boonearn

บุญเอิญ

posted on 04 Jul 2010 12:50 by doggiestyle in boonearn

โลกเรามีเื่รื่องลี้ลับหลายอย่างจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นบ๊กฟุต จานผียูเอฟโอ สัตว์ประหลาดเอย
หรือกระทั่งใครฆ่าประชาชน?
อืม...อันหลังสุดดูจะลี้ลับไสยศาสตร์สุดซินะ

 

โครงการคร่าวๆ หลังจากที่มีบ้านเป็นของตัวเองของผมก็คืือ ผมอยากมีหมาและแมวสักคู่นึง
หมาหน้าตาโง่ๆ เป็นลูกสมุนของแมวหน้าตาเหี้ยๆ
มันคงจะน่ารักดีพิลึก

โดยที่เมื่อวันก่อนผมเริ่มประกาศหาแมวในทวิตเตอร์ โดยที่ไม่กี่อึดใจผมก็พบกับแมวที่ผมหมายตา และจัดการนัดแนะกับเจ้าของแมวหมั่นหมายสู่ขอเพื่อทำการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกันเรียบร้อย
ส่วนเจ้าหมา เดี๋ยวว่ากันอีกที เพราะจะต้องให้แมวเป็นเจ้าถิ่นก่อน แล้วค่อยหาหมาสักตัวมาเป็นลิ่วล้อ...

 

ผมกำลังพ้นสภาพการเป็นพนักงานโรงแรมในวันที่ 15 ที่กำลังจะถึงนี้แหละ
วันที่ 3 ที่ผ่านก็เลยถือได้ว่าเป็นวันที่ผมทำงานในรอบบ่าย (เข้าเวรบ่ายสอง ออกเวรห้าทุ่ม) เป็นวันสุดท้ายในอาชีพ โดยหลังจากนี้ผมจะเข้ารอบดึกหนึ่งอาทิตย์และเ้ข้ารอบเป็นครั้งสุดท้้ายตามลำดับ
ในชั่วโมงสุดท้ายของการทำงานรอบบ่าย...อยู่ดีๆ ก็มีเสียงของเพื่อนหนิงตะโกนมาจากออฟฟิศอีกห้องนึงว่า "พี่แว่นเอามาแมวมาเลี้ยงแล้วเหรอ"
เพราะในห้อง reservation ที่อยู่ถัดจากห้องทำงานของพวกผมนั้นมีลูกแมวสีดำหนึ่งตัวโผล่มาจากไหนไม่รู้อยู่ตรงมุมห้อง มันเป็นลูกแมวหน้าตาดีสีดำเงาล้าว มีแต้มสีขาวที่ตรงคางลากมาที่อก และสีขาวจุดเล็กๆ ที่ปลายเท้าสามข้าง นี่จัดว่าเป็นลูกแมวข้างถนนที่มีสุขภาพดีตัวนึงทีเดียว
แต่ปัญหาคือ...มันเข้ามาอยู่ในออฟฟิศได้ยังไง

อธิบายก่อนว่าออฟฟิศของผมอยู่ข้างหลังเคาน์เตอร์ฟร้อนท์เป็นห้องใหญ่ที่แบ่งย่อยๆ ออกเป็นออฟฟิศเล็กๆ หลายส่วน โดยที่ออฟฟิศ่ส่วนของผมจะมีทางเข้าสองทางคือ จากทางเคาน์เตอร์ฟร้อนท์ กับจากทางหลังออฟฟิศ ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยังห้องครัว และห้องอาหารพนักงาน เรียกได้ว่าเป็นออฟฟิศเปิดที่มีคนเข้าออกมาใช้บริการเครื่องถ่ายเอกสารกันประจำ
ทีนี้มาว่ากันเรื่องแมว ที่โรงแรมผมมีแมวอยู่หลายแก๊งค์ครับ แต่ไม่ได้วิ่งไปมาเยอะๆ ให้เห็นกันบ่อยมาก นานๆ มีโผล่มาสักตัว แล้วยิ่งนานกว่านั้นที่จะโผล่มาในส่วนของออฟฟิศสักที เรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยมีแมวโผล่มาในออฟฟิศกลางโรงแรมมากกว่า เพราะการมีสัตว์ในออฟฟิศจัดได้ว่า ไม่สะอาดและอาจทำให้มีปัญหาเรื่องเสียงที่ไม่ต้องการไปรบกวนคนอื่น

