ขี้เดียจ เสียดไส้
posted on 26 Oct 2009 02:28 by doggiestyle in 5starStory
คำเตือน: เอนทรีไม่เหมาะแก่บุคคลรักสะอาด และบุคคลที่เพิ่งกินข้าวอิ่ม
คำแนะนำ: ควรอ่านก่อนลุกไปขี้
เคยทำอะไรสกปรกซกมกอุบาทว์กันมั้ย
ตอนสมัยเรียนเคยคิดสนุกกับเพื่อนกินก๋วยเตี๋ยวด้วยมือกัน สนุกดีนะลองดูได้
จำได้ว่าขณะที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวด้วยมือกันนั้น ก็มีเพื่อนอีกคนเดินเข้ามาในวงแล้วติติงว่า
"ดูพวกมึงซิ การศึกษาไม่ได้ช่วยอะไรอะไรเลย กินอย่างกับหมูอย่างหมา"
ทำเอาสลดกันไปคนละสองกิโล
"ดูกูซิ นี่...หมาเลย"
ว่าแล้วแม่งก็เอาหน้าทั้งบานมุดเข้าชามก๋วยเตี๋ยว
ที่เล่ามาน่ะ มันสมัยเรียน...
สมัยที่ทำงานแล้ว มีเพื่อนคนนึงที่ต้องยกโล่ห์อุบาทว์ทีมชาติให้เลยครับ
คือไอ้เวรตัวที่ว่าน่ะ มันแคะขี้มูกแล้วเอาป้ายไว้ตรงปุ่ม enter
แสรด! ยังไงก็ต้องโดน
แต่ที่เล่ามาทั้งหมดมันก็เพื่อนๆ กัน ขำๆ ไม่ได้คิดอะไร
ด้วยแบบนี้แหละมั้ง ผมก็เลยเป็นคนที่มีภูมิต้านทานกับเรื่องซกมกๆ แบบนี้ค่อนข้างดีเลยแหละ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้านทานได้ทุกสิ่งอย่างนะ...
ผมมีความรู้สึกว่าธรรมชาติพื้นฐานคนไทยมักจะคิดว่าฝรั่งต่างชาติดูเลิศเจริญมีราศีหล่อกว่าคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งมันคงจะเป็นเพราะว่า เค้าเป็นเมืองที่เจริญกว่าด้วยมั้ง และคงเป็นเพราะ เราต้องเรียนภาษาเค้ามั้ง
มันก็เลยมีส่วนทำให้เราคิดว่าเค้า (ฝรั่ง) ดูเจ๋งกว่าคนไทย
สารภาพตรงๆ ว่าผมเคยคิดแบบนั้น
แต่พอทำงานโรงแรมแล้ว ผมกลับคิดว่า จะฝรั่งหัวทอง หัวแดง มันก็เรอส้ม และตดเหม็นเหมือนกันทั้งนั้น
(อือ หือ...แค่เกริ่นนำก็กลิ่นเปรี้ยวเลยใช่มะ...ยังแก มันยังไม่จบ)
ไอ้คำว่าโรงแรมห้าเนี่ยมันก็ทำให้ใครๆ รู้สึกว่าแขกที่มาพักเนี่ย มันต้องเป็นคนมีระดับดูดี เท่ ใส่สูท หวีผมเรียบแปล้อะไรประมาณนั้น แต่ในความจริงแล้วนี่คือศูนย์รวมของคนทุกชนชั้นและเชื้อชาติครับ แล้วเวลาเอาอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนกันมารวมๆ กันเนี่ย มันจะดูดีหมดทุกอย่างมั้ยละ
อย่าครับ อย่าคิดว่าทุกอย่างจะสวยงามเหมือนซีรีย์เกาหลีครับ
1.
วันก่อนทำงานอยู่ดีๆ แล้วก็มีแขกเดินเข้ามาหา แขกในที่นี่คือ real แขกครับ แขกแบบยูนิฟอร์มเต็มรูปแบบ คือชุดอะไรของเค้าอะครับ ชุดสีขาวตัวโคร่งๆ แขนยาว ชายยาวเกือบเข่า แล้วกางเกงสีขาวรัดรูปน่ะครับ หน้าตาพี่เค้าก็ถอดแบบทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเรียกว่าแขกมาทุกซอกเลยครับ กรามใหญ่ โหนกตาใหญ่ ริมฝีปากหนา เคราเป็นป่าโดนไฟไหม้เกรียมๆ ตาดุ
มองวูบแรกนึกว่าองคุลีมาล
พี่แขกเค้าเอาของมาฝากเพื่อนครับ...โชคดีที่วิชัยรับหน้าเอง
เพียงแค่รับของจากมือพี่เ้ค้าเท่านั้นแหละ ผมสัมผัสได้ถึงพลังคอสโมที่หนาแน่นอยู่ในบรรยากาศ
พี่เค้าตัวสูงกว่าผมประมาณเกือบสิบเซนติเมตรมั้ง
เรียกได้ว่าพลังคลื่นเต่าของพี่ท่านได้ปกคลุมตัวผมตั้งแต่หัวจดเท้าเลยแหละ
วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ อดทนแล้วรีบๆ คุยให้จบ จะได้จบเรื่องไปซะ
แต่พี่เค้าเสือกเรื่องยาวนี่ซิ...
