ช้างกระทืบโครง
posted on 20 Oct 2009 22:59 by doggiestyle in MyStory
ช่วงอาทิตย์ก่อน วิชัยมีเหตุการณ์สำคัญสำหรับผมเกิดขึ้นสองอย่าง
อย่างแรกคือผมเป็นอะไรไม่รู้ครับ มันเสียดชายโครงอย่างแรงเหมือนโดนวัวบ้าดีดกีบท้ายใส่ด้วยความหมั่นไส้ เรื่องของเรื่องก็คือคืนนั้นสั่งแมคชุดหมู่บ้านมากินกัน...คือชุดครอบครัวมันไม่พอท้องน่ะครับ เลยต้องสั่งชุดหมู่บ้านมา แล้วก็สมใจเพราะแมคมันกระทุ้งกระแทกท้องซะอิ่มจนรู้สึกว่าแฟรนฟายส์มันมาเกยลิ้นปี้ละ แล้วก็ลัลลาเล่นเกมส์สบายพุง
ก่อนนอนผมรู้สึกว่าผมหายใจไม่สุดปอด เหมือนกับเอาหนังสติ๊กมารัดปอดไว้ไม่ให้รับอากาศได้เต็มที่ แต่นั่นก็ไม่ได้สะกิดใจอะไร วิชัยจัดแจงอาบน้ำและนอน
ตื่นมากลางดึก...ชิบหาย!
ลุกไม่ได้ ร่างกายซีกซ้ายผมมันขยับแทบจะไม่ได้ ยิ่งเวลาหายใจเข้านะ เหมือนคนทำคีมเหล็กหล่นใส่ชายโครงสี่ห้าอันพร้อมกัน
ได้ยินมาจากทีวีว่า เวลาเราบาดเจ็บอย่าขยับแรงเพราะนั่นอาจจะทำให้อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ถ้าตอนนั้นมีการถ่ายทอดสดห้องนอนผมเหมือน AF หลายๆ คนที่ดูอยู่คงจะสงสัยว่าช่องนี้มันซีนสโลว์โมชั่นด้วยรึไงนะ เพราะผมค่อยๆ ขยับด้วยความเร็วประมาณ 10 ภาพต่อหนึ่งเฟรม ไม่รู้ว่ามันเจ็บชายโครงหรือว่าระบบประสาทสั่งการหยุดนักขัตฤกษ์
แต่จากการสำรวจแล้วค้นพบว่า วิชัยสามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้ ถ้าหายใจอย่างแผ่วเบาที่สุด
ถ้าต้องการยกแขนซ้ายขึ้นมาก่ายหน้าผาก อาจใช้กำลังพอๆ กับยกโต๊ะหนึ่งตัว
แล้วไม่รู้เป็นอะไร ตอนนั้นปอดผมมันขึ้นภาษีอ๊อกซิเจนด้วยครับ ผมต้องการอากาศเพิ่ม ผมต้องการหายใจอย่างสุดกระบังลม เหมือนกับว่าทุกครั้งที่กระบังลมมันอ้าออกสุด จังหวะนั่นมันจะเสียวแปล๊บที่ชายโครงคอรัสกับบริเวณไหล่ซ้าย
ตอนนั้นคิดไปเองว่าถ้าเราหายใจเข้าแรงไป แล้วเกิดชายโครงหักทิ่มปอดเข้า...ตัวเราจะลมออกค่อยๆ เหี่ยวเหลือแต่แผ่นแห้งๆ ติดเตียงมั้ยอะ แล้วถ้าเราหายใจเข้าแรงไปแล้วปอดระเบิด...ตัวเราจะระเบิดโพ๊ละเหมือนลูกโป่งวิทยาศาสตร์มั้ยวะ
ผมค่อยๆ วินิจฉัยตัวเองอย่างชาวบ้านๆ
...เราไม่ได้ไปมีเรื่องกับพี่แซมซั่น อีมีเน้นแอร์ เพราะงั้นชายโครงเราไม่ได้โยกแน่ๆ
...เราไม่ได้สูบบุหรี่ อืม...เรื่องปอดก็ตัดไป
เป็นไปได้อย่างเดียวคือ...เราโดนของ!
บัตเจ้ตโต้...
