มีอยู่คืนนึงอยู่ดึๆ ผมก็มีความคิดวูบเข้ามาว่า "ถูกลืมเจ็บกว่าถูกทิ้ง"
ก่อนที่ผมกำลังจะพิมพ์ลงไปในทวิตเตอร์ ก็มีคิดว่า เราน่าจะลองถามคนอื่นๆ ดูบ้างว่าคิดยังไงกับคำว่า
ถูกลิมเจ็บกว่าถูกทิ้ง

สรุปว่ามีคนเยอะแยะโพสให้ความเห็นเข้ามาเยอะเลยว่ะ
บ้างก็ว่าถูกลืมเจ็บกว่ แต่บ้างก็ว่าถูกทิ้งเจ็บกว่า
และก็มีบางคนบอกว่า ถูกลืมทิ้งเจ็บกว่า
บางคนบอกว่า จะลืมไปว่าทิ้งแล้ว

อืม...มันช่างเป็นความเจ็บปวดที่ซับซ้อนและเรื้อนมากมาย
ข้อสรุปก็คือ...ไม่ว่าจะถูกทิ้งหรือถูกลืม มันก็เจ็บด้วยกันนั่นแหละ

แต่ที่น่าสังเกตก็คือ
คนส่วนใหญ่ที่ตอบมาว่า ถูกลืมเจ็บกว่า จะเป็นผู้ชาย
ในขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะตอบว่า ถูกทิ้งเจ็บกว่า
ตัวผมเองก็คิดเหมือนผู้ชายทั่วไปคือ ถูกลืม เจ็บกว่าถูกทิ้ง

 

มันก็จัดว่าเป็นการโหวตที่สนุกดีนะครับจนกระทั่งมีคนมาถามว่า ทำไมผู้ชายต้องกลัวถูกลืมมากกว่าถูกทิ้ง
เอิ่ม...งานเข้าซิกู....


มีคำกล่าวว่า
"ผู้หญิงวัยรุ่นก็เหมือนลูกฟุตบอลที่ผู้ชายทั้งสนามรุมแย่ง ผู้หญิงที่เลยสามสิบห้าไปแล้วก็เหมือนลูกกอล์ฟที่ผู้ชายตีให้ไกลออกไป และตามไปตีให้ไกลออกไปจนกว่าจะลงหลุม"
ซึ่งไอ้คนพูดต้องเป็นผู้ชายชัวร์ ซึ่งแม่งก็แอบจริงอยู่ (ฮา)

คิดว่าที่ผู้ชายกลัวถูกลืมเพราะผู้ชายกลัวการไม่มีตัวตนอยู่ในสายตา ในห้วงความคิดของผู้หญิง
ซึ่งถ้าหากว่าผู้หญิงลืมปุ๊ปถือว่าทุกอย่างจบ หมดสิทธิ์กลับบ้านนอนได้
หรือถ้าให้พูดแบบไม่เกรงใจผู้ชายด้วยกัน โดยไม่เกรงกลัวคู่่ตีนที่นับไม่ได้ผ่านเข้ามา
ผู้ชายคิดแค่การเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิงเท่านั้น ช่วงที่หวานชื่นทุกอย่างเป็นสีชมพู
เออออ...ช่วงนั้นแหละ

ผู้หญิงกลัวที่จะถูกทิ้ง เพราะคำว่าทิ้งมันเหมือนใช้กับบางอย่างที่ไม่ต้องการแล้ว
มันคือการที่กูเนี่ยอยู่ดีๆ มาทั้งชีวิต แล้วอยู่ๆ มึงก็เข้ามาในชีวิตกู...มาพัวพันกะกู ทำให้กูรัก
แล้วอยู่ดีๆ แม่งก็ทิ้งกูอย่างกับกูเป็นซองน้ำมันในถุงมาม่า
ไอ้ชิบหาย!

มีคำกล่าวอีกคำที่ดูเหมือนจะมีไว้ตอบโต้คำกล่าวของผู้ชายข้างบนว่า
"ผู้ชายรักผู้หญิงจากสิบย้อนกลับไปที่ศูนย์ ในขณะที่ผู้หญิงรักผู้ชายจากศูนย์เพิ่มไปเป็นสิบ"
คนพูดประโยคนี้น่าจะเป็นผู้หญิงนะ ซึ่งแม่งก็โคตรจะปักเข้ากลางอกและโคตรจะจริง</