โอเค มีแมวโผล่ออกมาซะงั้นหนึ่งตัว เราก็ต้องไล่มันออกจากออฟฟิศเราซินะ
แต่ปรากฎกว่า แทนที่มันจะวิ่งออกประตูหลัง อีแมวมันเสือกเลือกที่จะวิ่งออกไปนอกเคาน์เตอร์ฟร้อนท์เข้าล็อบบี้ซะงั้น ล๊อบบี้กับสัตว์เลี้ยงยิ่งเป็นของที่ต้องไม่อยู่ด้วยกัน เพราะแขกบางคนอาจจะถือว่ามันไม่สะอาด
ยี้ขนแมว ชั้นแพ้ขนแมว นู่นนี่นั่น เพราะฉนั้นต้องรีบให้มันหายออกไปจากล๊อบบี้
ภารกิจไล่จับลูกแมวจึงเริ่่มขึ้น...
อีแมวมันวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ทำเอาวุ่นวายไปหมด มันวิ่่งไปมาอย่างตกใจ จนฉี่แตกเลยแหละ
จนมันหมดแรงมาหยุดเอาตรงมุมล๊อบบี้ไม่มีแรงวิ่งหนี
วิชัยพยายามถามว่ามาจากไหนชื่ออะไรก็ไม่ยอมพูดอะไร ได้แต่ตอบว่า มิเอา มิอาว อยู่ได้ แม่ง
ท้ายที่สุด ผมไปหาผ้าขนหนูมาห่ออุ้มตัวมันจนได้
วูบเดียวนั่นเองผมตัดสินใจพามันกลับบ้านเลย เลี้ยงมันตัวนี้นี่แหละ
ตั้งชื่อว่า น้องเอิน...ซึ่งย่อมาจาก บังเอิญ

สงสัยมันจะเหนื่อยมาก เพราะพออุ้มมันแล้ว มันก็ไม่มีอาการดิ้นหนีไปไหนเลย
จนพักใหญ่ๆ มันก็เริ่มกินเศษหมูชิ้นเล็กๆ จากมือผม และมันก็เริ่มโอเคที่อยู่บนตักผมโดยทีี่ไม่ีมีอาการตื่นกลัว
เมื่อคืนเลยต้องควักเงินสองร้อยนั่ง taxi กลับบ้าน พอถึงบ้านก็รีบจัดการหาอะไร มาให้มันกินอย่างด่วน น่าแปลกนะครับที่มันดูผ่อนคลายกว่าที่คิด พอมาวางบนโซฟาก็รู้สึกว่ามันเริ่มมามุดๆ บิดๆ นวดๆ ผม เริ่มๆ มีการมาไต่ตัวไต่คางไต่ไหล่ผมกับมยุรี จัดว่าเป็นแมวน่ารักมากเลยแหละ แต่มันก็เป็นแมวที่แปลกดี เพราะเมื่อกี้มันคลอเคลียเราซะแบบนั้น พอมันลงถึงพื้น แล้วเราจะไปอุ้ม
มันเืสือกมีวิ่งหนีและขู่เราด้วย
ลืมว่างั้นเถอะ

ก่อนนอนผมเลยเอามันไปล็อกไว้ในห้องน้ำชั้นล่าง กะว่าจะให้มันฝึกให้มันอึขี้อยู่ในนี้แหละ
ไว้ให้แน่ใจก่อนว่าอีนี่ไม่ิคิดจะแหกกรงเพื่ออิสรภาพก่อนค่อยไปซื้อทรายห้องน้ำมาให้มันใช้
โอเค...คืนนี้มึงอยู่ในนั้นไปก่อน ส่วนกูไปนอนก่อน

 

เช้าวันต่อมาวันหยุดผม แ่ต่แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่แปดโมงเช้า
เพื่อลงมาดูแมว...เปิดประตูห้องน้ำเ้ข้าไป...