เราต้องโดนหมอผีฝั่งลาวเสกนันยางเข้าชายโครงแน่ๆ !
มันก็สมควรเพราะว่าเค้าไว้เยอะ ก็นะ..คือว่ามยุรีเค้า เอ่อ ดูละครอะไรนะ จำเลยกล้ามเก้บ (copy โดยพี่บิ๊ก) ที่ชาคริตเล่นอ่ะ ที่แบบว่ามันเหมือนๆ กับละครทุกเรื่องที่ประเทศชาติไทยเคยทำมาน่ะครับ นางเอกทำตาน้ำเชื่อมใส่พระเอก ลักพาตัวกัน ด่ากัน รักกัน
พวกมึงนัวกันซักทีนึงได้มั้ยย แสรดดดด ชาคริตซัดแม่งซะทีเซ่!!!!
แล้วบทละครนะครับ...มนุษย์โลกเค้าพูดกันแบบนี้มั้ยคร้าบบบบ เสี่ยวแดกกันไม่แบ่งช่องอื่นเล้ย
โรแมนติกซึ้งกับเสี่ยวบางทีมันเกือบจะเป็นเรื่องเดียวกันเลยนะ
เอาละกลับมาที่อาการช้างกระทืบโครงกันต่อ...
อาการมันแย่มากจนผมคิดว่าผมต้องขยับตัวไม่ได้แน่ๆ พาลทำให้นึกไปถึงหนังสือ "ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ" คนเขียนเป็นอัมพาตทั้งตัวยกเว้นเปลือกตาข้างเดียว แต่ยังอุตส่าห์เขียนหนังสือได้หนึ่งเล่ม วิธีการก็คือให้คนอีกคนชี้ไปที่อักษรทีละตัว แล้วพี่เค้าก็กระพริบตาเลือกทีละตัว จนเป็นหนังสืออะ! ตนกระพริบตาก็เมื่อยตา คนชี้ก็คงจะตะคริวลามรักแร้แน่ๆ
"ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ" มันเป็นหนังสือเก่า ลองๆ ตามหาดูละกัน เผื่ออยากอ่าน
ถึงไหนนะ...ช้างกระทืบโครง
โชคดีที่วิชัยหยุดพอดี เลยไปหาหมอที่โรงบาลเลยดีกว่า
ปกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่เข้าโรงพยาบาลนะครับ อย่างมากก็คลีนิคทั่วๆ ไป
แต่ว่าตั้งแต่ทำงานโรงแรม ซึ่งมีประกันสังคมและมีประกันกลุ่ม วิชัยใช้สิทธิได้อย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวมากครับ เค้าจ่ายให้นิ...เอาเล้ย เอะอะหาหมอ นิ้วซ้นหาหมอ ท้องอืดหาหมอ
คราวนี้ก็ไม่พลาดครับ เดินงอเป็นกุ้งแม่น้ำเข้าไปติดต่อเลย
ผมบอกอาการของผมให้คุณหมอไป ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากทำหน้าเหมือนผมเล่าให้ฟังว่าผมกินสปาเก็ตตี้คั่วแมงสาปมาประมาณนั้น
คือรับรองว่าถ้าหมอทำหน้างี้ที่ร้านคาราโอเกะแถวพระประแดง หมอต้องได้ปฐมพยาบาลตัวเองจากอาการสมองไหลแน่ๆ
หมอคิดอะไรไม่ออก ส่งผมไปเอ็กซเรย์หน้าอก...
สำหรับผมแล้วห้องเอ๊กซเรย์ที่ไหนๆ ก็จะได้อารมณ์องค์ลับใต้ดินเสมอนะ มันมืดอับๆ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็จะงึนๆ (ง่วงผสมมึน)
ซึ่งเจ้าหน้าที่หน้างึนก็ไม่พ้นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนี้ด้วย...เธอเป็นผู้หญิงครับ เป็นหญิงความเร็วแสง เป็นหญิงสาวที่หลงระเริงอยู่ในแสงสี
ตาปรือประหนึ่งช่างอ๊อกเหล็กขาดธาตุเหล็กควงกะ เธอพูดสั้นๆ ว่า "ถอดเสื้อ"
นอกจากเธอจะหลงแสงสีแล้ว เธอยังมีพลังอำนาจสะกิดจิตให้ผู้ชายถอดเสื้อได้โดยที่ไม่ต้องชายตา!
