอบ่อน้ำมันหลังบ้านก่อนสินะ)
ห้องน้ำเยอะๆนี่เพื่ออะไรเหรอคะ?

ปล.อยากได้เกร็ดเรื่องค่าโรงแรมมั่งจัง

#2 By EGUANAฟ้าประทาน on 2009-08-07 04:37

อ๊ะ อัปแล้ว เมื่อวานพอกดคอมเมนท์เสร็จ ดันอิดิทเรื่องนี้ซะนี่

ที่อิดิทนี่เพราะไปหารูปมาใส่ใช่ไหมครับbig smile

#3 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-08-07 04:44

ถ้าเป็นน้องขอเวลาในการจดจำ ทั้งหมดนี่ 3 เดือนค่ะ
ปล.รูปสุดท้ายนี่เหมือนเดอะซิมสฺ์มาก


เล่นจนเพ้อ







Hot! Hot! Hot! Hot! big smile
ได้ความรุ้ขึ้นมาเยอะเลยค่ะ.....
ไอ้เรื่องคิงกับควีน พวกดับเบิ้ลด้วยค่ะ
นี่แยกไม่ออกจริงๆ ลำบากเวลาไปซื้อผ้าปูที่นอน
ถึงจะไม่่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ก็งงๆ

ขอบคุณค่าา Hot! Hot!

#5 By ☆ TIMO ☆ on 2009-08-07 05:10

เอิ่ม ได้ความรู้เรื่องโรงแรมและเตียงขึ้นเยอะเลยค่ะ หึหึ

ราคาของห้องเนี่ย ก็คงขยับขึ้นตามขนาดของเตียงด้วยเนอะ .. sad smile

#6 By PINGPING on 2009-08-07 05:27

ไปเจอไอ้นี่มาอ่ะครับhttp://iiiiza.exteen.com/20090807/tip/page/1
จริงรึเปล่าครับเฮียbig smile

#7 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-08-07 05:31

อรุณสวัสดิ์ค่าพี่วิชัย
จะบอกว่าเข้ามาเพราะชื่อเอนทรี่ก่อนเลย หุหุ

เรื่องนี้สงสัยจะต้องแอบเซฟเก็บไว้อ่านซะแล้ว เพราะไม่แน่ว่าเดี๋ยวจะต้องมีเรียน

จะว่าไป --วันนี้ต้องสอบเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม ไอ้จะให้จำชื่อพวกแอลกอฮอลล์เนี่ยพอจะจำได้นะคะ เพราะกินบ่อย(ไม่ใ่ช่ล่ะ - -) แต่พวกชื่ออาหารที่เป็นฝรั่งเศสนี่มันแบบ ปวดตับมากกกกกก

ps.วันงานอะบุ๊ค ขอบคุณสำหรับลายเซ็นและคำแนะนำมากๆค่า
pss.อาทิตย์ก่อนอ.การโรงแรมเอารูปห้องสไตล์(ที่คิดว่า)ใหม่แบบที่ห้องนอนกะห้องน้ำ มันไม่มีอะไรกั้น- -* เหล่านิสิตต่างสงสัยว่า ถ้าอีกคนกำลังนั่งขี้ แล้วอีกคนกำลังนอนดูทีวี บรรยากาศคงดีน่าดู open-mounthed smile
ได้ความรู้ขึ้นจมเลย
นอนเตียงมาทุกวัน
เพิ่งจะมาเข้าใจว่าเตียงคู่ แยกจาก เตียงพวกควีนไซส์ด้วยอีกแน่ะ