.....

....

....

....

....
....

 

 

 

 

 

แมวไม่มี...

อืม...ใจเย็นๆ วิชัย มันจะต้องอยู่ในห้องน้ำนี่แหละ มึงจะมาแมคไกเวอร์หนีเปิดประตูออกไป ก็จะ prison break เกินไปละ...
ดูหลังประตู...ไม่มี
อืม...

 

คุ้ยถังขยะในห้องน้ำ...ไม่มี
อืม...

 

 

เปิดฝาชักโครก...ไม่มี
อืม...

 

มาคิดอีกที สิ่งมีชีวิตที่เปิดฝาชักโครกไปแอบซ่อนตัวได้ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันคงจะเปิดประตูห้องน้ำออกมาได้แล้วแหละ...
แต่ชิบหาย ไอ้ลูกแมวมันจะไปหลบอยู่ซอกติ่งกระทิตรงไหนของห้องน้ำฟระ

เหลืออยู่อีกทีเดียว!
เปิดฝาถังน้ำชักโครก...ไม่มี
อืม...

 

มาคิดดูอีกที สิ่งมีชีวิตที่มีแรกเปิดถังน้ำชักโครกไปแอบซ่อนตัวได้ สิ่งมีชีวิตตัวเดียวกันคงจะเปิดประตูห้องน้ำ แล้วคำรามแล้วทลายประตูหน้าบ้านหนีไปแล้วมึง...

 

 

ไอ้เหี้ย! 

มันหายไปไหน...

 

เอาละวิชัยคิดซิ ว่าแมวหนึ่งตัวมันจะหนีหายไปไหนได้
โอเค สมมุติว่าเราเกิดไปเก็บแมวไอคิว 234 ที่สามารถบิดลูกประตูได้...ตอนนี้แมวก็น่าจะอยู่ที่ไหนสักที่ในบ้าน
เป้าหมายในการค้นหา่ต่อมาก็ืคือตามซอกมุมมืดต่างๆ ในบ้าน ซึ่งก็ไม่มีซักทีที่มีแมวซ่อนอยู่
เมื่อคืนเราขังแมวไว้ในห้องน้ำ ที่ประตูปิดสนิท ไม่มีทางที่ประตูจะเปิดเพราะก่อนนอนเรายังลงมาดื่มน้ำแล้วเปิดดูอีกครั้งแล้วแน่ใจด้วยว่าเราปิดประตู เช้าวันนี้แมวหายไปแล้ว

โอเค...แมวหายตัวไป
จะแปลกใจทำไมล่ะ? ในเมื่อมันยังสามารถปรากฎตัวในออฟฟิศได้เลย ก็แล้วถ้ามันจะหายตัวไปบ้าง
มันจะแปลกอะไรวะ

"อืม...ดูมันก็รักตัวเองนะ เดี๋ยวคืนนี้ก็คงจะออกมาเองแหละ" มยุรีตั้งข้อสังเกต

ตกลงว่ากูได้เก็บแมวเทวดาภาคค่ำมาเลี้ยงแล้วใ่ช่มั้ย กลางวันไม่อยู่ กลางคืนถึงปรากฎตัว
ผมกับมยุรีหาอยู่นานจนล้มเลิกความตั้งใจแล้วมานั่งดูทีวีกันสอง โดยที่ปากผมยังคงร้อง "มี๊ มี๊ มี๊" เป็นบางครั้ง


เช็ดแม่ง...โลกเรามีเื่รื่องลี้ลับหลายอย่างจริงๆ

ตกลงแมวที่กูพาเมื่อคืนมันไม่มีจริงใช่มั้ยวะ มันเป็นความจริงซ้อนความฝันแบบเดจาวูกูหลอกตัวกูเองใช่มั้ยวะ

 

ช่างแม่งเหอะ อย่างมากบ้านเราก็มีซาตานแมวคุ้มครอง...