"เอ่อ...ถอดตรงนี้เลยเหรอครับ" ผมตอบอย่างลังเล
อยู่ดีๆ จะให้เรามาถอดเสื้อโชว์หญิงแปลกหน้าในชุดพยาบาลแบบนี้
แหม...ไม่รู้คิดอะไรกับเรารึเปล่า 
เธอก็เงยหน้าจากกระดานของเธอแล้วมองมาที่ผม เธอทำหน้าที่พอจะอ่านภาษากายได้ว่า
"มึงจะกลับบ้านมึงไปถอดเสื้อแล้วนั่งรถเมล์กลับมาที่นี่ก็ได้นะ แสรด"
"ครับพี่...ถอดตรงนี้ก็ได้ครับ" ผมค่อยๆ ถอดเสื้อออก
"ทองด้วย"
"ห๊ะ อะไรนะครับ"
"สร้อยทองด้วย" เธอสั่งให้ผมถอดสร้อยเหมือนคุณครูกนกวรรณทวงการบ้านคณิตศาสตร์ตอนประถมสี่ ผมยืนเหนียมอายเปลีอยอกยืนอยู่ตรงซอกห้องมืดๆ อึมๆ รอคุณพยาบาลที่กำลังดูอะไรสักอย่างในกระดานงาน โดยที่ไม่รู้จะเอามือปิดพุงดีหรือปิดนมดี แอบลุ้นในใจว่าพยาบาลจะหยิบอะไรออกมา ..ระหว่างแส้กับเทียน...
"ยืนหันหน้าชิดตรงนั้น"
"ขะ ครับ"
เธอเดินตามมาประชิดผมจากด้านหลัง ผมรู้สึกได้ถึงไอเย็นจากแผ่นเหล็ก
"เอ่อ...พี่ครับ ต้องชิดเลยเหรอครับ"
เธอไม่ตอบครับ แต่เธอเอานิ้วหนึ่งนิ้วค่อยๆ ชี้ดันหลังผมให้เข้าไปชิดกับแผ่นเหล็กด้านหน้า
อาห์! ซิ๊ดดดด~
เย็นยะยิกไปทั้งรวงนม
"ยกแขนสองข้างด้วยค่ะ"
...อื้อหือ...สุดยอดระย้าแล้วครับท่านี้
ชายไทยใส่ขาสั้นเปลือยท่อนบนยืนแยกขากางแขนเอวสองชั้นนมนาบเหล็ก
ผมรู้เลยครับว่าคุณพยาบาลสาวจะต้องกัดริมฝีปากกดขยี้บี้ปุ่มสั่งการเอ็กซเรย์อย่างสาแก่ทรวง
"เรียบร้อย"
วิชัยค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างงงๆ ว่าความสัมพันธ์ช่วงปีแสงของเราทำไมสั้นจังวะ
กลับขึ้นมาห้องตรวจ...
