ฉุดเข้าห้อง! ลากขึ้นเตียง!
posted on 07 Aug 2009 04:21 by doggiestyle in 5starStory
จั่วหัวชื่อว่า "ฉุดเข้าห้อง ลากขึ้นเตียง" แหม...รีบคลิกเข้ามาเลยดิ...
พวกเอ็งมันจะหื่นมากไปแล้วนะ...
รู้สึกว่าตัวเองห่างเหินไปไกลประมาณสามกู่จากเอนทรีโรงแรม...มัวแต่ทำอะไรก็ไม่รู้ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่...
คาดว่าหลายคนคงกระดิกติกแล้วนิ้วมือยิกๆ รอดูว่าเมื่อไหร่อีวิชัยมันจะมีสามัญสำนึกที่กลั่นตัวพอให้มันรู้สึกตัวเองว่า...เอ๊ะ นี่มันบล็อกคนโรงแรมนี่หว่า
ช่วงนี้เปลี่ยนจากรอบดึก โงหัวขึ้นมาต้านลมท้าแสงตะวันในรอบกลางวันแล้ว
อะไรอะไรก็แม่งยุ่งไปหมด หน้ามันรักแร้ชุ่มไข่ชื้นทุกวัน
วันนี้มาว่ากันเรื่องเดิมดีกว่า...
อะไรยังไงในโรงแรม
มาเริ่มกันที่น้ำจิ้มๆ ก่อนที่ประเภทของเตียง
ประเภทห้องในโรงแรมแบ่งออกได้หลักๆ โง่ๆ สองแบบคือ
ห้องหนึ่งเตียง และห้องสองเตียง แต่ใครจะรู้ครับว่า แค่ไอ้การเรียกเตียงนี่ก็แอบปวดตับเรื้อรังเหมือนกันนะ ก็ยกตัวอย่างเอาที่ทำให้เราชาวบ้านปวดตับกัน มันก็มีมาตั้งแต่ single bed, double bed, queen-sized bed, king-sized bed
คือแค่อ่านผ่านๆ ก็คงคิดว่า นี่มันเหี้ยอะไรนักหนา กับแค่เตียงทำไมต้องแยกซับซอยย่อยกันขนาดนี้ว่ะ นี่กูจองโรงแรมนี่ จำเป็นต้องมีความรู้ขนาดเตียงพื้นฐานเลยรึ?
นั่นซิครับ ขนาดคนทำโรงแรมก็ยังคิดอยู่ทุกวันเลยว่า ไอ้ห่ามึงจะมารุงรังชีวิตอะไรนักหนา แค่หนึ่งเตียง สองเตียงก็น่าจะพอแล้วนี่หว่า...
ว่าแต่...หัวข้อมันคือเรื่องอะไรนะ มัวแต่บ่นจนลืม
เออ!! ประเภทเตียง!!
เรามาเริ่มจากเล็กไปใหญ่นะครับ
Single bed เท่ากับเตียงเดี่ยว หรือเรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็ลองแปลกันตรงๆ ตัวแบบโง่ๆ ดูซิครับ
single = คนโสด
bed = เตียง
รวมกันเท่ากับ เตียงคนโสด

...ก็มึงก็โสดเปล่าๆ ปลี้ๆ จะมาเอาเตียงอะไรนักหนา มึงก็นอนไปซิเตียงพอดีตัว
เตียงแบบ single bed ก็เลยจัดว่าเป็นเตียงที่เล็กที่สุดในประเภทเตียงทั้งหลายครับ หรือถ้าวัดก็จะประมาณ 3.5คูณ 6.5 ฟุต
ถัดจากเตียงคนโสดก็มาเตียงคนไม่โสดละ นั่นก็คือ Double bed

ก็มันไม่โสดแล้วนี่ มันต้องมีคนแชร์คนนอนด้วย จะให้มานอนเตียงแคบๆ มันก็ไม่ค่อยงาม ก็เลยต้องนอนใน double bed หรือเตียงที่ใหญ่เป็นสองเท่าของเตียง single bed.
(แต่อันที่จริง มันก็ไม่ได้แปลว่าจะใหญ่เป็นสองเท่านะ แค่ใหญ่ขึ้นมานิดนึงแหละครับ)ขนาดเตียงก็จะประมาณ 4 คูณ 6.5 ฟุตครับ
ขนาดเตียงถัดมาก็คือ queen-sized bed เตียงขนาดราชินีกันเลยทีเดียวพี่น้องงง จะมาไก่กาฮานามิแบบชาวบ้านมันก็จะไม่สมเกียรติ

เตียง queen-sized bed ก็เลยมีขนาดใหญ่กว่า double bed ขึ้นมาอีก ขนาดเตียงโดยประมาณ ก็อยู่ที่ 5 คูณ 6.5 ฟุต
และขนาดเตียงที่ใหญ่เบิ้มที่สุดก็คือ...มีราชินีแล้วก็ต้องมีราชาไง
king-sized bed เตียงพระราชา และราชาต้องเป็นใหญ่! เพราะงั้น นี่คือเตียงใหญ่!