 

 

 

 

วิชัยแอนด์มยุรีขึ้นไปนอนต่อ...

ตอนเที่ยง มยุรีลงมาเข้าห้องน้ำแล้วไม่คิดอะไร เอามือล้วงลงไปในตัวครอบท่ออ่างล้างหน้า
ซึ่งอีเอิญเนี่ย!!! มันอยู่ข้างในนั้น!

คืองี้ครับ อ่างล้างหน้าใช่มั้ยครับ ข้างล่างอ่างล้างหน้ามันจะมีท่อสแตนเลสเป็นท่อนน้ำทิ้งใช่มั้ยครับ
ที่บ้านผมมันจะมีเซรามิคอีชิ้นใหญ่ๆ มาครอบไว้ท่อน้ำทิ้งไว้ (สงสัยเพื่อความไฮโซว์)
ระหว่างอ่างล้างหน้ากับไอ้เซรามิคชิ้นที่ว่ามันจะมีรูอยู่หนึ่งรู เป็นรูขนาดมือเด็กสอดเข้าไปได้

ซึ่งตอนเช้าผมก็ดูไอ้รูที่ว่า แล้วคิดในใจว่า หัวแมวมันไม่น่าลอดเข้าไปได้นะ
แต่ปรากฎว่า แม่งเสือกสอดได้
เช็ดแม่ง...โลกเรามีเื่รื่องลี้ลับหลายอย่างจริงๆ

มยุรีเอามือล้วงเข้าไปเขี่ยๆ แมว แล้วเธอสันนิษฐานว่าแมวคงตายแล้ว เพราะมันไม่ดิ้นไม่ขยับเลย
....นั่นเลยพี่น้อง บ้านกูมีเทพแมวสิงสถิตจริงๆ แล้วทีนี้

แต่มาคิิดอีกทีแมวมันไม่น่าตายง่ายขนาดนี้นะ เคยดูข่าวแมวติดอยู่ในหลุมตั้งเป็นวันๆ ยังไม่ตาย
แล้วนี่ติดมาแค่คืนเดียว ไม่น่าตายนะ
แต่จะไม่ตายหรือตาย ก็ต้องเอามันออกมาให้ได้แหละ
วิชัยเดินไปยืมเครื่องมือช่างจากข้างบ้านพร้อมด้วยคัตเตอร์มาจัดการถอดไอ้เซรามิคชิ้นที่ว่า...
เปิดออกมาก็พบแมวสีดำหนึ่งตัวนั่งอยู่ม้วนอยู่อย่างไม่มีความทุกข์และแลดูอบอุ่นยิ่งนัก
หันหน้ามามองด้วยตาคู่โต เหมือนคำถามว่า

"โอ๊ะ มองหาเราอยู่เหรอ?"

 

 

 

โห...อีลากกล้วย เดี๋ยวกูก็ถีบซอกคอให้ซักที

 

สรุปตอนนี้ นังบุญเอิน (เป็นชื่อชั่วคราว ย่อมาจาก บุญ+บังเอิญ) มีความสุขดี ขี้อ้อน
และกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวกับบ้้านใหม่ ในห้องน้ำห้องใหม่ที่มีเครื่องประดับเป็นชิ้นส่วนเซรามิคปริศนาวางเรื่ยราดอยู่....

 

สวัสดี

 

ปล. ตอนนี้คณะกรรมการกำลังคัดสรรชื่อกันอยู่ โดยที่มีชื่อที่เข้ารอบแล้วดังนี้
แรมบี้...นิโกร...บุญเอิญ...บังเอิญ...เจ๊เอิญ...ลิโพ...เอ็มร้อย...พุ่งหลาว...โคลา...ลูกพี่
ไว้ได้ชื่อที่ถูกใจแล้วจะเอารูปมาแปะอวดอีกที...(หวังว่าเที่ยวนี้มันจะไม่ดำดินหนีซะก่อน)