หันไปมองข้างๆ หาคนมาช่วย แต่ละคนก็สนองสายตาผมด้วยการทำตัวยุ่งประหนึ่งกำลังเตรียมถุงทรายรับมือน้ำท่วมโลก...
แสรด
ขอบคุณมากครับ
ผมถอยหลังออกมาแอบหายใจกักตุนลมหายใจชุดใหญ่
แล้วก็เข้าไปฝ่าดงพญาเต่าอีกครั้ง
พี่เค้ายังคงเรื่องไม่จบสักที
ทีนี้ก็เป็นช่วงวัดใจละ ว่าพี่เค้าจะจบเรื่องก่อน หรือผมจะหมดลมหายใจก่อน...
ตอนนั้นผมลืมนึกไปอย่างเดียวครับ
เวลาเรากระเพาะเราหิวมากๆ เรามักจะสวาปามกว่าปกติ...
ปอดของคนเราก็เช่นกันครับ
วินาทีนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเรือดำน้ำโซเวียตที่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อรับอากาศ
โอเค! ขึ้นสู่ผิวน้ำได้!!!~
...
โอ้ก!!~ เรามาโผล่ท่ามกลางสนามทดลองอาวุธเคมีของศัตรู!!!
ชิบหาย...พลังคลื่นเต่าระดับสี่วิ่งฝ่าไฟแดงเข้าสู่โพรงจมูก
แขกเดินจากไป ทิ้งไว้แต่ร่องรอยอารยธรรมโบราณในชั้นบรรยากาศ...
ไอ่น้องแถวๆ นั้นเดินเข้าปิดจมูกเข้ามายืนข้างๆ ผม
"แขกนี่ตัวเหม็นเนอะ"
อืม...ขอบคุณที่บอกครับพี่น้อง
จะว่าไปแล้วแขกแต่ละประเทศก็มีความซกมกเป็นโอทอปของตัวเองทั้งนั้นนะ
ยกตัวอย่างที่เล่ามาเมื่อกี้ อินเดียแขกฮินดูดงบังชินกิ เค้าก็มีโอทอปห้าดาวเป็นพลังคอสโมคลื่นเต่าไร้เทียมทานเป็นเครื่องหมายการค้า
อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องซีเรียสกับโรงแรมนะครับ...เพราะในกรณีที่เราเจอแขกดงบังที่กลังคอสโมขั้นเทพเข้าพัก บ่อยครั้งเราต้องทำการปิดห้องๆ นั้นไม่ขาย เปิดหน้าต่างเพื่อทำการผลัดกลิ่นในห้องพักกันเลยทีเดียว
ทีนี้มาพูดถึงเพื่อนๆ ใกล้ตัวกันบ้าง...
2.
แขกจีนฮ่องกงนอกจากที่เป็นชนชาติที่ยกย่องว่าพูดคุยกันได้ถึงไส้ถึงตับกันเป็นสมบัติของชาติกันไปแล้ว
พูดกันที กูนึกว่ามันเสียเกาะให้อังกฤษอีกรอบ...
พี่เค้ายังเป็นเปิดเผยด้วยแหละ...
วันนึงมีแขกฮ่องกงจีนวัยกลางคนเดินเข้ามาเช็คอินในบรรยากาศเหงาๆ ของล๊อบบี้ที่ไม่มีแขกอยู่เลยสักคนเดียว
เปรียบไปก็เหมือนการดวลดาบของซามูไรสองคนในทุ่งหญ้า จะมีก็แต่เสียงลม และใบไม้ไหว...
วิชัยเดินมาที่คอมพิวเตอร์เตรียมหาิชื่อแขก พี่แพทที่ยืนอยู่ข้้างเดินมายืนข้างๆ
วิชััย: may have you passport for check in please?
แขก: ขรืด ขรากกกก......
ทำกันแบบนี้...อ้วกเข้าปากกูเลยดีกว่ามั้ย
ผมหันหน้าไปมองพี่แพท
แขก: ขรือออออ ขรากกกกกกก!

โอเคเลยพี่ เดี๋ยวขอผมจับเคาน์เตอร์ก่อนนะครับ กลัวว่าเดี๋ยวพี่จะดูดหัวผมเข้าไปจมูกด้วย
พี่แพท: แว่น...เดี๋ยวกูมานะ...
พี่แพทเดินจากไปอย่างว่องไว
นี่แค่ตอนเช็คอินนะครับ..
บางคนมาคุยกับเราที...
"เอ่ออออออ ~ "
...