#10 By ISHIMARU L. on 2009-08-07 06:07

โอ้ ได้รับรุ้อะไรแปลกๆ ใหม่ๆ

ว่าแต่อยากไปพัก Villa อ่ะ

#11 By ::SaTaN:: on 2009-08-07 07:09

แหม จะทำงานโรงแรมได้ ต้องมีความรู้ลึกซึ้งขนาดนั้นเลยนะ

โรงแรมที่ผมทำอยู่ มีเตียง ขนาด Double King Size ด้วย ขนาดก็ 7*7 ครับ

คือคนเอเชียอย่างเรานอนได้ทีนึงสามคนเลยครับโดยที่ขาไม่มีโอกาสก่ายกันแต่อย่างใด

#12 By Clepsydra:: on 2009-08-07 07:26

เรื่องเตียงเก็ทครับ
แต่เรื่องห้องยังงงๆ อยู่

เดี๋ยวไว้ให้หัวโล่งๆ หน่อย
กลับมาอ่านอีกทีละกันฮะ

confused smile confused smile confused smile

#13 By h|b|b on 2009-08-07 07:51

Hot! Hot! Hot!
หลากหลายเรื่องเตียงจริงๆ
ขอบคุณค่า

#14 By freestyle! on 2009-08-07 08:16

ถึงแม้จะต้องยอมรับว่าคลิกเข้ามาอย่างไวเพราะชื่อเอนทรี่.. 5555+

แต่ก็ได้ประโยชน์อย่างยิ่งเลยค่ะ
จะจำเอาไว้ใช้นะคะ

Hot! open-mounthed smile

#15 By แอ้ on 2009-08-07 08:21

sad smile ไม่ชอบเตียงโรงแรมอย่างเดียวคือดึงผ้าห่มไม่อยากจะออกเลย 555+ แอร์มันหนาว

#16 By Paa orKant on 2009-08-07 08:58

เคยไปนอนที่โรงแรมแล้ว แบบว่าเจอผีอ่ะ หน้ากัวมากๆๆ

จำได้ไปเกาะเสม็ดนี้หละ่ คุณวิชัย พอจะมีเคล็ดลับในการเลือกห้องได้ไหมค่ะ

#17 By luckyinlove on 2009-08-07 09:02

เออ ผมละมึนมานานมากว่า double กับ twin มันต่างกันยังไง
เพิ่งมารู้ซึ้งไม่นานนี้ เพราะจำเอาว่า twin = 2 คน = 2 เตียง

ให้ดาวๆๆ มีประโยชน์มากๆHot! Hot! Hot!

#18 By บองเต่า on 2009-08-07 09:15

แหม่ ตั้งใจกดมาเลกเชอร์การขึ้นเตียงเลยนะเนี้ยะ open-mounthed smile Hot!

#19 By iDoi* on 2009-08-07 09:37

see-through room ... ha ha ha :D
creative mak mak.

so much want to read your new book ka, but have to wait until going back next time T_T
hope some of my friend will visit soon so can ask them to carry -_-"

#20 By B a b o O on 2009-08-07 09:51

ที่โรงแรมมีHollywood Twin Bed แขกชาย2คนเรียกเจ้อมาด่าแล้วเอาเท้าถีบเตียงให้ดู ถามว่านี่อะไร ...ไม่อยากจะแถตอบเลยว่า ก็เตียงซิวะsad smile

#21 By Mango Hotel on 2009-08-07 10:07

see-through room

เหมือน อะโกโก้ ชอบกลsad smile

#22 By wesong on 2009-08-07 10:12

ห้องแบบวิลล่านี่ เห็นบางที่ จำกัดจำนวนคนพักด้วย

ไม่มีตังค์เหลือ ไม่พักหรอก ชิส์

#23 By NIX on 2009-08-07 10:24

โอ้ เข้าใจเตียงมากขึ้นเยอะ!

#24 By Tabun man on 2009-08-07 10:26

เยอะจนปวดตับ

#25 By berserkrabbit on 2009-08-07 10:30

บ้านผมนอนเสื่อกกดีแล้ว

//ไอ้หมี

#26 By CAB on 2009-08-07 10:42

ได้รู้อะไรเยอะแยะเกี่ยวกับเตียง
มันซับซ้อนจริง ๆ sad smile
ไม่ได้หื่นนะครับ ที่เข้ามาอ่าน แค่อยากรู้อยากเห็นนิดหน่อย

แฮ่ะๆ

ปล.นิ่วใจ ยังไม่ได้อ่านเลยครับ รอคนใจบุญอยู่ Hot!