เตียงพระราชา ถือว่าเป็นเตียงขนาดมาตรฐานที่โรงแรมห้าดาวสมัยนี้ควรจะมีกันน่ะครับ ขนาดเตียงแบบคร่าวๆ ก็ 6 คูณ 6.5 ฟุต หรือโรงแรมไหนอย่างให้เตียงใหญ่ประมาณปากน้ำก็ขยายไซส์กันไปอีกเป็น 7 คูณ 7 ฟุต
และที่เล่ามาให้เกิดความงงเล็กน้อยถึงปานกลางในเป็นคลื่นอยู่ในกลีบสมองเมื่อกี้มันคือแค่แบบหนึ่งเตียงนะครับ
มันยังมีแบบสองเตียงหรือ twin bed อีก
ก็อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ห้องพักในโรงแรมมีแบบหนึ่งเตียง จะเป็นเตียงเล็กหรือเตียงใหญ่ หรือเตียงควายมาก อันนี้ก็แล้วแต่ครับ ถัดจากหนึ่งเตียง ก็มาถึงสองเตียง

ความจริงแล้วห้องแบบสองเตียงเป็นอะไรที่ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่ เพราะเตียงที่วางอยู่ในห้องก็มักหนีไม่พ้น single bed สองเตียง
หรือไม่ก็ double bed สองเตียง
แต่หลังๆ เริ่มจะมีเตียงแบบประหลาดๆ ผุดขึ้นมาบ้างแล้วครับ...เอ่อ อันนี้ไม่ได้หมายถึงเตียงรูปวงกลม ห้าแฉก แปดแฉก รูปดาว รูปเคโรโระ หรือเตียงรูปหัวใจแบบหมุนได้ที่มีผ้าห่มเป็นลายหนังเสือโคร่งนะครับพี่น้อง
เตียงแบบประหลาดที่ผมหมายถึงก็คือ hollywood twin อืมม์ฟังชื่อแล้ว ก็ยังให้ความรู้สึกเตียงวงกลมสีชมพูที่หมุนได้พร้อมไฟเธคอยู่บนหัวเตียงใช่มะ...