คุณหมอมองแผ่นฟิลม์อย่างกับกำลังเล่นเกมส์จับผิดอยู่เงียบๆ โดยที่มีผมนั่งหายใจเจ็บชายโครงอยู่ข้างๆ
"ปกตินะ ปอดไม่รั่ว ทีแรกผมนึกว่าคุณปอดรั่วซะอีก"
อ้าวหมอ อยู่ดีๆ มาว่าปอดแหก เดี๋ยวก็ต่อยตาเบี้ยวหรอก
"เนื้อปอดปกติดีนะครับ" หมอเอาด้ามปากกาวงไปรอบๆ ในแผ่นเอ็กซเรย์
"เอ่อ หมอครับ ผมไม่เห็นจะมีอะไรสักอย่างเลยอะครับหมอ"
"นั่นแหละที่ว่าปกติ" หมอว่า
"หมอครับ แล้วผมกลับบ้านจะไม่หายใจซี่โครงหักทิ่มปอดรั่วตายมั้ยครับ"
หมอนิ่งสักพัก "ไม่หรอกคุณ"
แล้วไมหมอต้องลังเลด้วยวะครับ ไม่ก็ตอบมาเร็วๆ ซิ
หมอสรุปว่าผมมีอาการกล้ามเนื้อชายโครงอักเสบ แล้วหมอก็ให้คำแนะนำว่า
"อย่าทำท่าแปลกๆ"
อืม...ท่าอะไรวะ แปลกๆ ระบุนิดนึงหมอ ท่านอน ท่าตีลังกา ท่าน้ำ หรือท่าอะไรครับ
ผมเคยเจอคำแนะนำแปลกๆ จากโรงพยาบาลหนึ่งครั้ง หมอบอกให้ผม กินอาหารที่ทำให้ขี้ดำ
...แล้วอะไรวะที่ทำให้ "ขี้" ดำ
ก็นั่นแหละที่ผมถามหมอ คือหมอก็บอกมาเลยว่าให้กินอะไร ระบุชนิดมาเลยได้มั้ยครับ
เดินออกจากโรงพยาบาลพร้อมยาสองถุง หนึ่งถุงคือยาคลายกล้ามเนื้อ
อีกถุงผมไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร
ยาทั้งสองถุงต้องกินหลังอาหาร
และยาทั้งสองถุงก็ได้หายไปแล้ว หลังจากที่ผมกินไปได้แค่สองครั้งเท่านั้น
ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว
และผมจะจำเสมอว่าอย่าทำท่าแปลกๆ
ผมมีคอมอยู่หนึ่งเครื่องครับ เป็นโซนี่ไวโอ้มือสองซื้อมาในราคาประมาณ 25000 (หรือสองหมื่นเจ็ด จำไม่ได้ละ)
ถ้าจำไม่ผิดเครื่องที่ว่ามี Ram5xxMb และHDD40Gb จัดได้ว่าเทพมากสำหรับเมื่อ 5-6 ปีก่อน
ไวโอ้ตัวนี้คงเป็นไวโอ้ไฮโซวที่โดนลักพาตัวโดยโจรป่ามาตกระกำลำบากในป่าแน่ๆ เพราะผมเคยทำเครื่องนี้ตกโต๊ะ เคยวางไว้บนเก้าอี้แล้วเดินไปแตะใส่หมุนติ้วๆ ลงพื้น เคยเครื่องดับดายสนิทเพราะตัวเครื่องร้อนเกินไป
ตอนนี้เครื่องไวโอ้ที่ว่ายังคงทำงานได้อยู่นะครับ แต่เสียงดังประหนึ่งโรงสีข้าวตอนบ่ายสอง
ผมตั้งใจจะเกษียณไวโอ้เครื่องนี้อยู่แล้วแหละ แต่ตั้งใจว่าจะใช้จนถึงปีหน้า ค่อยถอยเครื่องใหม่
จนกระทั่งวันนึง ผมสร้างแฟ้มส่วนตัวใหม่บนโต๊ะ มันใช้เวลาทำงานประมาณหนึ่งโฆษณา
นี่กูใช้แรงงานยายอายุ 85 ให้ไปเก็บมะพร้าวบนต้นรึไงเนี่ย
ด้วยความบาป ผมเลยจะซื้อเครื่องใหม่ให้เร็วที่สุด
ความคิดเห็นส่วนตัวผมอยากได้เครื่องตั้งโต๊ะมากกว่าเครื่องพกพา เพราะตั้งโต๊ะก็ทนมือทนเท้ามากกว่าอยู่แล้ว
อีกอย่างคือ ผมรับไม่ได้ที่เสียเงินเยอะซื้อเครื่องแลปท๊อปแพงๆ มาแล้ว ใช้งานได้เป๊ปเดียว ถ่านก็หมด ผมก็เลยเล็ง acer ตระกูล timeline ที่เขาเล็งไว้ว่าใช้อึดใช้ทนได้ตั้งแปดชั่วโมง แต่ไม่ว่าไปถามใคร ก็มีแต่คนบอกว่ามันขี้โม้ เครื่องแพง สเปคคต่ำ ไม่ดี ห่วยแตก
ช่วงนั้นผมก็เลยไล่ถามคนอื่นๆ ที่มีความรู้เรื่องคอมว่า ควรจะซื้อรุ่นไหนดี และนั่นก็ทำให้ผมค้นพบว่า สำหรับผมที่ไม่รู้ว่าชอบคอมรุ่นไหนแล้วอยากได้คอมสักเครื่องมันอาจจะตัดสินใจยากพอๆ กับเด็กที่ไม่รู้ว่าตัวอยากทำอะไร เรียนอะไร แล้วต้องเลือกเรียนคณะตอนจบมอ 6 เลยว่ะ
แต่เราคงไม่ลำบากขนาดนั้นหรอก เพราะเรามีทีมIT ของโรงแรมอยู่แล้วนี่หว่า
วิชัย: พี่ติ๊กครับ ผมควรซื้อคอมรุ่นไหนดีครับ?