#28 By น้ามชา on 2009-08-07 10:48

ได้ไปพักที่นึง เป็น Villa เหมือนกัน แต่คนละ Villa กับแบบที่ใหญ่ๆ จะออกประมาณ Townhome ที่ด้านหลังอยู่ติดสระน้ำ
ผมว่า Villa คงให้ความรู้สึก "ไม่ใช่ห้องเหลี่ยมๆ" หล่ะมั้ง

#29 By gsawa on 2009-08-07 10:49

เพิ่งรู้ว่ามีแบบVillaด้วย อลังการมากๆ Hot!

ปล.วิธีการจำ Twin กับ Double เหมือนที่ผมเคยใช้จำเลยล่ะครับ big smile

#30 By SkyKiD on 2009-08-07 10:49

=_=! แค่เตียงกะห้องก็ปวดตับแล้ว

ตั้งเต้นท์นอนกลางป่าดีกว่า ง่ายดี

#31 By ミノリ on 2009-08-07 10:52

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่อง ฉุดเข้าห้อง ลากขึ้นเตียงนะคะquestion

#32 By ajchicha on 2009-08-07 11:23

แล้วไหนช่วงxxxละครัย
เย้

ในที่สุด ก็เข้าโหมดเดิมsad smile sad smile sad smile

#34 By Princess_Diana on 2009-08-07 11:58

ร่วมแชร์นิดหน่อยนะคะ
เราได้รู้จากการทำ travel agent อ่ะคะ ไม่ใช่จากด้าน
โรงแรมโดยตรง เมื่อก่อนจะมีปัญหากับการได้รับคอนเฟิร์ม
จากโรงแรมที่เยอรมันบางโรงแรม ถ้าจองเป็นแบบห้อง twin ไป
โรงแรมตอบกลับมาเป็น double เยอะมาก ซึ่งลูกค้าเองเห็นก็
ไม่ชอบ ถ้าผู้ชายนอนกับผู้ชาย ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครมาอยาก
นอนเตียง double กัน .. ถึงมารู้ทีหลังว่าเป็นแบบ german
double bed คือ เป็นสองฟูก แยกผ้าห่ม แยกเตียงกัน ..
แต่หัวเตียงเดียวกันแบบ hollywood twin แบบที่คุณวิชัย
อธิบายนั่นเอง เพิ่งรู้ว่าเค้าเรียกว่า hollywood twin ค่ะ : )
เรียกแต่ german double bed มาตลอดเลยถ้าเจอสไตส์นี้

อีกแบบนึงที่วงการเราๆ ใช้เรียกกัน คือ จองห้องแบบ
TSU - twin for sole used หมายถึงห้อง twin หรือ
double แต่จะพักแค่คนเดียว บางโรงแรม ราคาแพง
กว่าห้อง single บางโรงแรมราคาเท่ากับ single ...
ตอนจองก็จะบอกว่าเอาห้อง twin for sole used แล้วบอก
เอาเตียง double ที่เป็นเตียงเดียว .. ไม่มีให้เรียกว่าเป็นห้อง
double for sole used (เอ๊ะ! หรือมี ? แต่ไม่เคยได้ยินนะคะ)

ไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วศัพท์โรงแรมใช้กันเป็นเรื่องปกติ
รึปล่าวนะคะ .. แต่ travel agency อย่างเราๆ นี่ใช้อ่ะค่ะ
เวลาทำ contract กับโรงแรมก็มี rate TSU เหมือนกัน
แต่ไม่มีทุกแห่งนะคะ