hollywood twin มันคือเตียงสองเตียง ฟูกสองฟูก แต่อยู่ติดกันนั่นเอง เป็นเตียงติดกัน แต่มีร่องแยกแบ่งวัมนธรรมอยู่ตรงกลาง ทำให้เวลาเราพลิกตัวหรือนอนสั่นขาแล้วอีกฝ่ายรู้สึกตัวน้อยกว่านอนเตียงเดียวกัน หรือเวลามีสองเตียงแล้ว ทำให้เราไม่ต้องมาเปิดศึกละเมอแย่งผ้าหม่กันอีกด้วย
ผมว่าเตียง hollywood twin ไม่ค่อยเรียกกันในเมืองไทยด้วยแหละครับ เราก็เลยไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้กันบ่อยนัก
ทีนี้ มีอะไรบ้างละที่จะสับสนกัน...เท่าที่ทำงานโรงแรมมาคนมักจะสับสนระหว่าง double bed กับ twin bed ว่าอันไหนมันหมายถึงเตียงเดี่ยวกันแน่ โดยเฉพาะชนชาติฮ่องกงที่พวกชอบจำสลับสับสนเหลือเกินนน สับสนไม่พอ มันยังจะเถียงอีก เรียกได้ว่าสลับกันเป็นสมบัติของชาติกันเลย
วิชัยแนะนำให้ลองจำแบบโง่ๆ ตามสไตล์บล็อก http://foolstop.exteen.com (foolish, english by fool) (หน้าไม่อาย บล็อกอะไรไม่รู้อัพกันทีอย่างกับแพนด้าตกลูก แล้วยังจะมาเสือกภูมิใจอีก)
twin แปลว่าแฝด, แฝดแปลว่าสองคน เพราะฉนั้น twin bed แปลว่าสองเตียงนั่นเอง
double แปลว่าสองเท่า, สองเท่าแปลว่าใหญ่กว่าเดิม เพราะฉนั้นมันก็แปลว่าเตียงเดี่ยวนั่นเอง
แต่ถ้าให้ง่ายกว่านั้น...เวลาโทรไปจองห้องก็บอกเค้าเลยครับ เตียงใหญ่เตียงเดียว หรือ สองเตียงก็ได้
จะว่าไป เท่าที่ทำงานมา โรงแรมดีๆ สมัยนี้เตียงเดี๋ยวส่วนใหญ่ก็มักจะจัดหนักเป็น king-sized bed กันหมดแล้วนะครับ เตียงแบบ single คนโสดไม่ค่อยจะเห็นแล้วนะครับ ยกเว้นตามโรงแรมเก่าๆ หน่อย เท่านั้นและที่ยังพอมีบ้าง
ขอสรุปขนาดเตียงอีกรอบนะครับ คราวนี้ไม่มีขนาดเตียงเป็นนิ้วให้ปวดหัว
เพราะคิดว่าเราทุกคนน่าจะวัดขนาดเตียงจากสายตาและจำนวนรอบที่กลิ้งได้ มากกว่าที่จะใช้สายวัดไปวัดเอาเนอะ
เล็กสุดไปหาใหญ่สุดนะ
single bed > double bed > queen-sized bed > king-sized bed (ทั้งหมดนี้คือหนึ่งเตียงนะ)
ส่วนอี hollywood twin นี่ก็รู้ไว้ขำๆ ละกันครับ
เตียง twin bed ก็คือ เตียงแบบสองเตียง (ให้นึกถึงแฝดสองคนไว้)
ขอบคุณ เว็บ http://longdu.gigchat.com/static_longdu_static090704-065817.html สำหรับข้อมูลขนาดเตียงครับ
ประเภทของห้อง
ถัดจากประเภทเตียงแล้ว เราหันมาเรื่องเข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอย่างประเภทห้องดูบ้าง
1. adjoining room อ่านไทยว่าเอดจอยนิ่งรูม (...สามารถเพิ่มความกระแดะเข้าไปในสำเนียงเพื่อโภชนการในการสื่อสารนะครับ) เรียกกันแบบบ้านๆ ว่า ขอห้องติดกันหรือขอห้องข้างๆ กัน
2. adjacent room อ่านไทย อะเจ' เซินทฺ เรียกกันแบบบ้านว่า ห้องที่อยู่ตรงข้ามกัน เยื้องกันนั่นแหละ
ผมว่าหลายๆ คนอ่านถึงบรรทัดข้างบนต้องแอบคิดแน่ๆ ว่า "ห่า จองห้องโรงแรมทำไมยุ่งยากงี้วะ"
อืม จะบอกว่าเวลาโทรไปจองห้อง เราก็ขอห้องแบบธรรมดานี่แหละ ขอห้องติดกันนะ ขอห้องตรงข้ามกันนะ อันนี้ไม่ยาก...ภาษาไทยเราสามารถอยู่แล้ว
แต่จะมีห้องอีกประเภทที่ภาษาไทยยังไม่มีการบัญญัติขึ้นมา ถ้าจะพูดเป็นภาษาไทย อาจต้องใช้พลังงานหลายแคลลอรี่และเสียเวลาเล็กน้อยแต่พองามในการอธิบาย
ห้องแบบที่ว่า เคยมีต่างชาติคนนึงครีเอตเรียกมันว่า see-through room
ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจว่า คนโรงแรมอย่างวิชัยจะทำหน้าแบบไหน...
see-through room ห้องป่วงวิมานอะไรของแม่งวะ
และแน่นอนครับว่าต่างชาติที่ว่าจะต้องแสดงอาการโมโหประหนึ่งวิชัยเพิ่งไปเยี่ยวใส่พรมแดนประเทศของเขา พี่เขาก็ยิ่งโมโหหลังจากพูดซ้ำๆ ว่า see-through room กับวิชัยแล้วมันยัง error ไม่รับข้อมูลแถมยังทำหน้าห่านข้ามถนนอีกตังหาก
โห...ไอ้ฟายยังไม่ได้ตัดรก! นั่นเค้าเรียกว่า ห้อง connecting room ว้อย!!!
ไอ้กิมจิไม่ได้ดองเอ๊ยยยย!!!
ห้อง connecting room คือห้องสองห้องติดกันแล้วมีประตูที่เชื่อมหากันได้ครับ
เรียกให้ง่ายกว่านั้นคือ ห้อง adjoining ที่มีประตูอยู่ข้างใน
เวลาจองห้องพักแล้วต้องการห้องแบบที่ว่า เราก็แค่บอกเจ้าหน้าที่ว่าขอห้อง connecting แค่นี้แหละ
ห้องแบบนี้ครอบครัวจะชอบมาก เพราะเช่าสองห้องเหมือนได้ห้องใหญ่ๆ หนึ่งห้อง
แต่ห้อง connecting room ในโรงแรมเมืองไทยส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดอยู่หนึ่งอย่างก็คือจะเป็นห้องหนึ่งเตียงประกบกับห้องสองเตียงเสมอ
เพราะฉนั้นถ้าเราต้องการห้อง connecting room สองห้องที่เป็นห้องเตียงใหญ่ทั้งคู่แบบนี้จะยากมากมาย ยกเว้นบางโรงแรมที่จะมีไว้สักคู่เผื่อเหลือเผื่อขาด
ประเภทห้องแบบสุดท้ายที่มักจะเป็นห้องที่แพงที่สุดของโรงแรมส่วนใหญ่นั่นก็คือ Suite room
บ้างก็อ่านว่าห้องสูท บ้างก็อ่านห้องสวีท แล้วแต่ถนัด แต่ไม่ว่าจะสูทหรือสวีทมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับขนาดของห้องที่ต้องใหญ่เบิ้มเด็กหายนะครับ เพราะแท้จริงแล้ว ห้องสูทหรือสวีทเนี่ยมันแปลว่า ห้องที่มีห้องรับแขกและห้องนอนแยกออกจากกัน เท่านั้นแหละครับ
ในขณะที่โรงแรมต่างๆ จะมีห้องใหญ่เวอร์ที่เรียกว่าห้องสวีทนั้น โรงแรมหรือรีสอร์ทตามต่างจังหวัดที่มีเนื้อที่เหลือเฟื่อก็เริ่มรู้สึกว่าจะมาสร้างห้องสวีทกันทำไม ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วมันก็แค่เป็นห้องๆ เหมือนอยู่ในเมืองอยู่ดี พี่ๆ รีสอร์ทก็เลยจัดหนักเลยครับ กูมานี่เลยยย...Villa เลยแสรรรด
Villa นี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า จริงๆ แล้วแปลว่าอะไรกันแน่ แต่เท่าที่เคยเห็น Villa มาก็เดาเอาเองว่า Villa คือบ้านเป็นหลังๆ มากกว่าที่จะเป็นห้องน่ะครับ
หนึ่ง วิลล่า ก็อาจจะมีสองห้องนอนห้าห้องน้ำ หนึ่งสระน้ำ หนึ่งจาคูซี่ (เอ่อ ห้องน้ำแม่งเยอะจริงๆ ครับ) ซึ่งผมเคยคิดว่า ถ้าผมได้นอนวิลล่าแค่คืนเดียวมันจะคุ้มมั้ย เพราะแม่งใหญ่มาก แค่ไล่เยี่ยวให้ครบทุกห้องน้ำแม่งก็คงเสียเวลาไปค่อนวันแน่ๆ (ฮา)
ขอจบการบรรยายแบบงงๆ ไว้เพียงเท่านี้ เพราะคิดว่าหลายคนคงอยู่ในอาการมึนตับเป็นอย่างแน่แท้...เอาไว้ตอนหน้ากำลังเขียนอยู่ จะเอามาลงเร็วๆ นี้ครับ
ถ้าใครได้อ่าน ตะคริว ณ นิ่วใจแล้ว Ems มาเล่าให้ฟังบ้างดิว่าชอบไม่ชอบยังไงครับ
มาเม้นทิ้งไว้ก็ได้ หรือ จะทวิตก็ได้ครับที่ http://www.twitter.com/dogst

ว่าแต่มนุษย์see-through room นี่สัญชาติกิมจิป่าวคะ? (เห็นด่าว่ากิมจิไม่ได้ดอง)

เอ้ย
ความรู้เรื่องเตียงที่ผมสงสัยมานาน ฮาๆๆ
#1 By พงคุง on 2009-08-07 04:33