พี่ติ๊ก: แล้วมึงง่ะ มีเงินเท่าไหร่
วาทะพี่ติ๊กนอกจากจะกวนเบื้องต่ำแล้วสายตาหางคิ้วพี่ติ๊กยังดูแคลนอีกตังหาก แต่จะว่าไปก็จริงนะ เรามีเงินเท่าไหร่วะ?
พี่ติ๊ก: เนี่ยมึง...มึงก็ซื้อแพงๆ ไปเลย
อันนี้ไม่ค่อยจะช่วยเท่าไหร่ละ
พี่ติ๊ก: ไอ้เชี่ยมึงอยากได้แบบไหนก็ซื้อ
ความรู้สึกพี่ติ๊กคงคล้ายๆ กับคนมาถามว่า "พี่ครับ ผมจะซื้อรถเก๋งหรือกะบะดี"
ซึ่งแน่นอนคำตอบก็จะเหมือนๆ กันคือ มึงอยากได้แบบไหนก็ซื้อ
ผมใช้เวลาในการเลือกคิดที่จะซื้ออยู่สองสามอาทิตย์ผมก็เรียนรู้สัจธรรมว่า
ไม่มีคอมเครื่องไหนเพอร์เฟกต์ที่สุด ไม่มีคอมเครื่องไหนดีที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เราคิดว่าคอมเครื่องไหนดีแล้ว
เมื่อนั่นแหละจะต้องมีคนออกมาบอกว่าเครื่องนี้ยังไม่ค่อยดี อีกเครื่องดีกว่า (ซึ่งอีเครื่องที่ว่าดีกว่าเนี่ย เพิ่งมีคนบอกว่าไม่ดี)
คอมบางรุ่นสวย แต่สเปกไม่ดี บางรุ่นไม่สวยสเปกดี แต่เครื่องร้อนง่าย ยี่ห้อนี้อะไรๆ ก็ดีแต่ศูนย์บริการไม่ดี
เพราะฉนั้นเรามองหาเครื่องคอมที่ดีไม่ได้หรอก เรามองหาเครื่องคอมที่เหมาะกับเราที่สุดตังหาก
สัจธรรมอีกอย่างคือ จะซื้ออะไรอย่าถามคนอื่นให้เยอะ ยิ่งเยอะยิ่งตัดสินใจไม่ได้
ใจจริงๆ ผมชอบ IBM Lenovo นะ มันออกแบบได้เป็นคอมพิวเตอร์ที่สุด ในขณะที่แลปท๊อปตัวอื่นๆ
เริ่มจะดีไซน์กันแบบที่เป็นกึ่งเครื่องประดับกึ่งคอมพิวเตอร์ แต่ IBM Lenovo
ยังคงแน่วแน่ออกแบบคอมพิวเตอร์ทรงแบบเดิมๆ เหมือนยาคูลท์ เหมือนยาหม่องตราเสือ เหมือนไวไวรสดั่งเดิม
ผู้เข้าประกวดรอบสุดท้ายก็มี lenovo กับ dell ตัวแรกอยากได้เพราะมันเชยดี แต่มีคนบอกว่าบริการหลังการขายไม่ดี ส่วนdell นั่น มีแต่คนเชียร์เพราะของเค้าดีอยู่ และบริการหลังการขายดีมาก
จนวันนึงผมไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลเวิร์ล ก็แวะเข้า lenovo แล้วก็เข้าไปกวนตีนกับคนขาย
ซึ่งอีคนขายมันก็สู้วุ้ย ต่อล้อต่อเถียงกันอย่างไม่ลดราวาศอก
กัดไม่ปล่อย เผลอมีแดก แต่คารมเด็ดของพี่เซลที่มัดใจผมก็ตอนที่พี่เค้าบอกว่า บริการหลังการขายของ lenovo เนี่ยมันก็งั้นๆ แหละ
อี
พวกช่างเทคนิคทั้งหลายก็ขี้เกียจเหลือแดก เพราะนานๆ
จะมีเครื่องมาให้ซ่อมสักที...อืมฟังดูเหมือนด่าบริษัทตัวเองแต่รวมๆ