#35 By moodee on 2009-08-07 12:17

สนุกดี สับสนระหว่าง double bed กับ twin มาชาติกว่า ฮะๆๆ sad smile

#36 By OriJINT (125.24.178.163) on 2009-08-07 12:21

Hot! Hot! ขึ้นเตียงเข้าห้องกันเลยฮะพี่

#37 By ลุงKaZaRan on 2009-08-07 12:35

เรื่องของเตียง

#38 By nudee on 2009-08-07 12:51

เคยเห็นสาวสวยมาก มากับแฟนแก่กว่า
จองห้องเตียงเดี่ยวโรงแรมแห่งนึงในเชียงใหม่
เลยคุยกับเพื่อนว่า
ใครจะนอนเตียงหว่า
ต้องมีคนนึงนอนโซฟา...เขาไม่นอนเตียงเดียวกันหรอก
เพราะเราไม่ยอม(เกี่ยวอะไรกะเขาเนี่ย)big smile

#39 By tongg on 2009-08-07 12:57

ได้รู้ละเอียดขึ้นเยอะเลย

confused smile

#40 By คนนอกระบบ on 2009-08-07 13:55

ขอเตียงราชาค่ะ 555+ (มันคงได้แค่หมอน)

เตียงมันเป็นอย่างงี้นี่เอง!(จะตื่นเต้นอะไร)
ฮี่ๆๆๆๆ
see-through room open-mounthed smile open-mounthed smile Hot!

#42 By sage_nu on 2009-08-07 14:04

ได้ความรู้เพิ่มและหายส่งสัยเรื่องขนาดเตียงสักทีครับ

มีประโยขชน์ มากครับ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#43 By j-di on 2009-08-07 14:25

ตั้งชื่อเอาทรี่ได้ส่อมา แต่รู้นะว่าเข้ามาจะได้อ่านอะไรสนุกๆ

แล้วก็ไม่ผิดหวังซะด้วยconfused smile confused smile Hot! Hot!

#44 By taki on 2009-08-07 15:24

มีให้ลองมั้ย
อยากลองนอนทุกห้องเลย ฮ่า

#45 By quiescent on 2009-08-07 15:47

สวยงามเป็นที่สุด ,น่านอนทั้งนั้น confused smile

#46 By caffeineaddict on 2009-08-07 15:55

เรื่องเตียงเนี่ย เวลาจองแล้วจะมึนเป็นประจำ
เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนทีไรไม่ค่อยมีใครอยาก
นอนด้วย เพราะทนเสียงไม่ไหว

ถึงขนาดต้องพก Ea Plug ใส่กระเป๋าเดินทางไว้เลย
ไม่งั้นต้องจ่ายค่าห้องเต็มๆอยู่คนเดียวแหงๆ

#47 By zarawut on 2009-08-07 16:37

วันนี้เพิ่งไปซื้อตะคริว ณ นิ่วใจมาค่ะ อิอิ
สอบเสร็จค่อยอ่าน -*-



วิลล่านี่อลังการดีแท้ แง่มๆ

#48 By Aki_Kaze on 2009-08-07 16:53

สงสัยไปพักโรงแรมครั้งหน้าต้องพกพจนาณุกรมฉบับโรงแรมไว้คนละเล่มแล้วล่ะครับ

ข้อมูลการจองห้องเยอะจนน่ากลัว อ๊ากก
55

#49 By SILY on 2009-08-07 16:56

โทรไปจองห้องพักโรงแรมกี่ที ก็สับสนเรื่องประเภทเตียงอยู่ดี
แถมยังงงประเภทห้องเพิ่มเข้าไปอีก ซุพรีเรียร์ ดีลักซ์ บลาๆๆ
มึนตลอดศก


ปล. ชอบเตียงฮอลลี่วูดแหละค่ะ สบายดีconfused smile

#50 By ~nOOn~ (KiHae Supporter) on 2009-08-07 17:03