เยี่ยมครับ...กุ้งเผาเจ้านี้ไม่เลวนะครับ แต่น้ำจิ้มเปรี้ยวไปนิดนะ
ขอบคุณมากครับที่เอามาแบ่งกัน
3.
ตอนที่เขียนเอนทรีนี้..ผมเดินไปถามว่า เคยเจอแขกท่านไหนที่อยากให้ใบประกาศเกียรติคุณส้มเปรี้ยวอวอร์ดบ้าง น้องๆ ทั้งหมดก็ยกให้ครับแขกท่านนึง...ที่พี่ท่านบรรจงสรรสร้างความบัดซบซกมกอย่างสร้างสรรค์
...ทำไม แค่นี้ทนอ่านไม่ได้จะปิดหน้้านี้กันเลยทีเดียว
...อย่าแก อย่าอ่านทิ้งอ่านขว้าง...อ่านแล้วก็รับผิดชอบด้วย
วันนึงมีแขกอินเดียท่านนึงเดินมาหาน้องคนนึงที่เคาน์เตอร์ฟร้อนท์เพื่อขอดูยอดค่าใช้จ่าย
ซึ่งวันๆ นึงก็มีแขกเดินมาขอดูยอดค่าใ้ช้จ่ายแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาอยู่
แต่ไอ้น้องคนนั้นมันไม่รู้เลยครับว่า เรื่องที่กำลังจะเกิดมันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
เฟรดดี้ครูเกอร์เต้นบัลเล่ย์กับเจสันซะอีก...
ขณะที่น้องเค้ากำัลังปริ๊นค่าใช้จ่ายให้แขกดู แขกก็ขอกระดาษเอสี่หนึ่งแผ่น
น้องหยิบกระดาษเอสี่ให้...และนั้นก็เป็นการยื่นมีดให้คนร้ายเอามาแทงอกน้องคนนั้นเอง
ใครจะรู้ครับว่า ไอ้กระดาษเอสี่สีขาวธรรมดาๆ หนึ่งแผ่นที่เราใช้ขีดเขียน มันจะกลายมาเป็นอาวุธทำลายล้างได้
ตาพี่แขกก็ดูบิลไปเรื่อยๆ ส่วนมือก็คลำๆ กระดาษเอสี่ไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้นเอง....
พี่เค้าเอามุมกระดาษด้านนึงมาเข้าวินตรงซอกฟัน!!~
เจ้ดดดดโด้!!
จะโชว์สตั๊นท์ก็ไม่บอก
แต่จะว่าไปแล้ว...ไหมขัดฟันอาจเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยก็ได้เนอะ ในเมื่อมีกระดาษเอสี่อยู่แล้วนี่...
ต่อไปก็เอากระดาษมาแคะฟันก่อน จากนั้นก็..เอาไปปริ๊นไปเขียนอะไรก็ว่าไป
อืมไม่เลวจริงๆ แสรดดดด
และที่สำคัญที่สุดคือ! กระดาษมันมีสี่มุมครับ!!
พี่เค้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากมุมแดงมาเป็นมุมน้ำเงินอย่างเลือดเย็น
ส่วนไอ้น้องคนนั้นจะวิ่งหนีเอาหัวไปล้างน้ำให้ลืมอดีตก็ไม่ได้ เพราะยังต้องบริการแขกอยู่...
อีน้องก็เลยเหมือนโดนมัดมือมัดขา เป็นหนูทดลองอาวุธเคมีอย่างช่วยไม่ได้
มุมที่หนึ่ง....
มุมที่สอง
มุมที่สาม
มุมสุดท้าย...
สี่มุมผ่านไป...พร้อมๆ กับความอดทนที่ปริ่มขอบสติของไอ้น้อง
แขกวางกระดาษลง...
แล้วก็พับครึ่ง...
มันโผล่เพิ่มมาอีกสองมุมเว้ยเฮ้ย!!!
ไอ้ลากกล้วยย!!!
เอ็งไม่แคะฟันไปพับนกไปเลยวะ แคะได้ครบทั้แถวล่างแถวบนทีนี้
พี่เค้าเดินจากไป...ทิ้งไว้แต่บิลที่มาขอดูและ กระดาษเอสี่พับครึ่งอีกหนึ่งแผ่น
พี่แพท: เฮ้ย กระดาษอะไรวะ วางไว้ตรงนั้นน่ะ เก็บให้เป็นระเบียบหน่อยดิ๊
ไอ้้น้อง: ...เอ่อ ใครมีถุงมือบ้างคะ?
ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความรับผิดชอบ...อ่านจนจบ..
ใครไม่พอใจเนื้อหายังไง ขว้างปาด้วยลูกแก้วดาวได้ครับ กร๊ากกกก


โอ้ยยยยยยยยยยยย
ขำจนน้ำตาไหล กระดาษพับเข้าซอกฟันนี่ร้ายกาจมากค่ะ
หัวเราะไม่หยุดเลย กำลังจะไปนอนแล้วแท้ๆ ฮา
#1 By mikan on 2009-10-27 02:35