แล้วก็ไม่เลวเหมือนกันนิ
จะดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้แหละ อยากได้อยู่แล้ว
เจอเซลปากดี ตกลงท้ายที่สุดวิชัยก็ถอย lenovo U330
ซึ่งทางเซลก็ยิ้มแป้นพยายามปิดการขายโดยการกระหน่ำของแถมให้
ซึ่งมันก็ไม่เลวนะ ของแถมน่ะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ก็โอเค
กลับบ้านด้วยคอมใหม่หนึ่งเครื่องตัวเบาตังค์หมดและของแถมหนึ่งกระบุกโกย
และนั่นก็ได้สัจธรรมอีกข้อว่า อย่าหวังอะไรกับของแถมคอมพิวเตอร์
เพราะของแถมที่ผมได้มาก็มี...
กระเป๋า, เมาท์, ชุดทำความสะอาด,ซิลิโคนแปะคีย์บอร์ด, soft case ใส่คอม
เอาละครับ...วิชัยขอแนะนำชุดของแถมสุดคูล
กระเป๋าคอม - มันเป็นธรรมชาติของกระเป๋าคอมครับที่เกิดมาน่าเกลียดทุกตัว ผมยังไม่เคยเห็นกระเป๋าใส่คอมสวยๆ สักใบเลยอะ
กระเป๋าคอมเนี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการวิวัฒนาการต่ำมาก หาสวยไม่เจอ เอาไว้เก็บคอมอย่างเดียวจริงๆ
เมาท์ - มันเป็นเมาท์ลูกกลิ้งครับ! เอ่อ...ยังต้องอธิบายอะไรมากกว่านี้อีกมั้ย เมาท์ลูกกลิ้ง! แช่แฟ้บมาก
ซิลิโคนแปะคอม - คีย์บอร์ดมันสีดำ จะให้ซิลิโคนมาทำไมครับ และที่สำคัญที่สุดคือ มันใส่ไม่พอดี! จะให้มาซากสาระเหน่อะไรครับพี่
หนึ่งอันที่ผมแอบตั้งความหวังว่ามันต้องใช้ประโยชน์แน่ๆ คือ soft case ใส่คอม
แต่อีความหวังสุดท้ายเนี่ย เป็น soft case ไซส์ควาย...
คอมผมมัน 13 นิ้วครับ พี่จะให้ 15-16 นิ้วมาทำไมเหรอครับพี่
มันเป็น soft case แบบฮิปฮอปใช่มั้ยครับ? แบบว่าหลุดขอบเหรอ?
สรุปคือสิ่งที่ได้ใช้มากที่สุดคือ...ชุดทำความสะอาดอเนกประสงค์...
ตอนนี้วิชัยมีความสนุกกับการนอนสบายโครงเอนจอยน้องยาคูลท์อย่างสบายอารมณ์ครับ...
หมายเหตุคอมใหม่วิชัยชื่อว่ายาคูลท์ครับ เพราะมันเชยดี
ช่วงนี้เข้ารอบเช้า ไม่มีเวลาอัพบล้อกเลยครับที่โรงแรมยุ่งน่ะ กลับถึงบ้านก็หลับอย่างเดียว
มีเรื่องจะอัพ แต่ก็ไม่มีเวลาซักกะที ส่วนใหญ่จะหนักทวิตมากกว่า
ทวิตกับวิชัยได้ีีที่ www.twitter.com/dogst

)
เพื่อนที่เปนหมอเคยบอกว่า ถ้ากล้ามเนื้อตรงนั้นอักเสบจะทำให้หายใจไมไ่ด้ !!
#1 By มะใหม่ (61.90.115.126) on 2009-10-20 23:32